ลักษณะอาการในข้อใดที่บ่งบอกได้ชัดเจนที่สุดว่า บุคคลนั้นกำลังเข้าสู่ภาวะการดื้ออินซูลิน

83 ครั้งเข้าชม
อาการบ่งชี้ภาวะดื้ออินซูลินสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ซึ่งเป็นผลจากการดื้ออินซูลิน สังเกตได้จากอาการเหล่านี้: หิวบ่อย กระหายน้ำมากกว่าปกติ ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย มองเห็นภาพไม่ชัด ตามัว รู้สึกชาบริเวณมือและเท้า
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สัญญาณเตือนภาวะดื้ออินซูลินมีอะไรบ้างที่ต้องระวัง?

เรื่องภาวะดื้ออินซูลินนี่นะ มันมีสัญญาณเตือนที่บางทีเราก็มองข้ามไปง่ายๆ เลยล่ะ

อย่างเรื่องหิวบ่อยนี่ตัวดีเลย บางทีก็หิวแบบไม่ทันตั้งตัว กินข้าวไปแล้วไม่นานก็หิวอีกแล้ว หรือบางทีก็รู้สึกกระหายน้ำตลอดเวลา แบบดื่มน้ำเท่าไหร่ก็ไม่หาย

แล้วก็มีเรื่องที่ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติด้วยนะ อันนี้ก็สังเกตได้เหมือนกัน บางทีก็รู้สึกว่าเข้าห้องน้ำบ่อยจนรำคาญตา

ผิวก็มีนะ บางทีผิวก็ดูปกติ แต่พอลึกๆ แล้วอาจจะมีอาการอื่นแอบซ่อนอยู่

ตาพร่ามัวก็เป็นอีกอย่างที่น่าสังเกตนะ จู่ๆ ก็มองอะไรไม่ค่อยชัด หรือบางทีก็รู้สึกว่าสายตาเปลี่ยนไป

ที่สำคัญคืออาการชาตามนิ้วเท้า ชาปลายมือ อันนี้เหมือนเป็นสัญญาณบอกว่าเส้นประสาทเราอาจจะมีปัญหา

ฉันเองเคยมีคนรู้จัก เขาก็มีอาการประมาณนี้แหละ กินเยอะแต่ก็ยังรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ดื่มน้ำเยอะมาก จนสุดท้ายไปตรวจถึงรู้ว่ามีภาวะดื้ออินซูลิน

จริงๆ มันมีอีกหลายอย่างนะ แต่สัญญาณพวกนี้คือสิ่งที่ควรจะสังเกตเป็นพิเศษเลยล่ะ

ภาวะดื้ออินซูลินมันค่อยๆ สะสมนะ ไม่ได้เป็นปุบปับ แต่มันมีสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยเตือนเราอยู่เสมอ

ถ้าสังเกตตัวเองแล้วรู้สึกว่ามีอาการหลายอย่างที่เข้าข่าย ก็ไม่ควรมองข้ามนะ หาเวลาไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจเช็คจะดีที่สุด.

ภาวะดื้ออินซูลินส่งผลอย่างไร

ภาวะดื้ออินซูลินน่ะเหรอ? มันก็เหมือนเซลล์ในร่างกายเราทำตัวหยิ่งผยอง ไม่ยอมฟังคำสั่งจากอินซูลินเหมือนเมื่อก่อนนั่นแหละ อินซูลินผู้แสนดีพยายามเอาคีย์ไปเปิดประตูให้เอาน้ำตาลเข้าไปใช้ แต่เซลล์กลับเมินเฉย ปล่อยให้น้ำตาลลอยละล่องอยู่ในกระแสเลือดสูงปรี๊ด ชิลล์ๆ จนสุดท้ายก็ไปออกงานเลี้ยงใหญ่ที่ชื่อ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ไงล่ะ

ส่วนตับอ่อนเราก็โคตรอึด เหมือนคนทำงานโอทีหนักๆ เพราะเห็นอินซูลินที่ผลิตไปโดนเมิน ก็ต้องปั๊มเพิ่มอีก ปั๊มๆๆๆๆ จนเหนื่อย หมดแรง สุดท้ายก็ล้มป่วยไปพร้อมกับเซลล์ตัวหยิ่งนั่นแหละ เป็นไงล่ะ ดื้อนักใช่ไหม สมน้ำหน้า... (เอ้ย! ไม่ใช่ นี่เป็นการเปรียบเทียบนะ)

  • สาเหตุหลักๆ ผมว่ามันก็มาจากไลฟ์สไตล์นี่แหละ กินเยอะเกินไปโดยเฉพาะพวกหวานมันเค็ม นั่งติดเก้าอี้ไม่ขยับตัว เหมือนชีวิตเกิดมาเพื่อเสพสุขอย่างเดียว ใครๆ ก็รู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็ทำกันจัง ผมล่ะงง!
  • อาการแรกเริ่มนี่จับยากนะ บางทีก็แค่เพลียๆ ง่วงๆ หลังกินข้าว (อันนี้ผมก็เป็นบ่อย แต่น่าจะเป็นเพราะกินเยอะเองมากกว่า ฮ่าๆ) หิวน้ำบ่อย ฉี่บ่อย น้ำหนักขึ้นง่าย ลดก็ยาก ผิวคล้ำขึ้นตามซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ เหมือนมีรอยเปื้อนฝังลึก บางคนก็เรียกว่า "คอช้าง" น่ากลัวนะ
  • ภาวะแทรกซ้อนที่ตามมานี่สยองมาก นอกจากเบาหวานแล้ว ยังมีโรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันพอกตับไม่ทราบสาเหตุ ความดันโลหิตสูง ถุงน้ำในรังไข่ (PCOS) ในผู้หญิง บางทีก็ไปถึงขั้นสมองเสื่อมได้อีก นี่คือผลของการไม่ยอมฟังอินซูลินไง ดื้อนักก็เจอดี!
  • การจัดการง่ายๆ เริ่มที่ตัวเรา
    • ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน: ลดหวานมันเค็มเนี่ยทำยากที่สุดแล้ว ใครๆ ก็ชอบของอร่อยนี่หน่า! เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนดีๆ ลดแป้งขัดขาว น้ำตาล ให้เหมือนกินยาแต่เป็นยาอร่อยไง (เหรอ?)
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เดิน วิ่ง เต้น โยคะ อะไรก็ได้ที่ทำให้เหงื่อออก แค่ 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ก็โอเคแล้ว ไม่ต้องไปวิ่งมาราธอนหรอก แค่ลุกจากโซฟาก็ดีใจละ
    • ลดน้ำหนักให้ได้ 5-10% ของน้ำหนักตัวปัจจุบัน: ผมว่าอันนี้แหละที่ทำยากที่สุดในโลก ยอมรับเถอะว่ามันยากจริง! แต่ถ้าทำได้นะ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่เลย
    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ:อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน นอนน้อยน่ะ มันยิ่งทำให้ร่างกายเครียดและดื้ออินซูลินมากขึ้น
    • จัดการความเครียด: หาสิ่งที่ชอบทำ ผ่อนคลายบ้าง โยคะ ฟังเพลง นั่งสมาธิ ปล่อยวาง อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่กินเยอะขึ้นนะ!
  • ปรึกษาหมอแน่นอนที่สุด: ถ้าสงสัยว่าตัวเองเริ่มมีอาการ หรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรไปตรวจแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้เซลล์ดื้อจนเลยเถิด เดี๋ยวตับอ่อนจะประท้วงหยุดงานเอา!