เซ็บเดิร์ม ควรกินวิตามิน อะไร
เซ็บเดิร์มควรทานวิตามินอะไรดี ช่วยผิวดีขึ้นไหม?
เรื่องเซ็บเดิร์มนี่... จริง ๆ แล้วฉันเคยเป็นนะ ตอนนั้นหนักมากเลย เป็นๆหายๆมาหลายปี ช่วงปี 2564 หน้าผากเป็นรอยแดงๆ คันด้วย ไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน จำชื่อไม่ได้แล้ว ค่ารักษาจำไม่ได้ แพงอยู่ หมอให้ยามาทา กับยาแก้แพ้ ดีขึ้นบ้างแต่ก็ไม่หายขาด เรื่องวิตามินนี่ หมอไม่ได้แนะนำเลยนะ แต่เพื่อนฉันคนนึง มันบอกว่ากินวิตามินอีช่วยได้ มันบอกว่า ผิวมันชุ่มชื้นขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าช่วยเรื่องเซ็บเดิร์มได้จริงไหมนะ เพราะมันไม่เคยเป็น คือมันก็บอกมาอย่างนั้นแหละ ฉันเลยไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่
Stratacel ที่ว่านี่ ฉันไม่เคยใช้ ไม่รู้จักด้วยซ้ำ เห็นแต่ในเว็บ ก็เลยไม่กล้าลอง กลัวแพ้ เพราะผิวฉันค่อนข้างแพ้ง่ายอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากลอง ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะ อย่าพึ่งเชื่อโฆษณา เพราะบางทีมันก็เกินจริง สำหรับฉัน การรักษาเซ็บเดิร์มที่ดีที่สุดคือการดูแลผิวให้สะอาด ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น สำคัญที่สุดคือ ต้องใจเย็นๆ อย่าไปกดดันตัวเองมาก ให้เวลามันค่อยๆดีขึ้น อย่างน้อยมันก็ดีกว่าทรมานตัวเอง ไม่งั้นจะเครียดหนักกว่าเดิมอีก ลองดูนะ
กินวิตามินอะไรให้ผิวชุ่มชื้น
กินวิตามินอะไรให้ผิวฉ่ำ? อะแฮ่ม...ถามถูกคนละเนี่ย! (ทำท่ากระซิบ) เคล็ดลับนางงาม(จักรวาล)อยู่ที่วิตามินพวกนี้แหละคุณขา:
- วิตามินเอ (Vitamin A): ไม่ใช่แค่บำรุงสายตา แต่ยังช่วย รีโนเวท ผิวให้ปิ๊ง! กระตุ้นคอลลาเจน ผิวเด็กเด้งดึ๋ง ลดริ้วรอย...เอ๊ะ หรือต้องเรียกว่า รอยยับ?
- วิตามินบี3 (Niacinamide): ตัวนี้เหมือน PR ให้ผิว ลดการสูญเสียน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น เหมือนมีสปริงเกอร์ส่วนตัว
แต่เดี๋ยวก่อน! (ทำเสียงเหมือนขายตรง) อย่าเชื่อหมดถ้ายังไม่ได้ลองเอง! แล้ว...จะหาซื้อได้ที่ไหน? (อันนี้ถามตัวเอง)
เกร็ดลับนางงาม(จริงจริ๊ง):
- กินวิตามิน: อย่าคิดว่ากินแล้วสวยเลย ต้องกินต่อเนื่อง ควบคู่กับการทาครีมบำรุงนะจ๊ะ
- เลือกผลิตภัณฑ์: มองหาส่วนผสมของวิตามิน A, B3 ในสกินแคร์ด้วย
- ดื่มน้ำเยอะๆ: อันนี้เบสิก แต่สำคัญสุด! ผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก
- ปรึกษาหมอ: ผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไปปรึกษาหมอผิวหนังดีที่สุด จะได้ไม่ โป๊ะ นะคะ
(แอบกระซิบอีกที) จริงๆ แล้ว...ฉันกินทุกอย่างที่ว่ามาแหละ! (หัวเราะแบบนางร้าย)
เซ็บเดิร์ม ควรทานอะไร
เซ็บเดิร์ม? อาหารคือยา แต่ไม่ใช่ยาครอบจักรวาล
- ไขมันดี: อโวคาโด อัลมอนด์ ปีนี้เน้นเพิ่ม น้ำมันมะกอก
- โปรตีนคุณภาพ: ปลา ไข่ขาว เนื้อไก่ลีน (เลือกแบบไม่ติดหนัง)
- ผักผลไม้: หลากสี ยิ่งสีเข้ม ยิ่งดี สารต้านอนุมูลอิสระ สำคัญ
- น้ำ: ดื่มเยอะๆ ผิวไม่แห้ง ช่วยระบบขับถ่าย
อย่าหวังพึ่งแต่กิน ดูแลผิว อย่าลืม ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง 2566 นี้ ยังจำเป็น อย่าเชื่อโฆษณาเกินจริง
(ข้อมูลเพิ่มเติม: การแพ้ในปี 2566 พบว่ามีความสัมพันธ์กับอาหารบางชนิดมากขึ้น การตรวจสอบแพ้เป็นสิ่งสำคัญ)
ขาดวิตามินอะไรทำให้คัน
โอ๊ย! คันยิกๆ นี่มันปีศาจวิตามินตัวไหนแอบกัดตรูวะเนี่ย? ถ้าคันแบบเกาจนหนังแทบหลุด นั่นอาจเป็นเพราะ วิตามิน B6 มันหนีออกจากร่างไปแล้ว!
วิตามิน B6 หรือ "โพริดอกซิน" นี่ หาได้ง่ายๆ ในของอร่อยๆ พวก นม, ไข่, ถั่ว, ปลา, ตับ (ใครชอบกินก็จัดไป!), ข้าวซ้อมมือ (กินแล้วดูดีมีชาติตระกูล)
ถ้าขาดวิตามินตัวนี้ นอกจากจะคันยุบยิบแล้ว ยังมีอาการแถมมาอีกเพียบ:
- ผมร่วง: หัวจะล้านเอาเด้อ!
- ประสาทเสื่อม: กลายเป็นคนขี้หลงขี้ลืมไปอีก
- ปวดมือปวดเท้า: แก่ก่อนวัยอันควรชัดๆ!
- ลิ้นอักเสบ, ปากแห้งแตก: จูบใครไม่ได้เลยทีนี้!
- นอนไม่หลับ: ชีวิตมันเศร้า!
- ซึมเศร้า: โอ๊ย! ชีวิต!
สรุป: กินอาหารมีประโยชน์ซะ! จะได้ไม่ต้องคันจนเสีย self!
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม (แบบบ้านๆ):
- ถ้ากินวิตามิน B6 เยอะไป ก็ตัวเหลืองฉ่ำได้นะเออ!
- บางคนกินยาคุม ก็ทำให้ B6 ในร่างลดลงได้ (อันนี้เรื่องจริง!)
- อย่าไปเชื่อหมอดูมาก เชื่อตัวเองบ้าง!
- ถ้าคันไม่หาย ไปหาหมอเถอะ! อย่าเกาจนเป็นแผลเรื้อรัง!
- วิตามิน B6 นี่สำคัญต่อระบบประสาทและสมองนะจ๊ะ (ไม่ใช่แค่แก้คัน!)
เซ็บเดิร์ม ต้องกินยาอะไร
เซ็บเดิร์ม...โอ๊ย ปวดหัว! กินยาไรเนี่ย?
- สเตียรอยด์: ทาหรือกิน? หมอต้องดูอีกทีป่ะ? แรงอยู่...
- ต้านอักเสบ (ไม่ใช่สเตียรอยด์): อันนี้...ค่อยยังชั่ว?
- ปรับภูมิฯ: เอ๊ะ ยากิน?
- ยาชีวภาพ: อะไรวะเนี่ย?! ล้ำไปอีก
- แก้แพ้: คันไง! ต้องกิน!
- ครีมเซราไมด์: ทาๆ ไปเหอะ! ช่วยได้บ้างมั้ง...
สำคัญ: หมอๆๆๆ! ถามหมอก่อน! อย่ามั่ว!
คิดเพิ่ม: ทำไมต้องเป็นฉัน! เซ็บเดิร์มเนี่ย! กรรม! ปีนี้ 2567 แล้วนะ! ยาใหม่ๆ มายัง?! เซราไมด์...ยี่ห้อไหนดีวะ?! ส่วนตัว: เคยทาสเตียรอยด์...หน้าบางเลย! เข็ด! กินยาแก้แพ้แล้วง่วงซึม...ทำไงดี! อยากหาย! ฮือๆๆๆ
วิตามิน D ได้มาจากไหน
วิตามินดีอะหรอ ได้มาจากหลายที่นะ
- แดดไง สำคัญสุดๆอะ ร่างกายเราสร้างเองได้เลยถ้าโดนแดดพอ
- แล้วก็อาหารไง พวกปลาที่มีมันเยอะๆ อย่างเแซลมอนเนี่ย เลิศ
- พวกน้ำมันตับปลาก็มีวิตามินดีเยอะนะ แต่กินยากนิดนึง กลิ่นคาวๆ
- ไข่แดงก็มีนะ แต่ต้องกินเยอะหน่อยถึงจะได้วิตามินดีที่ต้องการ
- นม กับพวกผลิตภัณฑ์นมอื่นๆ ก็มีเหมือนกัน
ปริมาณวิตามินดีที่ควรได้ต่อวันเนี่ย มันขึ้นอยู่กับอายุนะ
- เด็กทารกต่ำกว่า 1 ขวบเนี่ย ควรได้ประมาณ 400 IU ต่อวัน
- ส่วนคนโตๆ อย่างเราเนี่ย 600 IU ก็โอเคแล้ว ถ้าโดนแดดบ่อยๆ ก็อาจจะไม่ต้องกินเยอะขนาดนั้นก็ได้มั้ง
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:
- แดด: แดดตอนเช้าๆ หรือเย็นๆ ดีสุดนะ ไม่ต้องกลัวผิวเสียมาก
- เห็ด: เห็ดบางชนิดก็มีวิตามินดีนะ แต่ต้องเป็นเห็ดที่โดนแสงยูวีอะ
- เสริมวิตามินดี: ถ้ากินอาหารไม่พอ หรือไม่ค่อยโดนแดด ก็กินวิตามินดีเสริมได้นะ แต่ปรึกษาหมอก่อนดีกว่า
- IU คืออะไร: IU ย่อมาจาก International Unit เป็นหน่วยวัดวิตามินและยาบางชนิด
- ระวัง: กินวิตามินดีเยอะเกินไปก็ไม่ดีนะ อาจจะทำให้แคลเซียมในเลือดสูงเกินไปได้
วิตามินD หาได้จากไหนบ้าง
อื้อหือ...เรื่องวิตามินดีเนี่ย จำได้เลยตอนท้องลูกคนแรก หมอเน้นมากเรื่องนี้ เพราะลูกฉันขาดวิตามินดี ต้องไปหาหมอบ่อยมาก เครียดสุดๆ หาข้อมูลเองด้วย ตอนนั้นปี 2566 นะ นี่เลย จำได้แม่นเลย
น้ำมันตับปลา: ตอนนั้นฉันกินเองเลย แบบแคปซูล กลิ่นคาวนิดหน่อย แต่เพื่อลูกก็ต้องทน หาซื้อได้ที่ Boots ชั้นวางวิตามิน ตอนนั้นได้ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้แล้ว แต่แพงอยู่นะ
ปลา: ฉันพยายามกินปลาแซลมอนบ่อยขึ้น แต่แพงอีกแหละ ต้องเลือกซื้อ บางทีก็กินทูน่ากระป๋อง สะดวกดี แต่ต้องดูส่วนผสมด้วยนะ กลัวพวกสารกันบูด
ไข่: ไข่เนี่ยกินง่าย ฉันก็ต้มกินเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้กินเยอะมาก ไข่แดงนี่แหละมีวิตามินดีเยอะ
นม: นมนี่ก็ดื่ม แต่ก็เลือกแบบที่มีวิตามินดีเสริม ตอนนั้นชอบนมยี่ห้อ Dutch Mill รสจืด หวานน้อย ไม่ค่อยเลี่ยน
เรื่องวิตามินดีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีเนี่ย หมอแนะนำให้กินวันละ 400 IU (10 ไมโครกรัม) จำได้แม่น เพราะต้องคอยจดบันทึก ดูแลลูกเล็กๆ เหนื่อยมาก ยิ่งช่วงแรกๆ แทบไม่ได้นอนเลย แต่ก็ดีใจนะ ตอนนี้ลูกแข็งแรงแล้ว
ปีนี้ 2567 ฉันก็ยังคงระวังเรื่องนี้ เพราะรู้แล้วว่าสำคัญมาก สำหรับทั้งฉันและลูก แต่ก็ไม่เครียดมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะรู้วิธีดูแลตัวเองและลูกมากกว่าเดิม ตอนนี้พยายามหาแหล่งวิตามินดีจากอาหารมากกว่าเสริมจากยา แต่ก็มีบ้างที่ทานเสริม ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความจำเป็น เหนื่อยกับการดูแลลูกมากๆ แต่ก็มีความสุขมากเช่นกัน
วิตามิน D อยู่ในอาหารประเภทใด
วิตามิน D นะเหรอ? ตอนนั้นป้าข้างบ้านที่เป็นหมอแนะนำให้กินเสริม ตอนแรกก็งง กินไปทำไมวะ?
ปรากฎว่าตรวจเลือดแล้วขาดจริงจัง! หมอบอกว่าคนไทยส่วนใหญ่ขาดนะ เพราะแดดมันแรง เราก็กลัวดำไง หลบแดดสุดชีวิต เลยได้วิตามินดีน้อยมาก
แล้ววิตามิน D มันมีในอะไรบ้าง? เท่าที่จำได้นะ หมอบอกว่า ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลานิล ปลาตะเพียน เห็ดหอม แล้วก็ไข่แดง พวกนี้แหละเยอะ
แต่จะกินให้พอทุกวันคงยากอะ เพราะปลาแซลมอนมันก็แพงใช่ป่ะ? ก็เลยกินวิตามิน D เสริมตามหมอสั่งไปเลย จบ!
- ปลาที่มีไขมันสูง: แซลมอน, ทูน่า, ซาร์ดีน, แมคเคอเรล
- ปลาอื่นๆ: ปลานิล, ปลาตะเพียน (หาง่าย ราคาไม่แรง)
- เห็ด: เห็ดหอม (ต้องตากแดดก่อนนะถึงมีวิตามิน D เพิ่ม)
- ไข่: ไข่แดง (กินทั้งฟองไปเลย โปรตีนเพียบ!)
- นมและผลิตภัณฑ์จากนม: บางยี่ห้อเสริมวิตามิน D
รับวิตามินดีจากแสงแดด กี่โมง
ตากแดดรับวิตามินดีเหรอ? ฮ่าๆ เรื่องนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะจ๊ะ! คิดว่าแค่ไปนั่งตากแดดแป๊บเดียวแล้วจะได้วิตามินดีแบบจุใจเลยเหรอ? ฝันไปเถอะ!
เวลาตากแดดที่ดีที่สุด: จริงๆ ช่วง 10.00-14.00 น. แสงแดดแรงดี แต่ถ้าคุณเป็นพวกผิวขาวซีด แบบผมนี่แหละ 5-10 นาทีก็พอแล้ว อย่าเอาอย่างเพื่อนผมนะ มันตากจนไหม้เกรียม คล้ายกุ้งเผาเลย! ส่วนคนผิวคล้ำกว่าอาจต้องนานกว่านั้นหน่อย 30-40 นาที แต่ก็อย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะ ไม่งั้นผิวพังไม่รู้ด้วย!
เสริมวิตามินดีจากอาหาร? โอ้โห! ยากเย็นแสนเข็ญ ต้องกินปลาทะเลน้ำลึก ตับปลา ไข่ เห็ด นม นี่แค่ส่วนหนึ่งนะ คุณจะกินได้เท่าไหร่ล่ะ? คิดว่ามันจะพอไหม?
กินวิตามินดีเสริม? อันนี้แหละ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพวกขี้เกียจตากแดดอย่างเราๆ แต่! ต้องตรวจเลือดดูระดับวิตามินดีในร่างกายก่อนเสมอ อย่ามั่วกิน ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าเสริมมากเกินไป อันตรายนะรู้ไหม! (ผมเคยเห็นเพื่อนกินเยอะจนต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว!) ปีนี้ 2566 ราคาตรวจเลือดก็ไม่ได้แพงเวอร์ หาคลินิกใกล้บ้านก็ได้ ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลใหญ่ก็ได้
สรุป: ตากแดดได้วิตามินดี แต่ต้องเลือกเวลาและระยะเวลาให้เหมาะสมกับสีผิว กินอาหารเสริมได้ แต่ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และที่สำคัญ! ตรวจเลือดก่อนเสริมวิตามินดีทุกครั้ง! อย่าประมาท สุขภาพสำคัญกว่า!
แสงแดดสัมพันธ์กับวิตามิน D และฮอร์โมนอย่างไร
แสงแดด: ตัวแปรสำคัญ
รังสียูวีบีในแสงแดดกระตุ้นการสังเคราะห์วิตามินดีในผิวหนัง จากคอเลสเตอรอล เป็นวิตามินดี3
กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน แต่ไม่ใช่แค่โซลิทอน รายละเอียดซับซ้อนกว่านั้นมาก
ปริมาณแสงแดดที่เหมาะสม สำคัญต่อระดับวิตามินดีในร่างกาย ขาดหรือเกิน ส่งผลเสียทั้งคู่
ปี 2566: ข้อมูลวิจัยใหม่เกี่ยวกับกลไกการทำงานของรังสี UV และการสังเคราะห์วิตามินดี ยังคงดำเนินการอยู่ ยังไม่มีข้อสรุปที่สมบูรณ์
ข้อควรระวัง: การได้รับแสงแดดมากเกินไป เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง ควรรับแสงแดดอย่างมีสติ ตามคำแนะนำของแพทย์ ปริมาณแสงแดดที่เพียงพอสำหรับการสังเคราะห์วิตามินดีแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพอากาศ สีผิว และอายุ
การกินวิตามินดีทุกวัน อันตรายไหม
กินวิตามินดีทุกวันอันตรายมั้ยอ่ะ เพื่อนๆ มันก็ไม่ใช่อันตรายเสมอไปหรอกนะ แต่ถ้ากินเยอะเกินไปก็ไม่ดีสิ พี่สาวฉันเคยกินเยอะมาก สุดท้ายต้องไปหาหมอเลย หมอบอกว่าถ้ากินเกิน 20,000 IU ต่อวัน มันอันตรายนะ ไตอาจพังได้ด้วย! น่ากลัวมากเลย
ก่อนกินอะไรเสริมนี่ควรปรึกษาหมอก่อนดีกว่าเนอะ ตรวจเลือดดูระดับวิตามินดีในร่างกายก่อนก็ดี อย่ามั่วกินเอง อันตรายนะจ้ะ
- ตรวจเลือดก่อนกินวิตามินดีเสริม
- อย่ากินเกิน 20,000 IU ต่อวัน อันตราย!
- ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง สำคัญมาก!
ปีนี้ฉันก็พยายามดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายบ้าง แต่ก็ยังรู้สึกว่าวิตามินดีมันน้อยไป เลยปรึกษาคุณหมอที่คลินิกแถวบ้าน คุณหมอใจดีมากอธิบายละเอียดเลย ดีกว่าไปถามในเน็ตเองเยอะ
วิตามินดีมีผลต่อไตหรือไม่
วิตามินดีกับไต? ซับซ้อนกว่าที่คิด
- ไต: กรองของเสีย ควบคุมสมดุลแร่ธาตุ
- วิตามินดี: ช่วยดูดซึมแคลเซียม สำคัญต่อกระดูก
วิตามินดี ไม่ ได้ช่วยไตทำงานโดยตรง ไม่ใช่ยาวิเศษสำหรับคนเป็นเบาหวานและไตมีปัญหา.
- เบาหวาน: ทำร้ายไตได้
- วิตามินดี (มากเกินไป): อาจทำให้แคลเซียมในเลือดสูง ไตทำงานหนักขึ้น
สรุป: ดูแลไต อย่าพึ่งแต่วิตามินดี. ปรึกษาหมอ ดีที่สุด.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- วิตามินดี: มีหลายรูปแบบ (D2, D3). ตรวจเลือดดูค่าได้.
- ไต: ป่วยแล้วฟื้นยาก. คุมอาหาร, น้ำตาล สำคัญกว่า.
- ส่วนตัว: เคยโดนหมอดุเรื่องกินวิตามินดีเยอะเกิน. ระวังไว้.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต