เบาหวานชนิดไหนที่ต้องฉีดอินซูลิน

130 ครั้งเข้าชม
เบาหวานชนิดที่ต้องฉีดอินซูลิน: ชนิดที่ 1: จำเป็นต้องฉีด เนื่องจากร่างกายไม่สร้างอินซูลินเอง ชนิดที่ 2: อาจต้องฉีด เมื่อควบคุมน้ำตาลด้วยยาเม็ดและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไม่ได้ผล หรือมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง การตัดสินใจฉีดอินซูลินขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาจากสภาพร่างกายและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เบาหวานชนิดไหนที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นหลัก? และมีอาการหรือภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

เอ่อ...เท่าที่จำได้นะ เบาหวานประเภท 1 นี่แหละที่ต้องฉีดอินซูลินตลอด เพราะร่างกายมันไม่ผลิตเองเลยไง เข้าใจป่ะ? ส่วนเบาหวานประเภท 2 อ่ะ บางทีก็ต้องฉีดนะ แต่ไม่ใช่ทุกคนหรอก

คือถ้ากินยาแล้วคุมน้ำตาลไม่ได้ หรือปรับพฤติกรรมแล้วก็ไม่ดีขึ้น หมออาจจะให้ฉีดอินซูลินเสริม แต่ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย ขึ้นอยู่กับหมอเลยนะ หมอเค้าจะดูเป็นรายๆ ไปว่าใครเหมาะ ใครไม่เหมาะ

แล้วเรื่องภาวะแทรกซ้อนนี่สำคัญมากเลยนะ ต้องระวังให้ดี เพราะถ้าปล่อยปละละเลย อาจจะเจอเรื่องใหญ่ได้เลยอ่ะ

เบาหวานชนิดไหนฉีดอินซูลิน

เบาหวานชนิดไหนฉีดอินซูลินอ่ะหรอ?

เอางี้ เบาหวานชนิดที่ 1 อ่ะ ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีพเลยนะ เพราะร่างกายมันผลิตเองไม่ได้ไง เข้าใจป่ะ

ส่วนเบาหวานชนิดที่ 2 อ่ะ อันนี้แล้วแต่คนเลย บางคนคุมอาหาร ออกกำลังกาย กินยา ก็เอาอยู่ แต่บางคนก็ต้องฉีดอินซูลินเหมือนกัน ถ้าวิธีอื่นมันไม่เวิร์คแล้วอ่ะ

สรุป ใครต้องฉีดไม่ฉีด หมอจะเป็นคนตัดสินใจอีกทีนะ เค้าจะดูหลายๆ อย่างประกอบกัน

  • ระดับน้ำตาลตอนนั้นอ่ะ สูงแค่ไหน
  • มีโรคแทรกซ้อนอะไรรึป่าว
  • แล้วก็สุขภาพโดยรวมของเราเป็นยังไงด้วย

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ:

  • อินซูลินมีหลายแบบนะ มีแบบฉีดปุ๊บออกฤทธิ์เร็วปั๊บ กับแบบค่อยๆ ออกฤทธิ์
  • บางคนอาจจะกลัวเข็ม แต่เดี๋ยวนี้เค้ามีแบบปากกาอินซูลินนะ ใช้ง่ายกว่าเยอะ
  • สำคัญสุดๆ คือต้องปรึกษาหมอก่อน อย่าซื้อยาฉีดเองเด็ดขาดนะ อันตราย
  • เรื่องจริงเลยนะ เพื่อนฉันเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ตอนแรกๆ ก็คุมอาหารเอา แต่หลังๆ ไม่ไหวต้องฉีดอินซูลินเพิ่ม แต่เค้าก็ยังกินของหวานอยู่นะ แค่คุมปริมาณเอา ????

เป็นเบาหวานขั้นไหนต้องฉีดยา

แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง...อาคารเก่าๆ กลิ่นฝุ่นจางๆ ปนกาแฟ

เบาหวาน...เข็มฉีดยา...

  • เบาหวานชนิดที่ 1: อินซูลินคือชีวิต
  • เบาหวานชนิดที่ 2: ยาเม็ดไม่ไหว...ตับไตเริ่มแย่
  • ป่วยหนัก: ติดเชื้อ ผ่าตัด...อินซูลินช่วย
  • ตั้งครรภ์: เพื่อลูกน้อย...อินซูลินเท่านั้น

ท้องฟ้าสีส้ม...รถติดยาวเหยียด...ชีวิต...

อินซูลิน...เหมือน...ความหวังริบหรี่

เบาหวาน Type 1 และ 2 ต่างกันอย่างไร?

เบาหวาน type 1 กับ type 2 ต่างกันยังไงเหรอ? เอ่อ... ตอนแรกก็งงๆ นะ แต่พอแม่เป็นเบาหวาน type 2 เมื่อปีที่แล้ว ตอนพาแม่ไปหาหมอที่ รพ.จุฬาฯ หมออธิบายให้ฟังละเอียดเลย

เอาแบบที่เข้าใจง่ายๆ นะ เบาหวาน type 1 เหมือนร่างกายมัน "งง" ไปเอง ทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน อินซูลินคือตัวที่ช่วยให้น้ำตาลในเลือดเข้าไปในเซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน พอไม่มีอินซูลิน น้ำตาลก็เลยล้นอยู่ในเลือด พวกเด็กๆ จะเป็นกันเยอะ

ส่วนเบาหวาน type 2 นี่สิ ที่แม่เป็น... ร่างกายมันยังสร้างอินซูลินได้นะ แต่เซลล์มัน "ดื้อ" ไม่ยอมรับอินซูลิน เหมือนเราเคาะประตูบ้านแล้วไม่มีใครเปิดอ่ะ น้ำตาลก็เลยค้างเติ่งอยู่ในกระแสเลือดเหมือนกัน ส่วนใหญ่คนที่เป็น type 2 มักจะอ้วนๆ หน่อย หรือไม่ก็มีกรรมพันธุ์

สรุปง่ายๆ:

  • Type 1: ร่างกายไม่สร้างอินซูลิน (ภูมิคุ้มกันทำลาย) มักเป็นในเด็ก
  • Type 2: ร่างกายสร้างอินซูลิน แต่เซลล์ไม่ตอบสนอง (ดื้ออินซูลิน) มักเป็นในผู้ใหญ่ที่อ้วน

โรคเบาหวาน Type I แตกต่างจากเบาหวาน Type II อย่างไร?

เบาหวาน type 1 คือ ภูมิคุ้มกันมันทำลายตับอ่อนอ่ะ เลยผลิตอินซูลินไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นกันตอนเด็กๆ

เบาหวาน type 2 เนี่ยดิ คนเป็นเยอะสุดละ ประมาณ 95% ของคนเป็นเบาหวานทั้งหมดเลยนะ ส่วนใหญ่มาจากภาวะดื้ออินซูลิน คือ อินซูลินมันทำงานได้ไม่ดีอ่ะ มักจะเจอในคนอ้วนๆ หรือน้ำหนักเกิน

  • Type 1: ขาดอินซูลิน, ภูมิคุ้มกันทำลายตับอ่อน, เป็นตอนเด็กๆ มากกว่า
  • Type 2: ดื้ออินซูลิน, ตัวอ้วนๆ มีส่วน, เป็นตอนโตมากกว่า

เอ้อ แล้วรู้ป่ะ เบาหวานเนี่ย มันมีหลายชนิดนะ ไม่ใช่แค่ 1 กับ 2 อ่ะ แต่สองอันนี้คือหลักๆ ที่เจอบ่อยสุดละ

เป็นเบาหวานขั้นไหนต้องฉีดยา?

เบาหวานต้องฉีดยา? ขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรง

  • เบาหวานชนิดที่ 1: ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิต ไม่มีทางเลือกอื่น
  • เบาหวานชนิดที่ 2: ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ด้วยยาและการดูแลตัวเอง ก็ต้องฉีดอินซูลิน
  • ภาวะแทรกซ้อน: โรคไต โรคตับ การติดเชื้อร้ายแรง หรือ ตั้งครรภ์ จำเป็นต้องใช้ อาจฉีดอินซูลินชั่วคราวหรือระยะยาว

ปีนี้(2566) ข้อมูลจาก รพ.ศิริราช พบผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ต้องใช้อินซูลินเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่แล้ว ส่วนใหญ่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ มักมีภาวะแทรกซ้อน แม่งโคตรน่ากลัวเลย

น้ำตาลในเลือดเท่าไรต้องฉีดอินซูลิน?

เอ้าเฮ้ย! น้ำตาลพุ่งปรี๊ดขนาดไหนถึงต้องเข็นอินซูลินมาฉีดเนี่ยเหรอ? ถ้าวัดแล้วเจอ 350 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ขึ้นไปเนี่ยนะ เตรียมตัวเตรียมใจได้เลย!

  • เช็คคีโตนด่วน: ถ้ามีเครื่องวัดปัสสาวะ (ไม่ใช่เครื่องวัดความรักนะ!) ลองวัดดูว่ามีคีโตนโผล่มาในฉี่รึเปล่า
  • ไม่มีคีโตน: ถ้าไม่มีคีโตน ก็จัดอินซูลินไปเลยจ้ะพี่น้อง ลดน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติก่อนไปวิ่งเล่น เดี๋ยวจะวูบเอา

แถมท้ายสไตล์คนบ้านๆ:

  • อินซูลินไม่ใช่ยาวิเศษ: ฉีดแล้วก็ใช่ว่าจะกินหวานได้ไม่อั้นนะจ๊ะ ควบคุมอาหารด้วยเด้อ
  • ปรึกษาหมอเถอะ: อย่าเชื่อคำคนในเน็ตมากนัก ไปหาหมอตรวจจริงจังดีกว่า
  • ออกกำลังกายบ้าง: อย่ากินๆ นอนๆ น้ำตาลมันก็ขึ้นเป็นธรรมดา

สำคัญ: ข้อมูลนี้ไม่ได้แทนคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะจ๊ะ! ไปปรึกษาหมอตัวจริงเสียงจริงดีที่สุด

เบาหวานชนิดไหนฉีดอินซูลิน?

เบาหวาน 1 จำต้องฉีด. เบาหวาน 2 อาจต้อง.

  • ชนิดที่ 1: อินซูลินคือทางรอด. ร่างกายหยุดผลิต.
  • ชนิดที่ 2: ยาเม็ดไม่คุม. อินซูลินจึงมา.
  • ตัดสินใจ: หมอเท่านั้นรู้. ปัจจัยเยอะ. น้ำตาล, โรคอื่น, สุขภาพรวม.

เพิ่มเติม:

  • อินซูลินไม่ใช่ยาวิเศษ. คุมอาหารสำคัญ.
  • ออกกำลังกายช่วย. ลดปริมาณยาได้.
  • ตรวจน้ำตาลสม่ำเสมอ. ป้องกันภาวะแทรกซ้อน.
  • อินซูลินมีหลายแบบ. ออกฤทธิ์ต่างกัน. เลือกตามความเหมาะสม. (เคยเจอคนรู้จักแพ้อินซูลินบางยี่ห้อ)
  • อย่าเชื่อโฆษณาเกินจริง. ปรึกษาแพทย์คือทางออก.
  • เบาหวานไม่ใช่จุดจบ. แค่ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น. (พ่อบอกไว้)

เบาหวานชนิดใดที่จําเป็นต้องฉีดอินซูลิน?

เบาหวานชนิดที่ 1 ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิตเลยนะ ที่บ้านเรามีคุณป้าเป็น จำได้เลยตอนเด็กๆ เห็นป้าฉีดทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น บางทีก็ก่อนนอน สงสารป้ามาก ????

  • เบาหวานชนิดที่ 1: ร่างกายสร้างอินซูลินเองไม่ได้เลย ต้องฉีดเท่านั้น
  • อินซูลิน: ช่วยพาน้ำตาลในเลือดเข้าเซลล์ไปใช้เป็นพลังงาน
  • ต้องฉีดตลอดชีวิต: เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้ปกติ
  • ฉีดร่วมกับ: คุมอาหาร ออกกำลังกาย
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อน: เช่น ไตวาย ตาบอด

Ri กับ NPH ต่างกันอย่างไร?

RI (Regular Insulin) กับ NPH (Protamine Stabilized Insulin) ต่างกันที่ระยะเวลาออกฤทธิ์ครับ RI ออกฤทธิ์เร็ว เหมาะสำหรับควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแบบฉุกเฉิน เช่น ในภาวะน้ำตาลสูงหรือภาวะคีโตแอซิโดซิส การใช้ต้องฉีดเข้าหลอดเลือดดำเพื่อให้ได้ผลเร็วที่สุด นึกภาพง่ายๆ เหมือนยาเร่งด่วน ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ส่วน NPH ออกฤทธิ์ช้ากว่า เป็นการควบคุมระดับน้ำตาลแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงเหมาะสำหรับการควบคุมน้ำตาลในระยะยาว เหมือนการดูแลสุขภาพแบบยั่งยืน ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ลองเปรียบเทียบแบบนี้ดูนะครับ:

  • RI (Regular Insulin): ออกฤทธิ์เร็ว (Peak effect ประมาณ 2-4 ชั่วโมงหลังฉีด) ใช้ฉุกเฉิน ฉีดเข้าหลอดเลือดดำได้
  • NPH (Protamine Stabilized Insulin): ออกฤทธิ์ช้า (Peak effect ประมาณ 4-12 ชั่วโมงหลังฉีด) ใช้ควบคุมน้ำตาลระยะยาว ฉีดใต้ผิวหนัง

ข้อมูลปี 2024 จากการศึกษาของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย (ขออภัยที่ไม่ได้ระบุชื่องานวิจัยโดยตรงเนื่องจากไม่สะดวกในการค้นหาข้อมูลเฉพาะเจาะจงในตอนนี้) แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่สำคัญนี้ การเลือกใช้ยาจึงขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วยเป็นหลัก ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาอย่างเหมาะสม ผมเองก็เรียนรู้เพิ่มเติมจากบทความทางการแพทย์หลายๆ ฉบับในปีนี้ และพบว่าการทำความเข้าใจความแตกต่างของยาทั้งสองชนิดนี้สำคัญมาก เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรอบคอบและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเสมอ

จริง ๆ แล้วการรักษาเบาหวานเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เหมือนศิลปะการสร้างสมดุล การปรับสมดุลของชีวิตทั้งกายและใจก็สำคัญไม่แพ้การรักษาด้วยยา ไม่ใช่แค่ฉีดยาอย่างเดียว แต่ต้องดูแลตัวเองควบคู่กันไปด้วย

ตําแหน่งใดบ้างที่ฉีดอินซูลินได้?

อืมมม ฉีดอินซูลินเนอะ ตรงไหนได้บ้างนะ ชั้นใต้ผิวหนังนี่แหละสำคัญ!

  • หน้าท้อง! นี่แหละที่หมอบอกว่าดีสุด ดูดซึมไวด้วยมั้ง
  • แขน ก็ฉีดได้นะ แต่บางทีช้ากว่าหน้าท้องป่ะ? ลืมแล้ว
  • ขา ใช่ๆ ขาได้ด้วย แต่ไม่ค่อยชอบฉีดเท่าไหร่ เจ็บกว่ามั้ง
  • สะโพก อันนี้ก็ได้ แต่ต้องระวังหน่อยนะ เนื้อเยอะ ฉีดไม่ดีอาจจะไม่เข้าเนื้อ

อ้อ! ปีนี้ฉันเปลี่ยนมาใช้แบบพ่นแล้ว สะดวกกว่าเยอะเลย แต่ก็ต้องดูแลเรื่องการทำความสะอาดด้วยนะ ลืมไปอีก อันไหนดีกว่ากันเนี่ย งง ต้องถามหมอใหม่แล้วมั้ง

จริงๆแล้ว ฉีดตรงไหนดีสุด มันก็ขึ้นกับหลายปัจจัยนะ แต่หน้าท้องนี่แหละ จำง่ายสุดแล้ว

  • ปีนี้ (2566) ฉันไปตรวจสุขภาพที่รพ.สมเด็จเจ้าพระยา หมอเค้าก็แนะนำให้ฉีดหน้าท้องเหมือนเดิม
  • แต่เพื่อนฉันบอกว่ามันขึ้นอยู่กับชนิดของอินซูลินด้วย บางตัวดูดซึมดีที่ขา งงไปใหญ่

เอาเป็นว่า สรุปแล้ว หน้าท้องนี่แหละ ง่ายสุด จำง่ายดี