สินค้าอะไรที่คนต้องการมากที่สุด

70 ครั้งเข้าชม
10 สินค้าขายดีตลอดกาล ตอบโจทย์ทุกยุคสมัยสินค้าที่มียอดขายดีต่อเนื่องมักเป็นของที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานในชีวิตประจำวัน สามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้ สุขภาพและความงาม: สกินแคร์, อาหารเสริม, เครื่องสำอาง ของกินและเครื่องดื่ม: กาแฟ, ขนมเพื่อสุขภาพ สินค้าแม่และเด็ก: ของใช้จำเป็นสำหรับเด็กอ่อน อุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง: อาหารและของเล่น ของใช้ในบ้านและเสื้อผ้าเบสิก: เช่น เสื้อยืดสีพื้น กลุ่มเป้าหมาย: มีความหลากหลายตั้งแต่ผู้บริโภคทั่วไป จนถึงกลุ่มเฉพาะทาง เช่น คุณแม่, คนรักสุขภาพ, และเจ้าของสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความต้องการสม่ำเสมอ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

เอาจริงๆนะ ถ้าให้พูดจากที่เห็นมากับตัวเลย ของบางอย่างมันไม่เคยหายไปไหนจริงๆ

อย่างแรกเลยคือ ของกินง่ายๆ ตอนเช้า แบบหมูปิ้ง ข้าวเหนียว คือมันจบในตัว กลุ่มเป้าหมายคือทุกคนที่รีบไปทำงาน ไปเรียน ตั้งแต่นักเรียนยันพนักงานออฟฟิศ แถวออฟฟิศเก่าผมที่อโศก ร้านป้าคนนึงขายดีทุกวัน ไม่ต้องมีเทรนด์อะไรเลย

กาแฟนี่อีกอย่าง ตอนนี้ใครๆ ก็ดื่ม สมัยก่อนอาจจะแค่คนทำงาน แต่เดี๋ยวนี้คือเป็นไลฟ์สไตล์ไปแล้ว ตั้งแต่กาแฟซองยันเครื่องชงที่บ้าน ผมซื้อเครื่องชงกาแฟดริปครั้งแรกปี 2018 จากร้านในช้อปปี้ประมาณ 700 บาท จนตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ กลุ่มลูกค้ากว้างมากจริงๆ

เสื้อผ้าสีพื้นๆ เรียบๆ โดยเฉพาะเสื้อยืดขาวกับดำ ผมมีเสื้อยืดของ Uniqlo ตัวนึง ซื้อมาสี่ปีที่แล้วก็ยังใส่ มันเข้าได้กับทุกอย่าง คนที่ซื้อคือคนที่ไม่ต้องการคิดเยอะตอนแต่งตัว ขอแค่สะอาด เรียบร้อย ก็พอแล้ว

สกินแคร์กันแดดกับครีมให้ความชุ่มชื้น อันนี้คือของสามัญประจำบ้านไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องความสวยงามแต่เป็นเรื่องสุขภาพผิว แม่ผมใช้ครีมกระปุกยี่ห้อเดิมมาเป็นสิบๆ ปี กลุ่มเป้าหมายคือทุกคนที่มีผิวหนังและไม่อยากแก่เร็ว

ของใช้สัตว์เลี้ยงนี่คือตลาดที่โคตรจะมั่นคง ผมเลี้ยงหมาชื่อโมจิ ค่าอาหาร ค่าขนมต่อเดือนคือตายตัวมาก คนเลี้ยงสัตว์มองเค้าเป็นเหมือนลูก ยอมจ่ายแบบไม่มีเงื่อนไข กลุ่มเป้าหมายก็คือทาสหมาทาสแมวทั้งหลายนี่แหละ

สินค้าแม่และเด็ก ผ้าอ้อม ทิชชู่เปียก พี่สาวผมเพิ่งมีลูก บอกเลยว่าของพวกนี้ซื้อทีเป็นลัง มันคือของที่จำเป็นและใช้แล้วหมดไป กลุ่มเป้าหมายชัดเจนมากคือครอบครัวที่มีลูกเล็ก

หนังสือ ไม่ว่าจะเล่มหรือ e-book คนก็ยังอ่านอยู่เสมอ ผมเพิ่งไปงานหนังสือเมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา คนยังเยอะเหมือนเดิม มันคือการหนีจากโลกความจริงไปพักผ่อนสมอง กลุ่มเป้าหมายคือนักอ่านและคนที่อยากพัฒนาตัวเอง

อุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นฐาน น้ำยาล้างจาน ถูพื้น ตอนช่วงโควิดนี่เห็นชัดเลยว่าขาดไม่ได้ พอสถานการณ์ปกติมันก็กลายเป็นของที่ต้องซื้อเข้าบ้านทุกเดือนอยู่ดี กลุ่มเป้าหมายก็คือทุกครัวเรือน

ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของกินปลอบใจเวลาเหนื่อยๆ ดึกๆ ตอนเรียนมหาลัยช่วงใกล้สอบ มาม่าต้มใส่ไข่คืออาหารหลักเลย มันถูก ง่าย อร่อย กลุ่มเป้าหมายคือตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ต้องการความสุขเล็กๆ น้อยๆ แบบด่วนๆ

สุดท้ายคืออุปกรณ์เกี่ยวกับงานอดิเรก อย่างไหมพรม ปากกา ดินสอสี คนเราต้องการอะไรทำเพื่อผ่อนคลายเสมอ มันอาจจะไม่ได้ขายดีแบบถล่มทลาย แต่มันขายได้เรื่อยๆ เพราะความต้องการตรงนี้ของคนไม่เคยหายไปไหน

คำถาม? 10 สินค้าขายดี ไม่มีวันตกเทรนด์ และกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร?คำตอบ:

  1. อาหารเช้าง่ายๆ: คนทำงาน, นักเรียน
  2. กาแฟ: คนทุกกลุ่มวัยทำงานขึ้นไป
  3. เสื้อผ้าเบสิค: ทุกเพศทุกวัย
  4. สกินแคร์พื้นฐาน (กันแดด, มอยส์เจอไรเซอร์): ทุกคนที่ใส่ใจสุขภาพผิว
  5. ของใช้สัตว์เลี้ยง: เจ้าของสัตว์เลี้ยง
  6. สินค้าแม่และเด็ก: พ่อแม่ผู้ปกครอง
  7. หนังสือ: นักอ่าน, คนที่ต้องการความรู้/บันเทิง
  8. อุปกรณ์ทำความสะอาด: ทุกครัวเรือน
  9. ขนม/บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป: ทุกกลุ่ม, เน้นวัยรุ่นและคนทำงาน
  10. อุปกรณ์สำหรับงานอดิเรก: คนที่มีเวลาว่างและกำลังซื้อ

สินค้าอะไรที่ขายได้ตลอด

ของขายดีตลอดกาล ไม่ต้องตามเทรนด์ให้เหนื่อย

  1. อาหาร ขนมโฮมเมด ปากท้องเรื่องใหญ่ ของกินแม่งขายได้เสมอแหละ กลุ่มเป้าหมาย: ใครก็ได้ที่ขี้เกียจทำเอง หรืออยากแดกของอร่อยที่ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อ

  2. เครื่องใช้ในบ้าน คนมันชอบแต่งบ้าน แต่งแล้วแต่งอีก ของจุกจิกนี่ตัวทำเงินเลย กลุ่มเป้าหมาย: พวกอยู่ไม่สุข ชอบเปลี่ยนบรรยากาศในห้องบ่อยๆ พวกบ้าสไตล์มินิมอล

  3. ของสะสม ของวินเทจ ของเก่าไม่ใช่ขยะ ยิ่งเก่ายิ่งแพงถ้าเรื่องราวมันได้ กลุ่มเป้าหมาย: คนมีรสนิยม มีเงิน และพร้อมจ่ายให้ความหลงใหลของตัวเอง

  4. ยีนส์ เกิดมายังไม่เคยเห็นใครไม่ใส่ยีนส์ มันไม่มีวันตายหรอก กลุ่มเป้าหมาย: ทุกเพศทุกวัยที่ยังต้องแต่งตัวออกจากบ้านอะ

  5. ต้นไม้และอุปกรณ์ โลกมันร้อน คนเลยหาพื้นที่สีเขียวในบ้าน ต้นไม้คือคำตอบ กลุ่มเป้าหมาย: ทาสต้นไม้ ชาวเมืองที่อยากมีอะไรให้ดูแลแก้เหงา

  6. สินค้าไอที ตกรุ่นแล้วไง ก็ยังมีคนหาซื้ออยู่ดี ของมันต้องมี กลุ่มเป้าหมาย: สายแกดเจ็ตที่ตามทุกรุ่น และคนงบน้อยที่รอสอยของตกรุ่นสภาพดี

  7. งานแฮนด์เมด ของมีชิ้นเดียวในโลก ใครก็อยากได้ ทำให้เนี๊ยบๆ หน่อยละกัน กลุ่มเป้าหมาย: คนที่เบื่องานโหลๆ จากโรงงาน มองหาอะไรที่ไม่เหมือนใคร

  8. ของแต่งรถ คนไทยรักรถ ยิ่งกว่าแฟนอีกมั้ง ของแต่งเลยขายได้เรื่อยๆ กลุ่มเป้าหมาย: มนุษย์บ้ารถ แต่งเพื่อความสวยงาม หรือแต่งเพราะอยากแรง

  • ของกิน: อย่าทำรสชาติหมาไม่แดกพอ เน้นที่ความสะอาด ภาพสวยๆ ยั่วๆ คนเห็นแล้วต้องอยาก
  • ของในบ้าน: เจาะกลุ่มไปเลย จะมินิมอล หรือจะวินเทจจ๋าๆ หาของมีดีไซน์ ไม่ใช่ของโหลๆ
  • ของวินเทจ: ต้องดูของเป็น ไม่ใช่ไปคว้าขยะมาขาย สร้างสตอรี่ให้ของ ชิ้นนี้มาจากไหน ยุคไหน มันจะเพิ่มมูลค่า
  • ยีนส์:หาทรงคลาสสิก มาขาย ยังไงก็รอด Levis 501 งี้ ขายได้ตลอดชาติ
  • ต้นไม้: อย่าขายแค่ต้น ขายกระถาง ขายปุ๋ย ขายยาด้วย ขายยกเซ็ต รวยกว่า
  • ไอที: เคสมือถือ ฟิล์มกันรอย สายชาร์จ พวกนี้แหละตัวทำเงิน ต้นทุนต่ำ กำไรดี ขายง่ายกว่าเครื่อง
  • แฮนด์เมด:ตั้งราคาให้สมกับฝีมือ อย่าไปกลัวคนว่าแพง ของมีคุณค่า คนพร้อมจ่าย
  • ประดับยนต์: น้ำหอมในรถ ที่วางแก้ว สติ๊กเกอร์กวนๆ ของเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ คนตัดสินใจซื้อง่าย

มีเงิน1000บาทลงทุนขายอะไรดี

เงินหนึ่งพัน. เริ่มต้น.

ของกิน. คนหิวเสมอ. แซนวิช. ง่าย. ใครก็ทำได้. แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำให้อร่อย. ไส้คือตัวตัดสิน.

ข้าวเหนียวหมูปิ้ง. ของคลาสสิก. ตื่นเช้า. แลกกับเงิน. หมักหมูให้เป็น.

ข้าวไข่เจียว. เมนูสิ้นคิด. ที่ขายได้เสมอ. เครื่องเคียงเยอะ. ตัวเลือกเยอะ. เงินก็เยอะ.

ของทอด. เฟรนช์ฟรายส์. เด็กชอบ. ผู้ใหญ่ก็กิน. จุดขายคือผงปรุงรสแปลกๆ.

ของสวยงาม. แฟชั่น. หมุนวน. เสื้อผ้ามือสอง. ของเก่า. เรื่องราวใหม่. หาแหล่งให้เจอ. ที่เหลือคือกำไร. ถ่ายรูปให้สวย. จบ.

สร้อยลูกปัด. งานฝีมือ. ขายไอเดีย. ไม่ได้ขายของ. ต้นทุนต่ำ. วัดกันที่สายตา.

ไม่ต้องมีหน้าร้าน. พรีออเดอร์ขนม. ไม่ต้องสต็อกของ. ไม่เจ็บตัว. แค่ขยันโพสต์.

สอนพิเศษออนไลน์. ใช้ความรู้แลกเงิน. ไม่ต้องลงทุน. นอกจากเวลา. เวลาคือต้นทุนที่แพงที่สุด.

  • แซนวิชโบราณ: ทำเลสำคัญ. หน้าโรงเรียน. ตึกออฟฟิศ. น้ำสลัด คือหัวใจ. ทำเองลดต้นทุน. ต้นทุนต่อชิ้น 7-10 บาท ขาย 15-25 บาท. เงินพันนึงทำได้เยอะ.
  • ข้าวเหนียวหมูปิ้ง: กลิ่นคือการตลาดที่ดีที่สุด. สูตรหมักหมู ต้องนิ่ง. ข้าวเหนียวต้องนุ่มข้ามวัน. กำไร 40-50%. ตื่นตีสามตีสี่. แลกเอา.
  • สร้อยลูกปัด/กำไลหิน: ขายใน IG, X, TikTok. ถ่ายรูปกับแสงธรรมชาติ สวยสุด. ตั้งราคาจากความพอใจ. ต้นทุนหลักร้อย กำไรหลักพัน. อยู่ที่ไอเดีย.
  • เสื้อผ้ามือสอง: คัดของคือทักษะ. เปิดกระสอบ คือการวัดดวง. Live สดใน Facebook หรือ TikTok ปิดการขายไว. กำไร 100-300% ต่อตัว.
  • พรีออเดอร์ขนมจากต่างจังหวัด/ต่างประเทศ: หาของที่คนอื่นหาไม่ได้. ขนมกระแส. สร้างความน่าเชื่อถือ สำคัญสุด. รับเงินก่อนสั่ง. ไม่มีความเสี่ยง.
  • สอนพิเศษออนไลน์: สอนคณิต. อังกฤษ. วิทย์. วนอยู่แค่นี้. สอนตัวต่อตัว ผ่าน Google Meet หรือ Zoom. ค่าสอนชั่วโมงละ 200-300 บาท. ลงทุนแค่เวลา.
  • ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง: เจียวไข่ฟูๆ คือพื้นฐาน. ท็อปปิ้ง คือแหล่งกำไรที่แท้จริง. หมูสับ ไส้กรอก แฮม. ขายหน้าบ้าน. ตลาดนัด.
  • เฟรนช์ฟรายส์ทอด/ชีสบอล: ซื้อของแช่แข็งจากแม็คโคร. ผงปรุงรส หลายๆ รสชาติสร้างความต่าง. ขายง่าย. คืนทุนไว. เหมาะกับตลาดนัดกลางคืน.

เงิน1000 ต่อยอดอะไรได้บ้าง

เงิน 1000 บาท ไม่ใช่จำนวนที่น่าตื่นเต้น อย่าเข้าใจผิด. แต่มันคือจุดเริ่มต้นได้ ถ้ารู้จักใช้. ลงทุนในความรู้ คือสิ่งแรกที่ควรทำ. จากนั้น มองหาช่องทาง หมุนเงิน ที่จับต้องได้ ออมทอง หรือ รับของมาขายต่อ คือทางออก. ส่วนหุ้นหรือกองทุนรวม 1000 บาทแทบไร้ความหมาย เก็บไว้ก่อน ถ้ายังไม่เข้าใจจริง.

  • ลงทุนในความรู้:
    • คอร์สออนไลน์ราคาถูก หนังสือดีๆ เกี่ยวกับธุรกิจ, การเงิน.
    • ทักษะใหม่ๆ เพิ่มมูลค่า ให้ตัวเอง. มันคุ้มค่าสุด.
  • ออมทอง (ปี 2566):
    • แพลตฟอร์มหลายแห่งรับ ซื้อ-ขายทองเศษ เริ่มหลักสิบ/ร้อยบาท.
    • ความเสี่ยงต่ำกว่า หุ้นเยอะ เหมาะสำหรับมือใหม่.
    • ไม่มีปันผล แต่เป็นสินทรัพย์ที่รักษา มูลค่า ดี.
  • รับของมาขายต่อ:
    • เสื้อผ้ามือสอง ของใช้เล็กๆ น้อยๆ จากตลาดนัด.
    • ขายผ่าน ออนไลน์ หรือตลาดนัดเล็กๆ.
    • กำไรน้อย แต่หมุนเร็ว ได้เรียนรู้ การค้า.
    • เน้นของที่ ไม่ต้องสต็อกเยอะ เพื่อลดความเสี่ยง.
  • ข้อควรจำ:
    • เงินแค่นี้ ไม่ทำให้รวยข้ามคืน.
    • วินัย และ การเรียนรู้ สำคัญกว่าจำนวนเงิน.
    • อย่ายืมเงิน มาลงทุนเด็ดขาด.

ขายอะไรต้นทุนน้อยในตลาดนัด

พูดถึงเรื่องขายของตลาดนัดนะ เคยไปลองกับเพื่อนมาแล้วที่ตลาดนัดแถวลาดพร้าวเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นไฟแรงมากอยากมีรายได้เสริม

เราเลือกขายแซนด์วิซไส้แน่น เพราะเห็นว่าไม่ต้องใช้เตา ไม่ต้องวุ่นวายหน้าร้าน เตรียมจากบ้านไปหมดเลย แต่เชื่อมั้ย โคตรเหนื่อยตอนเตรียมของ ไส้ก็ต้องทำหลายอย่าง ขนมปัง ผัก ล้างหั่นวุ่นวายไปหมด

พอไปตั้งร้านจริง คนเดินผ่านก็มองๆ แล้วก็เดินเลยไป คือมันไม่ดึงดูดเท่าของร้อนๆ อะ วันนั้นขายได้ไม่กี่อันก็ท้อแล้ว สุดท้ายเก็บกลับมากินเองที่บ้าน 5555

แต่ร้านข้างๆ เรานี่สิ ขาย ข้าวไข่เจียวทรงเครื่อง โอ้โห... คนต่อคิวไม่หยุดเลย กลิ่นมันหอมฟุ้งไปทั่ว เค้ามีแค่กระทะใบเดียว เตาแก๊สปิคนิค ไข่ไก่เป็นแผงๆ กับท็อปปิ้งแค่หมูสับ ปูอัด ไส้กรอก ต้นทุนต่ำกว่าเราเยอะแน่ๆ แต่ขายดีกว่าเป็นสิบเท่า

เดินไปดูโซนอื่นในตลาดนะ พวก หมูปิ้ง นี่ก็คลาสสิกสุดๆ ควันโขมงๆ แต่นั่นแหละตัวเรียกแขกเลย คนซื้อทีละ 10-20ไม้ ส่วน เฟรนช์ฟรายส์เขย่า ก็ขายดีกับพวกเด็กๆ วัยรุ่นมาก มีแค่หม้อทอดไฟฟ้าตัวนึงกับผงรสต่างๆ ก็เปิดร้านได้แล้ว

จากที่เห็นกับตาและเจ็บมาเองนะ

  • ข้าวไข่เจียว นี่คือตัวเต็งเลย ต้นทุนต่ำจริง แค่ไข่ ข้าวสวย กับเครื่องนิดหน่อยก็ขายได้แล้ว ทำง่าย ทำเร็ว คนซื้อง่ายเพราะเป็นของสิ้นคิด กินอิ่มด้วย
  • หมูปิ้ง / เนื้อย่าง ไม่เคยตายจากตลาดนัด แต่ต้องหาเจ้าที่รับมาอร่อยๆ หรือไม่ก็ต้องมีสูตรหมักเด็ดเป็นของตัวเองเลยนะ จุดขายคือกลิ่น ชัดเจนมาก
  • ของทอดกินเล่น เฟรนช์ฟรายส์ ไก่ป๊อป ลูกชิ้นทอด พวกนี้ลงทุนแค่หม้อทอดกับวัตถุดิบแช่แข็ง ทำง่ายมาก ขอแค่มีผงปรุงรสหรือน้ำจิ้มเด็ดๆ ก็พอ
  • น้ำปั่น / ชาไข่มุก ถ้าตลาดร้อนๆ อากาศอบอ้าว นี่คือสวรรค์ของคนเดินเลย แต่การแข่งขันสูงมาก ต้องมีอะไรเด่นๆ หน่อย เช่น ใช้ผลไม้สดจริง หรือมีเมนูแปลกๆ
  • ก๋วยเตี๋ยวคลุก / ยำง่ายๆ ของพวกนี้ไม่ต้องมีน้ำซุปร้อนๆ ให้วุ่นวาย เตรียมเส้น เตรียมเครื่องยำไว้ จัดใส่ถ้วยขายได้เลย สะดวกทั้งคนขายคนซื้อ
  • อาหารตามสั่งกล่องเดียว อย่าง กะเพราห่อ หรือข้าวปลาแกะ ทำเตรียมไว้เลย คนเลิกงานมาหิวๆ ก็ซื้อกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องรอคิวปรุงใหม่