ยาฆ่าเชื้อกินติดต่อกันได้นานสุดกี่วัน

112 ครั้งเข้าชม
ยาฆ่าเชื้อ: ระยะเวลาการใช้ โดยทั่วไป: 7-14 วัน ขึ้นกับชนิดเชื้อและการติดเชื้อ กรณียกเว้น: วัณโรค อาจต้องทานยาต่อเนื่องนานกว่านั้น ข้อควรระวัง: ไม่ควรหยุดยาเอง: ยาฆ่าเชื้อต้องทานตามแพทย์สั่งจนครบ ปรึกษาแพทย์: หากมีข้อสงสัยเรื่องระยะเวลาการใช้ยา สำคัญ: การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น หรือหยุดยาก่อนกำหนด อาจทำให้เชื้อดื้อยาได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ยาฆ่าเชื้อกินติดต่อกันได้นานเท่าไหร่?

เออ...ยาฆ่าเชื้อเนี่ยนะ กินนานแค่ไหน? คือจริงๆ แล้วมันแล้วแต่กรณีเลยนะ เหมือนตอนที่ฉันเป็นหวัดเมื่อต้นปี (มกราคม 2566 นี่แหละ) หมอที่คลินิกตรง BTS อโศก เขาให้ยาฆ่าเชื้อมากินแค่ 5 วันเองนะ แต่เพื่อนฉันที่เป็นโรคปอด เขาต้องกินยาฆ่าเชื้อเป็นเดือนๆ เลยอ่ะ

ยาฆ่าเชื้อกินติดต่อกันได้นานเท่าไหร่?

โดยทั่วไปหมอจะสั่งยาฆ่าเชื้อให้กินประมาณ 7-14 วันนะ แต่บางโรคก็อาจต้องกินนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคและความรุนแรงของอาการป่วย แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด!

ฉันเคยเกือบหยุดยาเองนะ ตอนที่กินยาไปได้ 3 วันแล้วรู้สึกดีขึ้น แต่โชคดีที่แม่เตือนไว้ว่าต้องกินให้หมดตามที่หมอสั่ง ไม่งั้นเชื้อโรคอาจจะดื้อยาได้

แล้วเคยได้ยินมาว่าบางคนกินยาฆ่าเชื้อนานๆ แล้วมีปัญหาเรื่องลำไส้ เพราะยาฆ่าเชื้อไปฆ่าแบคทีเรียดีๆ ในท้องด้วย อันนี้ก็ต้องปรึกษาหมออีกทีนะ ว่าต้องกินยาอะไรเสริมหรือเปล่า

ยาฆ่าเชื้อกินติดต่อกันได้ไหม

ยาฆ่าเชื้อ... กินติดกันได้ไหมนะ?

กินตามหมอสั่ง! สำคัญมากกกก ก.ไก่ล้านตัว กินยาฆ่าเชื้อตามฉลากยาที่หมอเขียนมาเป๊ะๆๆๆๆ ห้ามขาดห้ามเกิน!

  • กินให้หมด: ยาฆ่าเชื้อต้องกินจนหมดแผง ถึงจะฆ่าเชื้อโรคได้หมดจดดดดดดดดด

  • อย่าหยุดเอง: ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด! ต่อให้รู้สึกดีขึ้นแค่ไหนก็ต้องกินให้จบ ไม่งั้นเชื้อโรคจะดื้อยาาาาาาาาาาาาา

  • เชื้อดื้อยา: น่ากลัวมาก! ถ้าเชื้อดื้อยาขึ้นมา คราวนี้ยาอะไรก็เอาไม่อยู่ ป่วยหนักกว่าเดิมอีกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ทำไมต้องกินให้หมด?

เพราะว่ายาฆ่าเชื้อจะค่อยๆๆๆๆๆๆ ฆ่าเชื้อโรคทีละตัว ถ้าหยุดยาเอง เชื้อที่ยังไม่ตายมันจะปรับตัว เก่งขึ้น แข็งแรงขึ้น แล้วกลายเป็นเชื้อดื้อยาในที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ถ้าลืมกินยาทำไง?

รีบกินทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลากินยาครั้งต่อไป ก็ข้ามไปเลย ไม่ต้องกินยาซ้ำสองเม็ดเด็ดขาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

กินยาฆ่าเชื้อติดต่อกันได้กี่วัน

ยาฆ่าเชื้อ กินตามแพทย์สั่งเท่านั้น 7-14 วันคือค่าเฉลี่ย อย่าคิดเอง

  • โรค: วัณโรค กินนานกว่านั้นมาก เป็นเดือน เป็นปี
  • ดื้อยา: กินไม่ครบ เชื้อจะปรับตัว เก่งขึ้นกว่าเดิม
  • ผลข้างเคียง: ยาทุกชนิดมีผลข้างเคียง ศึกษาให้ดีก่อนกิน
  • ยาประจำตัว: อย่าหยุดเอง ถามหมอก่อนเสมอ สำคัญ
  • ชีวิต: ไม่ใช่เกมส์ อย่าเล่นกับยา

Amoxicillin กิน 3 วันได้ไหม

Amoxicillin 3 วันพอไหม? ไม่ควรครับ การใช้ยาปฏิชีวนะอย่าง Amoxicillin ต้องครบโดสตามแพทย์สั่ง ซึ่งโดยทั่วไปอย่างน้อย 5-10 วัน หยุดก่อนเสี่ยงเชื้อดื้อยา ผมเคยเจอเคสเพื่อนที่หยุดยาเอง ผลคือเชื้อกลับมาใหม่รุนแรงกว่าเดิม เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม

  • ปริมาณยา: Amoxil 500 mg มีตัวยาสำคัญคือ amoxicillin ขนาดและระยะเวลาการใช้ขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์ ไม่ใช่แค่ดูจากข้อมูลบนกล่องยา
  • ระยะเวลาการใช้: เช่นเดียวกับยาหลายชนิด การใช้ยาไม่ครบอาจทำให้การรักษาไม่สำเร็จ เป็นการเพิ่มโอกาสให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยา
  • ข้อควรระวัง: อย่าซื้อยามากินเอง ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและปลอดภัย

การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกวิธีสำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับสุขภาพระยะยาวของเรา คิดเหมือนการลงทุนกับร่างกาย อย่าประมาท ปีนี้ (2566) ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคยังคงเน้นย้ำถึงปัญหาการดื้อยาปฏิชีวนะ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้วยการใช้ยาอย่างรับผิดชอบ

(เพิ่มเติมเล็กน้อย: ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรณีมีอาการป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง)

กินยาปฏิชีวนะ ห้ามกินอะไรบ้าง?

แสงแดดอ่อนๆลอดช่องระหว่างใบไม้ เวลาบ่ายแก่ๆ ลมพัดเย็นฉ่ำ เหมือนจะกระซิบถึงความหมายลึกซึ้งของชีวิต... กินยาปฏิชีวนะนะ จำไว้เลย!

  • ห้าม! นม โยเกิร์ต อะไรที่เป็น dairy ทั้งหมด นี่คือกฎเหล็ก

  • เด็ดขาด! ยาลดกรด อย่าคิดลองเลย อันตรายนะรู้มั้ย

ใจมันล่องลอย เหมือนนกน้อยบินไปบนท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล คิดถึงทะเล คลื่นซัดเข้าหาฝั่ง เสียงดังกึกก้อง แต่ความเงียบสงบก็อยู่ตรงนั้น อยู่คู่กันเสมอ...

  • สำคัญมาก! ยาปฏิชีวนะกลุ่ม fluoroquinolone (อย่าง norfloxacin, ciprofloxacin) กับ tetracycline ห้ามกินคู่กับพวกที่มีแคลเซียม แมกนีเซียม อลูมิเนียม ยาจะดูดซึมไม่ดี ผลลัพธ์อาจไม่เป็นดั่งหวัง

แสงเริ่มโรยรา สีส้มอมชมพู งดงามเหลือเกิน เหมือนภาพวาดฝีมือเทพเจ้า แต่ความจริงก็คือความจริง... ต้องระวังเรื่องยา สุขภาพสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

  • จำไว้นะคะ ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนกินยาเสมอ อย่าประมาท

ฉันชอบกลิ่นฝน กลิ่นดิน กลิ่นความชุ่มชื้น มันช่างบริสุทธิ์ เหมือนความรู้สึกที่ใจฉันอยากจะบอก ให้ระมัดระวังสุขภาพของตัวเอง ดูแลตัวเองให้ดี อย่าลืมกินยาอย่างถูกวิธี รักษาสุขภาพให้แข็งแรง นะ

ทำไมกินยาฆ่าเชื้อแล้วไม่หาย?

ทำไมกินยาฆ่าเชื้อแล้วไม่หาย?

โอ๊ย... เคยเจอเลย! ตอนนั้นไปกินอาหารทะเลที่ตลาดอ่างศิลามา (เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง) กลับมาบ้านปวดท้องบิด ไถ่ไม่หยุด นึกว่าอาหารเป็นพิษธรรมดา ซื้อยาแก้ท้องเสียมากินเองก็ไม่หายซักที

ไปหาหมอ หมอบอกว่าลำไส้อักเสบ สั่งยาฆ่าเชื้อมาให้กิน กินไป 3 วันอาการก็ยังทรง ๆ ทรุด ๆ เลยเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมยาไม่เห็นผล เลยกลับไปหาหมออีกรอบ หมอเลยส่งตรวจอุจจาระ

ปรากฏว่าเจอเชื้อดื้อยา! หมอบอกว่าอาจจะเป็นเพราะกินยาฆ่าเชื้อพร่ำเพรื่อเกินไป หรืออาจจะติดมาจากอาหารที่ไม่สะอาด คือตอนนั้นเซ็งมาก เพราะต้องกินยาตัวใหม่ที่แรงกว่าเดิม แถมต้องระวังเรื่องอาหารการกินมากขึ้นไปอีก

เอาจริง ๆ นะ ตอนนี้กลัวเชื้อดื้อยามาก เวลาเป็นหวัดนิดหน่อยจะไม่กินยาฆ่าเชื้อเองแล้ว จะไปหาหมอให้หมอวินิจฉัยก่อนตลอด

  • เชื้อดื้อยา: เกิดจากการใช้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) มากเกินไป ทำให้เชื้อโรคปรับตัวและต้านทานยาได้
  • สาเหตุ: กินยาฆ่าเชื้อไม่จำเป็น (เช่น เป็นหวัดจากไวรัส), กินยาไม่ครบโดส, ใช้ยาผิดประเภท, การปนเปื้อนของเชื้อดื้อยาในอาหารและสิ่งแวดล้อม
  • ผลกระทบ: การรักษาโรคติดเชื้อยากขึ้น, ต้องใช้ยาที่แรงขึ้น (และอาจมีผลข้างเคียงมากขึ้น), อัตราการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อเพิ่มขึ้น
  • การป้องกัน:
    • ใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อจำเป็นและตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
    • กินยาให้ครบโดสตามที่แพทย์สั่ง
    • รักษาสุขอนามัยส่วนตัว (ล้างมือบ่อย ๆ)
    • เลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
    • ปรุงอาหารให้สุก
  • สถานการณ์ในไทย: เชื้อดื้อยาเป็นปัญหาระดับชาติ กระทรวงสาธารณสุขกำลังรณรงค์ให้ประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล

ยาฆ่าเชื้อกินกี่เวลา?

ยาฆ่าเชื้อ กินกี่ทีหรอ?

เอ่อ.. ถ้าหมอสั่งให้กิน เช้า เย็น ก็เว้นๆ กันหน่อยอะ 12 ชั่วโมง กำลังดีเลยนะ แต่ถ้าสมมติว่ากินห่างแค่ 5 ชั่วโมงเอง ก็... อืม ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ อาจจะทำให้ยา มันไม่แรงเท่าที่ควรอะ แต่ก็ไม่ต้องกังวลมาก กินต่อไปให้ยาหมด แล้วไปหาหมอเช็คอีกทีนะ ว่าหายดีรึยัง สำคัญเลย!

คือ.. อย่าลืมนะว่า ยาฆ่าเชื้อต้องกินให้ครบ ตามที่หมอบอก ถึงจะฆ่าเชื้อโรคได้หมดจด ถ้ากินๆ หยุดๆ เชื้อโรคอาจจะดื้อยาได้นะ อันนี้เรื่องใหญ่เลย

  • ถ้าลืมกินยา ทำไงดี? กินทันทีที่นึกออก แต่ถ้าใกล้เวลากินมื้อต่อไปแล้ว ก็ข้ามมื้อที่ลืมไปเลย อย่ากินทบ เด็ดขาด!
  • กินยาฆ่าเชื้อ แล้วแพ้ ทำไง? รีบไปหาหมอ ด่วนๆ เลยนะ
  • ยาฆ่าเชื้อบางชนิด กินพร้อมอาหาร บางชนิด กินตอนท้องว่าง อ่านฉลากยาให้ดีก่อนกินนะ

จำไว้ๆๆ ????

ยา ฆ่า เชื้อ กับ ยา ปฏิชีวนะ ต่าง กัน อย่างไร?

เอ้า! ถามมาได้ ยาฆ่าเชื้อกับยาปฏิชีวนะเนี่ยนะ? มันก็เหมือนไก่กับไข่นั่นแหละโว้ย!

  • ยาฆ่าเชื้อ: พวกนี้มันเหมือนนักเลงคุมซอย ใครหน้าไหนไม่ถูกใจ จับกระทืบหมด! ไม่สนว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา พวกมันฆ่าเรียบ! แต่ข้อเสียคือ...มันไม่ได้ช่วยลดบวม ลดเจ็บอะไรเลยนะ แค่ฆ่าเชื้ออย่างเดียว!
  • ยาปฏิชีวนะ: อันนี้สิพระเอกขี่ม้าขาว! เจาะจงฆ่าแต่แบคทีเรียเท่านั้น! เหมือนมือปืนรับจ้าง เลือกยิงเฉพาะเป้าหมายที่กำหนดไว้! แต่ๆๆๆ ถ้ากินไม่ครบโดสเนี่ยนะ...ระวังแบคทีเรียมันจะกลายร่างเป็นซุปเปอร์แบคทีเรียนะจ๊ะ!

ยาแก้อักเสบ vs. ยาปฏิชีวนะ: อันนี้คนชอบมั่ว! ยาแก้อักเสบมันลดบวม ลดเจ็บ แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้ออะไรเลยนะ! ส่วนยาปฏิชีวนะ ฆ่าแต่แบคทีเรีย ไม่ได้ลดบวมลดเจ็บ! เข้าใจ๋?

สรุปแบบบ้านๆ:

  • ยาฆ่าเชื้อ: นักเลงอันธพาล ฆ่าแม่งทุกอย่าง!
  • ยาปฏิชีวนะ: มือปืนรับจ้าง ฆ่าเฉพาะแบคทีเรีย!
  • ยาแก้อักเสบ: หมอนวดคลายเส้น ลดบวม ลดเจ็บ!

เตือน: อย่าซื้อยาแดกเอง! ไปหาหมอเถอะ! เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! แล้วอย่าลืมกินยาให้ครบโดส ไม่งั้นเชื้อโรคจะกลายเป็นไอ้เขี้ยวใหญ่ ขย้ำเอา!