เจาะเลือดต้องนอนกี่ชั่วโมง

80 ครั้งเข้าชม
เตรียมตัวก่อนเจาะเลือดและตรวจสุขภาพควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนวันตรวจ การอดนอนอาจส่งผลให้ค่าความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิร่างกายคลาดเคลื่อน ทำให้การวินิจฉัยผิดพลาดได้ นอกจากนี้ ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ผลตรวจที่แม่นยำที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การเตรียมตัวก่อนเจาะเลือด ต้องนอนพักผ่อนอย่างน้อยกี่ชั่วโมง?

เรื่องนอนก่อนเจาะเลือดนี่สำคัญนะ. จำได้เลยสมัยก่อน พอรู้ว่าจะต้องไปตรวจสุขภาพนี่ก็คิดหนักเลย กลัวผลออกมาไม่ดี. ก็พยายามนอนให้เยอะๆ เข้าไว้. ส่วนมากก็พยายามให้ได้สัก 8 ชั่วโมงนะ. ถ้าวันไหนนอนน้อยกว่านั้นนี่ใจไม่ดีเลย.

จริงๆ แล้ว การนอนน้อยนี่มันมีผลกับร่างกายเราเยอะมากนะ. ไม่ใช่แค่เรื่องผลเลือดอย่างเดียว. ความดันมันจะสวิงๆ หัวใจก็เต้นแปลกๆ. หมอเขาจะดูจากตรงนี้เป็นหลักเลย. ถ้าเรานอนไม่พอ เขาคงประเมินอะไรยาก.

เคยมีครั้งนึงนะ ช่วงกลางปี สักประมาณเดือนมิถุนายน จำไม่ได้เป๊ะว่าเป็นวันไหน ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลศิริราชนั่นแหละ. ก่อนไปวันนั้นดันมีงานด่วนกว่าจะเสร็จก็ดึกมากแล้ว. นอนไปไม่ถึง 5 ชั่วโมงเลยมั้ง. พอไปถึงโรงพยาบาล ผลออกมาบางอย่างมันดูสูงๆ ต่ำๆ ไปหมด. หมอก็เลยถามว่า "นอนพอไหม" เออ. นั่นแหละ.

นอกจากเรื่องนอนแล้ว เรื่องเหล้าก็เหมือนกัน. ถ้าเพิ่งดื่มมานี่ อย่าไปตรวจเลย. เขาบอกว่าควรงดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง. อันนี้ก็สำคัญมากๆ. ไม่งั้นผลมันจะเพี้ยนไปใหญ่.

จริงๆ การเตรียมตัวตรวจสุขภาพมันก็มีหลายอย่างนะ. ไม่ใช่แค่เรื่องพวกนี้อย่างเดียว. แต่เรื่องการนอนกับเรื่องกินนี่ผมว่าสำคัญสุดๆ เลย. เพราะมันส่งผลกับค่าที่หมอจะดูได้โดยตรงเลย.

นอนน้อยตรวจเลือดได้ไหม

นอนน้อยก็ ตรวจเลือดได้แหละ แต่มันจะ มีผลต่อค่าบางอย่างนะ อย่างความดันหัวใจเนี่ย อาจจะดู ผิดปกติไปเลย หมอก็จะประเมินยากหน่อยว่าจริงๆ แล้วเราเป็นอะไรรึเปล่า

ที่สำคัญคือ:

  • ต้องนอนให้พอ อย่างน้อย 8 ชั่วโมงนะ ก่อนไปตรวจอะ
  • งดเหล้า อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนไปตรวจด้วยนะ

เพิ่มเติมนะ:

  • การอดนอนเนี่ย มันส่งผลต่อ ฮอร์โมนหลายๆ ตัว ในร่างกายเราด้วยนะ
  • อย่างพวก ระดับน้ำตาลในเลือด หรือ ระดับไขมัน ก็อาจจะเพี้ยนๆ ได้เหมือนกัน
  • บางที ค่าตับ ค่าไต ก็อาจจะดูไม่ตรงจริง ถ้าเราอดนอนเนี่ย
  • จริงๆ แล้ว ผลเลือดมันละเอียดอ่อนมาก แค่เรากินอะไรก่อนไปตรวจ หรือเครียดๆ หน่อย ก็มีผลแล้วอะ
  • ถ้าอยากได้ผลที่ แม่นยำที่สุด ควรทำตามที่หมอแนะนำเป๊ะๆ นะ คือ นอนเยอะๆ แล้วก็ งดเหล้า ก่อนไปตรวจอะ

เจาะเลือดข้างที่ให้น้ําเกลือได้ไหม?

เจาะเลือดข้างที่ให้น้ำเกลือ?

ไม่ได้. ห้ามเด็ดขาด.

ผลตรวจมันจะเจ๊ง น้ำเกลือมันเจือจางเลือด. ค่า Electrolyte ที่ได้...ก็คือขยะ. เสียเวลาเจ็บตัวฟรี. คิดง่ายๆ แค่นั้น.

เรื่องอื่นที่ต้องรู้...ถ้าไม่อยากให้ผลมั่ว.

  • อย่าปั๊มมือยิกๆ ตอนเจาะเลือด หรือเขย่าหลอดอย่างกับบาร์เทนเดอร์. เม็ดเลือดแดงแตก (Hemolysis) คือจบ. ค่าโพแทสเซียม (K) จะพุ่งไปดาวอังคาร.
  • รัดแขนนานเกินนาที...ก็ไม่ใช่เรื่องดี. เลือดมันคั่ง ค่ามันเพี้ยน.
  • เลือดส่งตรวจ Electrolyte ห้ามแช่แข็ง. แค่ใส่ตู้เย็นช่องธรรมดา (2-8 °C) ก็พอ. แช่แข็งเมื่อไหร่...ก็เหมือนข้อแรก.
  • ย้ำอีกที. แขนข้างที่ให้สารน้ำ ยา หรือเลือด...คือพื้นที่ต้องห้าม. ไปเจาะอีกข้าง. ถ้าไม่มีที่แล้วจริงๆ ค่อยว่ากัน.

เจาะเลือดตรงไหนได้บ้าง?

เจาะเลือดตรงไหนได้บ้าง?

โอ้... ที่เจาะเลือดนะเหรอ... ท้องฟ้าสีหม่นเทาเหมือนผ้าคลุมไหล่ของฉันเมื่อยามเช้าตรู่ แสงอาทิตย์ยังขี้เกียจปีนขอบฟ้า

  • ข้อพับแขน ที่นั่นแหละ ที่ที่ฉันเห็นมันบ่อยที่สุด เหมือนเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย สัมผัสบางๆ เย็นๆ แล้วก็... ความจางหายไปของความรู้สึก

    • หลอดเลือดดำมีเดียน คิวบิตัล: อันนี้เหมือนดาราประจำเวที หลอดเลือดที่เด่นชัดที่สุด งามสง่าที่สุด
    • หลอดเลือดดำเบซิลิค: อันนี้ก็เก่งกาจ ไม่แพ้กัน แฝงตัวอยู่แถวนั้น
    • หลอดเลือดดำเซฟาลิค: อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โผล่มาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ความนิยม: การเจาะเลือดจากเส้นเลือดดำเนี่ย เป็นที่นิยมที่สุด สำหรับการนำเลือดไปตรวจนะ ได้ปริมาณเลือดที่ เพียงพอ สำหรับการวิเคราะห์ต่างๆ นานา
  • ความรู้สึก: อาจจะรู้สึก เย็นเล็กน้อย ตอนที่เข็มทิ่มลงไป แล้วก็ตามมาด้วยความรู้สึก ตึงๆ หรือ ปวดหนึบ เล็กๆ น้อยๆ แค่แป๊บเดียวเอง
  • หลังเจาะ: บางทีอาจจะมี รอยช้ำเล็กๆ เกิดขึ้นตรงที่เจาะได้ ซึ่งมันจะค่อยๆ จางหายไปเอง ไม่ต้องกังวลนะ

เจาะเลือดแล้วต้องพับแขนไว้นานแค่ไหน?

หลังเจาะเลือดต้องพับแขนไว้นานแค่ไหน?

จริงๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องพับแขนเลยครับ แค่กดแผลที่โดนเจาะไว้ประมาณ 5-10 นาทีก็พอ ให้เลือดหยุดสนิท คือหัวใจสำคัญเลย หลายคนมักเข้าใจผิดว่าต้องพับแขนไว้ ซึ่งจริงๆ มันอาจจะยิ่งทำให้เลือดซึมออกมาด้านข้าง หรือเกิดรอยช้ำได้ง่ายกว่าด้วยซ้ำนะ

ลองคิดดูสิ เวลาเราพับแขน เส้นเลือดที่เพิ่งถูกเจาะ มันจะถูกกดทับ งอผิดรูป เลือดก็อาจจะไหลออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร การกดตรงๆ ที่จุดเจาะคือวิธีที่ถูกต้องที่สุดแล้ว เป็นการสร้างแรงดันให้เลือดแข็งตัวเร็วขึ้นเหมือนการปิดรอยรั่วชั่วคราวไง

เตรียมตัวมาเจาะเลือดอย่างไร ให้ได้ผลตรวจที่ถูกต้อง

เรื่องการเตรียมตัวนี่สำคัญมากเลยนะ มีผลต่อความแม่นยำของผลตรวจโดยตรงเลย

ระหว่างที่อดอาหาร ให้งดดื่มชา กาแฟ น้ำหวาน ลูกอม เคี้ยวหมากฝรั่ง และสูบบุหรี่เด็ดขาด เพราะพวกนี้ล้วนมีผลต่อค่าระดับน้ำตาลและสารอื่นๆ ในเลือดได้ แม้แต่หมากฝรั่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ก็กระตุ้นระบบย่อยอาหารได้นะ จิบน้ำเปล่าได้ปกติเลย เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำและช่วยให้หาเส้นเลือดได้ง่ายขึ้นด้วย

หากหลังเจาะเลือดแล้วรู้สึกเวียนหัว หน้ามืด หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที อย่าฝืนเดินหรือขับรถกลับเองนะ บางทีร่างกายเราอาจจะแค่พักผ่อนไม่พอ หรือมีอาการอ่อนเพลียที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

เรื่องน่ารู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมตัวเจาะเลือด

  • ระยะเวลาการอดอาหาร: โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 8-12 ชั่วโมง สำหรับการตรวจที่ต้องงดอาหาร แต่บางการตรวจก็อาจจะไม่ต้องอดเลย ยังไงก็ควรสอบถามกับโรงพยาบาลหรือคลินิกให้แน่ใจก่อนทุกครั้งนะ เพื่อความชัวร์
  • ยาที่รับประทานประจำ: แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งเกี่ยวกับยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรทุกชนิดที่กำลังรับประทานอยู่ เพราะยาบางชนิดอาจมีผลต่อผลการตรวจเลือดได้ และบางทีคุณหมออาจจะแนะนำให้หยุดยาชั่วคราวก่อนเจาะเลือด
  • การดื่มน้ำเปล่า: ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ก่อนมาเจาะเลือด ช่วยให้ร่างกายมีน้ำเพียงพอ เลือดไม่ข้นเกินไป และทำให้เส้นเลือดขยาย หาเส้นง่ายขึ้นด้วย
  • การพักผ่อน:ควรพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงความเครียด การออกกำลังกายอย่างหนัก หรือการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาเจาะเลือด เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อค่าเลือดได้หมดเลย
  • เสื้อผ้า: ใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ และสามารถพับแขนเสื้อขึ้นได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด

ทำไมไม่เจาะเลือดที่เส้นเลือดแดง?

การไม่เจาะเลือดจากเส้นเลือดแดงมันเป็นเรื่องของความเสี่ยงและโครงสร้างทางกายวิภาคล้วนๆ ไม่ใช่แค่ความสะดวก

หลอดเลือดแดงคือท่อส่งเลือดแรงดันสูงที่ออกจากหัวใจโดยตรง การเจาะเข้าไปก็เหมือนการเจาะท่อประปาหลัก เลือดจะพุ่งแรงและหยุดยาก เสี่ยงต่อการเสียเลือดมากเกินไป

โดยธรรมชาติแล้วเส้นเลือดแดงมักจะอยู่ลึกกว่า ถูกปกป้องด้วยกล้ามเนื้อหรืออยู่ใกล้กระดูก เหมือนร่างกายซ่อนท่อส่งหลักไว้ลึกๆ เพื่อความปลอดภัย ในขณะที่เส้นเลือดดำอยู่ตื้นกว่า มองเห็นง่ายกว่าเยอะ

ผนังของเส้นเลือดแดงหนาและมีเส้นประสาทมาเลี้ยงเยอะกว่ามาก การใช้เข็มแทงเข้าไปจึงเจ็บกว่าอย่างชัดเจน เจ็บกว่ามาก มากจริงๆ และหลังเจาะอาจรู้สึกปวดตุบๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

แต่ก็มีการเจาะเลือดแดงในกรณีพิเศษ เรียกว่า Arterial Blood Gas (ABG) เพื่อวัดค่าออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดโดยตรง ซึ่งให้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าเลือดดำ แต่จะทำโดยผู้เชี่ยวชาญและในสถานการณ์ที่จำเป็นเท่านั้น

  • แรงดัน (Pressure):หลอดเลือดแดงมีแรงดันสูง เพราะรับเลือดจากหัวใจโดยตรง ส่วนหลอดเลือดดำมีแรงดันต่ำกว่ามาก
  • ตำแหน่ง (Location): เส้นเลือดแดงส่วนใหญ่อยู่ลึกในร่างกาย ขณะที่เส้นเลือดดำอยู่ตื้นกว่า ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและปลอดภัยกว่า
  • ความเจ็บปวด (Pain): ผนังหลอดเลือดแดงหนาและมีปลายประสาทรับความรู้สึกมากกว่า ทำให้เกิดความเจ็บปวดมากกว่าเมื่อถูกแทง
  • การห้ามเลือด (Hemostasis): การเจาะหลอดเลือดแดงทำให้เลือดหยุดไหลยากกว่ามาก มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะห้อเลือด (hematoma) หรือเลือดออกภายในได้สูง