วิธีเช็คว่าเป็นโรคเบาหวานไหม

68 ครั้งเข้าชม
สงสัยเป็นเบาหวาน? สังเกตอาการเหล่านี้: ดื่มน้ำเยอะ ปัสสาวะบ่อย: กระหายน้ำมากผิดปกติ ปัสสาวะบ่อยหรือปริมาณมาก หิวบ่อย น้ำหนักลด: กินจุแต่น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย สายตาพร่า: รู้สึกเหนื่อยง่าย มองเห็นไม่ชัด แผลหายช้า ชาปลายมือเท้า: แผลหายยาก ชาเหมือนมีมดไต่ หากมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีตรวจสอบว่ามีโรคเบาหวานหรือไม่?

เอ่อ...วิธีเช็คเบาหวานเหรอ? เอาจริงๆนะ สมัยก่อนตอนเด็กๆ ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยอ่ะ แต่พออายุมากขึ้น เริ่มเห็นคนใกล้ตัวเป็น ก็เลยเริ่มสนใจ

จำได้ว่าตอนนั้น...น่าจะซัก ม.ปลายมั้ง เห็นเพื่อนคนนึงกินน้ำเยอะมากกกก กินทั้งวัน กินแบบน่าตกใจ แล้วก็เข้าห้องน้ำบ่อยมากกกก ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร แค่รู้สึกว่าทำไมกินน้ำเยอะจังวะ (ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพนะ แต่มันเป็นฟีลลิ่งจริงๆ)

แล้วพอโตขึ้น มาอ่านเจอว่าอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อยเนี่ย มันเป็นสัญญาณของเบาหวาน ก็เลยแบบ อ๋อ! เข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนคนนั้นถึงเป็นอย่างนั้น

อีกอย่างที่จำได้คือ แม่เพื่อนอีกคนนึงเป็นเบาหวาน แล้วแผลหายช้ามากกกก คือแบบ เป็นแผลนิดเดียวก็เป็นเรื่องใหญ่ ต้องดูแลกันเป็นพิเศษ ตอนนั้นก็รู้สึกว่าเบาหวานมันน่ากลัวเหมือนกันนะ

คือสรุปง่ายๆนะ จากประสบการณ์ที่เห็นมากับตาตัวเองอ่ะ ถ้าใครกระหายน้ำบ่อยมาก ปัสสาวะบ่อยมาก แผลหายช้า หรือมีอาการชาๆ ที่มือที่เท้าเนี่ย รีบไปหาหมอตรวจเช็คเลยดีกว่า อย่าชะล่าใจ! เพราะเบาหวานมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราเจอเร็ว แล้วดูแลตัวเองดีๆ อ่ะนะ

เราสามารถตรวจเบาหวานเองได้ไหม

ตรวจเบาหวานเองได้ไหม? ได้สิ! ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก! แค่จิ้มนิ้วนิดเดียวเอง (แต่ถ้ามือสั่นเหมือนตอนเจอผี ก็อาจจะยากหน่อยนะ 555)

  • อุปกรณ์: ต้องมีเครื่องวัดน้ำตาลแบบพกพา กับแถบทดสอบ ราคาขึ้นๆ ลงๆ ตามแต่ร้าน บางทีเจอโปรถูกกว่าซื้อของชำอีก! ปีนี้ผมซื้อมาตัวละ 700 กว่าบาทเอง คุ้มสุดๆ!

  • วิธีใช้: อ่านคู่มือให้ดีก่อนนะ ไม่งั้นเจาะนิ้วผิด เลือดไหลโชก เละเทะไปหมด เคยเจอเพื่อนมันทำ ฮาแตกเลย! ต้องใช้เทคนิคหน่อยล่ะ อย่าลืมล้างมือด้วยนะ ไม่งั้นเชื้อโรคเข้าไป ป่วยหนักกว่าเดิมอีก!

  • ผลลัพธ์: ได้ค่าออกมาเป็นมิลลิกรัมเปอร์เดซิลิเตอร์ (mg/dL) หรือมิลลิโมลเปอร์ลิตร (mmol/L) ถ้าไม่เข้าใจ ก็ถามหมอเอา อย่าไปมั่วเองล่ะ อันตรายนะ เพื่อนผมคนนั้นแหละ ไปหาข้อมูลเอง เกือบตายแล้ว ตอนนี้ยังหัวเราะไม่หายเลย!

แต่! อย่าลืมนะ การตรวจเองนี่เป็นแค่ส่วนช่วย ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ต้องไปพบแพทย์ ปรึกษาอย่างสม่ำเสมอด้วย อย่าคิดว่าตรวจเองแล้วจบ เดี๋ยวจะซวยเอาได้ (เชื่อผม!) ไปหาหมอดีกว่า อย่างน้อยก็ได้คุยแก้เบื่อ 555+

ทำไมต้องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด?

ตรวจน้ำตาลในเลือดเนี่ยนะ? ไม่ใช่แค่เช็กว่าวันนี้กินขนมเยอะไปรึเปล่า! มันเป็นเหมือนการสืบสวนสอบสวนสุขภาพระดับเซลล์เลยล่ะ! รู้หรือไม่ว่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่ปกติ มันเป็นเหมือนตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมากมาย เปรียบเหมือนตัวร้ายในหนังแอ็คชั่นที่คอยแอบซุ่มโจมตีอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเรา!

  • ค้นหาตัวร้ายเบาหวาน: การตรวจ FBS (Fasting Blood Sugar) หรือการตรวจน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง มันเป็นด่านแรกในการสแกนหาเบาหวานตัวร้ายนั่นเอง ถ้าระดับน้ำตาลสูงเกินไป แสดงว่าคุณอาจกำลังเข้าสู่เขตอันตราย! ปีนี้สถาบันโรคเบาหวานแห่งชาติรายงานว่าคนไทยเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นอีกหลายแสนคนนะรู้มั้ย อย่าชะล่าใจ!

  • จับตาภาวะแทรกซ้อน: เบาหวานไม่ใช่แค่รู้สึกเหนื่อยง่าย มันอาจนำไปสู่โรคหัวใจ, โรคไต, ตาบอด, แผลหายช้า โอย...ฟังแล้วขนลุกใช่ไหมล่ะ การตรวจน้ำตาลในเลือดเป็นเหมือนการตรวจเช็คความเสี่ยงล่วงหน้า ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาได้เร็วไง!

  • ปรับแผนชีวิตได้ทันท่วงที: ถ้าผลตรวจออกมาไม่ดี ก็ไม่ต้องตกใจไป อย่างน้อยเราก็รู้ตัวก่อน! เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ออกกำลังกาย และรับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ระดับที่เหมาะสม คิดซะว่ามันคือการอัพเดตระบบรักษาสุขภาพของเราให้ทันสมัย ไม่ใช่แค่ซ่อมแซมเมื่อพังแล้ว!

เพิ่มเติมนิดหน่อย: ส่วนตัวผมเอง ปีนี้ไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ก็เลยได้ตรวจน้ำตาลในเลือดด้วย หมอบอกว่าผลตรวจปกติ แต่ก็แนะนำให้ระวังเรื่องอาหารหวานๆหน่อย เอาเป็นว่าดีใจที่ผลตรวจปกติ แต่ก็จะตั้งใจดูแลสุขภาพต่อไป! อย่าลืมไปตรวจสุขภาพกันบ้างนะคะ ไม่ต้องกลัวเจ็บ แค่รู้สึกจิ๊ดเดียวเอง!

ตรวจน้ำตาลในเลือด FBS กับ HbA1C ต่างกันอย่างไร?

FBS วัดน้ำตาลตอนนั้น HbA1c วัดสะสม 2-3 เดือน

ต่างกันชัดเจน FBS รู้ทันทีว่าสูงหรือต่ำ HbA1c ดูภาพรวม ควบคุมดีมั้ยแค่นั้น

ตรวจคู่กันดีกว่า แม่งครอบคลุมกว่า

  • FBS: เช็คน้ำตาลตอนนั้น รู้เลยว่าสูงหรือต่ำ
  • HbA1c: เช็คค่าเฉลี่ย 2-3 เดือน ดูแนวโน้มการควบคุม ไม่เห็นภาวะน้ำตาลต่ำ

น้ําตาลในเลือดเท่าไหร่ถึงจะถือว่าเป็นเบาหวาน?

ถ้าถามว่าน้ำตาลในเลือดเท่าไหร่ถึงเป็นเบาหวานนะ คือถ้าไปตรวจเลือดแล้วได้ค่า 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ขึ้นไปอะ (ย้ำนะ ต้องตรวจซ้ำสองครั้ง) หมอเค้าถึงจะบอกว่าเป็นเบาหวานอ่ะ

อันนี้คือเป็นแบบ น้ำตาลสูงไง ต้องรีบๆ คุมนะเว้ย ก่อนที่จะมีปัญหาอย่างอื่นตามมาทีนี้ยุ่งเลย จริงๆ นะ!

  • ตรวจเลือดตอนเช้า: เค้าว่ากันว่าต้องงดอาหารมาก่อน 8-12 ชั่วโมงนะ
  • Hba1c: อีกวิธีนึงที่ตรวจได้ อันนี้จะบอกค่าน้ำตาลเฉลี่ยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
  • กินหวานเยอะๆ: ไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน เพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน
  • รีบไปหาหมอ: ถ้าสงสัยว่าเป็น รีบไปตรวจเลย ดีที่สุด! จะได้รู้แต่เนิ่นๆ ไง