องค์ประกอบของพฤติกรรมมนุษย์มีอะไรบ้าง

126 ครั้งเข้าชม
พฤติกรรมมนุษย์ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆ ดังนี้: การรับรู้ (Perception): วิธีการที่บุคคลตีความข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ (Learning): กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากประสบการณ์ การคิด (Cognition): กระบวนการทางจิตที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา สติปัญญา (Intelligence): ความสามารถในการเรียนรู้ การปรับตัว และแก้ปัญหา เจตคติ (Attitude): ความรู้สึกและความคิดที่มีต่อสิ่งต่างๆ อารมณ์ (Emotion): ปฏิกิริยาทางอารมณ์ต่อสิ่งเร้า ความเชื่อ (Belief): ความคิดที่บุคคลยึดถือว่าเป็นจริง องค์ประกอบเหล่านี้สัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อกัน ทำให้เกิดพฤติกรรมที่หลากหลายและซับซ้อน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พฤติกรรมมนุษย์ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

อืมม์...พฤติกรรมคนเนี่ยนะ มันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะเลย! ตอนเรียนจิตวิทยาปีสาม จำได้ว่าอาจารย์แกเน้นย้ำเรื่อง "องค์ประกอบพฤติกรรม" คือมันไม่ได้เป็นแค่การกระทำอย่างเดียว แต่มีอะไรแอบแฝงอยู่ข้างในอีกเพียบ อย่างเช่น ตอนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ผมเห็นเพื่อนผมคนนึง ซื้อช็อกโกแลตแพงหูฉี่ เกือบพัน ให้แฟน อื้อหือ! นั่นแหละ มันคือพฤติกรรมที่สะท้อน "อารมณ์" ความรัก ความห่วงใย ใช่ป่ะ?

แต่ถ้ามองลึกกว่านั้น มันอาจเกี่ยวข้องกับ "การเรียนรู้" ด้วยนะ เขาอาจเรียนรู้มาว่าการแสดงออกแบบนี้ จะทำให้แฟนมีความสุข หรือแม้แต่ "เจตคติ" เขามีความเชื่อว่าความรักควรแสดงออกด้วยของขวัญ อะไรแบบนี้ เยอะแยะไปหมด ยิ่งคิดยิ่งงง มันไม่ได้มีแค่ตรงๆ อย่างที่เราเห็น

เอาจริงๆ การคิด สติปัญญา มันก็มีส่วน นะ เพื่อนผม อาจจะคิดวิเคราะห์ ว่าช็อกโกแลตแบบไหน แฟนจะชอบ เลือกซื้อยังไงให้ดูดี แสดงว่ามีการใช้ "สติปัญญา" ด้วย เห็นมั้ย แค่พฤติกรรมเล็กๆ อย่างการซื้อช็อกโกแลต มันก็ซ่อนอะไรหลายอย่างไว้ เยอะขนาดนี้

สรุปง่ายๆ เลยก็คือ มันเป็นปริศนาที่น่าสนใจมากๆ และซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะเลย กว่าจะเข้าใจ ผมว่าต้องใช้เวลาอีกเยอะ ฮ่าๆๆ

องค์ประกอบของพฤติกรรม Behavior มีอะไรบ้าง

พฤติกรรมประกอบด้วย:

  • เป้าหมาย: อยากได้อะไร แค่นั้นแหละ
  • ความพร้อม: มีของพร้อมแค่ไหน ไม่พร้อมก็ทำไม่ได้
  • โอกาส: มีช่องทางให้ทำไหม ไม่มีทางก็ทำไม่ได้

ปีนี้ก็ยังใช้กรอบเดิมแหละ เรื่องพวกนี้มันไม่เปลี่ยนหรอก ของจริงมันอยู่ที่การประยุกต์ใช้มากกว่า

องค์ประกอบพื้นฐานของมนุษย์มีอะไรบ้าง

อ้าว! ถามองค์ประกอบมนุษย์นี่เอง! คิดว่าเป็นแค่เลือดเนื้อกระดูกเหรอ? คิดผิดแล้วพ่อคุณเอ๊ย! เราเนี่ยนะ ประกอบไปด้วยสารพัดธาตุสารเคมี เปรียบเหมือนต้มยำกุ้งสูตรเด็ด! แต่รสชาติอาจจะไม่เด็ดเท่าไหร่ ถ้าไปเทียบกับร้านดังแถวบ้านผมนะ ฮ่าๆๆ

  • ไฮโดรเจน 62%: เยอะขนาดนี้ สงสัยเกิดมาจากดาวเคราะห์น้ำ หรือจริงๆแล้วเราคือมนุษย์ต่างดาวแปลงร่างเนี่ย!?

  • ออกซิเจน 26%: อันนี้สำคัญ! หายใจเอาออกซิเจนเข้าไป แล้วก็ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา เหมือนเครื่องยนต์รถนี่แหละ ถ้าขาดไปละก็... จบข่าว!

  • คาร์บอน 10%: ตัวประกอบสำคัญ เป็นโครงสร้างหลักของร่างกายเราเลย คิดดูสิ ถ้าขาดคาร์บอน ก็คงกลายเป็นผีดิบไปแล้ว เดินๆอยู่แล้วก็ละลายหายไปเลย ฮ่าๆๆ

  • แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม ฯลฯ: อีกสารพัดธาตุ น้อยๆแต่สำคัญ! ขาดไปสักอย่างก็เหมือนกับต้มยำกุ้งขาดมะนาว รสชาติเปลี่ยนไปหมด! อย่างผมนี่ขาดแคลเซียม กระดูกเลยบางเหมือนกระดาษ ปีนี้เลยต้องดื่มนมวันละหลายกล่อง กลายเป็นคนบ้าดื่มนมไปแล้ว เฮ้อ...

ปีนี้ผมตรวจสุขภาพมา หมอบอกว่าสุขภาพแข็งแรงดี แต่ก็ควรออกกำลังกายบ้าง ไม่ใช่แต่เล่นเกมส์อย่างเดียว ไอ้เราก็เลยออกไปวิ่ง วิ่งเสร็จก็หิว เลยกินต้มยำกุ้งไปซะ อร่อยจริงๆนะ แนะนำเลย! อ้อ! ลืมบอกไป อย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วยนะ จะได้แข็งแรงเหมือนผม อิอิ

พฤติกรรม (Behavior) มีกี่ประเภท

พฤติกรรม... มันก็มีหลายแบบนะ ว่าตามที่เคยอ่านเจอมา

  • พฤติกรรมที่มีมาแต่เกิด: อันนี้เหมือนเป็นโปรแกรมที่ติดตัวมาเลย ทำไปแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องคิดเยอะ เช่น ทารกดูดนม
  • พฤติกรรมการเรียนรู้: อันนี้ต้องใช้เวลา ฝึกฝน หรือเจอประสบการณ์ถึงจะทำได้ อย่างเช่น ขี่จักรยาน หรือจำชื่อคน

แล้วพฤติกรรมที่มีมาแต่เกิด มันก็แยกย่อยไปอีก

  • โอเรียนเทชัน: พวกการหาทิศทาง การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
  • รีเฟล็กซ์: อันนี้ไวมาก แตะโดนของร้อนแล้วชักมือออกเลย
  • รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง: อันนี้ซับซ้อนกว่ารีเฟล็กซ์ธรรมดาหน่อย อาจจะเป็นชุดของการตอบสนอง

บางทีก็คิดนะ ว่าทำไมเราถึงทำอะไรแบบนี้ ทำไมบางคนถึงเป็นแบบนั้นแบบนี้ มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะเลย...

Covert Behavior overt behavior คืออะไร

Covert คือซ่อน Overt คือเปิดเผย

  • Covert: อารมณ์ซ่อนรูป คิดแล้วเก็บ ไม่แสดง. ภายใน.
  • Overt: คิดแล้วแสดงออก. ให้เห็น. ภายนอก.

Overt ต่อจาก covert เสมอ. ถ้าเลือกแสดง.

พฤติกรรมภายในกับพฤติกรรมภายนอกแตกต่างกันอย่างไร

พฤติกรรมภายใน VS พฤติกรรมภายนอก: ตื้นลึกหนาบาง แบบชาวบ้านๆ

อ๊ะฮ่า! พฤติกรรมภายในกับภายนอกน่ะเหรอ? มันก็เหมือนไส้เดือนกับดินนั่นแหละ! ไส้เดือน(พฤติกรรมภายใน) มันไชดินอยู่ข้างใน มองไม่เห็น แต่การที่ดินมันเป็นรูพรุน(พฤติกรรมภายนอก) ก็เพราะไส้เดือนมันขยันไชนี่แหละ!

  • พฤติกรรมภายใน: นี่มันคือโลกส่วนตัวของชั้น! ความคิด ความรู้สึก ความลับที่ซุกซ่อน! มันคือสิ่งที่กำหนดว่าเราจะทำอะไรต่อไป เฮ้ย! บางทีก็ไม่แน่นะ บางทีความคิดอย่างนึง แต่ทำอีกอย่างก็มี!
  • พฤติกรรมภายนอก: นี่คือหนังหน้าที่เราแสดงให้ชาวโลกเห็น! การกระทำ คำพูด ท่าทาง มันคือผลลัพธ์ที่มาจากพฤติกรรมภายใน (ส่วนใหญ่ก็เป็นงั้นแหละ) อยากรู้ว่าใครคิดอะไร ก็ต้องดูที่การกระทำนี่แหละ!

ความสัมพันธ์? โอ้โฮ! แน่นปึ้ก! พฤติกรรมภายในเหมือนคนบงการ ส่วนพฤติกรรมภายนอกก็เหมือนหุ่นเชิด อยากรู้ว่าคนๆ นั้นเป็นยังไง ก็ต้องดูทั้งไส้ทั้งพุง!

อยากล้วงความลับ? ง่ายๆ! สังเกตพฤติกรรมภายนอก แล้วเอามาปะติดปะต่อกับบริบทต่างๆ ที่เจอมา! แต่ระวังนะ! บางทีเค้าอาจจะแค่ "แอ๊บ" อยู่ก็ได้! คริๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เคยได้ยินเรื่อง "จิตใต้สำนึก" ไหม? นั่นแหละ! ตัวดีเลย! มันเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมภายใน ที่บางทีเราก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันมีผลต่อการกระทำของเรา!
  • "การแสดงออกทางสีหน้า" ก็สำคัญนะ! บางทีคำพูดอย่างนึง แต่สีหน้าอีกอย่างนึง แบบนี้ต้องจับผิดให้ดี!

คำเตือน: อย่าตัดสินคนจากภายนอกเพียงอย่างเดียว! บางทีข้างในอาจจะมีอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่เราเห็นเยอะ! จบนะ!

แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model HBM) มีกี่องค์ประกอบหลัก

หกองค์ประกอบหลักครับ ไม่ใช่สาม จำง่ายๆ แค่ นึกถึง ความร้ายแรง ความอ่อนแอ ประโยชน์ อุปสรรค สัญญาณกระตุ้น ความมั่นใจ แค่นี้แหละ

  • ความร้ายแรงของโรค (Perceived Severity): คิดว่าโรคนั้นร้ายแรงแค่ไหน? อันตรายถึงตายมั้ย?
  • ความอ่อนแอต่อโรค (Perceived Susceptibility): คิดว่าตัวเองเสี่ยงเป็นโรคนั้นมากแค่ไหน? ผมเคยเจอคนสูบบุหรี่หนักเป็นมะเร็งปอด ตายไปแล้ว
  • ประโยชน์ของการปฏิบัติ (Perceived Benefits): คิดว่าการปฏิบัติตามคำแนะนำจะดีขึ้นแค่ไหน? ลดความเสี่ยงได้จริงหรือเปล่า?
  • อุปสรรคต่อการปฏิบัติ (Perceived Barriers): คิดว่ามีอะไรขวางกั้นการปฏิบัติตามคำแนะนำบ้าง? แพงไปมั้ย? ลำบากเกินไปหรือเปล่า?
  • สัญญาณกระตุ้น (Cues to Action): มีอะไรกระตุ้นให้คุณปฏิบัติตามบ้าง? เพื่อนๆ ทำกันรึเปล่า? หมอบอกมั้ย?
  • ความมั่นใจในการปฏิบัติ (Self-Efficacy): มั่นใจแค่ไหนว่าทำได้? ผมเชื่อว่าทำได้ ถึงจะยากก็เหอะ

ปีนี้ผมเน้นเรื่องความมั่นใจในการปฏิบัติเป็นพิเศษ เพราะมันสำคัญกว่าที่คิด เอาจริงๆ หลายคนรู้ว่าควรทำอะไร แต่ขาดความมั่นใจ เลยทำไม่ได้ จุดนี้สำคัญกว่าความร้ายแรงของโรคเสียอีก