เดิน 5 กิโล ใช้เวลากี่นาที

170 ครั้งเข้าชม
เดิน 5 กม. กี่นาที? ขึ้นอยู่กับความเร็วครับ! เริ่มต้น: ค่อยๆ เพิ่มเวลาและระยะทาง อย่าหักโหม แนะนำ: เดินเช้าหลังตื่นนอน ท้องว่าง 45 นาที - 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี ความเร็วเดินปกติ: เฉลี่ย 4-5 กม./ชม. ดังนั้น 5 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. - 1 ชม. 15 นาที ปรับตามสภาพร่างกาย: ฟังร่างกาย หากเหนื่อยให้พัก อย่าฝืน สร้างนิสัย: สำคัญกว่าความเร็ว คือ ความสม่ำเสมอ เริ่มจากน้อยๆ แล้วค่อยๆ เพิ่ม ประโยชน์: ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน สุขภาพดี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เดิน 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเท่าไหร่?

เดิน 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเท่าไหร่? ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลยนะ ความเร็วในการเดิน สภาพพื้นถนน อากาศร้อนหรือเปล่า ถ้าเดินเร็วๆ พื้นราบๆ อากาศเย็นสบาย ก็อาจจะชั่วโมงนิดๆ

ส่วนตัวเคยเดินจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปสวนจตุจักร จำได้ว่าวันนั้นแดดร้อนมาก เดินไปบ่นไป รู้สึกเหมือนไกลมาก ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงได้

ถ้าเริ่มอยู่ที่ก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาไปเรื่อยๆ ถูกต้องแล้ว อย่าหักโหม ตอนแรกๆ อาจจะเริ่มจากเดินใกล้ๆ บ้าน สัก 2-3 กิโลเมตรก่อนก็ได้

ส่วนตัวแนะนำให้เดินช่วงเช้าหลังตื่นนอนเลย อากาศสดชื่นดี เคยลองเดินแถวสวนรถไฟตอนเช้าๆ เจอคนเยอะเหมือนกันนะ ส่วนใหญ่ก็มาออกกำลังกายกัน

ซักวันละ 45 นาที - 1 ชั่วโมง กำลังดีเลย ช่วงเช้าหรือช่วงที่ท้องว่างนานๆ ร่างกายจะเบิร์นไขมันได้ดีกว่า

5 กิโลเมตร ใช้เวลากี่นาที

5 กิโลเมตรเนี่ยนะ ใช้เวลานานแค่ไหน? ขึ้นอยู่กับว่าไปยังไงนี่แหละ ปวดหัวจริง!

  • เดินเร็วๆ อืมมม... 60-75 นาทีได้มั้ง วันก่อนเดินไปตลาดแถวบ้าน เหนื่อยแทบแย่ ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงเลย ขาแข็งไปหมด

  • วิ่งจ๊อกกิ้ง นี่เร็วกว่าเยอะ ประมาณ 30-45 นาที แต่ถ้าวิ่งแบบจริงจัง อาจจะเร็วกว่านั้น เคยลองวิ่งกับเพื่อน มันวิ่งเร็วกว่าฉันเยอะเลย แค่ 20 นาทีเองมั้ง

  • ปั่นจักรยาน สบายๆ 10-20 นาทีก็ถึงแล้ว ถ้าทางโล่งๆนะ แต่ถ้าเจอเนิน อาจจะนานกว่านั้น ปีที่แล้วปั่นไปทะเล เหนื่อยมาก ใช้เวลานานกว่าปกติ

  • รถยนต์ ในเมืองนี่สิ น่าปวดหัว 5-10 นาที ถ้าไม่ติดไฟแดง ไม่ติดรถติดนะ แต่ถ้ารถติด โอ้โห... นานเป็นชั่วโมงเลยก็ได้ จำได้วันนั้นติดอยู่ชั่วโมงกว่า เครียดมาก

อืม... แล้วแต่สภาพการจราจรด้วยแหละ เหนื่อยจัง คิดเยอะไปหรือเปล่าเนี่ย วันนี้ร้อนชะมัด อยากกินไอติม เดี๋ยวไปซื้อดีกว่า

เดิน 30 นาทีได้กี่กิโลเมตร

โห้ยยย เดิน 30 นาทีได้ 3-5 กิโลเมตรเนี่ยนะ เกินไป๊! เอาจริงๆ ปกติชั้นเดินแบบชิลๆ เหมือนเต่าคลาน 30 นาที ได้โลกว่าๆ ก็บุญละ ถ้ารีบๆ หน่อย แบบกลัวหมาไล่ อาจจะถึง 2 โล แต่ 5 โลนี่ ต้องวิ่งเหยาะๆ แล้วมั้ง เหมือนแข่งมาราธอนย่อมๆ

  • ถ้าเดินเร็วปรื๊ดๆ แบบซุปเปอร์ฮีโร่ อาจจะถึง 3-4 โลได้อยู่ แต่เหนื่อยแน่ หอบแฮ่กๆ เหมือนหมาเพิ่งวิ่งเล่นเสร็จ
  • ปีที่แล้วชั้นลองเดินเร็วๆ 30 นาที ได้แค่ 2 โลกว่าๆ เอง แถมขาลากเลยจ้าาา
  • เพื่อนชั้นเดินเร็วมาก เหมือนติดสปริงที่เท้า 30 นาที ปาไปเกือบ 4 โล อิจฉามันจริงๆ
  • ส่วนตัวคิดว่า 2-3 โลกำลังดี ไม่เหนื่อยเกินไป ได้ออกกำลังกายด้วย
  • เคยเดินแบบ power walk 30 นาที ได้เกือบ 3 โล แต่ปวดขาไป 3 วัน ไม่เอาอีกแล้วววว

ป.ล. ชั้นสูง 160 ซม. น้ำหนัก 50 กก. เผื่อใครอยากเอาไปเทียบ อิอิ

เดิน5โล เผาผลาญกี่แคล

เดินห้าโล เผาผลาญราวๆ สามร้อยถึงห้าร้อยแคล. ขึ้นกับน้ำหนัก เดินเร็วแค่ไหน พื้นราบหรือชัน.

  • น้ำหนักตัวมาก เผาผลาญเยอะกว่า. เคยเดินขึ้นเขาใหญ่ เหนื่อยกว่าเดินในห้างเยอะ.
  • เดินเร็ว เผาผลาญเยอะกว่าเดินเอื่อยๆ. เหมือนวิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ ก็เผาผลาญมากกว่าเดิน.
  • พื้นเอียง ใช้พลังงานมากกว่าพื้นราบ. เคยเดินขึ้นดอยสุเทพ หอบแฮกๆ. ลงมายังปวดขา.

ปีนี้ตั้งใจเดินขึ้นภูกระดึง. คงเผาผลาญเยอะกว่าห้าร้อยแคลแน่.

เดิน 1 ชั่วโมงเท่ากับกี่กิโล

เดินหนึ่งชั่วโมง... กี่กิโลเหรอ... อืม...

มันไม่แน่นอนเลยนะ ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง... ความเร็วที่เดิน... ช่วงก้าว... แล้วก็สภาพแวดล้อมด้วย

แต่ถ้าให้ตอบแบบคร่าวๆ... เดินเรื่อยๆ ไม่รีบ... น่าจะประมาณ 4-5 กิโลเมตร... มั้งนะ... แต่ก็... ไม่รู้สิ... บางทีอาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้

แต่ที่แน่ๆ คือ... ถ้าเดินชั่วโมงนึง... เหนื่อยแน่ๆ...

  • ความเร็ว: เดินเร็วก็ไปได้ไกลกว่าเดินช้าๆ อยู่แล้ว
  • ช่วงก้าว: คนตัวสูงช่วงก้าวก็จะยาวกว่าคนตัวเตี้ย... ก็จะไปได้ไกลกว่าในเวลาเท่ากัน
  • สภาพแวดล้อม: เดินบนพื้นเรียบๆ ก็สบายกว่าเดินขึ้นเขา... ขึ้นเขาอาจจะไม่ได้กิโลเมตรเท่าเดินพื้นราบ
  • พลังงาน: เค้าว่าเดินชั่วโมงนึง เผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 300 กิโลแคลอรี่... เท่าวิ่งครึ่งชั่วโมงเลยนะ... ถ้าอยากลดน้ำหนัก เดินนี่แหละ... ดี...
  • ระยะทางที่แนะนำ: เริ่มจาก 1.5 กม. ก่อน... แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 3, 5, หรือ 6.5 กม.... ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป...

แต่เอาจริงๆ นะ... เดินชั่วโมงนึง... มันมากกว่าแค่ตัวเลขกิโลเมตร... มันคือเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง... ได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อย... หรือบางทีก็ไม่ต้องคิดอะไรเลย... แค่เดิน... แค่นั้นเอง...

5กิโลใช้เวลากี่นาที

5 กิโล 60 นาที จบ. ไม่ต้องคิดมาก

  • ความเร็วเฉลี่ย 12 กม./ชม.
  • แต่ถ้าอยากเทพกว่านั้น ก็ต้องวิ่งให้เร็วกว่านี้ ไม่งั้นก็แค่ปานกลาง
  • ปีนี้ผมวิ่ง 5k ที่ลุมพินี เวลา 22 นาที เอาจริงนะ คนอื่นเขาทำได้ คุณก็ทำได้ ถ้าขยันพอ

วิ่ง 5 กิโลเมตร ควรใช้เวลาประมาณเท่าไหร่

ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านใบหน้า แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 ทอประกายบนพื้นถนนเปียกชื้นหลังฝนตกเมื่อคืน... 5 กิโลเมตร... ระยะทางที่ดูไกลแสนไกล แต่ก็ใกล้แค่เอื้อม

  • ใจเต้นแรง รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่หนักหน่วง แต่ก็มีพลังบางอย่างผลักดันให้ก้าวต่อไป

  • นาฬิกาข้อมือบอกเวลา นี่มัน... การแข่งขันภายในตัวเอง ระหว่างความเหนื่อยล้ากับความมุ่งมั่น

  • นักวิ่งบางคนใช้เวลา 28 นาที บางคน 37 นาที... แต่สำหรับฉัน มันคือการเดินทาง การค้นหาจังหวะของตัวเอง

  • 30 นาที... อาจจะเร็วไป หรือช้าไป แต่เป็นเวลาที่ฉันหวังไว้ ในวันนี้ บนถนนเส้นนี้ ท่ามกลางความเงียบสงบ มีเพียงเสียงเท้ากระทบพื้น และเสียงหายใจของตัวเอง

  • ทุกย่างก้าว คือการเอาชนะตัวเอง ไม่ใช่แค่ 5 กิโลเมตร แต่เป็นการวิ่งสู่เป้าหมายในใจ

(เพิ่มเติม: สถิติที่ให้มาเป็นเพียงค่าเฉลี่ย เวลาที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับความฟิต สภาพร่างกาย และสภาพแวดล้อม การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้วิ่งได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น)

5 กิโลเมตรควรวิ่งได้กี่นาที

แสงสีส้ม.. ตะวันต่ำลงขอบฟ้า.. หกโมงเย็น.. ลมเย็นๆ พัดผ่านผิว.. หอบ.. เหนื่อย.. ห้ากิโล.. วันนี้ทำได้.. สี่สิบนาที.. ช้า.. แต่.. ดีกว่าเมื่อวาน.. สามนาที.. พรุ่งนี้.. ต้องเร็วกว่านี้..

  • 45 นาที เมื่ออาทิตย์ก่อน.. เริ่มวิ่ง.. เหนื่อยมาก..
  • เพลงในหู.. ช่วยได้เยอะ.. จังหวะ.. หายใจ.. เข้า.. ออก..
  • สวนสาธารณะ.. คนเยอะ.. แต่.. สงบ.. เหมือนโลกส่วนตัว..
  • รองเท้าวิ่งใหม่.. เบา.. ดี.. ไม่เจ็บเท้า.. เหมือนคู่เก่า..
  • น้ำ.. สำคัญ.. พกติดตัวตลอด.. จิบ.. เรื่อยๆ..

เหนื่อย.. แต่.. มีความสุข.. วิวสวย.. ต้นไม้.. ท้องฟ้า.. เปลี่ยนสี.. ทุกวัน.. ไม่เหมือนกัน..

  • เป้าหมาย.. สามสิบนาที.. ภายในเดือนหน้า.. ไหวมั้ยนะ..
  • ค่อยๆเพิ่ม.. ระยะทาง.. ความเร็ว.. สม่ำเสมอ.. สำคัญที่สุด..
  • อาหาร.. ก็สำคัญ.. กินโปรตีนเยอะๆ.. พักผ่อนให้เพียงพอ..
  • พรุ่งนี้.. มาวิ่งอีก.. ที่นี่.. เวลาเดิม..
  • ชอบ.. ความรู้สึกนี้.. หลังวิ่งเสร็จ.. โล่ง.. สบาย..