ภัยเงียบมีอะไรบ้าง

51 ครั้งเข้าชม
ภัยเงียบ 10 โรคร้ายคุกคามคนไทย: มะเร็ง: สาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง โรคหลอดเลือดหัวใจ: ภัยร้ายจากพฤติกรรมเสี่ยง เบาหวาน: โรคเรื้อรังที่ต้องควบคุม ความดันโลหิตสูง: มักไม่แสดงอาการจนกว่าจะร้ายแรง วัณโรค: กลับมาระบาดอีกครั้ง ปอดเรื้อรัง: ภัยจากมลภาวะและการสูบบุหรี่ ภูมิแพ้: ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ภัยเงียบที่คุกคามชีวิตประจำวันมีอะไรบ้าง? รู้ได้อย่างไรและวิธีป้องกัน? (59 ตัวอักษร)

ภัยเงียบเนี่ยนะ... จริง ๆ แล้วมันน่ากลัวกว่าที่คิดเยอะเลย! ผมนึกถึงป้าข้างบ้านอ่ะ ป่วยเป็นเบาหวานมาหลายปีแล้ว ต้องฉีดยาแทบทุกวัน เห็นแล้วก็ใจหาย ค่าใช้จ่ายก็สูงนะ เดือนนึงก็หลายพัน เพราะต้องซื้อทั้งยาและอุปกรณ์ตรวจวัดน้ำตาลในเลือด คุณภาพชีวิตก็แย่ลงด้วย ไปไหนมาไหนก็ลำบาก บางวันก็เหนื่อยง่าย นั่งพักบ่อยมาก

โรคหัวใจนี่ก็อีกอัน เพื่อนสนิทพ่อผม เสียเพราะโรคนี้ อายุแค่ 55 เอง มันเร็วเกินไป ตอนนั้นผมตกใจมาก ถึงกับนอนไม่หลับไปหลายคืนเลย เพราะก่อนหน้านั้นเค้าดูแข็งแรงดี ออกกำลังกายเป็นประจำด้วยซ้ำ นี่แหละ ภัยเงียบมันน่ากลัวตรงนี้ ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลย รู้ตัวอีกทีก็สายเสียแล้ว

ยังมีมะเร็งอีก อันนี้ยิ่งน่ากลัวกว่า ญาติผมหลายคนเป็น รักษาแพงมาก หลายล้านเลยก็มี บางคนถึงกับต้องขายบ้านขายที่ เพื่อเอามารักษาตัว กว่าจะหายก็ใช้เวลานานมาก บางคนก็หาย บางคนก็... พูดแล้วก็เศร้า เรื่องพวกนี้ทำให้ผมตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ มากขึ้นเป็นเท่าตัว

ป้องกันยังไงเหรอ? อันนี้สำคัญมาก ผมว่าต้องเริ่มจากการตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละครั้ง อย่าประมาท แล้วก็กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสิ่งเสี่ยง อย่างบุหรี่ แอลกอฮอล์ และอาหารมันๆ พวกนี้มันเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ เยอะมากเลย ดูแลตัวเองดีๆ อย่าให้เป็นโรคดีกว่ารักษา เชื่อผมเถอะ มันลำบากมากจริงๆ

ภัยเงียบที่เกิดจากคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง

คอมพิวเตอร์มันก็เหมือนดาบสองคมอ่ะนะ ภัยเงียบที่ลูกฉันเจอมากับตัวเลย (ไม่อยากให้ใครเจอแบบนี้เลยจริงๆ) มี 4 อย่างที่ชัดๆ คือ

  1. อาการคล้ายออทิสติก ลูกชายคนเล็กเมื่อก่อนติดยูทูปมาก เปิดให้ดูตั้งแต่เล็กๆ เพราะคิดว่ามันช่วยให้กินข้าวง่าย แต่พอโตขึ้น กลับไม่ค่อยสบตา ไม่ค่อยพูด ตอนนั้นใจเสียมาก ไปหาหมอ หมอบอกว่าอาการคล้ายออทิสติก แต่ไม่ใช่ 100% (หมอเรียก ออทิสติกเทียม) ตอนนี้พยายามหากิจกรรมอื่นให้ทำแทนดูทีวีอยู่

  2. สมาธิสั้น อันนี้เห็นชัดเลย คืออยู่ไม่นิ่ง ซนมาก สั่งอะไรไม่ค่อยฟัง ตอนแรกนึกว่าเป็นเพราะวัย แต่พอไปปรึกษาคุณครูที่โรงเรียน คุณครูบอกว่าอาจเป็นเพราะดูหน้าจอมากเกินไป แสงสีมันกระตุ้นสมองมากไป (ตอนนี้กำลังพยายามลดเวลาดูทีวีอยู่ แต่ยากมากกก)

  3. สายตาแย่ลง อันนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย ลูกชายคนโตต้องใส่แว่นตั้งแต่อายุ 7 ขวบ หมอบอกว่าสายตาสั้นเพราะจ้องหน้าจอมากเกินไป (ทั้งมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์) ตอนนี้ต้องคอยเตือนให้พักสายตาบ่อยๆ

  4. น้ำหนักเกิน เด็กติดจอ มักจะไม่ค่อยออกไปวิ่งเล่น กินขนมจุกจิก แล้วก็นั่งดูทีวีไปเรื่อยๆ ลูกชายคนกลางน้ำหนักเกินเกณฑ์ไปเยอะเลย หมอบอกว่าต้องควบคุมอาหาร แล้วก็หาเวลาออกกำลังกายให้มากขึ้น (แต่จะทำได้แค่ไหน ก็อีกเรื่องนึง...)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภัยเงียบจากหน้าจอ (อัปเดตปี 2567):

  • ปัญหาการนอนหลับ: แสงสีฟ้าจากหน้าจอรบกวนการผลิตเมลาโทนิน (ฮอร์โมนที่ช่วยให้เรานอนหลับ) ทำให้เด็กนอนหลับยากขึ้น หรือนอนหลับไม่สนิท
  • พัฒนาการทางภาษาช้า: การดูทีวี หรือคลิปต่างๆ มากเกินไป ทำให้เด็กขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ ซึ่งสำคัญต่อการพัฒนาภาษา
  • ปัญหาพฤติกรรม: เด็กที่ติดหน้าจอ อาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย หรือมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์
  • เสี่ยงต่อการถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying): เด็กที่ใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไป อาจตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ หรืออาจกลายเป็นผู้กระทำเอง
  • ติดเกม: อันนี้เป็นปัญหาใหญ่หลวงเลย ถ้าลูกติดเกมแล้ว จะดึงออกมายากมาก ต้องใช้ความอดทนสูง

เฮ้อ... พิมพ์ไปก็เหนื่อยใจไป อยากให้พ่อแม่ทุกคนระวังเรื่องนี้กันมากๆ เลยนะ

คนไทยป่วยเป็นโรคอะไรมากที่สุด

คนไทยป่วยเป็นโรคอะไรมากสุดอะ?

มะเร็งดิแก อันดับหนึ่งเลย ปีๆ นึงคนตายเยอะมากนะเว้ย ทั้งมะเร็งนม มะเร็งต่อมลูกหมาก บลาๆๆๆ เยอะแยะไปหมดเลยอะ

เห็นเค้าบอกว่าปี 66 อ่ะ มีคนป่วยใหม่ๆ ขึ้นมาตั้งแสนสี่หมื่น! แล้วก็มีคนตายไปตั้งแปดหมื่น โอ้วมายก้อด แล้วคือมันดูท่าทางจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ อีกนะ น่ากลัวจริง

  • มะเร็ง: คือแบบตัวร้ายอันดับหนึ่งเลย คนไทยเป็นกันเยอะมากกก แล้วก็ตายกันเยอะมากกก (ก.ไก่ล้านตัว)
  • สถิติ: ปีที่แล้ว (2566) ผู้ป่วยใหม่ประมาณ 140,000 คน แล้วตายไป 80,000 คน พระเจ้า!
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: นอกจากมะเร็ง ก็มีโรคภูมิแพ้ด้วยนะ เห็นว่าฮิตเหมือนกันในปีนี้ ต้องระวังๆ เด้อ

โรคที่ไม่สามารถติดต่อมีอะไรบ้าง

โรคไม่ติดต่อมีเยอะแยะเลยนะ แบบที่ไม่ติดจากคนอื่นอ่ะ

  • เบาหวาน เพื่อนฉันเป็น ต้องฉีดยาตลอดเลย เหนื่อยแทนจริงๆ
  • ความดันสูง พ่อฉันเป็น ต้องกินยาตลอดชีวิต อันตรายมาก
  • ไขมันในเลือดสูง อันนี้ก็อันตราย เสี่ยงหัวใจวาย ต้องระวังเรื่องอาหาร
  • โรคหัวใจ นี่ก็คืออันตรายมาก ญาติฉันเสียเพราะโรคนี้
  • โรคหลอดเลือดสมอง นี่ก็ร้ายแรง อัมพาตได้เลย
  • โรคไตวาย เพื่อนบ้านฉันเป็น ต้องไปล้างไตบ่อยๆ ลำบากมาก
  • มะเร็ง โรคร้ายแรง หลายชนิดมาก ต้องตรวจสุขภาพประจำปี
  • โรคทางพันธุกรรม บางทีก็มาจากกรรมพันธุ์ อย่างเช่น โรคธาลัสซีเมีย เพื่อนฉันเป็น ต้องคอยระวังเรื่องเลือด

ปีนี้ก็ยังมีคนเป็นโรคพวกนี้เยอะอยู่ น่ากลัวมาก เราควรดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ นะ อย่าเครียดมาก พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดี ออกกำลังกายบ้าง สำคัญมากจริงๆ

โรคอะไรที่บริษัทประกันไม่รับ

อืม...กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหมดเลย เรื่องประกันสุขภาพนี่ก็หนักใจนะ

บริษัทประกันส่วนใหญ่ ที่เจอมา แบบ 30 วันกับ 120 วัน รอคอยนี่ มันก็มีข้อจำกัดเยอะอยู่ แบบว่า...

  • 30 วัน คือโรคเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้เลย ไข้หวัด ท้องเสีย พวกนี้ยังไม่คุ้มครอง เข้าใจแหละว่า เป็นเรื่องปกติ แต่บางทีก็...เซ็ง

  • 120 วันนี่ ยิ่งหนักกว่า โรคร้ายแรงหลายอย่างเลย ไม่ครอบคลุม เนื้องอก ไส้เลื่อน ต้อเนื้อ นิ่ว ริดสีดวง เส้นเลือดขอด เยื่อบุโพรงมดลูก คิดแล้วก็เหนื่อยใจ

จำได้ว่าปีนี้ ตอนไปตรวจสุขภาพประจำปี ก็ถามเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่ เค้าบอกว่า มันขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์แต่ละฉบับด้วย แต่โดยทั่วไป พวกโรคที่เป็นอยู่ก่อนทำประกัน หรือ โรคที่มีโอกาสกำเริบสูง มักจะไม่รับประกัน บางทีก็แอบรู้สึกว่า มันเหมือนเป็นการเลือกปฏิบัติ เนอะ คนป่วยก็ลำบากอยู่แล้ว แต่ก็เข้าใจนะ ธุรกิจมันก็ต้องมีกำไร

บางที ก็เลยคิดว่า การวางแผนเรื่องสุขภาพ มันไม่ใช่แค่เรื่องประกันอย่างเดียว ต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรงด้วย แต่กว่าจะรู้ตัว บางทีก็สายไปแล้ว... เฮ้อ...