สารสกัดจากอะเซโรล่าเชอร์รี่ ช่วยอะไร
สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ สรรพคุณ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
จำได้เลยนะ ช่วงกลางปีที่แล้ว เดือนกรกฎาคมแหละ ตอนนั้นรู้สึกตัวเองโทรมๆ หน้าหมองมากๆ เหมือนคนอดนอนทั้งปี ไปเดินเล่นตรงเซ็นทรัลลาดพร้าว ร้านขายยาตรงนั้น พนักงานแนะนำอะเซโรล่าเชอร์รี่มา บอกเลยว่านี่แหละวิตามินซีที่ดีกว่าปกติ ช่วยเรื่องผิวใสๆ แล้วก็บำรุงร่างกายได้ดีกว่ากันเยอะมาก ฉันก็เลยลองซื้อมาทันที
สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ที่ว่านี่ ตัวเด่นๆ คือวิตามินซีมันสูงจริง สูงกว่าส้มเป็นสิบเท่าเลยมั้ง อันนี้ฉันเคยอ่านเจอในบทความออนไลน์ที่ Medthai มั้งนะ ช่วงก่อนปีใหม่ปีก่อนนั่นแหละ มันช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย นี่ไงช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาฉันยังไม่เป็นหวัดเลย ผิวก็ดูเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยจริงๆ
นอกจากนั้นยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างเลยนะที่อะเซโรล่าเชอร์รี่ทำได้ อย่างเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระนี่ ฉันเคยอ่านเจอว่ามันช่วยชะลอความแก่ ผิวเราเลยดูไม่เหี่ยวเร็วไง ตอนอายุสามสิบกว่าๆ แบบฉันนี่ มันเริ่มกังวลเรื่องริ้วรอย นี่ก็กินมาเรื่อยๆ ได้สักหกเดือนกว่าละมั้ง ตั้งแต่ธันวาปีที่แล้ว ซื้อที่ร้าน Boots สาขาใกล้บ้าน ตอนนั้นขวดละสามร้อยกว่าเอง
จริงๆ ประโยชน์ของอะเซโรล่าเชอร์รี่มันก็เยอะกว่าที่ฉันเล่าอีกเยอะแหละ เพราะเคยอ่านเจอว่ามันก็ช่วยเรื่องการสร้างคอลลาเจนด้วยนะ ยิ่งทำให้ผิวเด้งๆ ไม่หย่อนคล้อย คือสำหรับฉันนะ สรุปง่ายๆ เลยว่ามันช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะ ไม่ป่วยบ่อย ผิวหน้าก็ดูไม่โทรมเหมือนเมื่อก่อน สดใสกว่าเดิมเยอะเลย แค่นี้ก็คุ้มแล้วจริงๆ
อะเซโรล่าเชอร์รี่ควรกินวันละกี่มิลลิกรัม
อะเซโรล่าเชอร์รี่: ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
ปริมาณที่เกินนั้น ระบบย่อยมีปฏิกิริยา. ความพอดี, หายาก. แต่สำคัญ.
- วิตามินซีเข้มข้น มักพบในอะเซโรล่า
- ประโยชน์หลัก: เสริมภูมิคุ้มกัน, ต้านอนุมูลอิสระ
- กินเกิน 2,000 มก. อาจเกิดอาการ:
- ท้องเสีย
- คลื่นไส้
- ตะคริวในช่องท้อง
- ผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
- วิตามินซีจากอาหารสด ต่างจากสารสกัด
Acerola Cherry กินวันละกี่เม็ด
วันละเม็ด. พร้อมอาหาร. จบ.
อย่าคิดว่ามันคือยาวิเศษ อาหารหลักก็ต้องกินให้ครบด้วย ไม่ใช่โง่. ของพวกนี้มันแค่ตัวเสริม
ที่เห็นผลชัดๆ คือเรื่องผิวกับภูมิคุ้มกัน ใครเป็นหวัดบ่อยๆ ภูมิแพ้กำเริบเก่งๆ ก็จัดไป มันช่วยได้จริง. หน้าจะใสขึ้น ริ้วรอยตื้นๆ ก็ดูจางลง.
- Acerola Cherry คือแหล่ง วิตามินซีธรรมชาติ ที่สูงกว่าส้มหลายเท่าตัว ร่างกายเอาไปใช้ได้ดีกว่าวิตามินซีสังเคราะห์เยอะ
- ไม่ใช่แค่เรื่องผิว. มันไปกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน ทั่วร่างกาย ข้อต่อ เส้นเอ็นแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่หน้าตึง
- เป็น Antioxidant ตัวโหด. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ พูดง่ายๆ คือแก่ช้าลง
- เรื่องหวัด ภูมิแพ้. วิตามินซีมันไปเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมึงแข็งแรงขึ้น ไม่ป่วยเป็นผักง่ายๆ. จบนะ.
Acerola Cherry กินก่อนนอนได้ไหม
กิน Acerola Cherry ก่อนนอนได้เลย ดีซะอีก เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะได้เอาไปใช้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่
กินก่อนนอนนี่แหละเวิร์คสุดละ ร่างกายมันได้เอาไปใช้เต็มที่ตอนเราหลับ...ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปไง แล้ว วิตามินซี มันไปช่วยสร้าง คอลลาเจน ด้วย ตื่นมาผิวจะได้ดูฟูๆ ไม่โทรม
ปกติจะกินตอนท้องว่างๆ ก่อนจะนอนสักชั่วโมงนึง ให้มันดูดซึมดีๆ บางทีก็ลืมกินนะ 555 ตั้งนาฬิกาเตือนไว้เลย
- บำรุงผิว ตอนนอน ร่างกายเรากำลังฟื้นฟูตัวเอง วิตามินซีเข้าไปช่วยพอดี
- ช่วยเรื่อง นอนหลับ ด้วยนะ เพราะในอะเซโรล่า เชอร์รี่มีเมลาโทนินตามธรรมชาติอยู่
- เสริมภูมิคุ้มกันไปในตัว ไม่ต้องป่วยบ่อยๆ
วิตามินซีในอะเซโรล่ามันสูงกว่าส้มแบบคนละเรื่องเลยนะ การดูดซึมวิตามินซีจะดีที่สุดตอนท้องว่าง แล้วนอกจากวิตามินซี มันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นอีกเพียบเลย สรุปคือ กินก่อนนอนได้ และดีด้วย โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณนี่เห็นผลชัดเจน
การกินเชอร์รี่เยอะๆ อันตรายไหม
การกินเชอร์รี่เยอะ ๆ มันไม่ถึงกับ "อันตรายถึงชีวิต" ขนาดนั้นหรอกนะ แต่มันอาจจะเปลี่ยนทริปสนุก ๆ ของคุณให้กลายเป็นทริปสำรวจห้องน้ำได้ง่าย ๆ เลยล่ะ ลองนึกภาพดูสิ ของอร่อย ๆ สีแดงสดใส ใครจะไปคิดว่ามีฤทธิ์เด็ดซ่อนอยู่ข้างใน
เชอร์รี่น่ะ มีใยอาหารสูง พอ ๆ กับมีเสน่ห์ดึงดูดใจนั่นแหละ พอเรากินเยอะเกินไป ระบบทางเดินอาหารที่เคยทำงานเป็นปกติอาจจะงง ๆ หน่อย เจอใยอาหารบุกขนาดนี้ ก็อาจจะปั่นป่วนจนมีอาการ ท้องอืด ท้องเสีย ตามมาได้นะ เหมือนเครื่องจักรที่ประมวลผลข้อมูลเยอะเกินไปน่ะ ค้าง!
และทีเด็ดกว่านั้นคือเชอร์รี่มีสาร ซอร์บิทอล (Sorbitol) ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างมาให้มันออกฤทธิ์คล้ายยาระบายอ่อน ๆ ลองคิดดูนะ ใยอาหารก็เยอะ ซอร์บิทอลก็มา มันเลยกลายเป็นคอมโบที่ทำให้คุณอาจจะต้องวิ่งเข้าห้องน้ำรัว ๆ ไงล่ะ คือมันไม่ใช่พิษนะ แต่มันอาจจะ "เป็นพิษ" ต่อแผนการเดินทางของคุณได้ง่าย ๆ ถ้าคุณกินไม่บันยะบันยัง
เพราะฉะนั้น กินในปริมาณที่พอดีเถอะนะ ให้มันเป็นของว่างที่สุขใจ ไม่ใช่ต้นเหตุของความวุ่นวายในลำไส้
อยากกินเชอร์รี่แบบฉลาด ๆ มาทางนี้:
- ปริมาณที่แนะนำ: โดยทั่วไป ไม่ควรกินเชอร์รี่เกิน 1 ถ้วย (ประมาณ 15-20 ลูก) ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
- สังเกตอาการตัวเอง: ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไวต่อซอร์บิทอลหรือใยอาหารมากกว่าคนอื่น ถ้าเริ่มมีอาการไม่สบายท้อง ให้ลดปริมาณลงทันที
- ดื่มน้ำตามเยอะ ๆ: หากเผลอกินไปเยอะแล้ว การดื่มน้ำตามมาก ๆ จะช่วยให้ใยอาหารเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น และลดอาการท้องผูกหรือท้องอืดได้บ้าง (แต่ก็ยังเสี่ยงท้องเสียอยู่นะ)
- สารอาหารเด่น ๆ ในเชอร์รี่: นอกจากใยอาหารแล้ว เชอร์รี่ยังอุดมไปด้วย วิตามินซี โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ (โดยเฉพาะแอนโทไซยานินที่ให้สีแดงสวย) ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย
- ประโยชน์ที่ไม่ใช่แค่รสอร่อย: เชอร์รี่ช่วยต้านการอักเสบ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย และอาจช่วยให้นอนหลับดีขึ้นได้บ้างนะ เออ เจ๋งใช่ไหมล่ะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต