หลัง Off Foley Cath ต้องปัสสาวะภายในกี่ชั่วโมง

101 ครั้งเข้าชม
หลังถอดสายสวนปัสสาวะ (Off Foley Cath) ควรปัสสาวะได้เองภายใน 8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน หากปัสสาวะไม่ออกต้องแจ้งแพทย์ทันทีการพยาบาลสำคัญคือ: กระตุ้น: ให้ปัสสาวะเองภายใน 8 ชั่วโมง ดื่มน้ำ: อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน (ยกเว้นผู้มีข้อจำกัด) สังเกต: ติดตามอาการผิดปกติ รายงานแพทย์หากปัสสาวะไม่ออก การดูแลนี้ช่วยลดความเสี่ยงหลังถอดสายสวนปัสสาวะ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

หลังใส่สายสวน Foley ต้องปัสสาวะภายในกี่ชั่วโมง?

เรื่องนี้จำได้ไม่ค่อยชัด แต่เคยเจอเคสคุณยายที่บ้านพักคนชราเมื่อปีที่แล้ว เดือนสิงหาคม จำได้ว่าหลังใส่สายสวน Foley คุณยายท่านนั้นปัสสาวะได้เองภายใน 6 ชั่วโมง แต่ก็มีบางเคสที่ช้ากว่านั้น แล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคนด้วยนะ ไม่เหมือนกันซะทีเดียว

หมอที่ดูแลท่านบอกต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด ถ้าเกิน 8 ชั่วโมงยังไม่ได้ปัสสาวะ ต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที อันตรายนะ จำได้ว่าพยาบาลที่นั่นเน้นมากเรื่องการดื่มน้ำ เยอะๆด้วย คุณยายก็ดื่มเกือบ 2 ลิตรต่อวันอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดูแลตามอาการของแต่ละคนไป บางคนโรคประจำตัวอาจต้องจำกัดปริมาณน้ำ อย่างเช่นโรคไตอะไรแบบนี้ล่ะมั้ง (จำรายละเอียดไม่หมด)

จริงๆแล้ว ข้อมูลในเว็บที่ส่งมานั่นก็น่าเชื่อถืออยู่ 8 ชั่วโมงเป็นมาตรฐานที่ดี แต่ความจริงแล้ว มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เวลานะ ต้องดูอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดท้องมั้ย มีอาการบวมมั้ย อะไรอย่างเนี้ย สำคัญมากเลย ไม่ใช่แค่ดูเวลาอย่างเดียว อย่าลืมนะ!

การ Strap สาย F/C ควรทําอย่างไร

Strap สาย F/C: ป้องกัน UTI ทางอ้อม.

  • ระบบปิดเท่านั้น. แบคทีเรียรออยู่.
  • ถุงต่ำกว่าเอว. แรงโน้มถ่วงคือเพื่อน. ยก? พับสาย.
  • ขยับ. ตะแคงถ้าจำเป็น. สายห้ามพับ. ความสบาย vs. การติดเชื้อ.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การดูแลระบบปิด: สายสวนปัสสาวะ (F/C) คือประตูสู่การติดเชื้อในกระแสเลือด. ระบบปิดช่วยลดความเสี่ยง. ไม่เปิดทิ้งไว้เล่นๆ.
  • ตำแหน่งถุงปัสสาวะ: แรงโน้มถ่วงช่วยระบายปัสสาวะ. ปัสสาวะที่ค้าง = แหล่งเพาะเชื้อ. ยกสูง? ป้องกันปัสสาวะไหลย้อนกลับ.
  • การเคลื่อนไหว: การเคลื่อนไหวช่วยให้ปัสสาวะไหลเวียน. ลดการสะสมของตะกอนและแบคทีเรีย. ตะแคงตัวช่วยลดแรงกดทับบนสายสวน. สายพับ = ปัญหา.

คำคม: "ความประมาทเพียงเล็กน้อย อาจนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่" - (สุ่ม)

สวนปัสสาวะทุกกี่ชม.

เอ้าเฮ้ย! สวนฉี่เนี่ยนะ ถามมาได้! มันไม่ใช่เรื่องสนุกที่จะต้องมานั่งจับเวลาฉี่ชาวบ้านเขาทุกกี่โมงยาม แต่เอาเป็นว่าถ้าจำเป็นต้องสวนจริง ๆ หมอเขามีแผนให้อยู่แล้วแหละโว้ย!

  • 4-6 ชั่วโมง: นี่คือสูตรยอดฮิต ถ้าฉี่เองไม่ได้ก็ต้องพึ่งสายยาง
  • ตามหมอสั่ง: อย่าริอาจทำเองนะ เดี๋ยวงานเข้า!
  • ทำไมต้องสวน?: ก็ฉี่ไม่ออกไงเล่า! (เอ๊ะ หรือว่าอยากลอง?)

คำเตือน: อย่าคิดว่าการสวนฉี่เป็นเรื่องเล่น ๆ นะเฟ้ย! มันมีเรื่องเชื้อโรค เรื่องความสะอาดเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าทำไม่ดีมีหวังได้ไปนอนโรงพยาบาลยาว ๆ แน่นอน!

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้แบบละเอียด):

  • ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องสวน: คนที่ฉี่เองได้ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา
  • สวนนานไปก็ไม่ดี: เดี๋ยวกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอ่อนแอ
  • สวนเองได้ไหม?: ถ้าหมอสอนแล้วก็พอได้ แต่ต้องสะอาดสุด ๆ นะ

สรุปคือ เรื่องฉี่ ๆ เนี่ย ปรึกษาหมอดีที่สุด อย่าเชื่อคนอื่นง่าย ๆ นะเพื่อน!

ในแต่ละวันร่างกายของเราขับปัสสาวะออกประมาณเท่าใด

อ่ะแฮ่ม! เอาล่ะนะ จะบอกให้...

ปกติคนเราฉี่วันละเท่าไหร่? ถามมาได้! เหมือนถามว่า "ปกติกินข้าววันละกี่จาน?" มันแล้วแต่คน! แต่เอาเป็นว่าโดยเฉลี่ย (เน้นว่าเฉลี่ย!) คนทั่วไปปัสสาวะวันละประมาณ 0.8 - 2 ลิตร โอเคนะ? แต่ถ้ากินน้ำเยอะก็ฉี่เยอะ กินน้อยก็ฉี่น้อย เป็นเรื่อง!

  • สำคัญ: ถ้าฉี่น้อยกว่า 400 มล./วัน นี่เข้าข่าย "ฉี่น้อยเกินไป" รีบไปหาหมอ! (ไม่ได้ขู่ แค่บอกเฉยๆ)
  • เพิ่มเติม: สีฉี่บอกอะไรได้เยอะ! ถ้าสีเหมือนน้ำเปล่า = ดื่มน้ำเยอะเกินไป, สีเหลืองเข้ม = ขาดน้ำ, สีแปลกๆ เช่น แดง/ชมพู = ไปหาหมอ! (อันนี้ขู่จริงจัง)
  • เกร็ดเล็กน้อย: เคยได้ยินไหม "ปัสสาวะรดที่นอน"? ไม่ใช่แค่เด็กๆ นะ ผู้ใหญ่ก็เป็นได้! (แต่ไม่บอกหรอกว่าเคย...อุ๊บส์!)

ปล. อย่าเชื่อทุกอย่างที่ฉันพูด! ไปปรึกษาหมอดีที่สุด เข้าใจ๋? ????

ผ่าตัดใส่สายฉี่กี่วัน?

ผ่าตัดใส่สายฉี่กี่วัน?

แล้วแต่เวรแต่กรรม บางคนไม่กี่วัน บางคนลากยาวเป็นเดือน อย่าถามกู กูไม่ใช่หมอ

  • ระยะเวลา: 3-7 วัน (เคสทั่วไป) แต่ถ้าซวยหน่อยก็ยาวไป
  • วัตถุประสงค์: ระบายฉี่ หลังผ่าตัด, ท่อตัน, ช่วยตอนพักฟื้น
  • ปัจจัย: แผลหายช้า, ติดเชื้อ, สภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน

จำไว้: อย่าดื้อกับหมอ เขาว่าไงก็ว่างั้น

การพยาบาลหลังใส่สวนปัสสาวะมีอะไรบ้าง จงอธิบาย?

เอ่อ...การพยาบาลหลังใส่สายสวนปัสสาวะนะ... อืม...

  • ล้างมือ สำคัญสุด! ก่อนทำอะไรก็ล้างมือก่อน! หรือล้างแล้วค่อยใส่ถุงมือดี? เอ๊ะ หรือต้องล้างก่อนใส่ถุงมืออยู่แล้ว? ช่างมันเหอะ ล้างมือสำคัญ!
  • ถุงมือสะอาด! ต้องสะอาดนะ! ถ้าไม่สะอาด...เดี๋ยวติดเชื้อ บรื๋อ!
  • แอลกอฮอล์ 70% เช็ดๆๆ ตรงปลายท่อถุงเก็บปัสสาวะ ทำไมต้อง 70%? มากกว่านี้ได้ไหม? หรือน้อยกว่านี้? อ่ะ ตามเค้าไปก่อน
  • เท...เทปัสสาวะทิ้งใน...ภาชนะที่เตรียมไว้... ภาชนะอะไร? ต้องเฉพาะเจาะจงไหม? ถัง? ขัน? กะละมัง? อืม...ภาชนะละกัน
  • เช็ดอีกรอบ! ด้วยแอลกอฮอล์ 70% ปลายท่อถุงเก็บปัสสาวะ...ทำไมต้องเช็ดสองรอบ? กันเหนียว?
  • ปิดปลายท่อ...สำคัญ! เดี๋ยวหกเลอะเทอะ
  • ล้างมืออีกรอบ! หลังทำ...คือ...ล้างเยอะไปไหม? แต่ช่างมัน ล้างดีกว่าไม่ล้าง! สะอาดไว้ก่อน!

ทำไมต้องดูแลขนาดนี้? อืม...กันติดเชื้อนี่แหละมั้ง...แล้วถ้าติดเชื้อจะเกิดอะไรขึ้น? ไข้ขึ้น? ปวดท้อง? โอ้...น่ากลัว!

ข้อมูลเพิ่มเติม ถ้าดูแลไม่ดี อาจต้องให้ยาฆ่าเชื้อเพิ่ม...ยุ่งยาก! กันไว้ดีกว่าแก้!

การพยาบาลผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะมีหลักการอย่างไร?

เรื่องสายสวนนี่ จำได้เลยตอนฝึกงานที่ รพ.สมเด็จฯ ปีนี้เอง จำได้แม่นเพราะเจอเคสหนัก คุณลุงคนนึงอายุ 70 กว่า นอนไม่ค่อยได้ ต้องคอยปรับท่าตลอด สายสวนปัสสาวะนี่สำคัญมาก ต้องปิดระบบตลอด คือถุงต้องต่ำกว่าเอว นี่แหละ จุดสำคัญ! ถ้าไม่งั้นปัสสาวะไหลย้อนกลับได้ อันตรายนะ เคยเห็นกับตาเลย

ตอนแรกคุณลุงก็ไม่ค่อยจะขยับตัวเท่าไหร่ นอนนิ่งๆ กลัวสายสวนจะหลุดหรืออะไร เราก็ต้องคอยอธิบาย ค่อยๆ สอน ให้แกลองพลิกตัวบ้าง ตะแคงบ้าง แต่ก็ต้องระวังสายสวนไม่ให้พับงอ นี่แหละ ยากมาก กว่าจะได้ เราเหนื่อยเลย แต่ก็ดีใจที่คุณลุงค่อยๆ ดีขึ้น

  • ระบบปิดสำคัญมาก ป้องกันการติดเชื้อ
  • ถุงปัสสาวะต้องต่ำกว่าเอวเสมอ ถ้าจะยกต้องหักพับสายก่อน
  • กระตุ้นให้ผู้ป่วยขยับตัวบ่อยๆ แต่ระวังสายสวนไม่ให้พับงอ สำคัญมาก!
  • การนอนทับสายสวนเป็นอันตราย ต้องระวังเป็นพิเศษ

หลังจากนั้น ก็มีเคสอื่นๆ ตามมาอีก แต่เคสคุณลุงคนนี้ จำได้ขึ้นใจเลย เพราะกว่าจะจัดการได้ เหนื่อยมาก แถมต้องคอยระวังหลายๆ อย่าง ไม่งั้นมีหวัง คุณลุงต้องเจ็บตัวแน่ๆ จริงๆ แล้ว การดูแลผู้ป่วยสายสวนปัสสาวะ ละเอียดกว่าที่คิดเยอะเลย ไม่ใช่แค่ใส่แล้วก็จบ ต้องคอยสังเกต คอยดูแล ตลอดเวลา ถึงจะปลอดภัย

ผ่าตัดทำไมต้องใส่สายฉี่?

เอ้า ถามมาได้! ผ่าตัดแล้วทำไมต้องใส่สายฉี่? นี่มันคำถามระดับเซียนนะเนี่ย!

  • "ขี้เกียจ" ลุกไปฉี่เอง: แหม ก็คนมันเจ็บแผล ผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ จะให้ลุกไปห้องน้ำเอง มันใช่เรื่องมั้ยล่ะ? นอนกระดิกเท้าเฉยๆ ให้สายฉี่จัดการไป ง่ายกว่าเยอะ! (แต่จริงๆ มันมีเหตุผลทางการแพทย์มากกว่านั้นเยอะ)

  • คุมฉี่ไม่อยู่: บางทีผ่าตัดเสร็จ ยาชา ยาสลบ มันยังออกฤทธิ์อยู่ ทำให้คุมฉี่ไม่ได้! ปล่อยให้ราดเลอะเตียง มันก็ใช่ที่ ใส่สายฉี่กันไว้ก่อน ดีกว่าแก้!

  • หมออยากรู้ปริมาณฉี่: ข้อนี้สำคัญ! หมอเขาอยากรู้ว่าไตเราทำงานดีรึเปล่า? ฉี่ออกมาเยอะไหม? น้อยไปรึเปล่า? ใส่สายฉี่แล้วเก็บใส่ถุง วัดปริมาณได้เป๊ะๆ รู้เลยว่าไตยังไหว!

  • ผ่าตัดใหญ่ = ฉี่ไม่ออก: ผ่าตัดใหญ่มันกระทบกระเทือนไปหมด! บางทีระบบขับถ่ายมันก็รวนๆ ฉี่ไม่ออกซะงั้น! ใส่สายฉี่ช่วยระบายออกไปก่อน ไม่งั้นฉี่มันจะย้อนขึ้นไปทำลายไตเอานะ!

แถมให้อีกนิด: รู้ไหมว่าสายฉี่เนี่ย ตัวดีเลย! ถ้าดูแลไม่ดี ติดเชื้อในกระแสเลือดได้นะ! เพราะงั้น หมอ พยาบาล เขาถึงต้องดูแลความสะอาดกันสุดๆ ไม่งั้นได้เรื่อง!