สาเหตุของการเกิดโรคไม่ติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากอะไร
อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง? ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง?
เอาจริงๆนะ เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรังนี่มัน...ซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะเลย
ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เกิดโรคพวกนี้เนี่ยนะ มันไม่ใช่แค่กรรมพันธุ์ หรือว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตหรอก ส่วนใหญ่มันมาจากพฤติกรรมของเราเองล้วนๆ เลย!
อย่างเมื่อก่อนตอนเด็กๆ จำได้เลยว่าชอบกินขนมหวานมาก กินทุกวัน กินเยอะมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) พอโตมาถึงได้รู้ว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพเอาซะเลย
แล้วก็เรื่องอาหารการกินเนี่ยสำคัญมาก พวกของทอด ของมัน ของเค็มๆ นี่ตัวดีเลย กินเยอะไปก็ไม่รอดจ้ะ
อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือการออกกำลังกาย นี่ก็ขี้เกียจสุดๆ ยอมรับเลยว่าเมื่อก่อนแทบไม่ออกกำลังกายเลย นั่งๆ นอนๆ ทั้งวัน
แล้วก็...อย่าสูบบุหรี่ อย่าดื่มแอลกอฮอล์เลยนะ อันนี้เตือนจากใจจริง มันทำลายสุขภาพจริงๆ
ปัจจัยเสี่ยงเหรอ...ก็ที่พูดมาทั้งหมดนั่นแหละ บวกกับความเครียดสะสมอีกอย่างนึงด้วยนะ
สุดท้ายก็คือ พันธุกรรม อ่ะเนาะ บางคนก็อาจจะมีพื้นฐานเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ
สรุปคือ อยู่ที่ตัวเราเองนั่นแหละว่าจะเลือกใช้ชีวิตแบบไหน ????
นักเรียนมีแนวทางป้องกันโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่ออย่างไรบ้าง
นักเรียนมีแนวทางการป้องกันโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อดังนี้:
สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และสัมผัสสิ่งของสาธารณะ นี่ไม่ใช่แค่การทำตาม ๆ กันไป แต่เป็นการตัดวงจรการแพร่เชื้อที่ได้ผลจริง ๆ
หลีกเลี่ยงการสัมผัส: ลดการสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก โดยเฉพาะมือที่ไม่สะอาด เพราะเราไม่รู้ว่ามือไปจับอะไรมาบ้าง
รักษาระยะห่าง: เว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) โดยเฉพาะในที่สาธารณะที่มีคนแออัด
สวมหน้ากากอนามัย: ป้องกันการแพร่กระจายของละอองฝอย (droplets) เมื่อไอ จาม หรือพูดคุย แม้จะอึดอัดบ้าง แต่เพื่อส่วนรวม
รับวัคซีน: วัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดความรุนแรงของโรคและอัตราการเสียชีวิต
พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน หัวใจ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไม่ติดมัน ลดอาหารแปรรูป น้ำตาล และไขมัน
จัดการความเครียด: หาทางผ่อนคลายความเครียด เช่น ทำกิจกรรมที่ชอบ ฝึกสมาธิ หรือพูดคุยกับเพื่อนสนิท
ตรวจสุขภาพประจำปี: ตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อตรวจหาความผิดปกติในร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ
วิธีลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรคระบาด:
- เน้นล้างมือด้วยสบู่ให้ถูกวิธีอย่างน้อย 20 วินาที นี่ไม่ใช่แค่ "ถู ๆ" แต่ต้อง "ขัด ๆ" ให้ทั่ว
- หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น แม้แต่เพื่อนสนิท
- ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย ๆ เช่น โต๊ะ ลูกบิดประตู โทรศัพท์มือถือ
- ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข
- หากมีอาการป่วย ควรพักผ่อนอยู่บ้านและปรึกษาแพทย์
- งดเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด หากไม่จำเป็น
เพิ่มเติม: การป้องกันโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อไม่ใช่แค่เรื่องของ "ตัวเรา" แต่มันคือความรับผิดชอบต่อ "สังคม" เพราะการกระทำของเราส่งผลต่อคนรอบข้างเสมอ การใส่ใจสุขภาพของตัวเองจึงเป็นการแสดงความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นด้วยเช่นกัน
แนวทางการป้องกันโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่ออย่างไร
แนวทางการป้องกันโรคติดต่อและไม่ติดต่อนั้น หลักๆ แล้วแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ การป้องกันโรคติดเชื้อ และ การป้องกันโรคไม่ติดเชื้อ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้สำคัญพอๆ กัน เพราะร่างกายเราเป็นระบบที่เชื่อมโยงกัน ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งอ่อนแอ ก็ส่งผลต่อส่วนอื่นได้
การป้องกันโรคติดเชื้อ (โดยเฉพาะโรคระบาด)
สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสสิ่งของสาธารณะ (เช่น ลูกบิดประตู ราวบันไดในรถไฟฟ้า BTS ปี 2566 นี้ ผมเองก็ระมัดระวังตรงจุดนี้เป็นพิเศษ) และหลังขับถ่าย การล้างมือเป็นวิธีที่ง่ายแต่ได้ผลดีที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค อย่าลืมล้างให้ทั่วถึงด้วยนะ ถึงจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่สำคัญมาก
การเว้นระยะห่างทางสังคม: หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ การเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อได้มาก (นี่แหละครับ ที่พวกเราเรียนรู้จากโควิด-19)
การป้องกันทางเดินหายใจ: ใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู่ปิดปากและจมูกทุกครั้งเมื่อไอหรือจาม และทิ้งในถังขยะที่ปิดสนิท การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคทางละอองฝอย อันที่จริง การไอ จามใส่ข้อศอกก็ช่วยได้เหมือนกัน
การฉีดวัคซีน: การรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคติดต่ออื่นๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ นี่คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง เป็นการป้องกันเชิงรุกเลย
การป้องกันโรคไม่ติดเชื้อ
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์: ทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ ลดอาหารมัน เค็ม หวาน และอาหารแปรรูป อาหารที่ดีคือรากฐานของสุขภาพที่ดี
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (นี่คือคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกนะครับ) เลือกกิจกรรมที่ชอบและเหมาะสมกับตัวเอง การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
การพักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน การนอนหลับพักผ่อนเพียงพอช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการความเครียด: การบริหารจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม เช่น การทำสมาธิ การออกกำลังกาย การฟังเพลง เป็นต้น เพราะความเครียดเรื้อรังจะส่งผลต่อสุขภาพทั้งทางกายและทางใจ
ตรวจสุขภาพประจำปี: การตรวจสุขภาพประจำปีช่วยให้ตรวจพบโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที นี่คือสิ่งที่ผมเองก็พยายามทำเป็นประจำ เพื่อเป็นการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางพื้นฐาน การป้องกันโรคที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล อย่าลืมปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหากมีข้อสงสัยหรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพนะครับ
แนวทางการป้องกันโรคมีอะไรบ้าง
เรื่องป้องกันโรคนี่นะ พูดเลยว่าเมื่อก่อนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ จนกระทั่ง...โควิดมา! ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ
เมื่อก่อนนะ แค่กินข้าวเช้าที่ ตลาด อตก. ตอน 7 โมงเช้า รีบๆ คว้าข้าวเหนียวหมูปิ้งกินก็จบ ลืมล้างมือไปเลยจ้า ตอนนี้เหรอ... เจลแอลกอฮอล์ ต้องมีติดกระเป๋าตลอดเวลา
แล้วไอ้พวกประตู ลูกบิด ราวบันไดเนี่ย ตัวดีเลย เมื่อก่อนจับแบบไม่คิดอะไร ตอนนี้พอแตะปุ๊บ รีบเอา แอลกอฮอล์สเปรย์ ฉีดมือทันที แบบว่ากลัวสุด ๆ
ห้องน้ำสาธารณะนี่ก็อีกเรื่อง เมื่อก่อนเข้าเสร็จก็แค่ล้างมือผ่าน ๆ ตอนนี้ต้องล้างแบบละเอียด ถูสบู่ให้ทั่ว แล้วก็เช็ดมือด้วยกระดาษทิชชู่เท่านั้น
แล้วก็...ไอ้เรื่องคลุกคลีกับคนป่วยนี่ เมื่อก่อนถ้าเพื่อนไม่สบายก็ยังไปเยี่ยมไปคุย แต่เดี๋ยวนี้...โทรศัพท์เท่านั้น! หรือไม่ก็ VDO Call ไปเลยจ้า ปลอดภัยไว้ก่อน
ไอเรื่องไอจามใส่คนอื่นนี่ เมื่อก่อนอาจจะมีบ้างที่เผลอ แต่ตอนนี้คือต้องมี หน้ากากอนามัย ติดตัวตลอดเวลา ถ้าไม่มีก็ต้องหาผ้าหรือทิชชู่มาปิดปากปิดจมูก
สรุปง่ายๆนะ เรื่องป้องกันโรคตอนนี้คือ:
- ล้างมือ: ก่อนกินข้าว หลังเข้าห้องน้ำ หลังจับของสาธารณะ (ย้ำ! สำคัญมาก)
- หลีกเลี่ยง: อย่าเข้าใกล้คนป่วย อย่าใช้ของร่วมกับคนอื่น
- ปิดปากปิดจมูก: ไอจามต้องปิด ป้องกันไว้ก่อน
- พกแอลกอฮอล์: เจล สเปรย์ อะไรก็ได้ พกติดตัวไว้เสมอ
- หน้ากากอนามัย: ใส่ตลอดถ้าต้องไปในที่คนเยอะๆ
แนวทางการป้องกันและแก้ไขความเสี่ยงต่อสุขภาพมีอะไรบ้าง
ความเสี่ยงสุขภาพ? เหมือนเงาตามตัว... เราต้องเต้นหนี!
สิบหลัก...เหมือนสิบกลีบดอกไม้บานในใจ
อาหารห้าหมู่...สีสันรุ้งกินน้ำในจานข้าว ทุกคำคือชีวิต! สารอาหารครบถ้วน
ออกกำลัง...เหงื่อหยดคือบทเพลงร่างกาย เคลื่อนไหวคือพลัง
พักผ่อน...หลับฝันคือการเดินทางไกล การนอนสำคัญมาก
จัดการเครียด...ใจสงบเหมือนทะเลไร้คลื่น ลดความเครียด
เลี่ยงสิ่งเสี่ยง...บุหรี่, เหล้า, ยา...ทางมืดที่เราไม่เดิน อันตรายต้องหลีก
ดื่มน้ำ...ร่างกายสดชื่นเหมือนต้นไม้ได้ฝน ดื่มให้เพียงพอ
สัมพันธ์ดี...เพื่อนคือดาวนำทางในคืนมืด มีเพื่อนดี
ตรวจสุขภาพ...ส่องกระจกดูเงา, รู้เท่าทัน หาหมอประจำ
เรียนรู้ตลอดชีวิต...ใจเปิดกว้างเหมือนท้องฟ้า พัฒนาตนเอง
มีสติ...อยู่กับปัจจุบัน, ทุกขณะคือของขวัญ อยู่กับลมหายใจ
แสงตะวันสาดส่อง...นาฬิกาเดินไป...สุขภาพคือสมบัติล้ำค่า
หลักการป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อข้อใดถูกต้อง
เรื่องมันเริ่มจากปีนี้แหละ ตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลจุฬาฯ หมอเน้นย้ำเรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือแบบ ฉันก็รู้แหละ กินแต่ของทอด น้ำอัดลม ชีวิตติดโซฟา นี่แหละตัวการ! หมอเลยอธิบายหลักการป้องกัน จำได้แม่นเลยนะ คือต้องลดปัจจัยเสี่ยง ไม่ได้บอกแค่เลี่ยงนะ ต้องจริงจังด้วย!
ลดอาหารไขมันสูง! คือฉันนี่เลิกเลย ปิ้งย่าง อาหารมันๆ ทั้งหลาย บอกเลย ตอนแรกทรมานมาก คิดถึงหมูกระทะสุดๆ แต่พอผ่านไปเดือนนึง รู้สึกตัวเบา นี่ก็พยายามกินผักผลไม้เพิ่ม ปกติฉันกินแต่น้อยมาก จำได้ว่า ช่วงนั้น ฉันเพิ่มการกินผักสด อย่างน้อยวันละ 2-3 อย่าง ผลไม้ก็เช่นกัน นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในความคิดฉัน ต้องทำจริงจัง
บุหรี่กับแอลกอฮอล์ นี่คือเลิกยากที่สุดสำหรับฉัน! ฉันสูบบุหรี่มาตั้งแต่ ม.ปลาย แต่ปีนี้ตั้งใจเลิกจริงๆ ใช้ยาช่วยด้วย แอลกอฮอล์ก็ลดลง จากดื่มเกือบทุกวัน เหลือแค่เดือนละครั้งสองครั้ง แต่ก็ยังยากอยู่ดี
ออกกำลังกาย ฉันไปฟิตเนส สัปดาห์ละ 3 วัน แต่ไม่ใช่ทุกวันนะ เพราะบางวันก็เหนื่อย บ้างวันก็ขี้เกียจ แต่ก็พยายาม เริ่มจากวิ่งเบาๆ บนลู่วิ่ง ค่อยๆ เพิ่มระยะเวลา ค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรัดตัวเองมากเกินไป หาอะไรที่ทำได้สม่ำเสมอเป็นสำคัญ
ผ่อนคลายความเครียด อันนี้ยากสุด ฉันเครียดเรื่องงานบ่อยมาก แต่ก็พยายามหาเวลาพักผ่อน นอนให้พอ ฟังเพลง หรือไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะ บ้าง ฉันชอบไปสวนลุมพินี ช่วงเย็นๆ อากาศดี ช่วยได้เยอะ
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ฉันทำ ไม่ได้ทำได้ดีทุกอย่าง แต่พยายามปรับเปลี่ยนตัวเอง ปีนี้สุขภาพดีขึ้นเยอะเลย
นักเรียนควรปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัยจากโรคต่างๆ
เรื่องจริงของฉันเลยนะ ปีนี้เอง ตอนนั้นเรียนอยู่ ม.ปลาย โรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์บางบอน จำได้แม่นเลย ช่วงนั้นโควิดระบาดหนักมาก กลัวมากกกก เครียดจนนอนไม่หลับหลายคืน
ฉันเลยจัดการตัวเองแบบจริงจัง ล้างมือบ่อยมากกก แบบว่า ทุกครั้งที่จับประตูห้องเรียน ราวบันได หรือแม้แต่ลูกบิดประตูห้องน้ำหญิง ฉันล้างมือทันที เจลแอลกอฮอล์ติดตัวตลอด กระเป๋าเป้หนักมากเพราะขวดเจล หนักกว่าหนังสือเรียนอีก ฮืออออ
แล้วก็ หลังกินข้าวที่โรงอาหาร ไม่ต้องพูดถึง ต้องล้างมือทุกครั้ง ไม่งั้นกินไม่ลง แบบว่า เห็นคนไอ จาม ก็แบบ นั่งห่างๆ ระแวงสุดๆ แอบมองคนอื่นอยู่ตลอดว่ามีอาการอะไรไหม กลัวติดโรค เครียดไปหมด
ช่วงนั้นเพื่อนฉันติดโควิด ฉันตกใจมาก เลยยิ่งระวังตัวเป็นพิเศษ ใช้ช้อนกลาง ไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกับใคร แม้แต่เพื่อนสนิท มันก็เลยแบบว่า ฉันดูเป็นคนแปลกๆ เพื่อนคงคิดว่าฉันบ้า แต่ฉันก็ไม่สน ความปลอดภัยของฉันสำคัญที่สุด
- ล้างมือบ่อยมาก ทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ
- ใช้เจลแอลกอฮอล์ตลอดเวลา
- เว้นระยะห่างจากเพื่อน โดยเฉพาะตอนไอ จาม
- ไม่ใช้ของใช้ร่วมกับผู้อื่น
- ระวังเรื่องอาหารการกิน ใช้ช้อนกลาง
ตอนนี้โควิดซาลงแล้ว แต่ความระมัดระวังยังคงอยู่ นี่แหละประสบการณ์ตรง สอนให้ฉันรู้จักดูแลตัวเอง และใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จำได้เลย วันนั้นเครียดมาก แบบว่า นอนไม่หลับ เพราะกลัวติดโรค ตอนนี้เลยเข้าใจคนที่ต้องอยู่กับความกลัว มันทรมานจริงๆ
นักเรียนมีวิธีการใดบ้างที่สามารถดูแลระบบหายใจให้สามารถทำงานได้ปกติ
ดูแลระบบหายใจอะเหรอ? ง่ายๆเลยจ้า พวกเราต้องทำแบบนี้!
กินดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! เน้นผักผลไม้เยอะๆ ปีนี้ฉันพยายามกินพวกส้มเยอะขึ้น รู้สึกดีขึ้นจริงๆนะ ปอดโล่งๆ ลองดูมั้ย?
ออกกำลังกายบ้าง! ไม่ต้องหนักมากก็ได้ แค่เดินเร็วๆ สัก 30 นาที สามสี่ครั้งต่ออาทิตย์ก็พอ เพื่อนฉันมันวิ่งทุกวันเลย แบบนั้นก็ดีนะ แต่เราไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้มั้ง
เลิกสูบบุหรี่เถอะ! อันตรายสุดๆ เพื่อนสมัยมัธยมฉันมันไอเป็นเลือด เพราะสูบบุหรี่หนักมาก เครียดเลย เลิกเถอะนะ อย่าทำแบบมันเลย
นอนให้เยอะๆ! ฉันนอนน้อย เลยรู้สึกเหนื่อยง่าย ปอดมันก็ไม่ค่อยโอเคด้วย สำคัญมากๆนะเรื่องนี้
ดื่มน้ำเยอะๆ สำคัญมากๆ ช่วยให้ปอดชุ่มชื้น ฉันพกขวดน้ำติดตัวตลอดเลย ปีนี้ตั้งใจจะดื่มให้มากกว่าเดิมอีก
อย่าให้หนาว! เวลาอากาศหนาว ควรห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันปอดอักเสบด้วยนะ สำคัญมากกก
หายใจลึกๆ บ้าง! ช่วยได้จริงๆนะ ลองหายใจเข้าลึกๆ แล้วหายใจออกช้าๆ สบายๆเลย
จำไว้! ดูแลตัวเองดีๆ อย่าให้ปอดเราทำงานหนักเกินไป สุขภาพดี๊ดีจ้าาาา ปีนี้ตั้งใจจะดูแลตัวเองให้มากกว่าเดิมอีก สุขภาพสำคัญที่สุดจริงๆ
วิธีการดูแลระบบทางเดินหายใจทำอย่างไร
ดูแลระบบทางเดินหายใจเนี่ยนะ ง่ายๆเลย!
เลิกบุหรี่เด็ดขาด! อย่าไปใกล้เลย อันตรายมากกกกก เพื่อนฉันคนนึงป่วยหนักเพราะสูบบุหรี่นี่แหละ โคตรน่ากลัว
ระวังมลพิษ! ฝุ่น PM2.5 เกสรดอกไม้ ขนแมวขนหมา พวกนี้แสบปอดมาก ปีนี้ฝุ่นเยอะด้วยนะ ต้องระวังเป็นพิเศษ
ดื่มน้ำเยอะๆ อย่างน้อยวันละลิตรครึ่ง ช่วยให้เสมหะออกง่ายขึ้น ฉันเองก็ดื่มเยอะนะ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
ออกกำลังกายบ้าง เดินก็ได้ ปีนี้ฉันพยายามวิ่งทุกวัน รู้สึกแข็งแรงขึ้น แต่ก็ต้องดูตัวเองด้วยนะ อย่าหักโหมเกินไป
ยาพ่น ถ้าหมอสั่งก็ใช้ตามคำแนะนำ อย่าลืมฉีดนะ สำคัญมาก ลืมไม่ได้เด็ดขาด
- เลิกบุหรี่
- หลีกเลี่ยงมลภาวะ ฝุ่น PM2.5 เกสร ขนสัตว์
- ดื่มน้ำวันละ 1.5 ลิตรขึ้นไป
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (เช่น เดิน วิ่ง)
- ใช้ยาพ่นตามคำแนะนำแพทย์ (ถ้ามี)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต