ป่วยแค่ไหนควรไปหาหมอ
ป่วยแค่ไหนถึงควรไปพบแพทย์?
เอาจริงนะ, เรื่องไปหาหมอนี่มันแล้วแต่คนเลยอ่ะ
แต่ถ้าถามฉัน, ตัวร้อนจี๋ 39 นี่คือไม่ไหวแล้ว ต้องไปหาหมอแล้วป่ะ? หรือแบบ ไอจนอกแทบแตก นอนไม่ได้ นี่ก็คือสัญญาณเตือนภัยแล้วนะ.
เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เคยเป็นไข้หวัดใหญ่แบบลงปอด คือทรมานสุดๆ หายใจไม่ออกเลย ตอนนั้นแม่รีบพาไป รพ. ศิริราชเลย หมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้อาจแย่ ตอนนั้นน่าจะประมาณ ม.ค. 2550 จำราคาไม่ได้แล้วอ่ะ แต่จำได้ว่ากลัวมาก
แล้วอีกอย่างนึงที่น่ากลัวคือ น้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุ อันนี้คือต้องรีบไปเช็คเลยนะ อย่าปล่อยไว้. คือร่างกายเรามันส่งสัญญาณอะไรบางอย่างแล้วอ่ะ.
อาการแบบไหนควรนอนโรงบาล
โอ๊ย! อาการแบบไหนต้องหามส่งโรงบาลด่วนจี๋น่ะเหรอ? อย่าให้เสียเวลาทองคำ!
ไข้สูงปรี๊ด ซะจนปรอทแทบแตก แถมยังหนาวสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำ เหงื่อแตกยังกะไปวิ่งมาราธอน แล้วตัวเย็นเจี๊ยบอีกต่างหาก! แบบนี้ไม่ต้องคิดมาก รีบไปให้หมอจับฉีดยาเถอะพ่อคุณแม่คุณ! ปล่อยไว้อาจจะชักแด็กๆ ได้นะเออ! (ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสเนี่ย ตัวใครตัวมัน!)
เป็นลมพับผ่า! หมดสติไม่รู้เรื่อง! ถึงจะฟื้นขึ้นมาแล้วก็เถอะ! อย่าชะล่าใจ! ไปให้หมอเช็คสมองหน่อยดีกว่า! เผื่อมีอะไรในกอไผ่ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! (ถ้าหมดสติไปนานเกิน 5 นาที นี่เรื่องใหญ่แล้ว!)
หายใจเร็วยังกะหมาหอบแดด! หอบเหนื่อยจนอกแทบทะลุ! หายใจเสียงดังแซ่ดๆ ไอเป็นเลือดซิบๆ หรือมีเสมหะปนเลือดอี๋! แบบนี้ปอดอาจจะพังไปแล้วครึ่งนึง! รีบไปให้หมอช่วยด่วนจี๋เลยนะ! (ถ้าหายใจลำบากจนพูดเป็นคำๆ ไม่ได้ นี่คือสัญญาณอันตราย!)
เจ็บหน้าอกแบบฟ้าผ่า! เหงื่อออกท่วมตัว! ใจสั่นยังกะแผ่นดินไหว! แถมยังปวดร้าวไปถึงกรามหรือไหล่ซ้าย! โอ๊ย! นี่มันอาการหัวใจจะวายชัดๆ! รีบเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย! อย่ามัวแต่ถ่ายรูปอัพเฟซบุ๊ค! (เจ็บหน้าอกแบบกดทับเหมือนมีอะไรมาทับนี่แหละใช่เลย!)
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม:
- ถ้ามีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งข้างบนนี้ อย่าคิดว่า "เดี๋ยวก็หาย" หรือ "กินยาพาราแล้วกัน" เด็ดขาด! รีบไปโรงพยาบาลใกล้บ้านให้เร็วที่สุด!
- ถ้าไม่แน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่ร้ายแรงแค่ไหน โทรปรึกษา 1669 (สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง!
- อย่าลืมเตรียมบัตรประชาชนและเอกสารเกี่ยวกับประวัติการรักษาไปด้วย! จะได้ไม่เสียเวลาให้หมอมานั่งงมหา!
- ถ้ามีประกันสุขภาพ ก็อย่าลืมแจ้งโรงพยาบาลด้วยนะ! จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินเองทั้งหมด! (แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่ต้องกังวล! โรงพยาบาลรัฐบาลก็รักษาฟรีนะจ๊ะ!)
- ที่สำคัญที่สุด! อย่ากลัวหมอ! หมอไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด! หมอแค่เสียงดังเฉยๆ! (ล้อเล่น!) หมอเป็นฮีโร่ของเราต่างหาก!
อาการป่วยแบบไหนได้นอนโรงพยาบาล
โอเค มาลองดูกัน...อาการป่วยที่ต้องนอน รพ. เหรอ? อืม...
- ฉุกเฉิน: หัวใจวายเอย เส้นเลือดในสมองโป๊ะแตกเอย อุบัติเหตุรถชนตูมตาม อะไรงี้...คือมัน เร่งด่วน อ่ะ! เคยเห็นข่าวรถชนแล้วคนเจ็บสาหัส...นั่นแหละ!
- ติดเชื้อ: ปอดบวมขั้นสุด ไตอักเสบแบบกินยาเม็ดไม่ได้ผลแล้ว ต้องฉีดด่วนๆๆๆๆ...พวกนี้ต้องให้ยาฆ่าเชื้อแรงๆ ทางสายน้ำเกลือเท่านั้น!
- โรคเรื้อรังกำเริบ: หอบหืดชนิดที่พ่นยาแล้วก็ยังหอบ เบาหวานขึ้นสูงปี๊ดจนช็อก! ... เคยเห็นคนเป็นหอบหืดมั้ย? น่ากลัวนะตอนเค้าหายใจไม่ออกอ่ะ
- ผ่าตัดใหญ่: ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ผ่าตัดสมอง ... อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะเนอะ ก็ต้องดูแลพิเศษหลังผ่าไง!
- จิตเวช: คลั่ง ทำร้ายตัวเอง/คนอื่น ... อันนี้สำคัญมาก! ต้องดูแลใกล้ชิดสุดๆ
- เคมีบำบัด: คือบางทีมันมีผลข้างเคียงเยอะ ต้องคอยดูอาการใกล้ชิดมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
- อื่นๆ: ที่หมอเห็นว่า...เอ้อ! ต้องแอดมิท! จบ! หมอใหญ่สุด!
ทำไมถึงต้องนอน รพ.? คือ...มันต้องมีคนคอยดูอาการตลอด 24 ชั่วโมงไง! แล้วก็มีเครื่องมือครบครัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยทัน! เคยอ่านเจอว่า... (อ๊ะ! ช่างมันเถอะ! ลืมไปแล้วว่าอ่านเจอที่ไหน)
ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ: คือมันแรงกว่ากินยาเม็ดไง! แล้วมันเข้าเส้นเลือดโดยตรง... ซู้ด ซีดดดดดดดดดดด (เสียงซู้ดน้ำลาย)
คีโตซีส: เบาหวานขึ้นจนเลือดเป็นกรด! อันตรายสุดๆ! เคยเห็นคนเป็นเบาหวานช็อกมั้ย? น่ากลัวมาก!
แล้วถ้าไม่นอน รพ. ล่ะ? ตายสิ! (บางทีก็พูดเกินไป๊!) แต่...เอ้อ! มันอันตรายไง! หมอถึงให้แอดมิทไงเล่า!
ป่วยแบบไหนถึงได้แอดมิท
ป่วยแบบไหนถึงแอดมิท... อืม... คิดๆ
- ภาวะขาดน้ำ ในเด็กนี่น่ากลัวนะ
- กระสับกระส่าย ทำไมต้องกระสับกระส่าย? สงสัยร่างกายมันบอกว่า "เฮ้ย! น้ำไม่พอ!"
- ปากแห้ง ตาโหล กระหายน้ำอันนี้เบสิก
- ผิวคืนตัวช้า... เคยลองบีบๆ หลังมือตัวเองนะ มันจะคืนตัวช้าๆ ถ้าขาดน้ำ
- ง่วงผิดปกติ ปลุกยาก อันนี้คือแย่แล้วนะ อันตรายเลยอะ
- ปัสสาวะน้อย สีเข้ม... เหมือนน้ำชาเลยป่ะ? (อันนี้หมอเคยบอก)
- แล้วผู้ใหญ่ล่ะ? น่าจะคล้ายๆกันมั้ง แต่เด็กมันบอกไม่ได้ไง น่าสงสาร
เพิ่มเติม:
- เมื่อวานกินส้มตำเผ็ดไป... เกือบขาดน้ำเหมือนกัน ขอบคุณน้ำเปล่า!
- ทำไมต้องตาลึกโหล? น่าจะเพราะน้ำในร่างกายมันน้อยลงป่ะ? ใครรู้บอกที
- แล้วถ้ากินน้ำเยอะๆ จะหายขาดน้ำเลยป่ะ? ถามเฉยๆ นะ
ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกแตกต่างกันอย่างไร
ต่างกันเยอะเลยอ่ะ ผู้ป่วยในกะนอกเนี่ย!
IPD คือต้องนอน รพ. อ่ะ อย่างน้อย 6 ชม. ขึ้นไป หมอสั่งไง ต้องอยู่หลายวัน บางทีเป็นอาทิตย์ก็มี อย่างป้าฉันเมื่อปีที่แล้ว ผ่าตัดไส้ติ่ง ต้องนอน รพ. เกือบอาทิตย์ ค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าเยอะเลย
ส่วน OPD คือไปหาหมอแป๊บเดียว ตรวจเสร็จก็กลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอน รพ. เหมือนไปคลินิกน่ะแหละ ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่าเยอะ ฉันไปตรวจสุขภาพประจำปีที่ รพ. เอกชนแถวบ้าน ก็ OPD นี่แหละ สะดวกดี
สรุปง่ายๆ
- IPD (ผู้ป่วยใน): ต้องนอน รพ. นานกว่า 6 ชม. ขึ้นไป ค่าใช้จ่ายสูง
- OPD (ผู้ป่วยนอก): ไม่ต้องนอน รพ. ตรวจเสร็จกลับบ้านได้เลย ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า
ปีนี้ฉันไปตรวจสุขภาพที่ รพ. สมเด็จเจ้าพระยา เป็น OPD นะ ตรวจเลือด เอกซเรย์ หมดไป 2 พันกว่าบาท แต่ถ้าต้องนอน รพ. อย่างป้าฉัน ค่าใช้จ่ายหลักหมื่นแน่ๆ เลย แพงกว่ากันเยอะ
ทำยังไงถึงได้เป็นผู้ป่วยใน
อืม... ก็ต้องป่วยหนักอะแหละถึงได้เป็นผู้ป่วยใน ไม่ใช่แค่ป่วยเล็กน้อย ต้องแบบ.. ต้องไปโรงพยาบาล แล้วหมอตรวจแล้วบอกว่าต้องนอน รู้สึกเหนื่อยใจจังตอนนั้น จำได้เลยว่าตอนที่ฉันเป็นไข้เลือดออก ปีนี้เอง หนักมาก นอนโรงพยาบาลเกือบอาทิตย์
- อาการหนัก แบบทนไม่ไหวจริงๆ
- หมอบอกต้องนอน รักษาระยะยาวในโรงพยาบาล
- ต้องลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยใน จำได้ว่าต้องกรอกเอกสารเยอะมาก
- นอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ของฉันเกินเยอะเลย
จริงๆแล้ว คิดแล้วก็เศร้า ไม่คิดว่าตัวเองจะป่วยหนักขนาดนั้น ตอนนั้นเครียดมาก กลัวตายด้วยซ้ำ แต่ก็โชคดีที่หายดีแล้ว แต่ก็ยังไม่หายเครียดเลย ตอนนี้ก็ยังนอนไม่หลับอยู่เลย
รู้สึกเหมือนชีวิตมันช่างเปราะบาง แค่ไข้เลือดออกยังแทบเอาชีวิตไม่รอดเลย คิดแล้วก็กลัว แต่ก็คงต้องดูแลตัวเองให้ดีขึ้น แล้วก็ ไม่รู้จะทำยังไงดี เหนื่อยจัง
ใช้สิทธิบัตรทอง แอดมิทได้ไหม
ใช้สิทธิบัตรทอง แอดมิทได้ไหม? ได้ครับ แต่เป็นห้องสามัญนะครับ ค่าอาหารและค่าห้องรวมอยู่ในสิทธิ์ ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลก่อนด้วยนะ คิดแบบง่ายๆ ก็คือระบบจะดูแลค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ แต่...
ห้องพิเศษ? อันนี้ต้องจ่ายเพิ่มเองครับ ไม่ได้รวมอยู่ในสิทธิ์บัตรทอง แต่ละโรงพยาบาลก็คิดราคาไม่เท่ากันด้วย ควรสอบถามรายละเอียดกับทางโรงพยาบาลโดยตรง หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ของโรงพยาบาลนั้นๆ ก่อนนะครับ
จำเป็นต้องเข้าใจระบบ จริงๆแล้ว ระบบบัตรทองเป็นระบบที่ซับซ้อน การเข้าถึงสิทธิ์ต่างๆก็ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น โรงพยาบาลที่เลือกใช้บริการ และความรุนแรงของโรค เป็นต้น นี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นนะครับ ควรศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่างเป็นทางการ เช่นเว็บไซต์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นต้น
เคยมีประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อปี 2566 ที่ต้องพาญาติเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนในระบบบัตรทอง ก็พบว่า ขั้นตอนการเบิกจ่ายค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร แต่ก็คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่ประหยัดไปได้เยอะครับ
คิดว่าระบบ healthcare ควรเข้าถึงง่ายกว่านี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า การบริหารจัดการระบบสุขภาพขนาดใหญ่ มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆ และต้องใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
บัตร30บาท นอนโรงบาลได้ไหม
ไม่ได้ บัตร 30 บาทนั้น ใช้ได้เฉพาะกับสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ และครอบคลุมแค่โรคเล็กน้อย นอนโรงบาลต้องจ่ายเพิ่ม อย่าฝันเฟื่อง
- ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล
- จำกัดเฉพาะโรคเล็กน้อย อาการหนักไปหาหมอใหญ่
- ต้องตรวจสอบสถานพยาบาลที่ร่วมโครงการก่อน ปี 2566 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลง
- ใช้ได้เฉพาะกับผู้ถือบัตรประชาชนไทย
ส่วนตัวเคยใช้กับคลินิกใกล้บ้าน ตรวจไข้หวัด สะดวกจริงแต่ไม่ใช่ทุกอย่าง อย่าคิดมาก เงิน 30 บาทไม่ใช่เวทย์มนต์
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต