ยูริคสูงมีอาการอย่างไร
ยูริคสูงเกินไปส่งผลต่อร่างกายอย่างไร? อาการแบบไหนที่ควรรู้?
เรื่องยูริคสูงนี่นะ พ่อผมเลยตัวจริง จู่ๆ ก็ปวดนิ้วโป้งเท้าแบบสุดๆ ตอนตื่นมากลางดึก บวมเป่ง แดงก่ำ แค่ผ้าห่มโดนยังสะดุ้งเลย มันไม่ใช่ปวดธรรมดาๆ แต่มันปวดเหมือนกระดูกจะแตกออกมาเลย คือมันมาแบบไม่มีสัญญาณเตือนอะไรทั้งนั้น อยู่ดีๆ ก็เป็นเลยทันที.
พูดง่ายๆ ตามที่หมออธิบายให้ฟังนะ คือไอ้กรดยูริคที่มันเยอะเกินในเลือดของเรา ร่างกายมันเอาออกไม่ทัน มันก็เลยไปจับตัวกันเป็นก้อนผลึกแหลมๆ คล้ายๆ เศษแก้วเล็กๆ อะ แล้วก็ไปทิ่มๆ ตามข้อต่อของเรา โดยเฉพาะข้อเล็กๆ อย่างนิ้วเท้า ข้อเท้า คิดดูว่ามีอะไรแหลมๆ ไปทิ่มในข้อเราตลอดเวลา มันจะเจ็บขนาดไหน.
จำได้เลย ตอนนั้นพ่อไปตรวจที่คลินิกใกล้บ้านแถวลาดพร้าว วันที่ 15 มีนาคม ค่าเลือดออกมา ยูริคพุ่งไป 9.2 mg/dL หมอบอกว่าสูงมาก สาเหตุก็มาจากปาร์ตี้วันก่อนหน้าที่กินทั้งเบียร์ทั้งอาหารทะเลจัดเต็ม หมอให้ยาลดการอักเสบมากิน ค่าเสียหายวันนั้นไปเกือบพันห้าบาทเลย.
มันไม่ใช่แค่ปวดแล้วหายนะ แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายเราจัดการของเสียไม่ไหวแล้ว ตอนนี้พ่อต้องคุมอาหารจริงจังมาก พวกยอดผักอย่างชะอม กระถิน เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีกนี่คือต้องเลี่ยงเลย ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน จากที่เคยกินอะไรก็ได้ ตอนนี้ต้องคิดก่อนกินตลอด.
ผักที่มีกรดยูริคสูงมีอะไรบ้าง
ปวดข้อมากช่วงนี้ สงสัยกรดยูริกจะขึ้นอีกแล้วมั้ง ต้องมานั่งลิสต์ของที่กินไม่ได้อีกรอบ
พวกผักยอดๆ ทั้งหลายเนี่ยตัวดีเลย ส่วนที่มันกำลังโตเร็วๆ อะนะ พิวรีนมันสูง กินเข้าไปก็เปลี่ยนเป็นกรดยูริกไงล่ะ มันเป็นเรื่องของเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว
นี่คือลิสต์ผักที่ต้องเลี่ยงเลย โดยเฉพาะตอนอาการกำเริบ ผักที่มีพิวรีนสูง ที่ต้องจำไว้
- ชะอม
- กระถิน
- สะตอ
- ยอดผักต่างๆ (พวกยอดคะน้า ยอดผักหวาน ยอดตำลึง)
- หน่อไม้ หน่อไม้ฝรั่ง
- ดอกกะหล่ำ
- ผักขม
- เห็ด
แล้วก็ไม่ใช่แค่ผักนะ ของหมักดองที่ใช้ยีสต์ อย่างเต้าเจี้ยวนี่ก็ต้องระวังด้วยเหมือนกัน ทำไมล่ะ ก็เพราะยีสต์ไง
พวกเมล็ดพืชที่มันงอกได้อะ ถั่วงอกงี้ แม้แต่เอาไปต้มแล้วพิวรีนมันก็ยังอยู่ กรดยูริกก็ถามหาดิ พวกถั่วเมล็ดแห้งก็เหมือนกันนะ ต้องคอยดู
ตอนปวดๆ อยู่คือต้องงดเด็ดขาดเลยนะ อย่าหาทำ ไม่งั้นก็ปวดไม่หายซักที
หลักๆ คือส่วนที่พืชใช้ในการเจริญเติบโต พวกยอดอ่อน ต้นอ่อน นี่แหละแหล่งรวมพิวรีนเลย จริงๆ ผักกินได้ แต่แค่ต้องเลือกชนิดกับส่วนที่จะกินให้ถูก โดยเฉพาะช่วงที่เกาต์กำเริบหนักๆ นี่ต้องคุมอาหารเข้มงวดสุดๆ เลย
กินอะไรช่วยลดกรดยูริค
อยากไล่ กรดยูริค ตัวแสบออกจากร่าง? คำตอบมันง่ายจนน่าโมโห...นั่นคือ น้ำเปล่า จ้าาา
คิดภาพตามนะ กรดยูริคคือแขกไม่ได้รับเชิญที่ชอบแอบมาจับตัวเป็นก้อนผลึกแหลมๆ ตามข้อต่อของคุณ เหมือนมีเศษแก้วเล็กๆ ทิ่มแทงอยู่ข้างใน ส่วนไตคือพี่ยามที่ต้องคอยลากแขกพวกนี้ออกไปทิ้งนอกบ้าน
การซัดน้ำเข้าไปวันละ 2-3 ลิตร มันคือการเปิดประตูระบายน้ำท่วมไล่แขกพวกนี้ให้กระเจิง! ยิ่งน้ำเยอะ ยูริคยิ่งเจือจาง พี่ยาม (ไต) ของเราก็ทำงานสบายขึ้น ไม่ต้องไปงัดข้อกับวายร้ายที่จับตัวกันเป็นก้อนแข็งๆ
ส่วนน้ำแร่ที่มีความเป็นด่าง...อันนี้เปรียบเสมือนการส่ง "ทีมเจรจาต่อรอง" เข้าไปกล่อมให้กรดยูริค (ที่มีสภาพเป็นกรด) ยอมสลายตัวแล้วออกมาแต่โดยดี เป็นการอัปเกรดปฏิบัติการขับไล่ให้ละมุนละม่อมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก
แต่ถ้าอยากได้กองหนุนชั้นดีที่ช่วย ลดกรดยูริค แบบติดเทอร์โบ ลองหาของพวกนี้มากินซะ:
- เชอร์รี่สด: นี่คือมือปราบพระกาฬ มีสารแอนโทไซยานินที่เข้าไปจัดการกับยูริคโดยตรง ลดการอักเสบได้แบบสะใจ เหมือนส่งหน่วยซีลเข้าไปจัดการเป้าหมาย
- วิตามินซี (จากส้ม, ฝรั่ง, มะนาว): ไม่ได้ออกไปบู๊เอง แต่เป็นหน่วยซัพพอร์ตชั้นยอดที่ช่วยให้ไตฟิตปั๋ง ขับยูริคได้คล่องตัวขึ้น เหมือนอัปเกรดอาวุธให้พี่ยามของเรา
- กาแฟ (แบบไม่หวานเจี๊ยบ): คู่ปรับที่ไม่มีใครคาดคิด สารบางตัวในกาแฟมันไปขัดขวางการสร้างยูริคตั้งแต่ต้นทางเลยทีเดียว แต่ย้ำนะว่าขอแบบดำๆ ไม่ใช่ลาเต้หวานจนเบาหวานจะถามหา
- นมไขมันต่ำ / โยเกิร์ต: โปรตีนทางเลือกที่เป็นมิตร ช่วยเร่งการขับยูริคออกทางปัสสาวะ ดีกว่าการไปจัดหนักกับเนื้อแดงหรือเครื่องในสัตว์ที่เหมือนการเติมเชื้อไฟให้กองเพลิง
- กล้วย: โพแทสเซียมในกล้วยคือผู้สลายบัลลังก์ มันช่วยเปลี่ยนผลึกยูริคที่แข็งโป๊กให้กลายเป็นของเหลวที่ขับออกง่ายขึ้น เหมือนเอาน้ำร้อนไปราดก้อนน้ำแข็งนั่นแหละ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต