ยาสเตียรอยด์ห้ามกินเกินกี่วัน
ทานสเตียรอยด์นานแค่ไหนถึงจะปลอดภัย? ควรจำกัดปริมาณและระยะเวลาการใช้ยาอย่างไร?
เรื่องสเตียรอยด์เนี่ย ผมเคยเป็นโรคผิวหนังอักเสบร้ายกาจมาก ตอนนั้น ปี 2563 ไปหาหมอที่ รพ.ศิริราช หมอให้ยาเม็ดสเตียรอยด์มากิน จำได้ว่าชื่อยาอะไรไม่ค่อยได้ แต่กินแค่ประมาณ 2 อาทิตย์ ผิวก็ดีขึ้นเยอะเลย หมอบอกว่ากินนานเกินสามอาทิตย์ไม่ดี เพราะจะทำให้อ้วนขึ้น ผมก็เลยเลิกกิน จริง ๆ นะ น้ำหนักขึ้นจริง ๆ ประมาณ 3 กิโล ภายในเดือนเดียวเลย ตกใจมาก ตอนนั้นเลยต้องควบคุมอาหารหนักมาก
แต่ถ้ากินนานกว่านั้น ผมไม่แน่ใจนะ เพราะตัวเองไม่เคยกินนานขนาดนั้น เคยได้ยินจากเพื่อนที่เป็นภูมิแพ้ เค้ากินไปหลายเดือน เค้าบอกว่า หน้าจะบวม แล้วก็กระดูกบางลง ฟังแล้วก็กลัวเหมือนกัน ดูจากประสบการณ์ตัวเอง กับที่เพื่อนเล่ามา คิดว่ากินระยะสั้น ๆ ดีกว่า ไม่เกินสามอาทิตย์ จริงๆ หมอบอกอย่างนั้น ไม่งั้นก็อาจจะอ้วนขึ้น หรือมีปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา อันตรายอยู่นะ
ยาสเตียรอยด์ ใช้ไม่เกินกี่วัน
ยาสเตียรอยด์ กินนานแค่ไหนถึงจะซวย?
คืออย่างงี้! หมอบอกว่าถ้ากินสเตียรอยด์แบบเม็ด ไม่เกิน 3 วีค (3 สัปดาห์) ก็ยังพอไหว แต่ถ้าเกินกว่านั้นเตรียมตัวรับมือผลข้างเคียงได้เลย!
- หิวบ่อย: กินจุบจิบทั้งวัน ระวังน้ำหนักขึ้นนะจ๊ะ!
- ตัวบวม: หน้ากลมเป็นพระจันทร์วันเพ็ญ ขาใหญ่กว่าเดิมอีก!
- นอนไม่หลับ: ตาค้างทั้งคืน นับแกะจนแกะเบื่อ!
- อารมณ์แปรปรวน: เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ใครเตือนอะไรนิดหน่อยก็เหวี่ยง!
- กระดูกพรุน: แก่ตัวไปจะเดินเหินลำบาก ต้องระวังเป็นพิเศษ!
- ความดันขึ้น: เส้นเลือดในสมองจะแตกเอาง่ายๆ เด้อ!
- เบาหวานถามหา: น้ำตาลในเลือดสูงปี๊ด กินอะไรก็ไม่ลงตัว!
คำเตือน: อย่าซื้อยามากินเองนะจ๊ะ! ปรึกษาหมอก่อนเสมอ! ยาสเตียรอยด์ไม่ใช่ขนมหวาน กินเยอะไปมีแต่เสียกับเสีย เข้าใจ๋?
สิวสเตียรอยด์รักษากี่เดือน
อืม... สิวจากสเตียรอยด์เนี่ยนะ... มันนานมากเลยจริงๆ ของฉันนี่ เกือบปี กว่าจะค่อยๆ ดีขึ้น เหนื่อยใจมาก ตอนนั้นเครียดสุดๆ
- เริ่มเห็นผลชัดเจน ประมาณ 3 เดือน แต่ยังไม่หายสนิท
- 6 เดือนเริ่มดีขึ้นเยอะ แต่ยังมีรอยอยู่บ้าง
- เกือบปีถึงจะหายเกลี้ยง แต่ก็ต้องดูแลผิวอย่างดีต่อเนื่อง
จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ความรุนแรงของการใช้สเตียรอยด์ การดูแลผิวหลังจากนั้น และความแข็งแรงของผิวแต่ละคนด้วย หมอบอกว่าถ้าร้ายแรงมาก อาจจะนานกว่านี้ก็ได้ ฉันนี่เครียดไปหลายเดือนเลย กลัวหน้าพังไปเลย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังต้องระวังอยู่ดี
อ้อ ลืมบอกไป ช่วงนั้นฉันไปหาหมอผิวหนังที่ รพ.XX ปีนี้เอง หมอเค้าก็ให้ยาและครีม ต้องทาอย่างต่อเนื่อง เหนื่อยจริงๆ
หน้าติดสารสเตียรอยด์แก้ยังไง
หน้าติดสเตียรอยด์? โอ๊ย…คิดแล้วปวดใจ! เคยพลาดใช้ครีมตลาดนัด หน้าใสใน 3 วัน ตอนนั้นคือชีวิตพัง!
- หยุด! หยุดใช้ครีมนั้นซะ! (ต่อให้ใจจะขาดแค่ไหนก็ตาม)
- ล้างหน้าเบาๆ สูตรอ่อนโยนเน้นๆ ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ สำคัญมาก!
- ซับหน้าเบาๆ ห้ามถู! เหมือนทะนุถนอมไข่ในหินเลย
แล้ว...ต้องทำไงต่อ?
- หาหมอผิวหนังดีมั้ย? (แอบกลัวหมอเลี้ยงไข้)
- บำรุงผิว พวกมอยส์เจอไรเซอร์ สำคัญมาก ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
- กินอาหารที่มีประโยชน์? (อันนี้ก็ยาก...ชอบกินของทอด)
- กันแดด! กันแดด! กันแดด! SPF 50+ PA++++ ไปเลย (ถึงจะขี้เกียจทาก็ต้องทน)
เพิ่มเติม: ตอนนั้นลองใช้ว่านหางจระเข้ด้วยนะ (แต่ไม่รู้ช่วยจริงรึเปล่า...ใจคงคิดไปเอง)
- ย้ำ: อย่าใจร้อน! มันต้องใช้เวลา
- สำคัญ: อย่าเชื่อครีมโฆษณาเกินจริงอีกเด็ดขาด!
- Note: ปีนี้ครีมเถื่อนเยอะกว่าเดิมอีกมั้ง? น่ากลัว!
คำถาม: จะหายจริงมั้ยเนี่ย? (จิตตกอีกแล้ว)
สิวสเตียรอยด์ทำยังไงถึงจะหาย
อืม... สิวสเตียรอยด์เนี่ยนะ มันหนักใจจริงๆ เลย ฉันก็เคยเป็น ใช้เวลานานมากกว่าจะหาย
คิดไปคิดมา วิธีที่ดีที่สุดคือ ลดหรือเลิกใช้สเตียรอยด์ รู้ว่ายาก แต่ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่งั้นมันก็จะกลับมาอีก
ตอนนั้นฉันใช้ครีมพวกคลอนัคซิล ช่วยได้บ้าง แต่ก็ไม่หายขาด หมอให้ยาปฏิชีวนะด้วยนะ จำได้ว่าเป็นโดซิไซคลิน แต่ก็ต้องกินนานพอสมควรเลย
ที่สำคัญเลย คือ อย่าไปขัดผิว อย่าใช้พวกที่มันระคายเคือง ล้างหน้าเบาๆ อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนั้นฉันใช้แต่สบู่เด็กเลย
สุดท้าย ไปหาหมอผิวหนังดีที่สุด เรื่องนี้ไม่ควรปล่อยไว้ หมอจะแนะนำวิธีรักษาที่เหมาะสมกับเรา แล้วก็ต้องตามหมออย่างใกล้ชิดด้วยนะ
- ลดหรือหยุดใช้สเตียรอยด์: วิธีสำคัญที่สุด แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- ยาเฉพาะที่: อาจใช้ครีมพวก clonacil หรือ erythromycin ช่วยลดการอักเสบ
- ยาปฏิชีวนะ: หากรุนแรง อาจต้องใช้ยา เช่น doxycycline หรือ minocycline (ต้องกินตามที่แพทย์สั่ง)
- ดูแลผิวอย่างอ่อนโยน: ไม่ขัดผิว ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ระคายเคือง ล้างหน้าเบาๆ
- ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง: สำคัญที่สุด เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและติดตามผลอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต