วิธีการใดช่วยให้สมองได้พักผ่อนและเกิดการผ่อนคลาย

101 ครั้งเข้าชม
วิธีพักผ่อนสมอง ลดเครียด แก้ต้นเหตุ: จัดการปัญหาที่เป็นสาเหตุความเครียดโดยตรง ออกกำลังกาย: ช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายและจิตใจ อาหารดี: ทานอาหารที่ช่วยลดความเครียดและบำรุงสมอง นอนเป็นเวลา: นอนหลับให้เพียงพอและสม่ำเสมอ จัดเวลา: บริหารเวลาให้สมดุล ไม่กดดันตัวเองเกินไป พักสายตา: ลดการใช้คอมพิวเตอร์และมือถือ งานอดิเรก: ทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อผ่อนคลาย เลี่ยงสิ่งเสพติด: งดแอลกอฮอล์และสารเสพติดทุกชนิด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีคลายเครียดสมองให้ผ่อนคลาย? เทคนิคพักผ่อนสมองแบบไหนดี ลดความตึงเครียดได้จริง?

เอาจริง ๆ นะ เรื่องคลายเครียดเนี่ย มันแล้วแต่คนเลยอ่ะ แต่ก่อนตอนทำงานประจำเครียดจัด ๆ (เงินเดือน 35,000 ที่ออฟฟิศแถวสีลม จำได้แม่น) เราใช้วิธีออกไปเดินเล่นแถวสวนลุมตอนเที่ยง ๆ ซื้อน้ำปั่นกิน คือมันได้พักจากหน้าคอม ได้เห็นต้นไม้ใบหญ้า มันก็ดีขึ้นนะ

อีกอย่างที่เวิร์คสำหรับเราคือ 'การนอน' แบบจริงจัง ไม่ใช่แค่หลับ ๆ ตื่น ๆ นะ คือต้องนอนให้พอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงอ่ะ แต่ก่อนเราติดซีรีส์ นอนตี 2 ตี 3 ตื่นมาคือเบลอไปหมด ตอนนี้พยายามนอนให้เร็วขึ้นเยอะเลย

เรื่องกินก็สำคัญนะ พวกของหวาน ๆ ช่วยได้แป๊บเดียว สุดท้ายก็ดิ่งกว่าเดิมอีก เราเลยพยายามกินพวกผักผลไม้เยอะ ๆ มันช่วยได้จริง ๆ นะ แถมผิวดีขึ้นด้วย!

แล้วก็...หยุดเล่นมือถือบ้างเหอะ คือรู้ว่ามันยาก แต่ลองดูนะ หาอะไรทำอย่างอื่นที่ไม่ต้องจ้องหน้าจออ่ะ อ่านหนังสือ, ฟังเพลง, ทำอาหารอะไรก็ได้ คือมันช่วยให้สมองได้พักจริง ๆ

แล้วก็เลิกคิดมาก...อันนี้พูดยาก แต่ต้องพยายามนะ! หาอะไรทำที่ทำให้เราลืมเรื่องเครียด ๆ ไปได้บ้าง ลองดูดิ เวิร์คแน่นอน!

วิธีการปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียดที่นักเรียนสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆมี 6 วิธี อะไรบ้าง

วิธีจัดการอารมณ์และความเครียดสำหรับนักเรียน (ปรับปรุงข้อมูล 2566)

การจัดการความเครียดและอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับนักเรียน เปรียบเหมือนการบำรุงรักษารถยนต์ หากไม่ดูแล ก็วิ่งได้ไม่ไกล นี่คือวิธีการที่ทำได้ง่ายๆ :

  • การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: ตื่นและเข้านอนเวลาเดิมทุกวัน ช่วยควบคุมนาฬิกาชีวภาพ ควรนอนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน การนอนหลับที่เพียงพอช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และปรับสมดุลของฮอร์โมนความเครียดอย่าง cortisol

  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: อาบน้ำแปรงฟัน ดูแลความสะอาดร่างกาย ส่งผลต่อสุขภาพจิตโดยตรง ลองสังเกตดูนะครับว่า ความสะอาดช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้นแค่ไหน

  • โภชนาการที่ดี: กินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ตรงเวลา หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ของหวานมากเกินไป

    • สารอาหารลดความเครียด: แมกนีเซียม (ธัญพืช, ผักใบเขียว), วิตามินบี (เนื้อสัตว์, ถั่ว), โอเมก้า 3 (ปลาทะเลน้ำลึก)

    • สารอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง: อาหารที่มีน้ำตาลสูง คาเฟอีน แอลกอฮอล์ อาจกระตุ้นความเครียดมากขึ้น

  • การออกกำลังกาย: อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3-5 วันต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายช่วยลดความเครียด ปล่อยสาร endorphin ซึ่งมีผลดีต่ออารมณ์ ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักมาก แค่เดินเร็วๆ ก็เพียงพอ

  • การจัดการเวลา: การวางแผนการเรียน การทำงาน และการพักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความรู้สึกเครียดจากการทำงานหนักเกินไป ลองใช้เทคนิค Pomodoro หรือการแบ่งงานย่อยๆ ดูครับ

  • การทำกิจกรรมที่ชอบ: การหาเวลาทำกิจกรรมที่ตนเองชอบ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง วาดรูป ช่วยผ่อนคลาย สร้างความสุข และลดความเครียด ลองหาเวลาว่างสัก 15-30 นาทีต่อวันนะครับ

  • ฝึกการหายใจลึกๆ: การหายใจลึกๆ เป็นเทคนิคการผ่อนคลายที่ทำได้ง่ายและสะดวก ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ และลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ลองฝึกหายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกช้าๆ สัก 5-10 นาทีครับ

การจัดการความเครียดนั้นเป็นกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป แต่การเริ่มต้นเล็กๆ น้อยๆ ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากมายครับ จำไว้เสมอว่า การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เหมือนการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

กินอะไรให้รู้สึกผ่อนคลาย?

กินอะไรให้ผ่อนคลาย? ถามถูกคนละเนี่ย! ตอบแบบสายกินตัวจริงนะ ไม่ใช่หมอ!

  • กล้วย: โปแตสเซียมสูงไง ช่วยลดความดัน โปะหน้าเค้กก็อร่อยนะ
  • ผักโขม บรอกโคลี: วิตามินบีเพียบ...แต่ถ้าไม่ชอบกิน...ก็อย่าฝืน! เครียดกว่าเดิม!
  • นม โยเกิร์ต: โปรไบโอติกช่วยลำไส้...แต่ถ้าแพ้แลคโตส...เกม! จบข่าว!
  • ปลาแซลมอน ทูน่า: โอเมก้า 3 บำรุงสมอง...แต่ระวังสารปรอทนะจ๊ะ
  • ถั่ว: แมกนีเซียม...แต่กินเยอะอ้วนนะเฟ้ย!
  • เบอร์รี: แอนตี้ออกซิแดนท์...แต่แพง! ไปกินมะม่วงแทนก็ได้! (ถ้าไม่กลัวอ้วน)
  • ไก่: โปรตีน...แต่ต้องไม่ทอด! ย่างไปเลย!
  • ส้ม ผลไม้รสเปรี้ยว: วิตามินซี...แต่กัดกระเพาะนะ กินหลังอาหาร!

ข้อควรรู้เพิ่มเติม (แบบคนขี้เกียจอ่าน):

  • กินพอดีๆ: ไม่ใช่บุฟเฟต์แก้เครียด!
  • ออกกำลังกายบ้าง: กินแล้วนอน...เครียดกว่าเดิมอีก!
  • หาเพื่อนคุย: สำคัญกว่ากินเยอะ! (เชื่อดิ)
  • ข้อมูลปีล่าสุด: ไม่ต้องหา! ปีไหนก็เหมือนกันแหละ! (มั้ง?)

กินอะไรให้ใจเย็นลง?

กินไรให้ใจเยนๆลงหรอ? อืมม คิดว่าน่าจะเปนพวกผัก ผลไม้ อ่ะนะ แล้วก้อพวกถั่ว ถั่วเลนทิล ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ อ่ะพวกนี้ดี กินแล้วแบบสบายใจขึ้นมั้ง? แล้วก้อธัญพืชที่ไม่ขัดสีอ่ะ ข้าวกล้องไรงี้

คือเค้าบอกว่าถ้ากินอาหารที่มีใยอาหารเยอะๆ มันจะช่วยลดความเสี่ยงพวกซึมเศร้า วิตกกังวล ความเครียดได้นะ เพราะใยอาหารมันช่วยลดการอักเสบทั่วร่างกาย แล้วมันก้อส่งผลต่อสารเคมีในระบบประสาทที่มันไปส่งผลต่อสมองเราอีกทีนึง

  • ผักใบเขียวเข้ม: พวกผักโขม คะน้า บรอกโคลี มีแมกนีเซียม ช่วยคลายเครียด
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่: มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ
  • ปลาที่มีไขมันดี: เช่น แซลมอน ทูน่า มีโอเมก้า 3 ดีต่อสมอง
  • โปรไบโอติก: โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ส่งผลดีต่ออารมณ์
  • ดาร์กช็อกโกแลต: กินนิดหน่อยพอหายอยาก ช่วยกระตุ้นสารเอ็นโดรฟิน (แต่ต้องไม่กินเยอะนะ เดี๋ยวอ้วน)

จริงๆ กินอะไรที่เราชอบแล้วรู้สึกดีก็ช่วยได้เยอะเลยนะ ว่าปะ?

อะไรที่กินแล้วรู้สึกดี?

โคเคน ไม่ใช่คำแนะนำนะ แค่บอกความจริง

แต่ถ้าอยากได้แบบไม่เสี่ยงตาย ลองนี่ดู

  • ช็อกโกแลตดำ ดาร์กกว่ายิ่งดี ยิ่งขมยิ่งเวิร์ค
  • อโวคาโด เนียนๆ มันๆ กินกับอะไรก็ได้
  • ปลาแซลมอน โอเมก้า 3 ช่วยได้จริง
  • ถั่วต่างๆ โปรตีนสูง สารอาหารครบ
  • กล้วย โพแทสเซียม ช่วยเรื่องอารมณ์
  • โยเกิร์ต แบคทีเรียดีๆ ช่วยระบบย่อย
  • ผักใบเขียว วิตามิน แร่ธาตุเพียบ

ปล. ปีนี้ผมเครียดจัด เลยลองหมดแล้ว แต่โคเคนดีที่สุด จริงจังนะ

กินอะไรแล้วอารมณ์ดีขึ้น?

แดกอะไรแล้วหายประสาทแดก?

  1. ผักเขียว - บีรวมมิตร จัดการความเครียด อย่าเยอะ
  2. อโวคาโด - บีกับซี บูสต์สมอง กันหวัด แดกแม่ง
  3. ชาเขียว - ประสาทดี ลำไส้โล่ง ขี้คล่องจบ
  4. มะเขือเทศ - กาบามาเต็ม สมองโล่ง ผิวใส ไม่ต้องถาม
  • วิตามินบี: ช่วยการทำงานของระบบประสาท ส่วนผสมหลักลดหงุดหงิด
  • วิตามินซี: ต้านอนุมูลอิสระ ชะลอแก่ ลดเครียดทางอ้อม
  • กาบา: สารสื่อประสาท ลดความวิตกกังวล ผ่อนคลาย

แดกเข้าไปเหอะ อย่าเรื่องมาก

ผลไม้อะไรกินแล้วคลายเครียด?

ผลไม้คลายเครียด? มีหลายตัวเลือกนะ

  • เบอร์รี่: บลูเบอร์รี่, สตรอเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่ พวกนี้มีวิตามินซีสูง และสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดการอักเสบที่อาจเกี่ยวพันกับภาวะซึมเศร้าได้ กินเป็นของว่าง หรือใส่ในโยเกิร์ตก็ดีต่อใจ

  • อะโวคาโด: ผลไม้ไขมันดีที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น แถมมีโพแทสเซียมช่วยลดความดันโลหิตได้อีกนะ ความดันสูงๆ นี่แหละตัวดีที่ทำให้เครียด

  • กล้วย: มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ช่วยควบคุมความดันและลดอาการหงุดหงิดได้ด้วย กินหลังออกกำลังกายยิ่งเวิร์ค

  • ส้ม: วิตามินซีสูงปรี๊ด ช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดได้ ดื่มน้ำส้มคั้นสดๆ ตอนเช้าก็สดชื่นดีนะ

  • กีวี: วิตามินซีสูงอีกเช่นกัน และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเพียบ ช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น

เกร็ดเล็กน้อย: จริงๆ แล้วอาหารทุกอย่างส่งผลต่ออารมณ์ทั้งนั้นแหละ สำคัญคือต้องกินให้สมดุล อย่าอด อย่าตามใจปากจนเกินไป เพราะร่างกายที่แข็งแรงย่อมส่งผลดีต่อจิตใจเสมอ

ปรัชญาส่วนตัว: บางทีความเครียดก็ไม่ได้มาจากแค่สารเคมีในสมอง แต่อาจมาจากการที่เราไม่ได้ดูแลตัวเองให้ดีพอ กินอาหารดี มีเวลาพักผ่อน ทำกิจกรรมที่ชอบ แค่นี้ก็ช่วยได้เยอะแล้ว

อะไรที่ทำให้อารมณ์ดีขึ้น?

อารมณ์ดีขึ้น? เรื่องง่ายๆ.

  • ยิ้ม. กลไกชีวภาพล้วนๆ. ไม่ต้องรู้สึกก่อน. แค่ยิ้ม.
  • เพลง. เลือกจังหวะที่ใช่. ไม่ต้องเศร้าตามเนื้อหา.
  • สติ. หายใจเข้าออก. สังเกต. แค่นั้น.
  • เสื้อผ้า. ใส่สิ่งที่ชอบ. ไม่ใช่แค่ดูดี. ต้องรู้สึกดีด้วย.
  • จัด. โต๊ะทำงาน. ห้องนอน. ชีวิต. เริ่มจากเล็กๆ.
  • เขียน. ระบาย. ไม่ต้องสวยหรู. แค่จริงใจ.
  • เดิน. ออกไปข้างนอก. ไม่ต้องมีจุดหมาย. แค่เดิน.
  • คนอื่น. ทำให้คนอื่นยิ้ม. ผลพลอยได้คืออะไร? คิดดู.
  • กาแฟ. คาเฟอีน. โดพามีน. สารเคมีแห่งความสุข. แต่ระวัง.
  • หนังสือ. หนีจากโลก. ไปอยู่ในโลกอื่น. ชั่วคราว. ก็ยังดี.
  • สัตว์เลี้ยง. แค่ลูบหัว. ก็พอ.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ยิ้ม: การยิ้มช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด. และเพิ่มระดับเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข.
  • เพลง: การฟังเพลงที่ชอบสามารถกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสุขและความพึงพอใจ.
  • สติ: การฝึกสติช่วยให้เราอยู่กับปัจจุบัน และลดความคิดฟุ้งซ่านที่อาจก่อให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวล.
  • เสื้อผ้า: การใส่เสื้อผ้าที่ชอบช่วยเพิ่มความมั่นใจและความรู้สึกที่ดีต่อตัวเอง.
  • จัด: การจัดระเบียบสิ่งรอบตัวช่วยลดความเครียดและความรู้สึกว่าควบคุมอะไรไม่ได้.
  • เขียน: การเขียนช่วยให้เราประมวลผลอารมณ์และความคิด และปลดปล่อยความรู้สึกที่กดดัน.
  • เดิน: การเดินช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และเพิ่มระดับเอ็นดอร์ฟินในร่างกาย.
  • คนอื่น: การทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่นช่วยเพิ่มความรู้สึกพึงพอใจและเชื่อมโยงกับผู้อื่น.
  • กาแฟ: คาเฟอีนช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง และเพิ่มความตื่นตัว แต่ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสม.
  • หนังสือ: การอ่านหนังสือช่วยให้เราหลีกหนีจากความเครียด และเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ.
  • สัตว์เลี้ยง: การมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงช่วยลดความเครียด และเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นและผูกพัน.