สารสกัดจากอะเซโรล่าเชอร์รี่ ช่วยอะไร

59 ครั้งเข้าชม
ประโยชน์เด่นของอะเซโรลาเชอร์รี่สารสกัดอะเซโรลาเชอร์รี่เป็นแหล่งวิตามินซีจากธรรมชาติที่เข้มข้นสูง มีประโยชน์สำคัญต่อร่างกาย ดังนี้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: วิตามินซีปริมาณสูงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันไข้หวัด และลดอาการภูมิแพ้ ต้านอนุมูลอิสระ: ปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมและริ้วรอยก่อนวัย บำรุงผิวพรรณ: มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระจ่างใส และดูมีสุขภาพดี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ สรรพคุณ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

จำได้เลยนะ ช่วงกลางปีที่แล้ว เดือนกรกฎาคมแหละ ตอนนั้นรู้สึกตัวเองโทรมๆ หน้าหมองมากๆ เหมือนคนอดนอนทั้งปี ไปเดินเล่นตรงเซ็นทรัลลาดพร้าว ร้านขายยาตรงนั้น พนักงานแนะนำอะเซโรล่าเชอร์รี่มา บอกเลยว่านี่แหละวิตามินซีที่ดีกว่าปกติ ช่วยเรื่องผิวใสๆ แล้วก็บำรุงร่างกายได้ดีกว่ากันเยอะมาก ฉันก็เลยลองซื้อมาทันที

สารสกัดอะเซโรล่าเชอร์รี่ที่ว่านี่ ตัวเด่นๆ คือวิตามินซีมันสูงจริง สูงกว่าส้มเป็นสิบเท่าเลยมั้ง อันนี้ฉันเคยอ่านเจอในบทความออนไลน์ที่ Medthai มั้งนะ ช่วงก่อนปีใหม่ปีก่อนนั่นแหละ มันช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย นี่ไงช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาฉันยังไม่เป็นหวัดเลย ผิวก็ดูเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยจริงๆ

นอกจากนั้นยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างเลยนะที่อะเซโรล่าเชอร์รี่ทำได้ อย่างเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระนี่ ฉันเคยอ่านเจอว่ามันช่วยชะลอความแก่ ผิวเราเลยดูไม่เหี่ยวเร็วไง ตอนอายุสามสิบกว่าๆ แบบฉันนี่ มันเริ่มกังวลเรื่องริ้วรอย นี่ก็กินมาเรื่อยๆ ได้สักหกเดือนกว่าละมั้ง ตั้งแต่ธันวาปีที่แล้ว ซื้อที่ร้าน Boots สาขาใกล้บ้าน ตอนนั้นขวดละสามร้อยกว่าเอง

จริงๆ ประโยชน์ของอะเซโรล่าเชอร์รี่มันก็เยอะกว่าที่ฉันเล่าอีกเยอะแหละ เพราะเคยอ่านเจอว่ามันก็ช่วยเรื่องการสร้างคอลลาเจนด้วยนะ ยิ่งทำให้ผิวเด้งๆ ไม่หย่อนคล้อย คือสำหรับฉันนะ สรุปง่ายๆ เลยว่ามันช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเยอะ ไม่ป่วยบ่อย ผิวหน้าก็ดูไม่โทรมเหมือนเมื่อก่อน สดใสกว่าเดิมเยอะเลย แค่นี้ก็คุ้มแล้วจริงๆ

อะเซโรล่าเชอร์รี่ควรกินวันละกี่มิลลิกรัม

อะเซโรล่าเชอร์รี่: ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ปริมาณที่เกินนั้น ระบบย่อยมีปฏิกิริยา. ความพอดี, หายาก. แต่สำคัญ.

  • วิตามินซีเข้มข้น มักพบในอะเซโรล่า
  • ประโยชน์หลัก: เสริมภูมิคุ้มกัน, ต้านอนุมูลอิสระ
  • กินเกิน 2,000 มก. อาจเกิดอาการ:
    • ท้องเสีย
    • คลื่นไส้
    • ตะคริวในช่องท้อง
  • ผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
  • วิตามินซีจากอาหารสด ต่างจากสารสกัด

Acerola Cherry กินวันละกี่เม็ด

วันละเม็ด. พร้อมอาหาร. จบ.

อย่าคิดว่ามันคือยาวิเศษ อาหารหลักก็ต้องกินให้ครบด้วย ไม่ใช่โง่. ของพวกนี้มันแค่ตัวเสริม

ที่เห็นผลชัดๆ คือเรื่องผิวกับภูมิคุ้มกัน ใครเป็นหวัดบ่อยๆ ภูมิแพ้กำเริบเก่งๆ ก็จัดไป มันช่วยได้จริง. หน้าจะใสขึ้น ริ้วรอยตื้นๆ ก็ดูจางลง.

  • Acerola Cherry คือแหล่ง วิตามินซีธรรมชาติ ที่สูงกว่าส้มหลายเท่าตัว ร่างกายเอาไปใช้ได้ดีกว่าวิตามินซีสังเคราะห์เยอะ
  • ไม่ใช่แค่เรื่องผิว. มันไปกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน ทั่วร่างกาย ข้อต่อ เส้นเอ็นแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่หน้าตึง
  • เป็น Antioxidant ตัวโหด. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ พูดง่ายๆ คือแก่ช้าลง
  • เรื่องหวัด ภูมิแพ้. วิตามินซีมันไปเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมึงแข็งแรงขึ้น ไม่ป่วยเป็นผักง่ายๆ. จบนะ.

Acerola Cherry กินก่อนนอนได้ไหม

กิน Acerola Cherry ก่อนนอนได้เลย ดีซะอีก เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะได้เอาไปใช้ซ่อมแซมตัวเองเต็มที่

กินก่อนนอนนี่แหละเวิร์คสุดละ ร่างกายมันได้เอาไปใช้เต็มที่ตอนเราหลับ...ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปไง แล้ว วิตามินซี มันไปช่วยสร้าง คอลลาเจน ด้วย ตื่นมาผิวจะได้ดูฟูๆ ไม่โทรม

ปกติจะกินตอนท้องว่างๆ ก่อนจะนอนสักชั่วโมงนึง ให้มันดูดซึมดีๆ บางทีก็ลืมกินนะ 555 ตั้งนาฬิกาเตือนไว้เลย

  • บำรุงผิว ตอนนอน ร่างกายเรากำลังฟื้นฟูตัวเอง วิตามินซีเข้าไปช่วยพอดี
  • ช่วยเรื่อง นอนหลับ ด้วยนะ เพราะในอะเซโรล่า เชอร์รี่มีเมลาโทนินตามธรรมชาติอยู่
  • เสริมภูมิคุ้มกันไปในตัว ไม่ต้องป่วยบ่อยๆ

วิตามินซีในอะเซโรล่ามันสูงกว่าส้มแบบคนละเรื่องเลยนะ การดูดซึมวิตามินซีจะดีที่สุดตอนท้องว่าง แล้วนอกจากวิตามินซี มันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นอีกเพียบเลย สรุปคือ กินก่อนนอนได้ และดีด้วย โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณนี่เห็นผลชัดเจน

การกินเชอร์รี่เยอะๆ อันตรายไหม

การกินเชอร์รี่เยอะ ๆ มันไม่ถึงกับ "อันตรายถึงชีวิต" ขนาดนั้นหรอกนะ แต่มันอาจจะเปลี่ยนทริปสนุก ๆ ของคุณให้กลายเป็นทริปสำรวจห้องน้ำได้ง่าย ๆ เลยล่ะ ลองนึกภาพดูสิ ของอร่อย ๆ สีแดงสดใส ใครจะไปคิดว่ามีฤทธิ์เด็ดซ่อนอยู่ข้างใน

เชอร์รี่น่ะ มีใยอาหารสูง พอ ๆ กับมีเสน่ห์ดึงดูดใจนั่นแหละ พอเรากินเยอะเกินไป ระบบทางเดินอาหารที่เคยทำงานเป็นปกติอาจจะงง ๆ หน่อย เจอใยอาหารบุกขนาดนี้ ก็อาจจะปั่นป่วนจนมีอาการ ท้องอืด ท้องเสีย ตามมาได้นะ เหมือนเครื่องจักรที่ประมวลผลข้อมูลเยอะเกินไปน่ะ ค้าง!

และทีเด็ดกว่านั้นคือเชอร์รี่มีสาร ซอร์บิทอล (Sorbitol) ซึ่งเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างมาให้มันออกฤทธิ์คล้ายยาระบายอ่อน ๆ ลองคิดดูนะ ใยอาหารก็เยอะ ซอร์บิทอลก็มา มันเลยกลายเป็นคอมโบที่ทำให้คุณอาจจะต้องวิ่งเข้าห้องน้ำรัว ๆ ไงล่ะ คือมันไม่ใช่พิษนะ แต่มันอาจจะ "เป็นพิษ" ต่อแผนการเดินทางของคุณได้ง่าย ๆ ถ้าคุณกินไม่บันยะบันยัง

เพราะฉะนั้น กินในปริมาณที่พอดีเถอะนะ ให้มันเป็นของว่างที่สุขใจ ไม่ใช่ต้นเหตุของความวุ่นวายในลำไส้

อยากกินเชอร์รี่แบบฉลาด ๆ มาทางนี้:

  • ปริมาณที่แนะนำ: โดยทั่วไป ไม่ควรกินเชอร์รี่เกิน 1 ถ้วย (ประมาณ 15-20 ลูก) ต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
  • สังเกตอาการตัวเอง: ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไวต่อซอร์บิทอลหรือใยอาหารมากกว่าคนอื่น ถ้าเริ่มมีอาการไม่สบายท้อง ให้ลดปริมาณลงทันที
  • ดื่มน้ำตามเยอะ ๆ: หากเผลอกินไปเยอะแล้ว การดื่มน้ำตามมาก ๆ จะช่วยให้ใยอาหารเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น และลดอาการท้องผูกหรือท้องอืดได้บ้าง (แต่ก็ยังเสี่ยงท้องเสียอยู่นะ)
  • สารอาหารเด่น ๆ ในเชอร์รี่: นอกจากใยอาหารแล้ว เชอร์รี่ยังอุดมไปด้วย วิตามินซี โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ (โดยเฉพาะแอนโทไซยานินที่ให้สีแดงสวย) ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • ประโยชน์ที่ไม่ใช่แค่รสอร่อย: เชอร์รี่ช่วยต้านการอักเสบ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย และอาจช่วยให้นอนหลับดีขึ้นได้บ้างนะ เออ เจ๋งใช่ไหมล่ะ!