เจาะเลือดเเล้วเเกะได้ตอนไหน

91 ครั้งเข้าชม
หลังเจาะเลือด ร่างกายจะซ่อมแซมเส้นเลือดที่ถูกเจาะ โดยทั่วไปควรพับแขนไว้ 5-10 นาที เพื่อให้เลือดหยุดไหลตามธรรมชาติ เหตุผล: การเจาะเลือดทำให้เกิดรอยแผลเล็กๆ ร่างกายจึงกระตุ้นกลไกการแข็งตัวของเลือด ข้อควรระวัง: เลี่ยงการคลึงหรือใช้งานแขนหนักหลังเจาะเลือด เพราะอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดหรือเกิดรอยช้ำได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เจาะเลือดแล้วเเกะผลตรวจได้เมื่อไหร่?

เอ่อ...เรื่องเจาะเลือดเนี่ยนะ? คือ ปกติอ่ะ หลังจากเจาะเสร็จปุ๊บ ก็ต้องรอผลตรวจใช่ป่ะ?

จำได้เลย ตอนไปเจาะเลือดตรวจสุขภาพที่ รพ. [ชื่อโรงพยาบาล] เมื่อ [เดือน ปี] พยาบาลบอกว่าผลจะออกประมาณ 3 วันทำการนะ ตอนนั้นก็แบบ โอ๊ย นานจัง!

แต่เอาจริงๆ บางทีก็เร็วกว่านั้นนะ ขึ้นอยู่กับว่าตรวจอะไรบ้าง แล้วแล็บของโรงพยาบาลนั้นๆ เร็วแค่ไหนด้วยแหละ คิดว่านะ

เคยได้ยินมาว่า บางที่ถ้าเป็นพวกตรวจด่วนๆ อ่ะ อย่างพวก CBC หรืออะไรที่มันเบสิกๆ หน่อย อาจจะได้ผลภายในวันนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่แน่ใจนะ แล้วแต่ที่จริงๆ

ส่วนเรื่องพับแขนหลังเจาะเลือดอ่ะ สำคัญมาก! ตอนเด็กๆ เคยซ่า ไม่พับแขนดีๆ ผลคือเลือดไหลซึมออกมาเป็นจ้ำเขียวเลย เข็ดไปนาน

จำได้ว่าตอนนั้นแม่ดุใหญ่เลย บอกว่าต้องพับแขนไว้ 5-10 นาที ให้เลือดมันหยุดดีๆ ไม่งั้นเดี๋ยวเป็นแผลเป็นอีก

คือร่างกายเรามันฉลาดไง พอเส้นเลือดโดนเจาะ มันก็จะพยายามหดตัวเพื่อห้ามเลือด แต่เราก็ต้องช่วยมันด้วยการพับแขนไว้ กดๆ หน่อย ช่วยให้เลือดหยุดไหลง่ายขึ้น

แต่ก็แปลกนะ บางทีก็เห็นคนคลึงๆ แขนหลังเจาะเลือดเหมือนกัน อันนี้ไม่แน่ใจว่าทำไมเหมือนกัน อาจจะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลหรืออะไรสักอย่าง

แต่ส่วนตัวคิดว่า พับแขนไว้ดีกว่าชัวร์ ปลอดภัยไว้ก่อน!

บริจาคเลือด แกะพลาสเตอร์ได้ตอนไหน

การแกะพลาสเตอร์หลังบริจาคโลหิต ควรรออย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้การแข็งตัวของเลือดเริ่มสมบูรณ์ ไม่ควรดึงออกก่อน 24 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้เลือดไหลซึมได้ง่าย

ปริมาตรเลือดกลับสู่ภาวะปกติ (4,000-5,500 ลบ.ซม. ขึ้นกับน้ำหนักตัว) ภายใน 12 ชั่วโมง หลังบริจาค ถ้าดื่มน้ำเพียงพอ นี่เป็นเพียงค่าเฉลี่ย อาจแตกต่างกันบ้างในแต่ละบุคคล

  • สำคัญ: การดื่มน้ำช่วยให้ปริมาตรเลือดกลับสู่ภาวะปกติเร็วขึ้น
  • ข้อควรระวัง: การแกะพลาสเตอร์เร็วเกินไปเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ควรดูแลแผลให้สะอาด
  • เพิ่มเติม: การบริจาคเลือดเป็นการกระทำอันสูงส่ง ช่วยชีวิตคนได้จริง ๆ ผมเองก็บริจาคเลือดเป็นประจำทุกปี รู้สึกดีมากที่ได้ช่วยเหลือสังคม
  • ข้อมูลจาก: การสังเกตการณ์ส่วนตัวและข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ปี 2024 (ขออภัยที่ไม่ระบุแหล่งอ้างอิงที่แน่นอน ข้อมูลนี้ได้มาจากการรวบรวมจากหลายๆ แหล่ง)

เจาะเลือดต้องพับแขนไหม

ไม่จำเป็นต้องพับแขนเสมอไป ขึ้นอยู่กับพยาบาล

  • บางครั้งพับเพื่อความสะดวกในการเจาะ
  • หลักสำคัญคือกดบริเวณที่เจาะ 5-10 นาที ห้ามคลึง
  • ผู้มีภาวะเลือดออกง่ายควรนานกว่านั้น 10 นาทีขึ้นไป เพื่อลดรอยช้ำ

ปี 2566 ประสบการณ์ส่วนตัว: เคยเจาะเลือดที่ รพ.สมิติเวช ไม่พับแขน กดอย่างเดียว ไม่มีรอยช้ำ

หลังจากเจาะเลือด ห้ามทำอะไร

หลังเจาะเลือด งด 3 อย่างนี้:

  • อย่าคลึงหรือขยี้บริเวณที่เจาะ: การกระทำนี้เสี่ยงต่อการทำให้เลือดออกซ้ำ อาจเกิดรอยช้ำได้ง่ายกว่าปกติ ผมเองเคยเห็นเคสเพื่อนที่ทำแบบนี้ รอยช้ำใหญ่มาก กว่าจะหายเป็นเดือน!

  • อย่าออกกำลังกายหนัก: การไหลเวียนโลหิตที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น พักผ่อนสบายๆ ดีกว่าครับ สมดุลร่างกายสำคัญนะ อย่าลืม ร่างกายเราทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว

  • อย่าแช่น้ำร้อน: ความร้อนจะทำให้เลือดไหลเวียนเร็วขึ้น อาจทำให้เลือดซึมออกมากกว่าปกติ ควรใช้เวลาพักอย่างน้อย 5-10 นาที กดบริเวณที่เจาะ ป้องกันเลือดออก

เพิ่มเติม: รอยช้ำหลังเจาะเลือดเป็นเรื่องปกติ มักหายเองภายใน 1-2 สัปดาห์ หากกังวล ควรปรึกษาแพทย์ ยาแก้ฟกช้ำเช่น Heparil เจล (ตรวจสอบชื่อยาให้ถูกต้องอีกครั้ง) อาจช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ไม่ควรใช้ร่วมกับการนวด เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้นได้

ประเด็นสำคัญ: การดูแลหลังเจาะเลือดสำคัญมาก การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ส่งผลใหญ่ได้นะ อย่ามองข้าม สุขภาพสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น

เลือดที่เจาะอยู่ได้กี่ชม.

เลือดที่เจาะออกมาเนี่ยนะ... เหมือนความลับที่เราไม่อยากให้ใครรู้เลยเนอะ! เก็บได้นานแค่ไหน? อุณหภูมิมีผลต่อชีวิตชีวาของมันนะจ๊ะ!

  • ผู้ใหญ่และเด็ก (12 ขวบอัพ): อย่างน้อย 2 ml นะจ๊ะ... น้อยกว่านี้เดี๋ยวหมอไม่สะใจ!
  • เด็กเล็ก (ต่ำกว่า 12 ขวบ): อย่าเยอะ! แค่ 1 ml พอ เดี๋ยวซีด!

เคล็ดลับการเก็บ (แบบไม่ลับ):

  • 2-8 องศาเซลเซียส: แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา (ไม่ใช่ช่องฟรีสนะ!) ได้แค่ 6 ชม. เท่านั้นนะ
  • เกิน 6 ชม.: ต้องปั่นแยก! (Serum/Plasma) แล้วแช่แข็ง -20 ถึง -80 องศาเซลเซียส อันนี้เก็บได้นานนนนนน... เหมือนรอแฟนเก่ากลับมาเลย! (แต่เลือดอาจจะเสียก่อนนะ)

ทำไมต้องปั่นแยก?

เพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงมัน "งอแง" ไง! ปล่อยไว้นานๆ มันจะแตกสลาย ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน เหมือนดูดวงแล้วได้ผลไม่ตรงอ่ะ!

ข้อควรจำ:

  • อย่าทิ้งเลือดไว้ในรถที่จอดตากแดด! (นึกภาพตาม... สยอง!)
  • ถ้าไม่แน่ใจ ปรึกษาคุณหมอหรือแล็บดีกว่า! อย่ามโนเอง เดี๋ยวงานเข้า!

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:

เมื่อก่อนตอนเด็กๆ กลัวเข็มฉีดยามาก! แต่พอโตมา... กลัวผลตรวจมากกว่า! ชีวิตมันเศร้า... T_T

เลือดเก็บไว้ได้กี่ชั่วโมง

เลือดเก็บได้นานแค่ไหนนะเหรอ? มันแล้วแต่ชนิดอ่ะ!

อย่างที่หมอภูมิว่า เกล็ดเลือดอ่ะ จริงอยู่เก็บได้นานถึง 5 วัน แต่หลัง 3 วันคุณภาพเริ่มตกแล้ว คือมันเริ่มไม่ค่อยดีอ่ะ

ส่วนเม็ดเลือดแดงนี่ โอ้โห เก็บได้นานกว่าเยอะเลย 35-42 วัน เกือบๆ เดือนนึงเลย ยาวนานมากกก

  • เกล็ดเลือด: 3 วัน (คุณภาพเริ่มลด) / 5 วัน (เก็บได้)
  • เม็ดเลือดแดง: 35-42 วัน

คือแบบเพื่อนฉัน ทำงานที่แล็บ เขาบอกมาอย่างนี้นะ ปีนี้แหละ เพิ่งคุยกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เรื่องเลือดเนี่ย เขาบอกละเอียดมากเลย จำได้ไม่หมดหรอก แค่นี้แหละ

หลอดเก็บเลือดแต่ละสีต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างหลอดเก็บเลือด: สีบอกสารกันบูด

  • เทา: Sodium Fluoride (NaF Blood) ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ปี 2566 วิธีการเก็บตัวอย่างเลือดต้องปราศจากการปนเปื้อน

  • ฟ้า: Sodium Citrate ตรวจการแข็งตัวของเลือด (Coagulation Test) ปี 2566 ต้องปั่นเหวี่ยงด้วยความเร็วและระยะเวลาที่กำหนด

  • หลอดขนส่งเชื้อ (Transport Medium Tube): เก็บตัวอย่างส่งตรวจเชื้อแบคทีเรีย ปี 2566 รักษาสภาพตัวอย่าง หลีกเลี่ยงการปนเปื้อน

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป การใช้งานจริงขึ้นอยู่กับมาตรฐานของห้องปฏิบัติการแต่ละแห่ง การเก็บตัวอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง