เบาจืด มีกี่ประเภท

102 ครั้งเข้าชม
โรคเบาจืดจำแนกได้ 3 ประเภทหลักตามสาเหตุ: เบาจืดจากสมอง (Central Diabetes Insipidus): เกิดจากความผิดปกติในสมอง ฮอร์โมนวาโซเพรสซิน (ADH) ผลิตน้อยหรือไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไตดูดซึมน้ำกลับคืนสู่ร่างกายได้น้อย ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก เบาจืดจากไต (Nephrogenic Diabetes Insipidus): ไตไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน ADH แม้จะมีฮอร์โมนเพียงพอ ไตจึงไม่สามารถดูดซึมน้ำกลับคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับประเภทแรก เบาจืดจากการกระหายน้ำมากเกิน (Psychogenic Polydipsia): เกิดจากการดื่มน้ำมากเกินความจำเป็น ทำให้ไตต้องขับน้ำออกมาก ไม่ใช่ความผิดปกติของฮอร์โมนหรือไตโดยตรง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เบาจืดมีกี่ประเภท? แบ่งประเภทยังไงบ้าง?

เอาจริงๆ เบาจืดเนี่ยนะ ฉันเคยได้ยินแต่เบาหวานอ่ะ เบาจืดนี่มัน... (เอ๊ะ) มีด้วยเหรอ?

อืม... เท่าที่รู้มามันน่าจะมีหลายแบบนะ ไม่แน่ใจว่าเขาแบ่งยังไงบ้างนะ แต่เคยได้ยินแว่วๆ ว่ามีที่มาจากสมอง ที่มาจากไต แล้วก็... อะไรอีกอย่างนี่แหละ ที่เกี่ยวกับการกระหายน้ำ นี่แหละมั้ง!

(สารภาพเลยว่าไม่ค่อยรู้เรื่องเบาจืดเท่าไหร่ รู้แต่ว่าเบาหวานนี่ของแสลงเลย เพราะพ่อฉันเป็นอยู่ กินอะไรต้องระวังสุดๆ)

เท่าที่ค้นๆ ดูนะ เค้าบอกว่าเบาจืดมันมี 3 แบบจริงๆ ด้วย เวรกรรม! ที่มาจากสมอง ที่มาจากไต แล้วก็ที่เกี่ยวกับการกระหายน้ำ (นี่กรูเดาถูกได้ไงเนี่ย)

แต่ที่น่าสนใจคือ แต่ละแบบมันมีกลไกการเกิดโรคที่แตกต่างกันนะ อย่างที่มาจากสมองเนี่ย น่าจะเกี่ยวกับฮอร์โมนบางตัวที่ไม่สมดุล ทำให้ไตไม่สามารถดูดน้ำกลับได้ (อันนี้เดาเอาจากที่เคยอ่านเจอมานะ) ส่วนที่มาจากไตนี่ น่าจะเป็นที่ตัวไตเองเลย ที่มันไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

แล้วไอ้ที่เกี่ยวกับการกระหายน้ำนี่... อันนี้ไม่รู้จริงๆ อ่ะ 555+

สรุปคือ เบาจืดมี 3 แบบนะทุกคน! สมอง ไต แล้วก็... การกระหายน้ำ! (แต่รายละเอียดลึกๆ นี่... ไปหาอ่านกันเองนะจ๊ะ)

โรคเบาจืดหายเองได้ไหม

เบาจืดแดกยาตลอดชีวิต จบนะ

  • เบาจืดไม่ใช่เบาหวาน: คนละเรื่อง อย่ามั่ว
  • เด็กก็เป็นได้: ไม่ใช่แค่คนแก่
  • ฮอร์โมน ADH: ตัวปัญหา ขาดแล้วฉี่กระจาย
  • 3-4 คนต่อแสน: น้อยแต่เป็นแล้วซวย
  • ยาแก้ขัด: กินไปจนตาย ไม่มีทางหายขาด

โรคเบาจืด ตรวจยังไง

เบาจืด... ตรวจยังไงเหรอ

เหมือนมันมีหลายแบบนะเบาจืดเนี่ย ถ้าหมอสงสัยว่ามันมาจากสมอง เขาอาจจะให้สแกน MRI ดูสมองส่วนที่ควบคุมการทำงานของน้ำในร่างกาย ไฮโปทาลามัส แล้วก็ต่อมใต้สมอง...

  • MRI Scan: หมอจะดูว่าไฮโปทาลามัสหรือต่อมใต้สมองเรามันปกติไหม ถ้ามีอะไรผิดปกติก็อาจจะเป็นสาเหตุของเบาจืดชนิดที่มาจากสมองได้
  • ตรวจเลือดและปัสสาวะ: อันนี้พื้นฐานเลย เช็คระดับโซเดียมในเลือด ความเข้มข้นของปัสสาวะ แล้วก็ดูว่าร่างกายเราขับน้ำออกมามากเกินไปหรือเปล่า
  • Water Deprivation Test: อันนี้ต้องอดน้ำ แล้วหมอจะวัดระดับฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของไตไปด้วย วิธีนี้จะช่วยแยกได้ว่าเบาจืดเราเป็นชนิดที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนได้ไม่พอ หรือไตเราไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน
  • AVP Challenge Test: หมอจะฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์ (AVP) เข้าไป แล้วดูว่าร่างกายเราตอบสนองยังไง วิธีนี้ช่วยแยกชนิดของเบาจืดได้อีกเหมือนกัน

บางทีก็คิดนะว่า...ร่างกายคนเรามันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะเลย

ผู้ที่เป็นโรค เบาจืด จะมีลักษณะอาการอย่างไร

เบาหวาน insipidus: อาการเด่น

  • ปัสสาวะมาก เกิน 3 ลิตร/วัน บางราย 10 ลิตร/วัน สีจาง
  • กระหายน้ำจัด ดื่มน้ำมาก ยังกระหายอยู่ดี
  • อ่อนเพลีย ปากแห้ง คอแห้ง จากการขาดน้ำ

ปีนี้ (2566) ข้อมูลเพิ่มเติมจากการศึกษาของผม (ตัวอย่างข้อมูลทางการแพทย์): พบผู้ป่วยหญิงอายุ 60 ปี มีอาการเหล่านี้ ตรวจพบระดับ vasopressin ต่ำ ยืนยันการวินิจฉัยโรคเบาหวาน insipidus แบบ central diabetes insipidus

ข้อควรระวัง: อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโรคอื่น การวินิจฉัยต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากร่างกายขาดฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก (ADH) จะส่งผลอย่างไร

ถ้าร่างกายขาด ADH จะเกิดโรคเบาจืด ไตจะไม่สามารถควบคุมการดูดซึมน้ำกลับคืนสู่กระแสเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ขับปัสสาวะมากผิดปกติ ปริมาณปัสสาวะอาจสูงถึง 10-20 ลิตรต่อวัน! ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง เป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ

  • กลไกการเกิดโรค: ADH มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการดูดซึมน้ำที่ท่อไต ขาด ADH ไตจึงไม่สามารถดูดซับน้ำกลับมาใช้ได้ น้ำจะถูกขับออกมาเป็นปัสสาวะหมด

  • ผลกระทบ: ปัสสาวะมาก กระหายน้ำจัด อาจมีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปวดหัว แม้แต่ช็อกจากภาวะขาดน้ำรุนแรงก็เกิดขึ้นได้

  • ประเภทของโรคเบาจืด: โรคเบาจืดแบ่งได้หลายชนิด สาเหตุหลักๆ มาจากความผิดปกติของการสร้างหรือการทำงานของ ADH หรือความผิดปกติของไตเอง เช่น เบาจืดจากสาเหตุกลางสมอง (Central Diabetes Insipidus) หรือ เบาจืดจากไต (Nephrogenic Diabetes Insipidus) ซึ่งแต่ละชนิดก็มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมด้วยนะ นี่เป็นส่วนหนึ่งของความซับซ้อนของร่างกายมนุษย์ที่น่าสนใจ เหมือนปริศนาที่รอการไข

(เพิ่มเติม: การวินิจฉัยโรคเบาจืดต้องอาศัยการตรวจวัดความเข้มข้นของฮอร์โมน ADH ในเลือดและปัสสาวะ รวมถึงการทดสอบการตอบสนองของร่างกายต่อการฉีด ADH เข้าไป ข้อมูลนี้ควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น)