ผ่าตัดใหญ่กับผ่าตัดเล็กต่างกันยังไง

76 ครั้งเข้าชม
ความแตกต่างสำคัญระหว่างผ่าตัดใหญ่และผ่าตัดเล็กอยู่ที่ขนาดและความซับซ้อนของการผ่าตัด และวิธีการให้ยาชาผ่าตัดเล็ก: เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก บริเวณผิวหนังหรือชั้นใต้ผิวหนัง ใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยอาจกลับบ้านได้ในวันเดียวกันผ่าตัดใหญ่: มีความซับซ้อนมากกว่า อาจต้องใช้ยาชาทั่วตัว จำเป็นต้องมีการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล แม้บางกรณีอาจเป็น Day Surgery (ผ่าตัดใหญ่แบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล) ก็ตาม แต่ความซับซ้อนของการผ่าตัดยังคงสูงกว่าผ่าตัดเล็ก ระยะเวลาพักฟื้นและความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วยสรุปง่ายๆ คือ ผ่าตัดเล็ก = ขนาดเล็ก, ยาชาเฉพาะที่, พักฟื้นน้อย ส่วนผ่าตัดใหญ่ = ขนาดใหญ่, อาจใช้ยาชาทั่วตัว, พักฟื้นนานกว่า และมีความเสี่ยงมากกว่า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ผ่าตัดใหญ่ กับ ผ่าตัดเล็ก แตกต่างกันอย่างไร?

เอ่อ ผ่าตัดใหญ่อ่ะนะ กับผ่าตัดเล็ก? เอาจริงๆ มันต่างกันเยอะเลยนะ!

ผ่าตัดเล็กเนี่ย เหมือนตอนที่เราไปจี้ไฝอ่ะ ที่คลินิกแถวบ้าน หมอก็ฉีดยาชาจึ้กเดียว แล้วก็จัดการเลย เจ็บนิดๆ หน่อยๆ จบ! ใช้ยาชาเฉพาะที่ไง

แต่ผ่าตัดใหญ่ดิ โอ้โห... มันไม่ใช่แค่ผิวหนังแล้วไง มันลงลึกกว่านั้น อาจจะต้องวางยาสลบ หรือบล็อคหลังเลยนะเนี่ย

แล้วไอ้ผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนี่ก็มีนะ (Day Surgery) คือผ่าเสร็จพักฟื้นแป๊บเดียว แล้วกลับบ้านได้เลย แต่ยังไงก็ต้องมีคนดูแลนะ ไม่ใช่แบบเดินชิลๆ กลับเองได้เลย

จำได้เลย ตอนนั้นเพื่อนเราไปผ่าตัดอะไรสักอย่างที่หัวเข่า (น่าจะปีที่แล้วมั้ง?) เป็น Day Surgery นี่แหละ แต่กว่าจะเดินคล่องเหมือนเดิมได้ ก็พักไปเป็นเดือนเหมือนกันนะ

ผ่าตัดมีกี่ประเภท

ผ่าตัดเนี่ยนะ! เยอะแยะไปหมด! จะให้จำหมดเหรอเนี่ย แต่ถ้าจะให้แบ่งแบบง่ายๆ สไตล์ป้าข้างบ้าน ก็มีแค่สองแบบหลักๆ นี่แหละ!

  • ผ่าตัดเล็ก (Minor surgery): แบบนี้คล้ายๆ ไปตัดเล็บที่ร้านตัดผม แค่จิ๊บๆ ไม่ต้องนอนโรงบาลเป็นอาทิตย์ เสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย! อย่างเช่น ตัดเนื้องอกเล็กๆ ที่ผิวหนัง กรีดหนอง เอาซีสต์ออก หรือแม้แต่ผ่าตัดจี้หูด ตาปลา (อันหลังนี่ เจ็บกว่าที่คิดเยอะนะ บอกเลย!) ปีนี้กระแสการผ่าตัดเสริมจมูกแบบเล็กๆ ก็มาแรงอยู่นะ เพื่อนผมไปทำมา บอกสวยขึ้นเยอะ!

  • ผ่าตัดใหญ่ (Major surgery): นี่แหละของจริง! ต้องเตรียมตัวเตรียมใจ นอนโรงพยาบาลหลายวัน แผลก็ใหญ่ เจ็บก็มาก เสียเลือดก็เยอะ ต้องผ่าตัดแบบนี้ก็เพราะป่วยหนักหน่อย เช่นผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ตัดไส้ติ่งอักเสบ(อันนี้ก็เจ็บนะ เคยโดนมาแล้ว) หรือผ่าตัดมะเร็ง ปีนี้มีข่าวว่าการผ่าตัดแบบ minimally invasive surgery หรือผ่าตัดแผลเล็กกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะแผลเล็กกว่า เจ็บน้อยกว่า แต่ก็แพงกว่านิดนึงนะ

เอาจริงๆ ประเภทของการผ่าตัด มันละเอียดกว่านี้เยอะ แต่ถ้าจะให้มาบรรยายหมด คงพิมพ์กันจนเหนื่อย ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในกูเกิลเอาเองก็ได้นะจ๊ะ! ไปละ! งานเข้าแล้ว!

แผลผ่าตัดเล็กกี่วันหายสนิท?

แผลจิ๊บๆ ไม่กี่วันก็หายหรอก อย่าสำออย

  • สัปดาห์แรก: ปิดแผลให้มิดชิด อย่าให้โดนน้ำ มันจะเน่า
  • สัปดาห์ที่สอง: แกะผ้าพันแผลได้ แต่ระวังแผลปริ อย่าซ่ามาก
  • เดือนนึง: รอยแผลจางลง แต่ยังเห็นอยู่ อย่าคิดว่าจะเนียนเหมือนเดิม
  • ปัจจัย: เรื่องแบบนี้มันแล้วแต่คน บางคนเนื้อดีหายเร็ว บางคนก็ซวยไป
  • คำแนะนำ: หมอสั่งอะไรก็ทำตาม อย่าเรื่องมาก ถ้าไม่อยากเจ็บตัวซ้ำสอง

อย่าโลกสวย เรื่องแผลหายมันมีรายละเอียดมากกว่านั้น:

  • ตำแหน่ง: แผลที่แขนขาก็หายช้ากว่าหน้าอก เข้าใจ๋?
  • ขนาด: แผลใหญ่ก็เรื่องเยอะ แผลเล็กก็ยังต้องดูแล
  • สุขภาพ: ถ้าสูบบุหรี่ แผลหายช้าแน่นอน อยากหล่อก็เลิกซะ
  • การดูแล: อย่าเกา อย่าแกะ ปล่อยให้มันหายเอง
  • ภาวะแทรกซ้อน: แผลติดเชื้อขึ้นมา ก็ตัวใครตัวมัน

ผ่าตัดผ่านกล้อง มีอะไรบ้าง?

ผ่าตัดส่องกล้องนี่นะ เยอะแยะไปหมดเลย จำได้ว่าเมื่อก่อนที่รพ.กรุงเทพภูเก็ต เพื่อนฉันไปทำมา จำไม่ได้แล้วว่าอะไร แต่เห็นเขาบอกว่ามีหลายอย่างมาก

  • ลำไส้ใหญ่ ทวารหนักนี่ก็มี เห็นเพื่อนบอกเจ็บน้อยกว่าแบบเปิดแผลใหญ่
  • นรีเวชด้วย อันนี้ไม่ค่อยรู้รายละเอียด แต่เพื่อนบอกว่าผ่าตัดส่องกล้องสะดวกกว่าเยอะ
  • กระดูกสันหลัง! อืมมม อันนี้ไม่น่าเชื่อว่าทำได้ด้วยวิธีส่องกล้อง เทคโนโลยีไปไกลมากจริงๆ
  • กระเพาะอาหาร เคยเห็นในสารคดี น่ากลัวแต่ก็เจ๋งดี แผลเล็กหายไว
  • ไส้ติ่งอักเสบ หรือลำไส้อุดตัน ก็มีนะ แบบนี้ส่องกล้องได้นี่ โชคดีมากเลยสำหรับคนไข้
  • นิ่วในถุงน้ำดี! จำได้แม่นเลย ป้าฉันไปทำที่นี่แหละ หายไวมาก ปกติต้องพักฟื้นนาน แต่ส่องกล้องนี่ เร็วขึ้นเยอะ

ปีนี้ไม่รู้มีเพิ่มอะไรใหม่หรือเปล่า ต้องไปเช็คเว็บไซต์อีกที แต่เท่าที่จำได้ก็ประมาณนี้แหละ เหนื่อยแล้ว คิดอะไรไม่ออกแล้ว ขอไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันใหม่ อ้อ! ลืมไป รพ.กรุงเทพภูเก็ตเนี่ย แพงอยู่นะ ต้องคิดให้ดีๆก่อนตัดสินใจ แต่ก็คุ้มค่าอยู่หรอก ถ้าเงินถึงนะ

ประเภทของแผลผ่าตัดมีกี่ประเภท?

โหย! แผลผ่าตัดนี่มันเยอะกว่าที่คิดนะพ่อคุณ! ไม่ใช่แค่มี 4 ประเภทหรอกนะ มันมีมากกว่านั้นอีกเยอะแยะไปหมด จนหมอเองยังต้องนั่งถอนหายใจกับความซับซ้อนของมันเลย! เอาเป็นว่า เรามาสรุปแบบขำๆ ให้เข้าใจง่ายๆ กันดีกว่า

  • แผลผ่าตัดสะอาด (Clean Wound): นี่คือแผลในฝันของหมอ! สะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนเพิ่งล้างจานเสร็จใหม่ๆ แทบไม่มีเชื้อโรคเลย นี่แหละที่เรียกว่า "แผลเทพ" โอกาสติดเชื้อน้อยมากกกกกก

  • แผลผ่าตัดสะอาดปนเปื้อน (Clean-Contaminated Wound): เริ่มมีเชื้อโรคแอบแฝงบ้างแล้ว เหมือนผักที่ล้างไม่สะอาด ยังพอรับได้ แต่ต้องระวังตัวหน่อย หมออาจจะสั่งยาฆ่าเชื้อเพิ่ม เผื่อมันจะดื้อยาขึ้นมา

  • แผลผ่าตัดปนเปื้อน (Contaminated Wound): โอ้โห! นี่มันเหมือนสนามรบเลยนะ เชื้อโรคเยอะแยะไปหมด หมอคงต้องใช้ยาแรงๆ แล้วก็ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่อย่างนั้นอาจจะติดเชื้อได้ง่ายๆ

  • แผลผ่าตัดสกปรก (Dirty Wound): นี่มัน... อธิบายไม่ถูกเลย! เหมือนเอาขยะมาปนกับแผล เชื้อโรคระบาดเต็มไปหมด ต้องรีบจัดการอย่างด่วน ไม่งั้นมีหวังแผลเน่าแน่ๆ

เรื่องยาปฏิชีวนะนี่สำคัญมาก! การเลือกใช้ยาต้องดูลักษณะแผลเป็นหลัก แต่ละแผลก็ต้องใช้ยาที่แตกต่างกันไป ไม่ใช่ว่าจะใช้ยาตัวเดียวได้กับทุกแผลนะ เหมือนกับการเลือกกินอาหาร คนอ้วนกินไม่เหมือนคนผอม คนเป็นเบาหวานก็กินอีกแบบ มันต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย แผลก็เช่นกัน! ปีนี้ (2566) ก็ยังคงเน้นการใช้ยาอย่างระมัดระวัง เพราะแบคทีเรียดื้อยาเยอะขึ้น หมอต้องเลือกยาที่เหมาะสมจริงๆ เพื่อป้องกันการดื้อยาในอนาคต ถึงจะได้ผลดี

เพิ่มเติมเล็กน้อย (แต่สำคัญมาก): การเลือกใช้ยาปฏิชีวนะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่าไปคิดเองเออเองใช้ยาเองเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ และหมอจะใช้การตรวจวินิจฉัยหลายอย่างประกอบ ไม่ใช่แค่ดูแผลอย่างเดียวนะ เรื่องนี้ต้องปรึกษาแพทย์เท่านั้น! จำไว้! อย่ามั่วใช้ยาเอง!