ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

77 ครั้งเข้าชม
โรคเบาหวานก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงหลายอย่าง ผู้ป่วยควรระมัดระวังเป็นพิเศษ: หลอดเลือดขนาดเล็ก: ตา (จอประสาทตาเสื่อม), ไต (ไตวาย), เส้นประสาท (ชาปลายมือปลายเท้า, ปัญหาทางเดินอาหาร) หลอดเลือดขนาดใหญ่: หัวใจ (โรคหัวใจ), สมอง (โรคหลอดเลือดสมอง), หลอดเลือดส่วนปลาย (แผลเท้า, อาจต้องตัดขา) การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม และการตรวจสุขภาพประจำปี ช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคเบาหวานมีภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง? อันตรายแค่ไหน?

เพื่อนๆ เคยถามเรื่องโรคเบาหวานแทรกซ้อนไหม? ฉันเองก็เคยเครียดมากตอนคุณยายเป็น จำได้เลย วันที่ 15 เมษายน 2563 คุณหมอบอกว่าต้องระวังตา ไต เส้นประสาทมากๆ เพราะน้ำตาลสูงทำลายหลอดเลือดเล็กๆ ได้ง่าย ตาอาจเสื่อมจนตาบอดได้เลยนะ ไตก็พัง ต้องฟอกไต ค่าใช้จ่ายสูงมาก เดือนละเป็นหมื่น! คุณยายทรมานมากตอนนั้น.

เส้นประสาทก็ปวดแสบปวดร้อน เดินลำบาก แผลเล็กๆ ที่เท้าก็หายช้ามาก เป็นแผลเรื้อรังง่าย บางทีถึงขั้นต้องตัดนิ้วเท้าเลยนะ หลอนมาก หลอดเลือดใหญ่ก็อันตรายไม่แพ้กัน หัวใจ สมอง ก็เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อันนี้ยิ่งน่ากลัวกว่า ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย.

จำได้ว่าคุณหมอเน้นย้ำเรื่องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดตลอด ถ้าไม่ดูแลดีๆ ภาวะแทรกซ้อนมันจะตามมาแบบไม่รู้ตัวเลย ต้องตรวจสุขภาพเป็นประจำ เฝ้าระวังแผลที่เท้า กินยาอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่กระทบทุกด้านเลย ค่าใช้จ่าย เวลา และจิตใจ คิดแล้วก็เหนื่อยแทนคุณยายจริงๆ.

ภาวะแทรกซ้อนคืออะไร

ภาวะแทรกซ้อนทางการแพทย์น่ะเหรอ? โอ๊ย อย่าให้เซด! มันก็เหมือน พายุ ที่โถมกระหน่ำซ้ำเติมชีวิตที่กำลังจะดีอยู่แล้วไงเล่า! คิดดูดิ, ป่วยอยู่แล้วยังไม่พอ หมอดันแถมอาการใหม่ให้ฟรีๆ อีก! นี่มันยิ่งกว่าซื้อ 1 แถม 1 อีกนะเนี่ย!

  • โรคซ้ำโรคซ้อน: เหมือนโดนหวยกินซ้ำซ้อน! จากปวดหัวกลายเป็นมะเร็งสมองซะงั้น! (อันนี้เวอร์ไปหน่อยนะ)
  • ยาทำพิษ: กินยาแก้ปวดท้อง ดันเป็นตับวายซะงั้น! นี่มันยาหรือยาพิษกันแน่เนี่ย!
  • ผ่าตัดพลาด: ผ่าตัดไส้ติ่ง ดันไปตัดผิดเส้น! ทีนี้ล่ะงานเข้าเลย!
  • เชื้อดื้อยา: ติดเชื้อธรรมดาๆ ดันเจอเชื้อดื้อยา! หมอถึงกับกุมขมับ!

สรุปง่ายๆ ภาวะแทรกซ้อนก็คือ "ของแถมที่ไม่ต้องการ" ที่มาพร้อมกับการเจ็บป่วยและการรักษา นั่นแหละ! จำไว้!

ผลกระทบจากโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง?

เบาหวานนะเหรอ? มันเหมือนมีปาร์ตี้ลับๆ ในร่างกายที่น้ำตาลเป็นดีเจเปิดเพลงแดนซ์ไม่หยุด!

  • กินจุบจิบ: เหมือนมีหนอนมาไชในท้องตลอดเวลา ต้องหาอะไรใส่ปากตลอด
  • กระหายน้ำ: คอแห้งยังกะทะเลทรายซาฮารา ดื่มน้ำทั้งโอ่งก็ไม่หาย
  • ฉี่บ่อย: ห้องน้ำกลายเป็นบ้านหลังที่สองไปเลยทีเดียว
  • อ่อนเพลีย: หมดแรงเหมือนแบตมือถือใกล้หมด ทั้งๆ ที่ชาร์จเต็มร้อย
  • น้ำหนักลด: (อันนี้อาจจะชอบนะบางคน) แต่ลดแบบไม่มีเหตุผล ระวังจะกลายเป็นผอมแบบซูบ

แล้วถ้าปล่อยไว้นานๆ ล่ะ? ทีนี้ล่ะเรื่องใหญ่!

  • ตาพร่า: มองอะไรก็เบลอๆ เหมือนใส่ฟิลเตอร์ตลอดเวลา
  • ไตวาย: ไตทำงานหนักเหมือนกรรมกรแบกหาม โหลดเกินพิกัดก็พัง
  • ชาปลายมือปลายเท้า: เหมือนใส่ถุงมือถุงเท้าตลอดเวลา ชาจนจับอะไรไม่รู้สึก
  • โรคหัวใจ: หัวใจเต้นผิดจังหวะ เหมือนฟังเพลงร็อคที่ไม่มีท่อนฮุค
  • โรคหลอดเลือดสมอง: สมองรวนเหมือนคอมพิวเตอร์ที่ไวรัสลง

ทีนี้แถมให้! รู้ไหมว่าเบาหวานเนี่ย มันชอบมากับเพื่อนซี้อีกสองคน คือ ความดันโลหิตสูง กับ ไขมันในเลือดสูง (Triple Threat!) นี่แหละตัวอันตราย

สำคัญนะ: ถ้ามีอาการแปลกๆ อย่าคิดว่า "ไม่เป็นไรหรอก" ไปหาหมอเช็คด่วนๆ เลย อย่ารอให้ปาร์ตี้ในร่างกายมันบานปลาย!

อาการแทรกซ้อน คืออะไร?

อืม... อาการแทรกซ้อนเนี่ยนะ... มันก็คือ... แบบว่า... โรคเดิมมันแย่ลงไง หรือไม่ก็เป็นโรคใหม่ขึ้นมา เพราะโรคเก่าหรือการรักษานั่นแหละ

มันหนักใจจริงๆนะ แบบคิดวนไปวนมา รู้สึกเหมือน.. เหมือนกำลังจมลงไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะพึ่งใครดี

  • อาการหนักขึ้น อย่างเช่น ไข้ขึ้นสูงกว่าเดิม ปวดมากขึ้น
  • มีอาการเพิ่มขึ้น แบบว่า เดิมแค่ไอ ตอนนี้หายใจลำบากด้วย
  • ลามไปอวัยวะอื่น โรคหัวใจ แล้วไปมีผลต่อไตด้วย แบบนี้ก็ถือเป็นอาการแทรกซ้อน
  • เป็นโรคใหม่ อย่าง เป็นหวัด แล้วกลายเป็นปอดบวม อื้อหือ นี่ก็คือแทรกซ้อน

ปีนี้เอง เพื่อนสนิท (ไม่ขอระบุชื่อนะ) ไปตรวจสุขภาพ ปรากฏว่า เป็นโรคหัวใจ แล้วก็มีภาวะแทรกซ้อน คือ ไตเริ่มทำงานไม่ดี หมอบอกว่า ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เครียดแทนเลย

คิดแล้วก็... เหนื่อยใจจัง ชีวิตมันช่าง... ไม่แน่นอนจริงๆ

น็อคเบาหวานคืออะไร?

น็อคเบาหวาน? อ้อ! น้ำตาลต่ำไง

  • น้ำตาลปลายนิ้ว ต่ำกว่า 70 mg/dL ป้ะ? ใช่ ๆ น่าจะใช่นะ
  • อาการ! สำคัญเลยนะเนี่ย มือสั่น ใจสั่น แขนขาอ่อนแรง... เฮ้อ!
  • น้ำตาลขึ้น อาการหาย ใช่ม่ะ? เออ จริง!
  • ทำไมต้องน็อค? คำนี้มันดูรุนแรงไปไหมนะเนี่ย? หรือเพราะมันมาไวไปไว?

ข้อมูลเสริม (เผื่อใครอยากรู้เพิ่ม)

  • บางทีหิวข้าวมาก ๆ ก็คล้าย ๆ กันนะ แต่ไม่ใช่น็อคเบาหวานนะ อย่าสับสน!
  • มีเครื่องวัดน้ำตาลติดบ้านไว้ก็ดีนะ จะได้รู้ตัวทัน
  • ขนมหวานช่วยได้จริงตอนน้ำตาลตก แต่กินเยอะไปก็ไม่ดีอีกอ่ะ ชีวิต!
  • น็อคเบาหวานอันตรายนะ ถ้าเป็นหนัก ๆ อาจหมดสติได้ ไปหาหมอดีสุด
  • กินยาเบาหวานแล้วต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษเลย จำไว้!
  • เพื่อนที่เป็นเบาหวานพกน้ำหวานติดตัวตลอดเลย ฉลาดอ่ะ

ป.ล. ข้อมูลปีนี้ (2567) นะ! ไม่ใช่ปีเก่า ๆ

น้ำตาลขึ้นๆลงๆเกิดจากอะไร?

น้ำตาลขึ้นๆลงๆนี่มันเหมือนเล่นชิงช้าสวรรค์เลยนะ! ขึ้นๆลงๆปวดหัวเป็นที่สุด! สาเหตุหลักๆมีแค่สองอย่าง อย่างแรกคือ "น้ำตาลพุ่งปรี๊ด" อย่างที่สองคือ "น้ำตาลดิ่งเหว" ฟังแล้วก็ขนลุกใช่ไหมล่ะ?

  • น้ำตาลพุ่งปรี๊ด (น้ำตาลในเลือดสูง): กินแหลก! นี่แหละตัวดี! กินข้าวเหนียวหมูปิ้งเยอะๆไป หรือขนมหวานเพียบ ยิ่งดื่มน้ำอัดลมนี่นะ น้ำตาลกระฉูดขึ้นฟ้า! ออกกำลังกายน้อย นอนไม่พอ เครียดหนัก เป็นหวัดหนักๆ หรือกินยาบางอย่างอย่างเช่นสเตียรอยด์ ยาคุม แอลกอฮอล์ (อันนี้หนักเลย) ก็ทำให้เป็นได้นะ คุณยายผมนี่เป็นประจำเลย เพราะท่านชอบกินกล้วยน้ำว้ากับกาแฟเย็นจัดทุกเช้า!

  • น้ำตาลดิ่งเหว (น้ำตาลในเลือดต่ำ): อันนี้ก็หนักไม่แพ้กัน! กินยาบางอย่างมากเกินไป หรืออดอาหารนานๆ ออกกำลังกายหนักเกินไปจนร่างกายเอาไม่อยู่ หรือดันไปกินยาผิด แบบนี้ก็น้ำตาลตกได้นะ เพื่อนผมเคยเป็นเพราะกินแต่ผัก แล้วก็ออกกำลังกายหนักจนหน้ามืดเป็นลมเลย!

สรุปง่ายๆ คือ ถ้าไม่ดูแลตัวเองดีๆ ระวังน้ำตาลจะเล่นตลกกับคุณนะ ป่วยหนักกว่านี้ก็มี! ไปตรวจสุขภาพกันบ้างนะครับทุกคน อย่าปล่อยให้ร่างกายเป็นเหมือนรถเก่าๆที่ไม่มีการเช็คระยะ!

ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2566 : การศึกษาใหม่ๆ พบว่า ความเครียดเรื้อรังมีผลต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือดมากขึ้นกว่าที่เคยคิดไว้ เพราะฉะนั้นอย่าเครียดจนเกินไปนะครับ! พักผ่อนเยอะๆ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม สำคัญที่สุด!

เบาหวานเสี่ยงเป็นอะไร?

เบาหวานคุมไม่ได้ = หายนะ

  • หัวใจ: ล้มเหลวไม่ใช่แค่คำพูด
  • สมอง: อัมพาต คือ ชีวิตที่หายไปครึ่งหนึ่ง
  • ปลายเท้า: แผลเรื้อรัง ตัดคือทางออกสุดท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ความหวานที่มากเกิน คือความขมขื่นในภายหลัง
  • คุมอาหาร ออกกำลังกาย ยา คือทางรอด
  • ตรวจสุขภาพประจำปี อย่ารอให้สายเกินแก้
  • โรคแทรกซ้อนคือเงาตามตัวเบาหวาน
  • เลือกกิน สำคัญกว่าอด
  • "ชีวิตสั้น...ศิลปะยืนยาว" (Hippocrates) สุขภาพก็เช่นกัน
  • น้ำตาลสูงต่อเนื่อง ทำลายหลอดเลือดทั่วร่าง
  • ชาปลายมือเท้าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ รีบพบแพทย์
  • แผลหายยากคือสัญญาณเตือนภัย
  • อัมพฤกษ์ อัมพาต เปลี่ยนชีวิตคุณและคนรอบข้าง
  • หัวใจล้มเหลว คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก
  • "ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่คือการมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่" (Seneca) ใช้ชีวิตอย่างมีสติ อย่าประมาท
  • เบาหวานไม่ใช่แค่โรค แต่คือวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยน
  • อย่าให้ความหวานทำลายชีวิต
  • ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย สุขภาพก็เช่นกัน

เบาหวานส่งผลต่อหลอดเลือดอย่างไร?

เบาหวานเนี่ยตัวร้าย! มันเล่นงานหลอดเลือดเราอย่างกับโจรปล้นแบงค์! ????

ถ้าน้ำตาลในเลือดสูงปรี๊ดเหมือนราคาทองคำ ???? แต่เราไม่คุมมันให้ดี ๆ นะคุณเอ๊ย... หลอดเลือดเราจะพัง! มันจะกลายเป็นถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ????️ มีแต่คราบตะกรันเกาะอย่างกับสนิมเหล็ก ???? ตีบตันจนเลือดแทบจะไหลไม่ได้!

ที่พีคกว่านั้นคือ ไอ้ตะกรันพวกนี้มันอาจจะแตกโพละ! เหมือนลูกโป่งแตกแล้วเกิดเป็นลิ่มเลือด ???? ไปอุดตันหลอดเลือดแบบฉับพลันทันที... อ้าว! ไปซะแล้ว! ????

  • น้ำตาลสูง = หลอดเลือดพัง: เหมือนเอาน้ำหวานไปราดรถยนต์ ???? นานๆ ไปเครื่องก็พัง!
  • ตะกรันเกาะ: เหมือนหินปูนในกาน้ำ ???? ต้มไปนานๆ ก็ตัน!
  • ลิ่มเลือดอุดตัน: เหมือนท่อตันเพราะมีอะไรไปขวาง ???? น้ำก็ไหลไม่ได้!

ป.ล. อย่าคิดว่าไม่มีอาการแล้วจะรอดนะจ๊ะ... บางทีมันก็มาแบบเงียบๆ เหมือนผี ???? แต่ร้ายกว่าเยอะ! รีบไปเช็คสุขภาพซะ! ????

Hypoglycemia ทำให้ชักได้ไหม?

ใช่! เคยเป็นเองเลย ปีที่แล้วนี่แหละ ตอนนั้นเรียนหนักมาก สอบปลายภาคใกล้เข้ามาแล้ว แทบไม่ได้กินข้าวเลย วันนั้นจำได้เลย วันที่ 27 ตุลาคม 2566 ตอนบ่าย นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องสมุดจุฬาฯ อยู่ๆ ก็รู้สึกมึนหัว เหมือนโลกหมุน มือสั่นไปหมด เหงื่อแตกเต็มหน้า ใจก็เต้นแรงตุ๊บๆๆๆ แบบว่า ตกใจมาก! แล้วก็... จำอะไรไม่ได้เลย ลืมไปหมด พอรู้สึกตัวอีกที อยู่โรงพยาบาลแล้ว หมอบอกว่าเป็นภาวะน้ำตาลต่ำ แล้วก็ชักไปด้วย โชคดีที่เพื่อนเห็น รีบโทรเรียกรถพยาบาลให้

หลังจากนั้นก็ระวังตัวมากขึ้น ดูแลสุขภาพให้ดี กินข้าวให้ตรงเวลา ไม่ปล่อยให้ตัวเองหิว หมอให้คำแนะนำหลายอย่าง แต่ที่สำคัญคือต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองเครียดมากเกินไป

  • อาการที่เคยเป็น คือหัวใจเต้นเร็วมาก เวียนหัว มือสั่น เหงื่อออกเยอะ มึนงง แล้วก็ชัก
  • หลังจากนั้น หมอสั่งให้ตรวจเลือด ตรวจสุขภาพประจำ และให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น นอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ตอนนี้ก็เลยพยายามดูแลตัวเอง เป็นอย่างดี กลัวเป็นอีก มันน่ากลัวจริงๆ

เพราะฉะนั้น ถ้าใครเป็นแบบนี้ รีบไปโรงพยาบาลเลยนะ อย่าปล่อยไว้ อันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าชัก ห้ามให้อาหารทางปากเด็ดขาด อันตราย อันตราย อันตราย! เพราะอาจทำให้หายใจไม่ออกได้