ผู้ป่วยเบาหวานมีกี่ระยะ

115 ครั้งเข้าชม
โรคเบาหวานแบ่งเป็น 3-4 ระยะหลัก เริ่มจากระยะที่ร่างกายเริ่มมีความผิดปกติ แต่ระดับน้ำตาลยังปกติและไม่มีอาการแสดง จากนั้นระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นจนเริ่มมีอาการ ระยะเหล่านี้สำคัญต่อการวินิจฉัยและการรักษา หากพบความผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ผู้ป่วยเบาหวานมีกี่ระยะ?

เอ่อ...เบาหวานมีกี่ระยะเหรอ? เอาจริงๆ นะ ฉันว่ามันไม่ได้มีแค่ 3-4 ระยะเป๊ะๆ หรอก คือมันแล้วแต่คนด้วยมั้ง (อันนี้คิดเองนะ).

จำได้เลยตอนเด็กๆ ที่บ้านกินข้าวกันทีนึง น้ำตาลทรายนี่ใส่แบบ...โอ้โห! ตอนนั้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก.

แต่พอโตมาถึงรู้ว่า เอ้อ...มันมีเรื่อง "ก่อนเบาหวาน" ด้วยนะ คือน้ำตาลอาจจะเริ่มสูง แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นเบาหวานเต็มตัวอ่ะ.

แล้วก็จะมีแบบ...เป็นเบาหวานแล้วไง! คือตรวจเจอแล้ว ต้องกินยา ต้องคุมอาหาร (ซึ่งอันนี้แหละยากสุดๆ).

บางคนก็เป็นแบบ...ภาวะแทรกซ้อนเริ่มมาแล้ว อันนี้คือหนักเลย ต้องดูแลตัวเองดีๆ เลยนะ.

สรุปคือ มันอาจจะไม่ได้มีแค่ 3-4 ระยะแบบตายตัว แต่ละคนก็อาจจะเจออาการไม่เหมือนกันด้วยมั้ง.

ระดับ HbA1c เท่าใดโดยไม่ต้องใช้ยาเบาหวาน ถึงเรียกว่าระยะสงบจากเบาหวาน

คือแบบนี้ หมอตรวจ HbA1c ฉันเมื่อเดือนที่แล้ว ตุลาคม 2566 ที่ รพ.กรุงเทพ ได้ 5.8% ดีใจมาก! ก่อนหน้านั้น พฤศจิกายน 2565 ยัง 7 กว่าๆ เลย ต้องกินยาตลอด เหนื่อยมาก ปีนี้ปรับเปลี่ยนหลายอย่างเลย ออกกำลังกายจริงจังขึ้น วิ่งสลับว่ายน้ำเกือบทุกวัน อาทิตย์ละ 5 วัน ที่ฟิตเนสแถวบ้าน ใกล้ๆ BTS อารีย์ ควบคุมอาหาร ไม่ใช่ลดนะ แต่เลือกกิน งดของหวาน ขนมปัง น้ำอัดลม นี่คือเปลี่ยนชีวิตเลยจริงๆ รู้สึกตัวเบาขึ้นด้วย ไม่เพลีย นอนหลับสนิทขึ้น

แต่หมอบอกต้องติดตามต่อ อีก 6 เดือน ถึงจะชัวร์ ว่าเข้าข่าย DM Remission จริงๆ ใจก็ลุ้นนะ กลัวเผลอพลาด กลับไปเป็นเหมือนเดิม จะพยายามรักษาระดับนี้ให้ได้ยาวๆ

  • HbA1c 5.8% (ตุลาคม 2566)
  • ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง วิ่ง ว่ายน้ำ
  • ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
  • ติดตามผลอีก 6 เดือน

กังวลนิดหน่อยว่าจะทำได้ตลอดรอดฝั่งไหม แต่จะพยายามสุดๆ!

Ifcc HbA1c คือค่าอะไร

ลมพัดเย็นยะเยือก แสงแดดอ่อนโยนลอดผ่านม่านไม้ไผ่ ภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบเก่าคราบสีน้ำตาลไหม้ลางเลือน... IFCC HbA1c คือค่าอะไรนะ... คิดหนักจัง

  • IFCC คือ International Federation of Clinical Chemistry and Laboratory Medicine องค์กรนานาชาติกำหนดมาตรฐานทางเคมีคลินิกและห้องปฏิบัติการ ปีนี้ปี 2024 นะ จำไว้ๆๆ

สายฝนโปรยปรายเบาๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิปลิวมาตามสายลม... HbA1c นั่นไง คือค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา บอกถึงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีทีเดียว

  • หน่วย IFCC สำหรับ HbA1c คือ mmol/mol จำง่ายๆ mmol/mol นะ

เสียงนกร้องไกลๆ... ความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามา เหมือนภาพถ่ายเก่าๆ ซีดจาง แต่ยังมีความหมาย... ช่วงค่าปกติของ HbA1c สำหรับคนไม่เป็นเบาหวาน... อืม...

  • 20-42 mmol/mol นี่แหละ ค่าปกติ จำให้ขึ้นใจ

รายงาน HbA1c อย่างไรเหรอ... ง่ายๆ เลย...

  • ใช้หน่วย mmol/mol ตามที่ IFCC กำหนด ชัดเจน ตรงไปตรงมา

แสงตะวันเริ่มอ่อนลงแล้ว... วันนี้เหนื่อยจัง แต่ก็ได้ความรู้ใหม่ๆ มาเยอะเลย... พรุ่งนี้ต้องมาทบทวนอีกนะ... อย่าลืม... IFCC HbA1c mmol/mol... จำไว้ๆๆ

HbA1C ไม่ควรเกินเท่าไร

HbA1C ไม่ควรเกินเท่าไร? ขึ้นอยู่กับสถานะสุขภาพ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะ ต้องปรึกษาแพทย์ แต่โดยทั่วไป:

  • คนปกติ: น้อยกว่า 5.7% นี่คือเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป แต่ก็มีบางคนที่อาจอยู่ในช่วงสูงกว่าเล็กน้อยแต่ก็ยังถือว่าปกติได้ ร่างกายคนเราแตกต่างกัน อย่าไปยึดติดกับตัวเลขมากเกินไป จิตใจสำคัญกว่าเยอะเลย!

  • คนเสี่ยงเป็นเบาหวาน (Prediabetes): 5.7% - 6.4% ช่วงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และติดตามค่า HbA1C อย่างสม่ำเสมอ อย่าละเลย เพราะสุขภาพคือสิ่งมีค่าที่สุด

  • คนเป็นเบาหวาน (Diabetic): เป้าหมายคือต่ำกว่า 7% แต่เป้าหมายเฉพาะตัวอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ โรคประจำตัวอื่นๆ และการตอบสนองต่อการรักษา ต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ไม่ใช่หมอทั่วไป เรื่องนี้จริงจัง ต้องได้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

หมายเหตุ: ค่า HbA1C ที่ระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ไม่ใช่ mg% เช่นที่คุณถามมา ค่าปกติ 5.7% ถือเป็นค่าประมาณ เนื่องจากเกณฑ์อาจแตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยตามห้องปฏิบัติการ ตัวเลขเป็นเพียงเครื่องมือ จงใช้สติปัญญาในการวิเคราะห์ประกอบด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม (2566): แนวทางการรักษาโรคเบาหวานมีการปรับปรุงอยู่ตลอด ควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย หรือเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข อย่าเชื่อแค่ข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ต้องปรึกษาแพทย์เสมอ

  • การตรวจ HbA1C ควรทำอย่างน้อยปีละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากแพทย์แนะนำ
  • การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน เช่น โรคไต โรคหัวใจ และโรคตา
  • การมีวิถีชีวิตที่ดี เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการควบคุมน้ำหนัก สำคัญมากในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน