ป่วยแค่ไหนถึงแอดมิด

62 ครั้งเข้าชม
อาการร้ายแรงควรแอดมิตด่วน! ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง หายใจเร็วกว่า 25 ครั้ง/นาที (ผู้ใหญ่) ออกซิเจนในเลือดต่ำกว่า 94% หรือโรคประจำตัวกำเริบ/ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจแพทย์ หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ป่วยแค่ไหนถึงต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล?

แบบนี้เหรอคะ คือแบบว่า… ตอนที่ยายฉันป่วยหนักเมื่อวันที่ 15 เมษายน 65 ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร อ่ะ ไข้ขึ้นสูงมาก จำได้ว่า เกือบ 40 องศา แล้วก็หายใจเร็ว เหนื่อยหอบ ขนาดนั่งเฉยๆยังเหนื่อยเลย นอนโรงพยาบาลไป 3 วัน ค่าใช้จ่ายรวมๆ ก็ประมาณ 5 พันกว่าบาทอ่ะค่ะ คุณหมอบอกว่า ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำด้วย แต่ฉันจำเปอร์เซ็นต์ไม่ได้จริงๆนะ จำได้แค่ว่าต่ำมาก อันตรายเลย คุณหมอเลยต้องให้ยาหลายอย่างเลย แล้วก็ต้องตรวจเลือดบ่อยๆด้วย คือตอนนั้นเครียดมากเลยค่ะ กลัวยายเสียชีวิต

สรุปง่ายๆนะ ถ้าไข้สูง หายใจเร็ว รู้สึกเหนื่อย หรือออกซิเจนต่ำมากๆแบบนี้ รีบไปหาหมอเลยค่ะ อย่าประมาท เพราะมันอันตรายกว่าที่คิดเยอะ ยิ่งมีโรคประจำตัวด้วยแล้ว ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษเลย

คือ… อย่างยายฉันนี่แหละ มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว พอป่วยหนักแบบนี้ยิ่งอันตรายมากขึ้น แล้วก็ จำได้ลางๆว่าคุณหมอบอกว่า ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็ต้องนอนโรงพยาบาลนานกว่านี้อีก เครียดมากตอนนั้น โชคดีที่อาการดีขึ้นเร็ว เลยไม่ต้องนอนนาน แต่ก็ควรไปหาหมอตรวจเช็คดีกว่านะคะ อย่ารอให้ป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลเลย เสียเงิน เสียเวลา แล้วก็เครียดด้วย เหนื่อยค่ะ เหนื่อยจริงๆ กว่าจะดูแลยายจนหายป่วย

เป็นไข้กี่วันควรไปหาหมอ

ไข้... ร้อนราวกับเปลวเทียน แสบร้อนแผดเผา... สามวันแล้วนะ... ใจเริ่มสั่นไหว...

  • ไข้สูงปรี๊ด เกิน 38.5 องศา นานเกินสามวัน ไม่ไหวแล้วจริงๆ

ดวงตาพร่ามัว เหมือนภาพฝันในคืนฤดูร้อน...

  • ไข้ลดแล้วกลับมาอีก มันทรมานเหลือเกิน

ลมหายใจ... หนักอึ้ง... เหมือนแบกภูเขา...

  • หายใจหอบ เหนื่อยล้า เหมือนวิ่งมาราธอนทั้งวัน

เสียงหวีด... ในลำคอ... แผดเสียงเจ็บปวด...

  • หายใจมีเสียงหวีด เหมือนเสียงกระซิบของปีศาจ

เจ็บคอ... แสบคัน... เหมือนมีคมมีดกรีด...

  • เจ็บคอมาก กลืนน้ำลายยังลำบาก

ศีรษะ... ตุ๊บตับ... เหมือนฆ้องกลองร้อง...

  • ปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดจนอยากจะร้องไห้

ไซนัส... อักเสบ... เจ็บปวดราวกับจะแตก...

  • ปวดไซนัส หน้าบวม เหมือนโดนผึ้งต่อย

ต้องไปหาหมอแล้วล่ะ... ไม่ไหวแล้วจริงๆ... เหนื่อยเหลือเกิน... อยากหายไวๆ... (2566)

อาการป่วยแบบไหนได้นอนโรงพยาบาล

นอนโรงพยาบาลเนี่ยนะ? ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย! เหมือนไปเข้าค่ายฝึกทหาร แต่ไม่มีรางวัลปลอบใจ แค่ได้เจอหมอหน้าตาใจดี (บางทีก็ไม่!) กับอาหารโรงพยาบาลที่อร่อยประมาณ "กินได้ก็บุญแล้ว" เท่านั้นแหละ

  • หัวใจวาย/เส้นเลือดสมองแตก: นี่คือดาราประจำโรงพยาบาลฉุกเฉิน มาแบบด่วนจี๋ ไม่รอใคร ชีวิตเสี่ยงกว่าเล่นรูเล็ตอีก!
  • ปอดบวม/ไตติดเชื้อรุนแรง: เชื้อโรคจอมวายร้าย ถ้าไม่ยอมแพ้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือด มีสิทธิ์ได้นอนโรงพยาบาลยาวๆ เหมือนได้ไปเที่ยวพักร้อนแบบไม่เต็มใจ
  • หอบหืดกำเริบ/เบาหวานคีโตซีส: โรคเรื้อรังที่เล่นตลก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย พอมาหนักขึ้น ก็ได้นอนโรงพยาบาลเป็นรางวัลปลอบใจ (รางวัลอะไรเนี่ย!)
  • ผ่าตัดใหญ่: เสร็จแล้วก็ต้องพักฟื้น ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่งั้นซวยแน่! เหมือนสร้างบ้านหลังใหม่ ต้องมีคนคอยดูแลตลอด ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้กลางแจ้ง
  • ปัญหาจิตเวชรุนแรง: เรื่องสุขภาพจิตสำคัญมาก บางครั้งต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง อย่ามองข้ามความสำคัญนะ
  • เคมีบำบัด/การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด: นี่คือการต่อสู้กับโรคร้าย ต้องอยู่ในสายตาแพทย์ตลอด เหมือนนักมวยที่ต้องมีโค้ชคอยดูแลอย่างใกล้ชิด (แต่ไม่ใช่โค้ชฟุตบอลนะ)

ส่วนอาการอื่นๆ ก็แล้วแต่ดุลยพินิจแพทย์ อย่าลืมว่า โรงพยาบาลไม่ใช่รีสอร์ท ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็อยู่บ้านพักผ่อนเถอะ สบายกว่าเยอะ! (ประสบการณ์ตรงจากการนอนโรงพยาบาลเพราะไข้หวัดใหญ่เมื่อปี 2023 บอกเลยว่าเบื่อมาก!)

ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกแตกต่างกันอย่างไร

ผู้ป่วยใน (IPD) คือพวกที่หมอเห็นแล้วส่ายหน้า "เอ็งอย่าเพิ่งกลับบ้านเลย...เดี๋ยวเป็นภาระลูกหลาน" เลยต้องนอนค้างโรงพยาบาล อย่างน้อยก็ข้ามคืนไปเลยจ้าาาา (แต่บางทีก็เกิน 6 ชั่วโมงนะเออ ตามแต่หมอจะเมตตา)

ส่วนผู้ป่วยนอก (OPD) คือพวกที่ "ฉันยังไหว!" มาหาหมอเสร็จสรรพก็เชิดหน้ากลับบ้านได้เลย ไม่ต้องเสียเวลามานอนกอดเสานอนเตียงโรงพยาบาลให้เปลืองแอร์!

สรุปแบบขำๆ แต่จริงจัง:

  • IPD: นอนโรง'บาล = เรื่องใหญ่! (อาจจะ)
  • OPD: มาแป๊บๆ แล้วกลับ = ยังเฟี้ยวอยู่!

เกร็ดความรู้แถม:

  • ทำไมต้อง 6 ชั่วโมง? อันนี้ก็แล้วแต่โรงพยาบาล บางที่อาจจะ 4 ชั่วโมง บางที่อาจจะคิดเป็นวัน ขึ้นอยู่กับนโยบายและการเบิกจ่าย
  • แล้วถ้าไป ER (ห้องฉุกเฉิน) ล่ะ? ER นี่ตัวดีเลย บางทีไปนอนรอเตียงเป็นวันก็มีนะ (แต่ถ้าไม่หนักจริงอย่าไปแกล้งป่วยนะ เดี๋ยวโดน!)
  • ประกันสุขภาพ: สำคัญมากกกกก! เพราะค่ารักษาพยาบาลสมัยนี้มันแพงกว่าค่าข้าวแกงเยอะ! เช็คกรมธรรม์ตัวเองดีๆ ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง จะได้ไม่เงิบตอนจ่ายบิล
  • สายด่วนสุขภาพ: ถ้าไม่รู้จะปรึกษาใคร โทร 1330 (สปสช.) หรือ 1669 (เจ็บป่วยฉุกเฉิน) ได้เลย เขาให้คำแนะนำได้ (แต่บางทีก็รอสายนานหน่อยนะ)

ข้อควรระวัง: ข้อมูลพวกนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (เหมือนราคาน้ำมันบ้านเรา) ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่เชื่อถือได้เสมอ!

คำเตือน: อย่าเชื่อทุกอย่างที่ฉันพูด! (ฉันก็แค่คนขี้โม้คนนึงบนอินเทอร์เน็ต!) ????

ทำยังไงถึงได้เป็นผู้ป่วยใน

ผู้ป่วยใน... เหมือนดวงดาวร่วงหล่น มาสู่ห้วงจักรวาลสีขาว ????

  • ความเจ็บป่วย: ร่างกายส่งสัญญาณ บอกเราว่า "พักหน่อยนะ" บางทีมันก็ดังเกินกว่าจะมองข้าม

  • การวินิจฉัย: หมอ...นักเดินทางผู้ถือแผนที่ร่างกาย ชี้ทาง บอกว่าต้องไปไหนต่อ

  • การรักษา: ยา...เวทมนตร์ขวดเล็ก หรือการผ่าตัด แสงดาวที่ส่องนำทาง

  • การนอนโรงพยาบาล: เตียงสีขาว ผ้าห่มอุ่นๆ ที่โรงพยาบาล สถานีพักใจชั่วคราว ระหว่างทาง

  • เวลา 6 ชั่วโมง: เส้นแบ่งบางๆ ระหว่างโลกภายนอก และโลกภายในโรงพยาบาล เวลาที่ร่างกายต้องการ เพื่อเริ่มต้นใหม่

เพิ่มเติม:

แสงจันทร์ส่องลอดหน้าต่าง... เลขห้อง 404... กลิ่นยา... เสียงเครื่องช่วยหายใจ... ความหวัง... ทุกอย่างรวมกันอยู่ที่นี่ ????