วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง

114 ครั้งเข้าชม
วิธีทานอาหารเพื่อสุขภาพ: ครบหมู่ หลากสี: ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นความหลากหลายของอาหารแต่ละหมู่ ข้าวกล้องดีกว่า: เลือกข้าวกล้อง/ซ้อมมือเป็นอาหารหลัก ผักผลไม้สำคัญ: ทานผักผลไม้หลากสีเป็นประจำ คุมน้ำหนัก: ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเสมอ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีการกินเพื่อสุขภาพที่ดี มีอะไรบ้าง?

วิธีการกินเพื่อสุขภาพที่ดี มีอะไรบ้าง?

เอ่อ...เรื่องกินเพื่อสุขภาพเนี่ยนะ บอกเลยว่ามันไม่ได้มีสูตรตายตัวขนาดนั้นหรอก คือเอาจริง ๆ นะ ตอนเด็ก ๆ อ่ะ แม่จะบอกตลอดว่ากินข้าวให้หมดจาน จะได้โตไว ๆ แต่พอโตมา เออ...มันไม่ใช่แค่กินเยอะแล้วจะดีเสมอไปนี่หว่า

หลักในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ

เอาแบบที่เคยลองผิดลองถูกมาเองเลยนะ หนึ่งเลยคือพยายามกินให้มันหลากหลายอ่ะ อย่าไปยึดติดกับอะไรเดิม ๆ มากนัก แล้วก็...อันนี้สำคัญ น้ำหนักตัว! คอยเช็คบ่อย ๆ อย่าให้มันเกินไป ไม่ใช่ว่าต้องผอม แต่ขอให้มันสมส่วนกับตัวเองก็พอ

รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลายและหมั่นดูแลน้ำหนักตัวให้ปกติ

อันนี้เบสิคเลย แต่ทำยากมากจริง ๆ นะ แต่ก่อนคือไม่กินผักเลย จนมาวันนึงไปตรวจสุขภาพ หมอบอกว่า "น้องครับ...คอเลสเตอรอลสูงไปนะ" นั่นแหละ จุดเปลี่ยน!

รับประทานข้าวให้เป็นอาหารหลัก ข้าวควรรับประทานเป็นข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ

ข้าวกล้องนี่ตอนแรกกินยากมากกกก มันสาก ๆ อ่ะ แต่พอกินไปสักพัก เออ...มันก็อร่อยดีนะ แล้วรู้สึกว่าอยู่ท้องนานกว่าข้าวขาวด้วย

รับประทานพืชผักผลไม้เป็นประจำ เพราะพืชผักผลไม้มีทั้งสีเขียว สีเหลือง

เมื่อก่อนเกลียดบรอกโคลีมาก แต่เดี๋ยวนี้คือต้องมีติดตู้เย็นไว้ตลอด คือมันไม่ได้อร่อยอะไรขนาดนั้นหรอก แต่รู้ว่ามันดีต่อสุขภาพไง ก็ต้องกิน! ช่วงที่ลดน้ำหนักจริงจัง (ช่วงปี 2022 ที่ผ่านมาเนี่ยแหละ) คือกินสลัดผักทุกวันเบย แถมผลไม้ก็ขาดไม่ได้นะ ช่วยให้ไม่โหยของหวานดี

อะไรควรกินทุกวัน

อะไรควรกินทุกวัน? 10 สุดยอดอาหาร? ถามได้! นี่มันคำถามระดับชาติเลยนะเนี่ย (แอบกระซิบ: ผมชอบกินหมูกรอบมากกว่านะ แต่เพื่อสุขภาพ...อ่ะจัดไป!)

  1. เบอร์รี: ผลไม้จิ๋วแต่แจ๋ว! กินแล้วเหมือนได้พลังวิเศษ (แต่จริงๆ คือวิตามินซีสูงลิ่ว)

  2. ไข่ไก่: โปรตีนเน้นๆ สารพัดเมนู แถมราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์สุดๆ (ยกเว้นไข่เบอร์ 0 นะ! แพงเกิ๊น!)

  3. ถั่ว: ของว่างที่กินเพลินเกินห้ามใจ (ระวังอ้วนนะจ๊ะ!)

  4. อัลมอนด์, แมคคาเดเมีย, มะม่วงหิมพานต์: ไขมันดี๊ดี แต่ก็...แคลอรี่ก็ดี๊ดีเหมือนกัน (กินแต่พอดีนะเพื่อน!)

  5. ส้ม: วิตามินซีสูงปรี๊ด! กินแล้วผิวสวยใสเหมือนนางเอกซีรีส์เกาหลี (มั้งนะ!)

  6. มันเทศ: คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อร่อยเหาะ! กินแล้วอิ่มท้องนาน (แถมยังช่วยลดน้ำหนักได้ด้วยนะเออ!)

  7. บรอกโคลี: ผักสีเขียวที่ใครหลายคนส่ายหน้า แต่จริงๆ มีประโยชน์เยอะมากนะ (ลองเอาไปผัดน้ำมันหอยดูสิ! อร่อยขึ้นเยอะเลย!)

  8. ชา: ดื่มแล้วสดชื่น กระปรี้กระเปร่า (แต่ถ้าดื่มก่อนนอน ระวังนอนไม่หลับนะ!)

  • แถมอีกนิด: อย่าลืมกินผักใบเขียวอื่นๆ ด้วยนะ! พวกคะน้า ผักบุ้ง อะไรแบบนี้อะ

  • สำคัญ: อาหารทุกอย่างมีประโยชน์หมดแหละ! แต่กินแต่พอดี อย่ากินอะไรซ้ำๆ ซากๆ นะ! เปลี่ยนๆ บ้าง ชีวิตจะได้มีสีสัน! (เหมือนชีวิตผม...ที่วันนี้กินข้าวมันไก่มาแล้ว! อร่อย!)

1 มื้อควรมีอะไรบ้าง

หนึ่งมื้อที่สมดุล: สัดส่วน 2:1:1 นี่ไม่ใช่แค่สูตรอาหาร แต่เป็นปรัชญาการกินเพื่อสุขภาพที่ดี

  • ผัก 2 ส่วน: เน้นผักใบเขียว ผักหลากสี มีวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ เพียบ! ลองนึกถึงบรอกโคลี ผักโขม มะเขือเทศ พริกหวาน...สีสันเยอะ สารอาหารก็เยอะตามไปด้วย (แต่ระวังยาฆ่าแมลงนะ ล้างให้สะอาด!)
  • คาร์โบไฮเดรต 1 ส่วน: เลือกคาร์บเชิงซ้อนดีกว่านะ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต โฮลวีท พวกนี้จะค่อยๆ ปล่อยน้ำตาล ทำให้เราอิ่มนาน ไม่โหย ไม่วูบ แถมมีใยอาหารช่วยเรื่องขับถ่ายด้วย
  • โปรตีน 1 ส่วน: สำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ สลับๆ กันไป โปรตีนช่วยให้อิ่มท้องด้วยนะ ไม่กินจุกจิก

ทำไมต้อง 2:1:1?

  • สมดุล: สัดส่วนนี้ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากไป ไม่น้อยไป
  • ควบคุมน้ำหนัก: ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความอยากอาหาร ลดโอกาสการกินเกิน
  • สุขภาพดีระยะยาว: ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดัน

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ:

  • อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ นะ สำคัญมาก!
  • ปรุงรสน้อยๆ เลี่ยงเค็มจัด หวานจัด มันจัด
  • กินให้ช้า เคี้ยวให้ละเอียด จะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น
  • สำคัญที่สุด: ฟังร่างกายตัวเอง! กินเมื่อหิว หยุดเมื่ออิ่ม

ส่วนตัวแล้ว: ผมว่าการกินแบบ 2:1:1 มันยืดหยุ่นดีนะ ไม่ต้องเคร่งครัดมาก ปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบและวิถีชีวิตของเรา สิ่งสำคัญคือ "สติ" ในการกิน รู้ว่าเรากำลังกินอะไร กินไปเพื่ออะไร และกินในปริมาณที่พอดี

กินอาหารไม่ครบ 5 หมู่จะเกิดอะไรขึ้น

แดกไม่ครบห้าหมู่? ร่างกายพังสิถามได้

  • ขาดโปรตีน: กล้ามเนื้อลีบ, ภูมิคุ้มกันต่ำ, บวมน้ำ
  • ขาดคาร์โบไฮเดรต: อ่อนเพลีย, สมองเบลอ, หมดแรง
  • ขาดไขมัน: ผิวแห้ง, ผมร่วง, ฮอร์โมนปั่นป่วน
  • ขาดวิตามิน: สารพัดโรค, แล้วแต่วิตามินตัวไหน
  • ขาดแร่ธาตุ: กระดูกพรุน, โลหิตจาง, ระบบประสาทรวน

คำเตือน: อย่าประเมินค่าอาหารเสริมต่ำเกินไป บางทีแดกแต่อาหารหลักก็ไม่พอหรอก

อาหารมื้อใดที่เป็นมื้อสำคัญ ที่สุด

อาหารเช้า สำคัญสุดจริง ข้อมูลปีนี้จาก สสส. ยังย้ำเรื่องนี้อยู่ เพราะร่างกายอดอาหารมาทั้งคืน ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำปิ๊ดปี๋ การเติมพลังตอนเช้าจึงเหมือนการสตาร์ทเครื่องยนต์ให้พร้อมทำงาน

  • พลังงานสมอง: ไม่กินข้าวเช้า สมองเบลอ คิดอะไรไม่ออก เหมือนรถที่น้ำมันหมด
  • อารมณ์: หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห เพราะน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ (ผมเคยเป็นประจำตอนเด็กๆ แม่ชอบบ่น)
  • สุขภาพ: เสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน เพราะร่างกายจะโหยหาอาหารที่มีน้ำตาลสูงในมื้อต่อไป

เกร็ดน่าสนใจ: จริงๆ แล้วร่างกายคนเราก็เหมือนระบบนิเวศเล็กๆ การกินอาหารเช้าให้สมดุล ก็เหมือนการรักษาสมดุลของระบบนั้นๆ ไม่มากไป ไม่น้อยไป อะไรที่มันพอดีๆ มักจะดีที่สุดเสมอ

กินข้าว1มื้อต่อวัน จะเป็นไรไหม

กินข้าววันละมื้อเดียวเหรอ… เอาจริง ๆ นะ ตอนนั้นช่วงโควิดระบาดรอบแรก ๆ อ่ะ (ประมาณมีนาคม 2563) เครียดจัด ตกงานด้วย เงินเก็บก็ร่อยหรอ เลยกินแค่วันละมื้อจริง ๆ จัง ๆ เลย ข้าวเช้าตัดทิ้ง ข้าวเที่ยงกินกล้วยหอมลูกเดียว บางทีก็ไม่กินเลย ข้าวเย็นถึงจะจัดเต็ม กินเยอะมากกกก เพราะหิวโหยสุด ๆ ผลคือผอมลงนะ ผอมแบบโทรม ๆ อ่ะ หน้าตอบ แก้มตอบ เพื่อนทักว่าไปทำอะไรมา ทำไมดูไม่ได้เลย คือมันไม่ได้ดูดีอ่ะ เข้าใจป่ะ

แต่! ไม่ได้แปลว่ากินมื้อเดียวดีนะเว้ย ช่วงนั้นร่างกายมันรวน ๆ แบบบอกไม่ถูกอ่ะ หงุดหงิดง่าย เหนื่อยง่าย เหมือนพลังงานมันไม่พอ แล้วก็ถ่ายยากมากกกก ระบบขับถ่ายพังพินาศสุด ๆ

  • ข้อดีที่(คิดว่า)ได้เจอ: น้ำหนักลด (แต่ลดแบบไม่ healthy) ประหยัดเงิน (อันนี้ของจริง)
  • ข้อเสียที่เจอ: เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่าย ท้องผูก ระบบขับถ่ายรวน ผิวพรรณไม่สดใส
  • สรุป: อย่าหาทำ ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ กินให้มันพอดีเถอะ วันละ 2-3 มื้ออ่ะ ดีสุดแล้ว เชื่อกู

เพิ่มเติม: หลังจากนั้นพอกลับมากินปกติทุกมื้อ น้ำหนักก็ขึ้นมาเท่าเดิม แถมขึ้นเยอะกว่าเดิมอีก… กรรม!

กินยังไงไม่ให้มีโรค

กินยังไงไม่ให้มีโรค... มันเป็นคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวมานานแล้วนะ

  • กินให้ครบ: ไม่ใช่แค่ว่ากินอะไรก็ได้ให้มันครบๆ แต่ต้องหลากหลายด้วย... แต่ละอย่างก็มีดีของมันต่างกันออกไป... แล้วก็ต้องดูน้ำหนักตัวเองด้วยนะ ไม่ใช่ว่ากินทุกอย่างที่ขวางหน้า
  • ผักผลไม้: อันนี้สำคัญมากๆ กินเยอะๆ เลย... มันช่วยได้จริงๆ นะ
  • โปรตีน: ปลา เนื้อไม่ติดมัน ไข่ ถั่ว... พวกนี้สำคัญต่อร่างกาย กินเป็นประจำเถอะ
  • นม: กินนมให้เหมาะกับวัยตัวเอง... ไม่ใช่ว่ากินเยอะๆ แล้วจะดีเสมอไป
  • ไขมัน: กินได้ แต่ต้องพอดี... เลือกไขมันดีๆ หน่อย
  • หวานเค็ม: อันนี้ตัวร้ายเลย... พยายามเลี่ยงๆ หน่อยก็ดี
  • สะอาด: อาหารต้องสะอาด... ปลอดภัยจากเชื้อโรคและสารปนเปื้อน

เออ... จริงๆ แล้วมันก็แค่นี้แหละมั้ง... แต่ทำไมมันยากจังวะ

ข้อมูลเพิ่มเติมนะ:

  • น้ำตาล: ปีนี้ WHO เค้าก็ยังแนะนำเหมือนเดิมนะ ว่าควรลดปริมาณน้ำตาลที่เติมเข้าไปในอาหารและเครื่องดื่ม... ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวันอ่ะ (25 กรัม)
  • โซเดียม: เกลือก็เหมือนกัน... กินเยอะไปก็ไม่ดี... เค้าว่ากันว่าไม่ควรกินเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน... ประมาณ 1 ช้อนชา
  • ออกกำลังกาย: เรื่องกินมันก็ส่วนหนึ่ง... แต่ถ้าไม่ออกกำลังกายเลย... มันก็ไม่ได้ผลหรอกนะ... อย่างน้อยก็เดินบ้างอะไรบ้าง
  • นอนหลับ: นอนให้พอ... ร่างกายมันต้องพักผ่อน... ไม่ใช่โหมงานอย่างเดียว
  • ความเครียด: พยายามจัดการความเครียดให้ได้... เครียดมากๆ มันก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพเหมือนกัน
  • ตรวจสุขภาพ: ไปตรวจสุขภาพประจำปีบ้างก็ดี... จะได้รู้ว่ามีอะไรผิดปกติรึเปล่า

บางที... การดูแลตัวเองมันก็เหมือนกับการเดินทางไกล... ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป... ไม่ต้องรีบร้อน