"หมอนรองกระดูกปลิ้น" ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร

78 ครั้งเข้าชม
อาการปวดหลังเรื้อรังอาจบ่งชี้ถึงโรค Spondylosis ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลังตามธรรมชาติ ส่งผลให้กระดูกสันหลังเสื่อมและมีการสร้างกระดูกงอกใหม่ กดทับเส้นประสาท ก่อให้เกิดอาการปวด ชา และอ่อนแรง จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

"หมอนรองกระดูกปลิ้น": ภัยเงียบที่คุกคามคุณภาพชีวิต และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Spondylosis

อาการปวดหลังเรื้อรังเป็นปัญหาที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจมีสาเหตุได้มากมาย ตั้งแต่การใช้งานกล้ามเนื้อที่ไม่ถูกต้อง การบาดเจ็บ ไปจนถึงโรคทางกระดูกสันหลังที่ซับซ้อน หนึ่งในสาเหตุที่หลายคนอาจเคยได้ยินคือ "หมอนรองกระดูกปลิ้น" หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า "Herniated Disc" (หรือบางครั้งอาจใช้คำว่า "Slipped Disc" หรือ "Ruptured Disc")

หมอนรองกระดูกทำหน้าที่เป็นเหมือนโช้คอัพระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ช่วยลดแรงกระแทกและทำให้เราเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพหรือถูกกดทับอย่างรุนแรง ส่วนที่อยู่ด้านในซึ่งมีลักษณะคล้ายเจล อาจเคลื่อนออกมาจากตำแหน่งปกติ กดทับเส้นประสาทที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงตามบริเวณที่เส้นประสาทนั้นเลี้ยง

อาการของหมอนรองกระดูกปลิ้น:

  • ปวดหลังอย่างรุนแรง: อาการปวดอาจเริ่มจากหลังแล้วร้าวลงไปที่ขาหรือเท้าข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างก็ได้
  • ชาหรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม: อาการชาอาจเกิดขึ้นบริเวณหลัง ขา เท้า หรือนิ้วเท้า
  • อ่อนแรง: อาจรู้สึกว่ากล้ามเนื้อขาหรือเท้าอ่อนแรง ยกขาหรือเดินได้ลำบาก
  • อาการแย่ลงเมื่อไอ จาม หรือนั่งนานๆ: การเพิ่มแรงดันในช่องท้องอาจทำให้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นกดทับเส้นประสาทมากขึ้น
  • ปัสสาวะหรืออุจจาระควบคุมไม่ได้: ในกรณีที่รุนแรง หมอนรองกระดูกอาจกดทับเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้

Spondylosis: ไม่ใช่แค่หมอนรองกระดูกปลิ้น

สิ่งที่สำคัญคือต้องทำความเข้าใจว่าอาการปวดหลังไม่ได้มีสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกปลิ้นเพียงอย่างเดียว โรค Spondylosis ซึ่งเป็นภาวะเสื่อมของกระดูกสันหลังตามวัย เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อย Spondylosis เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก และข้อต่อต่างๆ ทำให้เกิดการสร้างกระดูกงอก (Osteophytes) เพื่อพยายามเสริมความแข็งแรง แต่กระดูกงอกเหล่านี้กลับอาจกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวด ชา และอ่อนแรงได้เช่นกัน

ความแตกต่างที่สำคัญ:

  • สาเหตุ: หมอนรองกระดูกปลิ้นเกิดจากการฉีกขาดหรือเคลื่อนตัวของหมอนรองกระดูก ส่วน Spondylosis เกิดจากการเสื่อมสภาพโดยรวมของกระดูกสันหลัง
  • การวินิจฉัย: การวินิจฉัยหมอนรองกระดูกปลิ้นและ Spondylosis มักใช้การตรวจร่างกายร่วมกับการถ่ายภาพทางการแพทย์ เช่น เอ็กซ์เรย์ MRI หรือ CT scan
  • การรักษา: การรักษาหมอนรองกระดูกปลิ้นและ Spondylosis อาจคล้ายคลึงกันในบางแง่มุม เช่น การใช้ยาแก้ปวด กายภาพบำบัด หรือการฉีดยา แต่ในบางกรณีอาจต้องพิจารณาการผ่าตัด

สำคัญที่สุด: พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยที่ถูกต้อง

หากคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง อย่าปล่อยให้อาการปวดหลังเรื้อรังมาบั่นทอนความสุขของคุณ พบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ