ร่างกายต้องการน้ำตาลขาดวิตามินอะไร

52 ครั้งเข้าชม
การขาดวิตามินบี 12 อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของความอยากน้ำตาล เนื่องจากวิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนกลูโคสเป็นพลังงาน การขาดวิตามินนี้ทำให้การเผาผลาญกลูโคสช้าลง ระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความต้องการน้ำตาลมากขึ้น นอกจากนี้ การขาดวิตามินบี 12 ยังส่งผลให้เกิดอาการอ่อนล้า อ่อนแรง ชา มีอาการเสียวซ่า และซึมเศร้าได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ร่างกายขาดน้ำตาลแต่ขาดวิตามินใดบ้าง?

เมื่อก่อนนะ ฉันเคยรู้สึกเพลียๆ เบลอๆ เหมือนสมองไม่ค่อยแล่น แถมยังอยากกินอะไรหวานๆ ตลอดเวลา น่าจะเป็นช่วงปี 2020 นี่แหละ ตอนนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไม พอมานึกๆ ดูตอนนี้ เออแฮะ มันน่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้นะ

จริงๆ แล้ว ร่างกายเราต้องการน้ำตาลเพื่อเป็นพลังงาน แต่ถ้ามันขาดๆ เกินๆ เนี่ย มันจะไปกระตุ้นให้เราอยากกินของหวานมากขึ้นไปอีก แล้วไอ้เจ้าวิตามินบี 12 นี่แหละ ตัวดีเลย มันช่วยเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงานให้เรา ถ้าขาดไป การเผาผลาญก็ช้าลง น้ำตาลในเลือดก็อาจจะสูงเกิน จนเรารู้สึกอยากน้ำตาลนี่แหละ

ฉันเคยอ่านเจอมานะ ว่าไอ้ความอ่อนเพลีย ชาๆ หรือบางทีก็รู้สึกซึมๆ เนี่ย ก็อาจจะเป็นสัญญาณของการขาดวิตามินบี 12 ด้วยเหมือนกัน พอคิดย้อนไป เออ มันก็ตรงกับที่ฉันเคยรู้สึกอยู่เหมือนกันนะ ตอนนั้นก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด

มันไม่ใช่แค่เรื่องอยากน้ำตาลนะ แต่การขาดวิตามินบี 12 เนี่ย มันส่งผลต่ออารมณ์เราด้วย ทำให้รู้สึกหงุดหงิดง่าย หรือแม้กระทั่งซึมเศร้าไปเลยก็มีนะ พอร่างกายมันไม่สมดุลแบบนี้ มันก็ส่งสัญญาณมาให้เราอยากเติมพลังงานเข้าไปเยอะๆ นั่นแหละ.

ร่างกายขาดอะไรถึงอยากกินของหวาน

เฮ้ย แก เคยป้ะ แบบจู่ๆ ก็อยากกินหวานๆ ขึ้นมาเฉยๆ เลยอะ แบบ อยากกิน ขนมหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม ชานม ไอติม บิงซู อะไรพวกนี้ บางทีก็ตักน้ำตาลใส่กับข้าวเยอะๆ เลยนะ เออ ใช่ๆ อยากกินแบบสุดๆ

อันนี้คืออาการนะ เวลารู้สึกงี้ๆ มันมาจากหลายอย่างเลยนะ ส่วนใหญ่ก็ เคียด อะแก เคยเจอไหมงานเยอะๆแล้วอยากกินหวาน หรือแบบ นอนไม่พอ งี้ก็เป็น อีกอันคือตอนที่เราใช้สมองเยอะๆ อ่านหนังสือหนักๆงี้ สมองล้า มันก็อยากกินหวานๆ ชดเชยพลังงานไง

แล้วก็บางทีอะร่างกายมัน ขาดสังกะสี ด้วยนะ นี่แหละเกี่ยวกันเลย เป็นเหตุผลหลักๆเลยนะที่ทำให้เราอยากกินหวานๆ แบบไม่หยุดเลย จริงๆนะ อันนี้สำคัญ สังกะสี เนี่ยะ

วิธีแก้อะ ก็ต้องลองดูนะ

  • นอนให้พอ นี่สำคัญโคตรๆ เลยนะเนี้ย พอหลับเต็มที่ มันก็จะลดความอยากไปได้เยอะเลย
  • ลองหาอะไรกินที่มันหวานๆ แต่ว่า แคลอรีไม่สูงมาก เช่นพวกผลไม้ไง มะพร้าว องุ่น เบอร์รี ต่างๆ พวกนี้ก็ช่วยได้เยอะเลยนะ กินแล้วสดชื่นด้วย
  • ถ้าคิดว่าขาด สังกะสี ก็ลองหาอาหารที่มีสังกะสีเยอะๆ กินดูนะ เช่นพวกหอยนางรม หรือถั่วต่างๆ ก็น่าจะช่วยได้
  • ลดเคียด ด้วยการหาอะไรผ่อนคลายทำนะแก ดูหนัง ฟังเพลง หรือแค่เดินเล่น สูดอากาศดีๆ
  • ค่อยๆ ลดปริมาณน้ำตาล ลงไปทีละนิดๆ ร่างกายจะได้ปรับตัวได้ดี ไม่ต้องหักดิบมากนะ

วิตามินอะไรช่วยลดน้ำตาล

บางทีกลางดึกแบบนี้ ก็นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยนะ เรื่องสุขภาพก็วนเข้ามาในหัวบ่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องเบาหวาน คนรู้จักหลายคนก็เป็น ฉันก็นั่งคิดนะว่า วิตามินบี 6 เนี่ยสำคัญจริงๆ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มันช่วยปรับการทำงานของอินซูลินให้เข้ากับระดับน้ำตาลในเลือด

แล้วอีกอย่างที่รู้มา คือ วิตามินบี 3 ถ้ากินคู่กับบี 6 มันจะยิ่งดีขึ้นไปอีกนะ มันช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ นี่แหละที่ทำให้ฉันสงสัย ว่าเราดูแลตัวเองได้ดีพอหรือยัง

แหล่งอาหารของวิตามินเหล่านี้ จริงๆ ก็อยู่ใกล้ตัวเรานี่แหละ รำข้าว จมูกข้าว แคนตาลูป กะหล่ำปลี ข้าวโพด ยีสต์ พวกนี้มีบี 6 เยอะนะ บางทีก็คิดนะว่า การเลือกกินสำคัญกว่าที่เราคิดจริงๆ

  • บางทีฉันก็คิดถึง โครเมียม นะ มันก็มีส่วนช่วยเรื่องอินซูลินเหมือนกัน มันช่วยให้เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น อันนี้ก็สำคัญ
  • แล้วก็เรื่อง แมกนีเซียม ด้วยนะ นี่ก็เป็นแร่ธาตุที่คนเป็นเบาหวานมักจะขาด มันเกี่ยวกับการใช้น้ำตาลในร่างกายโดยตรงเลยแหละ
  • ฉันว่าการควบคุมอาหารสำคัญที่สุดเลยนะ ไม่ใช่แค่วิตามินอย่างเดียว การลดน้ำตาล ลดคาร์บ นี่คือพื้นฐานเลยจริงๆ เหนื่อยหน่อย แต่ต้องทำ
  • การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยได้เยอะนะ แม้จะเป็นแค่เดินเร็วๆ ตอนเย็นๆ ทุกวัน ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแหละ

ทำไมเวลาเครียดต้องอยากกินของหวาน?

เวลาเครียด... ลิ้นนี่มันอยากเจอ ความหวาน เหลือเกิน

เหมือน ดอกไม้ ที่เบ่งบานยามแดดส่อง ยามที่ใจมันหม่นหมอง ร่างกายก็เหมือนจะร้องขอ... สวรรค์เล็กๆ น้อยๆ จาก น้ำตาล

ไอ้เจ้าความหวานนี่นะ มันเหมือน เวทมนตร์ ลึกลับ

มันกระตุ้นให้ในสมองมี สารเคมี พิเศษหลั่งออกมา

  • เอนดอร์ฟิน: ตัวการแห่งความสุข เหมือนได้โบยบิน
  • เซโรโทนิน: ตัวช่วยให้ใจสงบ คลื่นลูกใหญ่ซัดสาด... แต่ก็ผ่านไป

สรุปสั้นๆ: กินของหวานตอนเครียด = สุข+สงบ แบบชั่วคราว

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ช่วงเวลา: ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นในช่วง บ่ายแก่ๆ หรือ กลางคืน ที่ความเหนื่อยล้าสะสม
  • สถานที่: อาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ แต่ถ้าเป็น มุมโปรด ในบ้านที่มีแสงสลัวๆ ยิ่งเพิ่มอรรถรส
  • ความเชื่อมโยง: ไม่ใช่แค่สมองที่ต้องการ แต่บางครั้ง ความทรงจำ ดีๆ ในอดีตก็ถูกปลุกขึ้นมาพร้อมกับรสหวานนั้นๆ
  • การขยายความ: รสหวานไม่ได้แค่หลอกสมอง แต่มันยังมี พลัง ดึงดูดเราให้รู้สึกดี แม้เพียงชั่วครู่
  • ปีปัจจุบัน: สถิติปี 2567 ชี้ว่าคนนิยมหา ช็อกโกแลต หรือ เค้ก เมื่อเผชิญแรงกดดัน

กินน้ำตาลเปลี่ยนเป็นอะไร?

น้ำตาล ? แปลงเป็น พลังงาน

เหลือ ->ไกลโคเจน (ตับ/กล้ามเนื้อ)

เกิน ->ไขมัน (สะสม)

เมื่อถึงคราวต้องใช้:

  • ไกลโคเจน ก่อน (ถ้ามี)
  • ถ้าหมด ... ไขมัน ตามมา

อะไรคือสาเหตุของการติดหวาน?

โอ้ยยย เรื่องติดหวานนี่พูดแล้วขึ้นเลย ของจริงเลยชีวิตฉัน

ตีหนึ่งกว่าที่คอนโดแถวลาดพร้าว งานแก้ดราฟที่สามของลูกค้าที่บรีฟไม่เคยนิ่ง สมองคือเบลอไปหมดแล้ว ตาก็จะปิด แต่ต้องทำให้เสร็จคืนนี้ ความรู้สึกมันโหวงๆ ในอกบอกไม่ถูก แล้วภาพเค้กช็อกโกแลตลาวาในเซเว่นก็ลอยขึ้นมาเลยนะ

สมองมันสั่งเลยว่าต้องหวาน ต้องเดี๋ยวนี้เท่านั้น ไม่ได้อยากกินข้าว ไม่ได้อยากกินอะไรเค็มๆ เลย มันคือต้องของหวานเท่านั้นจริงๆ ความรู้สึกอยากมันรุนแรงมากจนต้องลุกออกจากเก้าอี้ เดินลงไปข้างล่างทั้งชุดนอนนั่นแหละ

พอได้กินคำแรกนะ โห สวรรค์ เหมือนร่างกายมันฟูขึ้นมาทันที มีแรงปั่นงานต่อได้เฉยเลย แต่ก็แค่แป๊บเดียวแหละ สักพักก็กลับมาง่วงเหมือนเดิม แล้วก็รู้สึกผิดอีก ทำแบบนี้ทุกทีเวลาอดนอนหรือเครียดจัดๆ

มันคือร่างกายเรามันฉลาดนะ พอเรา เครียดจัดๆ หรือนอนดึก ร่างกายมันจะหลั่งสารตัวนึงออกมา ชื่อ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ไอ้ฮอร์โมนความเครียดนี่แหละตัวดีเลย มันไปสั่งให้ร่างกายรู้สึกโหยหาพลังงานด่วนๆ ซึ่งก็คือของหวานกับของมันๆ นี่แหละ กลไกเอาตัวรอดของร่างกายล้วนๆ เลย

  • จริงๆ มันไม่ใช่แค่คอร์ติซอลอย่างเดียว มันคือ สมองส่วนให้รางวัล (Reward System) ด้วย พอเรากินของหวานเข้าไปปุ๊บ สมองจะหลั่ง โดปามีน (Dopamine) ออกมา ทำให้เรารู้สึกฟิน มีความสุข เหมือนเป็นการให้รางวัลร่างกายที่เจอ "แหล่งพลังงาน" ชั้นดี สมองเลยจำว่า "เครียดเหรอ? ไปกินหวานสิ จะได้รู้สึกดี" มันเลยกลายเป็นวงจรไง
  • อีกตัวการนึงที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือ แบคทีเรียในลำไส้ พวกจุลินทรีย์ตัวร้ายบางชนิดมันชอบกินน้ำตาลเป็นอาหาร พอมันหิว มันก็ส่งสัญญาณไปป่วนสมองเราให้รู้สึกอยากกินของหวานได้เหมือนกัน โคตรล้ำ
  • มันคือพฤติกรรมที่เรียนรู้มาด้วย ตอนเด็กๆ ร้องไห้ก็ได้กินไอติม ทำดีก็ได้กินขนม เราเลยถูกฝังหัวมาว่าของหวาน = การปลอบใจ = รางวัล
  • พอเรากินหวานปุ๊บ ระดับน้ำตาลในเลือดมันจะพุ่งสูง อย่างรวดเร็วแล้วก็ดิ่งลงฮวบฮาบเหมือนกัน พอตอนมันดิ่งลงนี่แหละ ร่างกายจะรู้สึกโหย อ่อนเพลีย แล้วก็เรียกร้องของหวานอีกรอบเพื่อดึงระดับน้ำตาลขึ้นไปใหม่ วนลูปนรกชัดๆ

กินอะไรให้หายอยากของหวาน?

กลางคืนดึก ๆ แบบนี้... บางทีมันก็วนมาคิดเรื่องของหวานอีกแล้วเนอะ ใจมันอยากเหลือเกิน... เข้าใจนะความรู้สึกนั้น... มันยากที่จะห้ามจริง ๆ

แต่ก็นั่นแหละ... พอคิดไปคิดมา... ฉันเองก็เคยลองนะ ไอ้การที่หันไปหาอะไรที่มัน หวานจากธรรมชาติ ดูบ้าง

ลองนึกดูสิ พวก หัวหอม แครอท ฟักทอง มันหวาน พวกนี้ พอต้มให้เปื่อยนุ่ม หรือเอาไปทำซุป... มันจะมีรสชาติหวานละมุนออกมาเองเลยนะ แม้แต่หัวไชเท้าก็ยังให้ความหวานได้

การได้กินอะไรแบบนี้บ่อย ๆ... มันช่วยให้ร่างกายคุ้นชินกับความหวานที่ไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ ๆ ลดความอยากน้ำตาล ที่มันแรง ๆ ลงได้จริง ๆ นะ ฉันรู้สึกแบบนั้น

อีกเรื่องที่สำคัญมากจริง ๆ ก็คือ... ต้องพยายามเลี่ยงอาหารแปรรูป พวกที่มีสารเคมีเยอะ ๆ หรือน้ำตาลเทียมอะไรพวกนั้นน่ะ มันเหมือนไปกระตุ้นความอยากให้หนักขึ้นไปอีก

  • นอนให้พอ สำคัญนะ การอดนอนทำให้ฮอร์โมนอยากอาหารทำงานผิดปกติ
  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ บางทีที่อยากหวาน อาจจะแค่หิว หรือกระหายน้ำก็ได้
  • กินโปรตีนและไขมันดี มื้อหลักต้องอิ่มนาน ช่วยให้ไม่โหยหาของหวานระหว่างวัน
  • หาอะไรทำ เวลาว่าง หรือเครียด ความอยากของหวานจะมาง่าย ลองหางานอดิเรกอื่น ๆ ทำ
  • กินผลไม้รสไม่จัด อย่าง แอปเปิล ฝรั่ง ชมพู่ มันช่วยเติมความหวานเบา ๆ ได้
  • ฝึกใจให้สงบ ความเครียดคือตัวกระตุ้นหลัก ลองหายใจลึก ๆ หรือทำสมาธิสั้น ๆ