สายตาจะสั้นลงเรื่อยๆไหม

57 ครั้งเข้าชม
เมื่อสายตาสั้นเกิดขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ค่าสายตาสั้นมักคงที่เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น ไม่ได้สั้นลงเรื่อยๆ ตามอายุเสมอไป อาจเกิดขึ้นกับตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ค่าสายตาของแต่ละข้างอาจแตกต่างกันได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สายตาสั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้องทำอย่างไร?

โอ้ยยย เรื่องสายตาสั้นเพิ่มนี่พูดแล้วขึ้นเลย ของผมนี่มันขึ้นทุกปีจริงๆนะ ตอนแรกนึกว่าพอโตแล้วจะหยุด ที่ไหนได้...ยิ่งทำงานหน้าจอยิ่งพุ่งเอาๆเลย

ของผมเริ่มสั้นตอน ม.4 แค่ร้อยเดียวเองมั้ง พอเข้ามหาลัยปีสองเท่านั้นแหละ โดดไปสามร้อยกว่าแล้ว มันเป็นอะไรที่น่ารำคาญมากนะ คือเราเพิ่งตัดแว่นไปเมื่อต้นปี พอปลายปีรู้สึกภาพมันไม่ชัดอีกแล้ว ต้องไปวัดใหม่ตลอด เปลี่ยนเลนส์ทีก็หลายพันอยู่

ผมว่ามันไม่ใช่แค่อายุหรอก พฤติกรรมเรานี่แหละตัวการสำคัญเลย สมัยเรียนก็อ่านหนังสือหนัก พอทำงานก็นั่งจ้องคอมทั้งวัน เลิกงานกลับบ้านมาก็ไถจอมือถือต่อในห้องมืดๆอีก มันเหมือนเราไม่ได้พักสายตาเลยจริงๆนะ

หลังๆมาผมเลยพยายามปรับจริงๆจังๆ ทำงานซักชั่วโมงนึงต้องบังคับตัวเองให้ลุกไปมองอะไรเขียวๆไกลๆนอกหน้าต่างเลยนะ แล้วก็พยายามออกไปเดินข้างนอกให้เจอแสงแดดบ้างช่วงกลางวัน มันช่วยได้เยอะเลยนะ ทำให้ตาไม่ล้าเท่าเมื่อก่อน

ถามว่าค่าสายตามันลดลงมั้ย...ไม่ลดหรอก แต่ที่สังเกตได้ชัดๆเลยคือมันคงที่ขึ้นเยอะมาก จากที่เคยขึ้นปีละ 50-75 สองปีล่าสุดนี่ผมยังใช้แว่นอันเดิมที่ค่า -4.25 อยู่เลยนะ แค่นี้ก็ดีใจแล้วจริงๆ

สายตาสั้นสามารถลดลงได้ไหม

สายตาสั้นลดลงได้ไหม? ได้สิ! เหมือนกับที่เรา เลิกกินของทอดแล้วน้ำหนักลด นั่นแหละ

เคยมีคนสายตาสั้น แล้วกลับมามองเห็นชัดขึ้นไหม? มีค่ะ! แต่ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีเหมือนถูกหวย หรือเหมือน นกแก้วที่พูดได้เองโดยไม่ต้องสอน

กลไกมันซับซ้อน เหมือนหาเหตุผลให้ตัวเองนอนดึกแล้วตื่นเช้า

  • ดวงตาเปลี่ยนไปตามวัย: เหมือนของใช้เก่าที่ต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าง
  • การรักษาทางการแพทย์: บางวิธีก็เหมือน การรีเซ็ตระบบ ให้กลับมาทำงานดีขึ้น
  • พฤติกรรมการใช้สายตา: บางทีการพักผ่อนเยอะๆ ก็เหมือน ชาร์จแบตเตอรี่ ให้ดวงตา

ข้อมูลเสริม:

  • อายุ: เด็กเล็กมีโอกาสที่สายตาจะเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าผู้ใหญ่
  • การรักษา: มีเทคนิคอย่าง Ortho-K (Orthokeratology) ที่ใส่คอนแทคเลนส์พิเศษตอนนอน เพื่อปรับรูปร่างกระจกตาตอนกลางวัน
  • การผ่าตัด: เช่น LASIK, PRK เป็นการแก้ไขถาวร แต่ก็มีข้อจำกัดและผลข้างเคียง
  • ปัจจัยเสี่ยง: พันธุกรรม, การอ่านหนังสือเยอะๆ, ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ล้วนมีผล

จะรู้ได้ยังไงว่าสายตาเริ่มสั้น?

เออ แล้วจะรู้ได้ไงว่า สายตาสั้น เนี่ย... ถ้าเป็นเด็กๆนะ อาการมันจะฟ้องเลย ต้องคอยดู

สังเกตง่ายๆ เลยคือชอบขยี้ตาบ่อยๆ หรือกะพริบตาถี่ผิดปกติ... แล้วก็เวลาดูอะไรไกลๆ อย่างทีวีหรือกระดานดำ ก็จะ หรี่ตา มองตลอด เพราะมันเบลอไง... สุดท้ายก็ต้องย้ายไปนั่งหน้าห้องอยู่ดี

แล้วก็จะมีบ่นๆ เรื่อง ปวดหัว เมื่อยตา... เด็กบางทีก็บอกไม่ถูกหรอกว่าปวดเพราะอะไร แต่ถ้าเป็นบ่อยๆ หลังใช้สายตาเยอะๆ... ใช่เลย

ค่าสายตาปกติมันคือ 0... ถ้าเริ่มเป็นลบเมื่อไหร่ก็คือสั้นแล้ว

  • ค่าสายตาสั้นระดับปกติ หรือระดับอ่อนๆ จะอยู่ที่ไม่เกิน -3.00 ไดออปเตอร์ (D)
  • ถ้ามากกว่า -3.00 ถึง -6.00 D อันนี้คือสั้นปานกลาง
  • เกิน -6.00 D ขึ้นไปนี่คือ สายตาสั้นมาก แล้ว... ต้องระวังเลย

อาการแบบไหนควรตัดแว่น?

แสงไฟถนนสาดส่องยามค่ำคืน ราวกับดาวเคราะห์น้อยที่หลุดลอยมาแปะอยู่บนกระจกหน้าต่างบ้านฉัน ภาพมันพร่ามัว เหมือนมีหมอกบางๆ คลอเคลีย ดวงตาที่เคยแจ่มใส กลับเริ่มล้า เห็นอะไรก็ไม่ชัดเจนเท่าเดิม

อาการที่ควรตัดแว่น:

  • เห็นภาพซ้อน: เหมือนมีอีกร่างของสิ่งนั้นๆ ซ้อนทับกันอยู่ สร้างความสับสนในทุกการมองเห็น
  • แสงไฟกระจาย: แสงไฟจากหลอดนีออน หรือไฟรถยนต์ ยามกลางคืน กลับแตกเป็นริ้ว เป็นหาง นกยูง
  • ปวดตา ปวดหัว: บางทีก็ปวดหนึบๆ ขมับ หรือรู้สึกเหมือนมีแรงกดดันในเบ้าตา ยิ่งจ้องนานยิ่งทรมาน
  • ตาแห้ง แสบตา: รู้สึกระคายเคือง เหมือนมีทรายเข้าตาตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไร

อาการเหล่านี้ อาจมาพร้อมกับ สายตาสั้น หรือ สายตายาว ก็ได้นะ เหมือนกับว่าปัญหาพวกนั้นมันซ่อนตัวอยู่ใต้เงาของอาการอื่นๆ

หากรู้สึกสงสัย:

  • อย่ารอช้า: ลองไปตรวจสายตาที่ร้านแว่นตาใกล้บ้าน หรือโรงพยาบาล การรู้เร็ว ย่อมดีกว่าเสมอ
  • มั่นใจในตัวเอง: การไปตรวจคือการยืนยัน ไม่ใช่การกังวลเกินเหตุ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • สายตาเอียง (Astigmatism): เกิดจากความโค้งของกระจกตา หรือเลนส์ตา ไม่สม่ำเสมอ ทำให้แสงตกกระทบที่จอประสาทตาไม่เป็นจุดเดียว ภาพที่เห็นจึงบิดเบี้ยว ผิดรูป
  • สาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกัน:
    • ตาแห้ง: เกิดจากการผลิตน้ำตาลดน้อยลง หรือระเหยเร็วเกินไป
    • ต้อกระจก (Cataracts): เลนส์ตาขุ่นมัว ทำให้แสงส่องผ่านได้น้อยลง
    • โรคจอประสาทตา: ความผิดปกติของเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา
    • การใช้สายตาหนักเกินไป: การจ้องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือนานๆ
  • ความสำคัญของการตรวจสายตา:
    • การมองเห็นที่ดี: ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
    • การป้องกัน: ช่วยตรวจพบความผิดปกติของดวงตาตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนจะลุกลาม
    • การปรับบุคลิกภาพ: แว่นตาที่พอดีกับสายตาและรูปหน้า สามารถเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นได้

ถ้าไม่ตัดแว่น จะเป็นไรไหม?

ไม่ใส่แว่น? ก็แค่มองโลกเบลอ. ประสิทธิภาพชีวิต? ดิ่ง. เสียบุคลิก? ชัวร์. ตามมาด้วยปวดตา ปวดหัว ตาลาย. ทนได้ก็ทน.

  • โลกเบลอ ไม่ใช่เรื่องเท่

    • ประสิทธิภาพการใช้ชีวิตร่วง ทันที ไม่ว่าเรียนหรืองาน. พลาดข้อมูลสำคัญ. เสี่ยงอุบัติเหตุง่ายๆ.
    • สมองต้องทำงานหนักเกินจริง เพื่อพยายามมองเห็น. เปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ.
  • เสียทรง ไม่ได้หมายถึงแค่รูปลักษณ์

    • การหรี่ตา ขมวดคิ้วตลอดเวลา...มันทำให้ดูแย่จริง. ความมั่นใจหาย. คนอื่นมองก็รำคาญ.
  • ปวดหัว ปวดตา มันคืออาการ

    • ตาเมื่อยล้า ปวดกระบอกตา ปวดหัวไมเกรนหนัก. ทรมานชัดๆ. ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน แสบตาน้ำตาไหล. นี่คือความจริง.
    • ไม่แก้ไข? อาจส่งผลให้สายตาแย่ลงเร็วกว่าปกติ หรือเด็กเล็กมีภาวะตาขี้เกียจ. ไม่ใช่เล่นๆ.
  • ทางออกมี ไม่ใช่แค่แว่นโง่ๆ

    • แว่นตาคือพื้นฐาน. คอนแทคเลนส์ก็อีกทาง. หรือจะเลสิกไปเลย ถ้ากล้าพอ. ถาวร.
    • เช็คสายตาประจำปีสำคัญสุด. ปีละครั้งก็ยังดี. รู้ก่อนแก้ก่อน. อย่าปล่อยให้สายเกินไป.