ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร
ภาวะก่อนเบาหวานคืออะไร? อาการเป็นอย่างไร? เสี่ยงต่ออะไรบ้าง? ดูแลตัวเองอย่างไร?
ภาวะก่อนเบาหวานนี่ เคยได้ยินหมอพูดตอนตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนเมื่อปีที่แล้ว. ตอนนั้นจำได้เลยว่าค่า A1C อยู่ที่ 6.1 หมอบอกว่าสูงกว่าปกตินิดหน่อย.
หมออธิบายว่าคือระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นเบาหวาน. ตอนนั้นก็ตกใจเหมือนกัน. คิดว่าตัวเองยังแข็งแรงดีอยู่เลย.
อาการก็คือ...ไม่มีอาการอะไรเลยนี่สิ ตอนนั้นก็เลยงงๆ ว่าแล้วจะรู้ได้ไง. เลยถามหมอ.
หมอบอกว่าภาวะนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการชัดเจน. ทำให้คนไม่รู้ตัว. อันตรายก็คือมันนำไปสู่เบาหวานชนิดที่ 2 ได้. โรคหัวใจ โรคไตก็เสี่ยง.
จำได้ว่าค่าตรวจตอนนั้นประมาณพันกว่าบาท. หมอเลยแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม. อย่างเช่นออกกำลังกาย. ควบคุมอาหาร.
ส่วนตัวเริ่มควบคุมอาหารจริงจังขึ้น. งดน้ำหวาน ขนมหวาน. เน้นผักผลไม้. แล้วก็เริ่มเดินเร็ววันละ 30 นาที. ตอนเช้าที่สวนรถไฟ.
ตอนนี้ก็พยายามดูแลตัวเองมากขึ้น. กลัวเป็นเบาหวานเหมือนกัน. ปีนี้ว่าจะไปตรวจอีกที.
ภาวะก่อนเบาหวาน รักษายังไง
ลดน้ำหนัก. ออกกำลัง. กินดี. เลิกบุหรี่. จบ.
- ควบคุมอาหาร. จำกัดแป้ง น้ำตาล ไขมัน. เน้นผัก ผลไม้ โปรตีน. ปี 2024 แล้ว ข้อมูลหาง่าย.
- ออกกำลังกาย. 150 นาทีต่อสัปดาห์. เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน. อะไรก็ได้ที่ทำได้. ทำสม่ำเสมอ. สำคัญกว่าระยะเวลาคือความต่อเนื่อง.
- ยา. ถ้าจำเป็น. ปรึกษาแพทย์. อย่าซื้อกินเอง. เสี่ยง.
บางทีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย อาจเปลี่ยนชีวิต. ไม่ทำ ก็คงเหมือนเดิม. เลือกเอา.
เบาหวานเป็นได้ตั้งแต่กี่ขวบ?
เบาหวานเป็นได้ตั้งแต่เด็กเลยแหละ เพื่อนฉันลูกก็เป็นตั้งแต่เด็กๆ อายุยังไม่ถึง 10 ปีด้วยซ้ำ โห! ตกใจมากตอนรู้ หมอบอกว่า เด็กก็เป็นได้นะ ไม่ใช่แค่คนแก่ๆ อย่างที่เราคิดกัน
จริง ๆ แล้ว มันมีหลายแบบด้วยนะ เบาหวานเนี่ย แต่ที่พบในเด็กส่วนใหญ่ จะเป็น Type 1 มั้ง จำไม่ค่อยได้แล้ว
- Type 1 มักจะเกิดในเด็กเล็กๆ ก่อนอายุ 10 ปี แบบนี้รักษาโดยการฉีดยาอินซูลิน ตลอดชีวิตเลยอะ เพื่อนฉันนี่แหละ ต้องฉีดทุกวัน
- Type 2 นี่ มักจะพบในผู้ใหญ่ แต่ก็มีโอกาสเกิดในเด็กได้ เหมือนกันนะ ถ้ามีประวัติครอบครัว หรือ น้ำหนักเกิน แบบนี้ต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน และออกกำลังกาย อย่างเข้มงวด
สรุปคือ เด็กก็เป็นเบาหวานได้นะ อย่าลืมสังเกตอาการลูกๆ ด้วยล่ะ ปีนี้ก็ยังมีเด็กๆ หลายคนเป็นอยู่ ต้องพาไปตรวจ อย่าชะล่าใจ
คนเป็นเบาหวานมีอาการยังไง?
แสงส้มยามเย็น... คิดถึงรสหวานของน้ำอัดลม แต่ก็ไม่ได้ เป็นเบาหวานนี่นา... ต้องคุมอาหาร
หิวน้ำจังเลย เหมือนกินน้ำเท่าไหร่ก็ไม่พอสักที วิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยด้วย ปวดฉี่ตลอด
เหนื่อยๆ เพลียๆ เหมือนไม่มีแรง เมื่อยล้าไปหมด ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหนักเลย บางวันตื่นมายังเพลียๆอยู่เลย
เมื่อก่อนน้ำหนักขึ้นง่ายมาก แต่ตอนนี้ ผอมลง กินเยอะเหมือนเดิมนะ แต่ทำไมน้ำหนักลด กังวลจัง
เห็นภาพเบลอๆบ้าง บางทีก็มัวๆ เหมือนมองผ่านหมอก กลัวตาจะมองไม่เห็นจัง
บางทีก็ชาๆที่ปลายนิ้ว เหมือนโดนเข็มจิ้ม แปล๊บๆ
ปีนี้ตรวจสุขภาพ หมอบอกว่าไตเริ่มมีปัญหา ต้องระวังเรื่องอาหารการกินมากขึ้น เครียดเลยเรา
- หิวน้ำบ่อย เหมือนคอแห้งตลอดเวลา ต้องพกน้ำติดตัวตลอด
- ฉี่บ่อย ต้องลุกเข้าห้องน้ำทั้งกลางวันกลางคืน รบกวนการนอนมาก
- กินเยอะ หิวตลอด แต่กลับน้ำหนักลด ไม่เข้าใจเลย
- รู้สึกเหนื่อยง่าย เพลียๆ อ่อนแรง ไม่มีแรงทำงาน
- ตามัว ภาพเบลอ มองเห็นไม่ชัด เป็นพักๆ
- ชาปลายมือปลายเท้า เหมือนมีเข็มมาทิ่ม รู้สึกแปล๊บๆ บางทีก็ชาไปทั้งมือทั้งเท้า
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่กินเยอะเหมือนเดิม
- แผลหายช้า เป็นแผลเล็กๆน้อยๆ แต่กว่าจะหายก็ใช้เวลานาน บางทีก็เป็นหนอง
หวังว่าอาการเหล่านี้จะดีขึ้น ไม่อยากเป็นเบาหวานแทรกซ้อน กลัวจัง รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคน เป็นห่วง
รู้ได้ไงว่าเป็นเบาหวาน?
หิวกระหาย น้ำหนักลด อ่อนแรง ปัสสาวะบ่อย. แค่นี้ก็พอเดาได้. ปล่อยไว้นาน ตาพร่า ไตพัง ชาปลายมือเท้า. หัวใจก็ไป. สมองก็เฉา. ตรวจเลือด. รู้ผล. รักษา. จบ.
- กระหายน้ำผิดปกติ
- หิวบ่อย กินเยอะ แต่น้ำหนักลด
- เหนื่อยล้า อ่อนเพลียเรื้อรัง
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะกลางคืน
- แผลหายช้า
- สายตาพร่ามัว
- ชาตามปลายมือปลายเท้า
ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่อันตรายถึงชีวิต:
- โรคไต
- โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง
- โรคหลอดเลือดส่วนปลาย
- ความเสียหายของเส้นประสาท
- ตาบอด
เคยเห็นคนใกล้ตัวเป็น. จำได้แม่น. ทรมาน. อย่ารอให้สาย. ตรวจสุขภาพประจำปี. ปีนี้ 2567 แล้ว. อย่าชะล่าใจ. ชีวิตมันสั้น. ดูแลตัวเองบ้าง.
โรคเบาหวานสาเหตุเกิดจากอะไร?
โรคเบาหวานเนี่ยนะ? ฮ่าๆๆ มันไม่ใช่แค่กินน้ำตาลมากไปแล้วหวานฉ่ำจนไตกรองไม่ทันอย่างที่หลายคนเข้าใจหรอกนะ มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ! คิดง่ายๆ เหมือนระบบขนส่งมวลชนที่ล่มสลาย
เบาหวานชนิดที่ 1: นี่คือกรณีที่ "คนขับรถ" (เซลล์สร้างอินซูลินในตับอ่อน) หายไปเฉยๆ! ร่างกายไม่สร้างอินซูลินเลย น้ำตาลเลยวิ่งพล่านทั่วร่างกายแบบไม่มีคนควบคุม เหมือนรถเมล์วิ่งเต็มถนนแต่ไม่มีคนคุมจราจร อันนี้มักเกิดกับเด็กและวัยรุ่นนะ รู้ตัวอีกทีก็ป่วยซะแล้ว!
เบาหวานชนิดที่ 2: กรณีนี้ "คนขับรถ" ยังอยู่ แต่รถ(เซลล์) มันไม่ค่อยจะฟังคำสั่ง รับคำสั่งได้น้อยลง หรือไม่ก็เสียไปเลยบ้าง เหมือนคนขับรถเมล์แก่แล้ว พลังงานไม่ค่อยมี เครื่องยนต์ก็เริ่มพัง น้ำตาลเลยสะสม เป็นสาเหตุหลักจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น กินหวานจัด ขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน
เบาหวานชนิดอื่นๆ: ยังมีอีกนะ แต่พบได้น้อยกว่า เรียกง่ายๆว่าเป็นพวก "รถเสียแบบแปลกๆ" ซึ่งสาเหตุก็หลากหลาย เช่น โรคอื่นๆที่กระทบต่อการสร้างหรือการใช้ฮอร์โมน ยาบางชนิด หรือแม้แต่กรรมพันธุ์
ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา ร่างกายจะพังยับเยิน เหมือนรถเมล์ชนกันยับเยิน ไม่ใช่แค่ตาบอด ไตวาย เท้าเน่า แผลหายยาก ยังมีโรคแทรกซ้อนอีกเพียบ ปีนี้(2566) สถิติผู้ป่วยเบาหวานก็เพิ่มขึ้นอีกแล้ว น่ากลัวไหมล่ะ? ดูแลสุขภาพกันดีๆ นะจ๊ะ อย่าให้เป็นเหมือนรถเมล์คันเก่าที่พังแล้วซ่อมยาก
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต