หลังผ่าตัดกินไฟเบอร์ได้ไหม

101 ครั้งเข้าชม
หลังผ่าตัดกินไฟเบอร์ได้ไหม? ช่วง 4-8 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ควรจำกัดปริมาณไฟเบอร์ หลีกเลี่ยงผักสด ผลไม้ชิ้นใหญ่ เลือกผักผลไม้ที่ปรุงสุก นิ่ม หั่นชิ้นเล็ก เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการสำหรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

หลังผ่าตัดกินไฟเบอร์ได้ไหม? มีผลต่อแผลผ่าตัดหรือการฟื้นตัวอย่างไร? ควรกินไฟเบอร์ชนิดไหนดี?

หลังผ่าตัดนี่นะ เรื่องไฟเบอร์นี่มันยุ่งยากจริงๆ! จำได้เลยตอนแม่ผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อปี 2562 ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร หมอบอกให้ระวังมาก ช่วงแรกๆแทบไม่ได้กินเลย เพราะกลัวอึดอัด กินแต่โจ๊กกับข้าวต้ม นิ่มๆทั้งนั้นแหละ

จริงๆแล้วหมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไฟเบอร์เยอะๆช่วงแรก 4-8 สัปดาห์ ประมาณเดือนกว่าๆอ่ะ เพราะมันอาจทำให้ลำไส้ทำงานหนักไป แผลอาจปวดได้ จำได้แม่นเลยตอนนั้น แม่กินผักบุ้งลวกชิ้นใหญ่ไป เจ็บท้องไปหลายวันเลย! เลยต้องบดละเอียดมากๆ

ต่อมาเริ่มกินได้บ้างแล้ว แต่ก็เน้นแบบสุกๆนิ่มๆ อย่างพวกกล้วยหอมบด แอปเปิ้ลปั่น พวกนี้โอเคอยู่ แต่พวกผักสดๆแข็งๆ หรือผลไม้ที่มีเปลือกแข็งๆยังไม่ไหว ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ค่อยๆปรับ

เรื่องไฟเบอร์ชนิดไหนดี อันนี้ไม่แน่ใจนะ แต่ดูเหมือนไฟเบอร์ละลายน้ำจะดีกว่า แบบที่ไม่ทำให้ท้องผูกง่ายเกินไป แต่สุดท้ายก็ต้องดูอาการตัวเอง แล้วปรึกษาหมอเป็นหลักนะ สำคัญมาก! อย่าลืมนะ ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆด้วย

ผ่าตัดกระเพาะกินไฟเบอร์ได้ไหม

อืม... หลังผ่าตัดกระเพาะเมื่อต้นปีนี้ เรื่องไฟเบอร์นี่มัน...ยุ่งยากนะ

ตอนแรกหมอบอกให้ทานน้อยๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป กลัวท้องเสีย จริงด้วยแหละ ลองกินเยอะๆ ปวดท้องไปหลายวันเลย จำได้เลย กินสลัดผักเยอะไป นี่ก็เดือนตุลาคมแล้วนะ ยังไม่หายดีเลย บางทีก็คิดถึงตอนยังกินได้ปกติ ตอนนั้นไม่เห็นต้องมาคิดมากเลย

  • หมอแนะนำให้เริ่มจากไฟเบอร์น้อยๆ จริงๆ คือแบบน้อยมาก ประมาณหนึ่งช้อนชาต่อวันอะ แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดูอาการตัวเองไปด้วย

  • สำคัญมาก ต้องค่อยๆปรับ อย่าใจร้อน ร่างกายมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนเดิม

  • แล้วแต่ชนิดของการผ่าตัดด้วยนะ เพื่อนฉันผ่าตัดแบบเดียวกัน แต่กินไฟเบอร์ได้มากกว่าฉันเยอะเลย

  • ปรึกษาแพทย์หรือโภชนาการดีที่สุด เขาจะแนะนำได้ตรงกับสภาพร่างกายเรา ของฉันนี่ หมอนัดติดตามอาการเดือนหน้า ก็หวังว่าจะดีขึ้น เหนื่อยจัง

ฉันว่า อย่าลืมปรึกษาหมอนะ อย่าเสี่ยงเอง สุขภาพสำคัญกว่า แล้วก็พักผ่อนเยอะๆด้วย แบบนี้แหละ ชีวิตหลังผ่าตัด...

หลังผ่าตัดริดสีดวงกินไฟเบอร์ได้ไหม

หลังผ่าตัดริดสีดวงที่โรงพยาบาลกรุงเทพเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2566 หมอบอกให้พักฟื้นประมาณสองอาทิตย์ ช่วงนั้นกินอะไรก็ต้องระวังมาก โจ๊ก ข้าวต้ม น้ำซุป อะไรที่นุ่มๆทั้งนั้น กลัวแผลแตก พอครบสองอาทิตย์ เริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่ก็ยังระวังอยู่

เรื่องไฟเบอร์นี่สำคัญมากนะ หมอเน้นเลย ตอนแรกก็กลัวท้องผูก เลยกินพวกกล้วย แอปเปิ้ล แต่แบบสุกๆ นิ่มๆ ไม่แข็งเกินไป ค่อยๆเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆ

ตอนนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้ว กินได้หลายอย่างขึ้นเยอะ แต่ก็ยังเลือกกินอยู่นะ นี่แหละคือสิ่งสำคัญ ไม่ใช่กินแต่ไฟเบอร์อย่างเดียว ต้องดูแลสุขภาพโดยรวมด้วย

  • กินผักผลไม้เยอะๆ โดยเฉพาะที่มีกากใยสูง แต่เริ่มจากปริมาณน้อยๆก่อน แล้วค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี
  • งดอาหารทอด มันๆ เผ็ดจัด ของหมักดอง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ช่วยลดอาการท้องผูก

ตอนนี้สบายดีแล้ว ไม่มีอาการริดสีดวงกลับมาเป็นซ้ำ ก็พยายามดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ประมาท

ทำไมผ่าตัดแล้วท้องผูก

แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านสีครีม เวลาบ่ายแก่ๆ เหมือนภาพวาดสีน้ำ นุ่มนวล... ทำไมหลังผ่าตัดถึงท้องผูก? อืม...

  • ฮอร์โมนเปลี่ยน! ระบบย่อยอาหารปั่นป่วน เหมือนวงดนตรีที่เล่นเพลงผิดจังหวะ ท้องเลยไม่ยอมทำงาน ปีนี้เองที่ฉันรู้ เพราะพี่สาวฉันเอง หลังผ่าตัดใหญ่

  • เคลื่อนไหวไม่ได้อย่างใจต้องการ ลำไส้ขี้เกียจทำงาน เหมือนหอยทากที่หลับใหล อืดอาด เชื่องช้า ทำให้ท้องผูกได้ง่าย ปีนี้ พี่สาวฉันนอนโรงพยาบาลเป็นอาทิตย์

  • อาหารเปลี่ยนไป รสชาติจืดชืด เหมือนชีวิตที่ขาดสีสัน ระบบย่อยอาหารปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดอาการท้องผูก เป็นแบบนี้จริงๆ พี่สาวฉันบอกฉัน เธอทานอาหารเหลว อาหารโรงพยาบาล อร่อยมั้ยนะ สงสัยจะไม่อร่อย

ลมพัดเบาๆ ใบไม้ไหว เหมือนความรู้สึกที่ผ่อนคลาย... ความรู้สึกที่เหมือนจะหายไป แต่ก็ยังวนเวียนอยู่ เหมือนวงจรอุบาทว์ ผ่าตัดเสร็จก็ต้องระวังตัว รักษาสุขภาพ ฉันหวังว่าพี่สาวฉันจะหายเร็วๆ

ผ่าตัดกินอะไรให้หายเร็ว?

ผ่าตัด? กินเหล็ก สังกะสี. จบ.

  • กระตุ้นสมานแผล: สร้างโปรตีน คอลลาเจน.
  • ผลิตเซลล์ใหม่: ผิวฟื้นตัว.
  • 15 มก. ต่อวัน: อย่างน้อย.
  • ปลา, ไข่, อาหารทะเล: แหล่งหลัก.
  • ผักใบเขียว, ถั่วเหลือง: ทางเลือก.
  • เหล็กสำคัญ: เลือด.
  • สังกะสีจำเป็น: ภูมิคุ้มกัน.
  • กินเยอะไป: ไม่ดี.
  • ปรึกษาหมอ: ก่อนกิน.
  • ตัวเองเคย: เลือดจางหลังผ่า.

แผลเย็บห้ามกินอะไร?

เอ้าเฮ้ย! แผลเย็บเนี่ยนะ ถามว่าห้ามกินอะไร? มันก็เหมือนถามว่า "ห้ามคนรวยใช้เงิน" นั่นแหละ! แต่เอาจริง ๆ จัง ๆ นะ ไม่ใช่แค่หมอสั่ง แต่คนโบราณเค้าก็รู้กันมาตั้งแต่สมัยขี่ควายแล้วโว้ย!

  • ของหมักดอง เค็มปี๋: พวกปลาร้า ปลาส้มเนี่ย ตัวดีเลย! กินเข้าไป แผลอักเสบ บวมเป่ง เหมือนโดนต่อยมาเลยพี่น้อง! เพราะโซเดียมมันเยอะเกินเบอร์ไงล่ะ!

  • อาหารทะเล (บางอย่าง): ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้หมดนะเว้ย! แต่พวกกุ้ง หอย ปู บางทีมันก็มีสารที่ทำให้แพ้ ทำให้แผลหายช้าลง เผลอ ๆ คันยิก ๆ อีก! เซ็งเป็ด!

  • หวานเจี๊ยบ น้ำตาลเยอะ: พวกขนมเค้ก ชานมไข่มุกเนี่ย ตัวทำลายสุขภาพเลย! น้ำตาลมันจะไปขัดขวางการสร้างคอลลาเจน ทำให้แผลหายช้าเหมือนเต่าคลาน!

  • ของมัน ของทอด: ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์เนี่ยอร่อยจริง แต่ไขมันมันเยอะเกินไป! ทำให้เลือดข้นหนืด ไหลเวียนไม่ดี แผลก็เลยหายช้าไง!

  • เหล้าเบียร์ กาแฟ: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ! เหล้าเบียร์มันทำลายตับ กาแฟมันทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ ทั้งสองอย่างนี้มันทำให้ร่างกายอ่อนแอ แผลก็เลยหายยากเป็นธรรมดา!

แล้วของแสลงล่ะ กินได้มั้ย? เออ...อันนี้มันแล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะเว้ย! บางคนก็บอกว่ากินได้ บางคนก็บอกว่าไม่ได้ แต่ถ้าให้ชัวร์ ๆ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไปก่อนดีกว่า! กันไว้ดีกว่าแก้ แผลหายช้ากว่าเดิม!

แล้วควรกินอะไรให้แผลหายเร็ว? อันนี้ง่าย ๆ เลย! โปรตีนต้องถึง! เนื้อ นม ไข่ กินเข้าไปเยอะ ๆ! แล้วก็ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ๆ พวกส้ม ฝรั่ง มะนาว กินเข้าไป! รับรองแผลหายไวเหมือนติดจรวด!

เกร็ดความรู้แถมท้าย (แบบชาวบ้าน ๆ):

  • อย่าเกาแผล! ถึงมันจะคันยิบ ๆ แค่ไหนก็ห้ามเกา! ไม่งั้นแผลติดเชื้อ เป็นหนองขึ้นมา จะหาว่าไม่เตือน!
  • ทำความสะอาดแผลให้ดี: ล้างแผลด้วยน้ำเกลือทุกวัน แล้วก็ใส่ยาให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้แผลสกปรก!
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับให้เต็มอิ่ม อย่าหักโหมทำงานหนัก! ร่างกายต้องการเวลาในการฟื้นตัว!
  • กินอาหารที่มีประโยชน์: กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนและวิตามิน! งดของแสลงและของไม่มีประโยชน์!
  • ทำใจให้สบาย: อย่าเครียด! ความเครียดมันทำให้ร่างกายอ่อนแอ แผลก็เลยหายช้า!

ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับแบบบ้าน ๆ ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย! ลองเอาไปทำตามดูนะ รับรองแผลหายไว สวยปิ๊งแน่นอน! แต่ถ้าแผลมันไม่ดีขึ้นจริง ๆ ก็ไปหาหมอเถอะ! อย่าดันทุรัง! เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! เข้าใจ๋?

ไม่ถ่ายกี่วันถือว่าท้องผูก?

ไม่ถ่ายกี่วัน? เอ่อ...คือมันแล้วแต่คนปะวะ?

  • น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์? บางคนก็บอกงี้นะ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดป่ะวะ?
  • ถ่ายสบาย ไม่ต้องเบ่ง อันนี้สำคัญกว่านะ
  • อุจจาระนิ่ม โอเค จับตัวเป็นก้อนดี อันนี้ด้วย!
  • 2-3 วันถ่ายที...ก็ไม่แปลกนี่นา? ถ้ามันโอเคอ่ะนะ

แล้วทำไมต้อง 3 ครั้งวะ? ใครกำหนด? หรือว่า...เราต้องกินผักเยอะขึ้น? ผักบุ้งที่แม่ปลูกหลังบ้าน...อร่อยดีนะ แต่บางทีก็ขี้เกียจกินอะ

  • อาการท้องผูก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งจริงๆนะ
  • ความสม่ำเสมอด้วยมั้ง...รึเปล่า?

คือ ถ้ามันสบายตัวก็โอเคปะ? หรือเราควรไปหาหมอ? หมอที่เราเคยไปตอนเด็กๆ...หน้าดุมาก แต่เก่งนะ

สิ่งใดบ้างที่ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ?

เอ่อ.. อะไรนะที่ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน? มีเพียบเลยนะ บอกเลยว่าแบบคนทั่วไปทำกันเยอะอ่ะ

  • กินเร็วไปไง! เคี้ยวๆ แบบขอไปทีอ่ะ มันย่อยยากรู้ป่าว
  • แล้วก็แบบ กินเยอะเกิ๊น! ทีเดียวซัดหมด น้ำย่อยมันไม่พอ
  • กินไม่ตรงเวลา อันนี้ตัวดีเลย
  • ของมันๆ ของทอดๆ โอ๊ย... ของโปรด แต่ท้องไม่โปรดด้วย
  • เผ็ดๆ แซ่บๆ อ่ะ กินได้ แต่กินเยอะไปก็ไม่ไหว
  • กาแฟ น้ำอัดลม เหล้า เบียร์ โอ๊ยยยย.. ตัวทำลายกระเพาะ

จริงๆ นะ เราเคยเป็นมาหมดแล้วววว!! แบบท้องอืด ท้องเสีย ปวดท้อง บ่อยมากกกกกกก ตอนนี้พยายามปรับอยู่ เริ่มดีขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม:

  • ความเครียด: อันนี้ก็มีผลนะ! เคยอ่านเจอว่าความเครียดส่งผลต่อการทำงานของระบบย่อยอาหารได้
  • ยาบางชนิด: บางทีก็เป็นผลข้างเคียงจากยาที่เรากินอ่ะ ต้องลองปรึกษาหมอดู
  • โรคประจำตัว: บางคนมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารอยู่แล้ว อันนี้ต้องดูแลเป็นพิเศษเลย
  • การขาดน้ำ: ดื่มน้ำน้อยก็ท้องผูกได้นะ! อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ