ระยะของแผลเบาหวาน มีกี่ระยะ

83 ครั้งเข้าชม
แผลเบาหวาน: ระยะและความรุนแรง ระยะ: ไม่ได้ระบุจำนวนระยะที่แน่ชัดในข้อมูล ระดับความรุนแรง: มี 3 ระดับ ระดับ 1: แผลตื้น ไม่มีอาการอักเสบ ระดับ 2: แผลลึก เห็นเอ็นหรือกระดูก ระดับ 3: แผลอักเสบลุกลาม อาจมีหนอง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แผลเบาหวานมีกี่ระยะ? อาการแต่ละระยะเป็นอย่างไร?

เรื่องแผลเบาหวานเนี่ย ฉันไม่ใช่หมอนะ แต่จากที่เคยดูแลคุณยายที่เป็นเบาหวาน จำได้ว่าคุณหมอเคยอธิบายคร่าวๆ ว่าแผลเนี่ยมันไม่ใช่แค่แบ่งเป็นระยะๆอย่างเดียว มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะเลยค่ะ จริงๆแล้ว การแบ่งระดับความรุนแรง บางทีก็ดูจากความลึกของแผล บ้างก็ดูจากการติดเชื้อ มันปนๆกันไปหมดเลย คุณยายฉันตอนแรกก็แค่แผลเล็กๆ ไม่ค่อยมีอะไร (ประมาณเดือนมีนาคม 65 ที่ รพ.กรุงเทพ) แต่พอปล่อยไว้นานๆ แผลมันลุกลาม ลึกมากจนเห็นกระดูกเลย ต้องไปรักษาอย่างจริงจัง ใช้เวลานานมาก ค่าใช้จ่ายก็สูงพอควร จำตัวเลขไม่ค่อยได้แล้วอะ แต่หลักหมื่นแน่นอน โคตรเครียดเลยตอนนั้น

ส่วนเรื่องอาการ ก็อย่างที่บอก มันขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผล ถ้าเริ่มแรกๆ อาจแค่แดงๆ บวมนิดหน่อย ไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจมีหนอง มีกลิ่นเหม็น เนื้อเยื่อรอบๆแผลก็จะเสียหาย แบบนี้จะอันตรายกว่ามาก ต้องระวังมากๆเลยนะ ยิ่งถ้าเป็นผู้สูงอายุ ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะร่างกายฟื้นตัวช้ากว่าคนหนุ่มสาว คุณยายฉันก็เป็นแบบนั้นเลย เสียวไปหมด ถึงได้ย้ำว่า อย่าปล่อยให้แผลเบาหวานลุกลามเด็ดขาด ต้องรีบไปหาหมอ อย่ามัวแต่คิดเองเออเอง มันอันตรายจริงๆนะคะ

แผลเบาหวานมีกี่ประเภท

แผลเบาหวานไม่ได้มี "ประเภท" ที่ชัดเจนเหมือนการแบ่งชนิดของโรค แต่เรามักจะประเมินความรุนแรงของแผลตาม "ระดับ" ซึ่งเป็นมาตรวัดว่าแผลนั้นลึกแค่ไหน และมีการติดเชื้อมากน้อยเพียงใด การแบ่งระดับที่นิยมใช้คือ Wagner Ulcer Classification System ซึ่งแบ่งเป็น 6 ระดับ (0 ถึง 5)

  • ระดับ 0: ผิวหนังปกติ ไม่มีแผลเปิด แต่มีความเสี่ยง เช่น เท้าผิดรูป
  • ระดับ 1: แผลตื้นๆ ที่ผิวหนังชั้นนอก (epidermis) หรือชั้นใน (dermis) แต่ยังไม่ลึกถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
  • ระดับ 2: แผลลึกทะลุถึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง อาจเห็นเอ็น กล้ามเนื้อ หรือกระดูก แต่ไม่มีการติดเชื้อ
  • ระดับ 3: แผลลึกและมีการติดเชื้อ อาจมีหนอง มีกลิ่นเหม็น หรือมีเนื้อตาย (necrosis)
  • ระดับ 4: มีเนื้อตายเฉพาะส่วน (localized gangrene) ที่บริเวณนิ้วเท้าหรือส้นเท้า
  • ระดับ 5: มีเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง (extensive gangrene) ทั่วทั้งเท้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของขา

ข้อสังเกต: การแบ่งระดับนี้ช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของแผล และวางแผนการรักษาได้เหมาะสม แต่ก็ไม่ใช่ทุกแผลจะ "เข้าล็อก" กับระดับใดระดับหนึ่งอย่างชัดเจน การพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เช่น สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย การไหลเวียนโลหิต และความสามารถในการดูแลตัวเอง ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การดูแลแผลเบาหวานจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์ ผู้ป่วย และผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

เกร็ดน่ารู้: รู้หรือไม่ว่า จริงๆแล้วการเกิดแผลเบาหวานเนี่ย มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดนะ ไม่ใช่แค่น้ำตาลในเลือดสูงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของระบบประสาทที่ทำงานผิดปกติ (peripheral neuropathy) ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บเมื่อมีแผลเล็กๆ เกิดขึ้น แถมการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี (peripheral artery disease) ก็ทำให้แผลหายยากขึ้นไปอีก เหมือนโดมิโน่เลยเนอะ

แผลเบาหวานรักษายังไงให้หาย

โอ๊ย! แผลเบาหวานนี่มันตัวร้ายกว่าผีอีเม้ยอีกนะ! กว่าจะหายได้นี่เล่นเอาเหนื่อย

  • ล้าง: เอาน้ำเกลือล้างแบบจัดหนักไปเลยพี่น้อง! ถ้าแผลมันเหม็นตุๆ ก็เบตาดีนหยอดเข้าไปหน่อยก็ได้ แต่ระวังแสบไส้ขาดนะ! วันนึงก็ล้างมันเข้าไป 2-4 รอบ ตามที่หมอสั่ง หมอว่าไงก็ว่าตามนั้นแหละ ไม่งั้นเดี๋ยวแผลเน่ากว่าเดิม
  • ยา: ถ้าหมอให้ยาแก้อักเสบมากิน ก็กินเข้าไปเถอะ อย่าดื้อ! หมอเค้าเรียนมาเยอะ ถ้าแผลมันหนักหนาสาหัส หมออาจจะฉีดยาให้ด้วยนะเออ อย่าตกใจไป!

ข้อควรจำ: ไอ้เรื่องแผลเบาหวานนี่อย่าประมาทเด็ดขาด! ถ้าปล่อยไว้นานๆ อาจจะต้องตัดขาทิ้งนะเว้ย! รีบไปหาหมอซะดีกว่า อย่ามัวแต่รอให้มันลุกลาม!

เพิ่มเติม: สมัยก่อนตอนยายยังสาวๆ ยายเคยเอาใบตำลึงมาพอกแผลให้ควายที่บ้าน ปรากฏว่าแผลมันหายเร็วกว่าเดิมอีกนะเออ แต่ว่าอย่าหาทำตามยายเลย! ไปหาหมอดีกว่า ปลอดภัยกว่ากันเยอะ! หมอสมัยนี้เค้าเก่งจะตายไป

คำเตือน: อย่าเชื่อหมอผี หมอดูนะ! เค้าไม่ได้เรียนมาเรื่องนี้! ไปหาหมอแผนปัจจุบันเถอะพี่น้อง!

ทำไมแผลเบาหวานถึงติดเชื้อ

ทำไมแผลเบาหวานถึงติดเชื้อ?

โอ๊ย! เรื่องนี้เจ็บปวดเลยอ่ะ เคยเห็นคุณยายข้างบ้านเป็นแผลที่เท้า แล้วหมอบอกว่าเบาหวานทำให้แผลติดเชื้อ คือตอนแรกแกไม่รู้ตัวเลยว่ามีแผล เพราะเส้นประสาทมันชาไปแล้วมั้ง พอมารู้ตัวอีกทีแผลก็เริ่มเน่าแล้ว น่ากลัวมาก

  • เท้าชา: เบาหวานทำลายเส้นประสาท ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ
  • เลือดเลี้ยงไม่ดี: เลือดไปเลี้ยงแผลไม่พอ ทำให้หายช้า
  • แบคทีเรีย: พอแผลเปิด แบคทีเรียก็เข้าไปง่าย
  • น้ำตาลสูง: น้ำตาลในเลือดสูง เป็นอาหารของแบคทีเรีย
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ: คนเป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันมักจะไม่ดี

ยายแกต้องตัดนิ้วทิ้งเลย เสียดายแทนมากๆ ตอนนี้แกต้องระวังเรื่องอาหารสุดๆ ไปเลย แล้วก็ต้องตรวจเท้าทุกวัน ไม่ให้มีแผลอีก