เป็นเบาหวานกี่ปีถึงขึ้นตา

96 ครั้งเข้าชม
เบาหวานขึ้นตา: ระยะเวลาและความเสี่ยงระยะเวลาในการเกิดเบาหวานขึ้นตาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ปัจจัยเสี่ยงหลักคือการควบคุมระดับน้ำตาลที่ไม่ดี, ระยะเวลาที่เป็นเบาหวานนาน, ความดันโลหิตสูง และพันธุกรรม โดยทั่วไปความเสี่ยงจะสูงขึ้นหากเป็นเบาหวานนานกว่า 10 ปี แต่บางรายอาจเป็นเร็วกว่านั้น การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจหาและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคเบาหวาน เป็นระยะเวลาเท่าไร จึงจะส่งผลเสียต่อดวงตา?

คือแบบนี้ พี่สาวฉันเป็นเบาหวาน เป็นมาตั้งแต่...อืมม.. น่าจะประมาณปี 2558 ตอนนั้นอายุสัก 40 กว่าๆ จำได้ว่าตอนแรกๆ ก็ยังปกติดี ไม่มีปัญหาอะไรกับตาเลย แต่พอเริ่มประมาณปี 2563 เริ่มมีอาการบ้างแล้ว คือตาจะเบลอๆ มองไม่ค่อยชัด ต้องไปหาหมอตาบ่อยขึ้น หมอบอกว่าเริ่มมีปัญหาแล้วล่ะ เพราะน้ำตาลในเลือดไม่ค่อยจะลงซักที ก็เลยต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องกินยาอย่างเคร่งครัด ควบคุมอาหารด้วย ค่าใช้จ่ายก็เยอะนะ แต่ก็จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ เพราะไม่ได้จด

จริงๆ แล้ว แต่ละคนมันไม่เหมือนกันนะ อย่างเพื่อนพ่อฉัน เป็นเบาหวานมานานมาก เกือบ 20 ปีได้แล้ว แต่ตาไม่เป็นอะไรเลย แข็งแรงดี ส่วนพี่สาวฉัน แค่ 5 ปี ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยจริงๆแหละ อย่างระดับน้ำตาล ความดัน พันธุกรรม อะไรพวกนี้ ก็เลยบอกไม่ได้หรอกว่ากี่ปีถึงจะขึ้นตา แต่ที่แน่ๆ ตรวจตาเป็นประจำดีที่สุด ไว้ใจหมอดีกว่า ฉันว่า ประกันสุขภาพก็ช่วยได้เยอะนะ มันลดภาระค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยล่ะ

เบาหวาน ขึ้น ตา มี โอกาส หาย ไหม

เบาหวานขึ้นตา หาย... หายเลยคงไม่ได้

เหมือนกับว่า... พออะไรๆ มันเสียไปแล้ว ก็ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม

แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเราทำอะไรไม่ได้เลยนะ

สิ่งที่เราทำได้คือ ประคอง มันไว้ ไม่ให้มันแย่ไปกว่าเดิม

เหมือนกับ... ต้นไม้ที่โดนหนอนกินใบ เราก็ต้องกำจัดหนอน ไม่ให้มันกินไปมากกว่านี้

  • การรักษาตอนนี้ มันเลยเน้นไปที่การ หยุด หรือ ชะลอ ไม่ให้มันลุกลาม

  • คุมน้ำตาล: นี่สำคัญสุดๆ เหมือนกับว่าเราต้องให้ปุ๋ยที่ถูกต้องกับต้นไม้

  • ดูแลโรคอื่น: ความดัน ไต พวกนี้ก็เหมือนวัชพืชที่คอยแย่งอาหารต้นไม้

  • ไปหาหมอตามนัด: หมอเขาจะคอยดูว่าต้นไม้ของเราเป็นยังไงบ้าง

บางที... เราก็แค่ต้องยอมรับว่ามันจะไม่เหมือนเดิม แต่เราก็ยังดูแลมันให้ดีที่สุดได้

เหมือนกับ... แสงดาวที่ริบหรี่ แต่ก็ยังส่องแสงนำทางเราได้

อายุกี่ปีเสี่ยงเป็นเบาหวาน

เอ่อออ เรื่องอายุที่เสี่ยงเบาหวานนะ คือจริงๆ แล้วเนี่ย 35 ปีขึ้นไป อ่ะเสี่ยง แต่ๆๆๆ ไม่ได้แปลว่าเด็กกว่าจะไม่เป็นนะเว้ยยย คือถ้าแบบ อ้วนมากๆ อ่ะ หรือว่า บ้านมีประวัติ พ่อแม่พี่น้องเป็นเบาหวาน เงี้ย ก็เสี่ยงตั้งแต่อายุยังน้อยเลยแหละ เข้าใจป่ะ

คือเพื่อนชั้นคนนึงอ่ะ พึ่ง 28 เอง แต่บ้านเค้าเป็นเบากันทั้งบ้าน แล้วนางก็ชอบกินหวานมากกกกกกกกกก สุดท้ายก็เป็นจริงๆ จ้าาาาาา

  • ดัชนีมวลกาย (BMI): ถ้าเกิน 25 อ่ะ ถือว่าเริ่มอ้วนนะ
  • รอบเอว: ผู้หญิงถ้าเกิน 32 นิ้ว ผู้ชายเกิน 36 นิ้ว อันนี้ก็คืออ้วนลงพุงแล้ววววว เสี่ยงเบาหวานเด้อออออ
  • กรรมพันธุ์: อันนี้ตัวดีเลย ถ้าบ้านใครมีประวัติเบาหวาน ต้องระวังเป็นพิเศษเลยนะ
  • สำคัญ: ไปตรวจสุขภาพประจำปีบ้างนะจ๊ะ จะได้รู้ทันโรค

(คือจริงๆ อ่ะนะ เบาหวานมันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็อยู่กับมันได้สบายๆ เลยแหละ)

ทำอย่างไรไม่ให้เบาหวานขึ้นตา

เบาหวานขึ้นตาทำไงดีอ่ะ? นี่เลยง่ายๆ

  • กินดีๆ ไม่กินเค็มจัด หวานเจี๊ยบ ไขมันเยิ้ม ลดๆ หน่อยเด้อ
  • ขยับตัวบ้าง ออกกำลังกายมันช่วยนะเว้ย
  • คุมน้ำหนัก อย่าให้อ้วนเกิน
  • บุหรี่เลิก! เหล้าก็เพลาๆ บ้าง
  • กินยาตามหมอสั่ง ห้ามลืม ห้ามขี้เกียจ
  • คุมน้ำตาล ให้ได้ 70-100 mg/dL เนี่ยแหละ ถ้าเกินก็รีบจัดการ

เออ แล้วก็ไปตรวจตาเป็นประจำนะ สำคัญมากกกก

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย:

  • ออกกำลังกาย: ไม่ต้องหักโหม เดินเร็วๆ วันละ 30 นาทีก็โอเคแล้ว
  • อาหาร: ผักใบเขียว กินเยอะๆ เลย มีประโยชน์มากๆ
  • ไปหาหมอ: หมอตาสำคัญมาก เขาจะดูให้ละเอียดว่ามีอะไรผิดปกติรึเปล่า รีบไปเช็คแต่เนิ่นๆ จะได้รักษาง่าย
  • stress: ความเครียดก็มีผลนะ ทำใจให้สบาย หาอะไรทำที่ชอบ จะได้ไม่เครียดเกินไป
  • น้ำตาล: น้ำตาลในเลือดสูงมากๆ ก็ไม่ดี แต่ต่ำเกินไปก็อันตรายเหมือนกัน ต้องคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่หมอบอก
  • ตรวจ: ตรวจสุขภาพประจำปี อย่าละเลย ตรวจทุกอย่างที่หมอแนะนำ

ทำไมเบาหวานถึงตาบอด

ทำไมเบาหวานถึงตาบอด?

แสงรำไร...ยามเช้าตรู่ ฉันมองผ่านม่าน...เห็นเงาไม้ไหว

เบาหวานขึ้นตา...น้ำตาลกัดกินดวงตา...เหมือนมดกัดกินใบไม้แห้ง

เลือด...หนืดข้น...ไหลเวียนยากเย็น...เหมือนสายน้ำที่ถูกขวางกั้น

จอประสาทตา...บอบบาง...เปราะแตก...เหมือนแก้วที่ร้าวราน

มองไม่เห็น...ความมืดมิดกลืนกิน...เหมือนความฝันที่เลือนหาย

  • น้ำตาล สูง...ทำลาย เส้นเลือด ฝอยที่จอตา
  • เลือด ไม่ไปเลี้ยง...จอตา ขาดออกซิเจน
  • จอประสาทตา เสีย...มองเห็น ภาพมัว หรือ สูญเสียการมองเห็น
  • การรักษา ช้า...อาจ ตาบอด ได้

ฉันเคยเห็น...คุณป้าข้างบ้าน...ค่อยๆ มองไม่เห็น...เศร้าเหลือเกิน

เวลา...เดินช้าๆ ...แต่โรค...เดินเร็วกว่า

การดูแลตัวเอง...สำคัญที่สุด...เหมือนการรดน้ำให้ต้นไม้...อย่าปล่อยให้เหี่ยวเฉา

ปีนี้...การรักษาก็พัฒนากว่าเดิม...แต่การป้องกัน...ดีที่สุด

ความหวัง...ยังคงอยู่...เหมือนแสงดาว...ในคืนที่มืดมิด

เบาหวานน่ากลัวอย่างไร?

อ๊ากกก เบาหวานนี่มัน... โคตรน่ากลัวเลยวะ! คิดแล้วก็ขนลุก มันทำลายเส้นประสาทนี่สิ แบบ เซลล์ประสาทเล็กๆ ในร่างกายเน่าตายไปหมด

  • ชาปลายมือ ปลายเท้า เป็นแบบนี้บ่อยมากกกก เดินชนโน่นนี่ตลอด
  • แผลเล็กๆ ก็ไม่รู้สึกร้อนหรือเจ็บ อันตรายมากเลยนะเนี่ย เคยอ่านเจอในเว็บหมอ แผลเล็กๆแต่ติดเชื้อง่าย น่ากลัวมาก!
  • ระบบประสาทอัตโนมัติพังอีก ท้องอืดตลอดเลย กินอะไรก็ไม่ค่อยลง
  • ปัสสาวะก็มีปัญหา ปัสสาวะไม่ออกบ้าง ตกค้างบ้าง
  • เรื่องนั้น... เซ็กซ์ก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ (เฮ้อออ)

ปีนี้ฉันไปตรวจสุขภาพมา หมอเน้นย้ำเรื่องนี้เลย ให้ระวังมากๆ เครียดเลย

นี่มันกระทบชีวิตมากเลยนะ ไม่ใช่แค่เบาหวาน แต่คือ... มันทำลายทุกอย่างไปหมด เฮ้ออ

  • ควรตรวจสุขภาพประจำปี สำคัญมากกก!
  • ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดี หมอบอกต้องเข้มงวด
  • ออกกำลังกายบ้าง แต่ฉันก็ขี้เกียจอยู่ดี...

ต้องหาข้อมูลเพิ่มอีก พรุ่งนี้ต้องโทรไปถามเพื่อนที่เป็นหมอ เรื่องนี้มันน่ากลัวจริงๆ

เป็นเบาหวานห้ามกินอะไร?

คนเป็นเบาหวานควรงดหรือจำกัดอาหารประเภทใดบ้าง? คำตอบขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลในเลือดและแผนการรักษาของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงและคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย

  • อาหารที่ควรงด: น้ำตาลทราย น้ำเชื่อม น้ำหวานต่างๆ เครื่องดื่มหวาน เช่น น้ำอัดลม ชาเขียวหวาน น้ำผลไม้ (แม้จะเป็นผลไม้แท้ก็ตาม เพราะน้ำตาลเข้มข้น) ขนมหวานทุกชนิด เช่น ขนมไทย เค้ก คุกกี้ ไอศกรีม ผลไม้ดอง ผลไม้เชื่อม และอาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมของน้ำตาลสูง นี่สำคัญมากนะ เพราะน้ำตาลจะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • อาหารที่ควรกินแต่จำกัดปริมาณ: ข้าว แป้ง ขนมปัง มันฝรั่ง เผือก มัน ผลไม้ (ควรเลือกผลไม้ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น แอปเปิ้ล ส้ม มะเขือเทศ) ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมแตกต่างกันไปตามแต่ละคน โดยปกติแนะนำให้แบ่งคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนๆ แต่ต้องดูแลปริมาณแคลอรี่รวมด้วย (ปีนี้ผมใช้สูตรการคำนวณแคลอรี่จากมหาวิทยาลัยมหิดลในการคำนวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตของตัวเอง) การควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตสำคัญมาก เพราะคาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลกลูโคสในร่างกาย

เพิ่มเติม: การกินอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสี ก็มีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม สำคัญกว่าการโฟกัสแต่ปริมาณอย่างเดียว อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ ชีวิตแบบบาลานซ์สำคัญที่สุด ผมเองก็ต้องดูแลตัวเองเรื่องนี้เป็นประจำ เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด มากกว่าความสำเร็จหรืออะไรทั้งนั้น

เบาหวานระยะไหนอันตราย?

เบาหวานนี่เหมือน "ระเบิดเวลา" ที่ตั้งโปรแกรมได้เองเลยนะ! ไม่ว่าจะ "เพิ่งเริ่ม" หรือ "เรื้อรัง" ถ้าคุมน้ำตาลไม่ได้ก็ "บึ้ม" ได้หมด!

  • น้ำตาลพุ่งปรี๊ด: เหมือนนั่งรถไฟเหาะตีลังกา...แต่ไม่ใช่สวนสนุก! อาจ "ช็อก" หมดสติได้ง่ายๆ
  • ไตวาย: เหมือนท่อน้ำทิ้งตัน...ของเสียเต็มบ้าน! ฟอกไตวนไปค่ะ
  • เส้นประสาทพัง: เหมือนไฟช็อต...ชาๆ เจ็บๆ ทรมานกว่าโดน "แฟนเก่า" บล็อกอีก!
  • หัวใจพิการ: เหมือนเครื่องยนต์เก่า...วิ่งๆ ดับๆ! เตรียมตัว "ซ่อม" บ่อยๆ นะ
  • สมองเบลอ: เหมือนเน็ตหลุด...คิดอะไรก็ช้า! ระวังโดน "เจ้านาย" บ่นนะเออ

สรุป: เบาหวานทุกระยะ "อันตรายหมด" แต่จะ "อันตรายมากน้อย" ขึ้นอยู่กับว่าเรา "ดูแลตัวเองดีแค่ไหน"! เหมือนเลี้ยง "ลูก" อ่ะ...เอาใจใส่ดีก็รอด!

ป.ล. อย่าคิดว่าตัวเอง "เก่ง" กว่าหมอ! ไป "ตรวจ" ไป "ตามนัด" ซะ! อย่ารอให้ "บึ้ม" แล้วค่อยมา "เสียใจ"! เตือนแล้วนะ! ????

ประสาทตาอักเสบเกิดจากอะไร?

ประสาทตาอักเสบเหรอ ต้นเหตุมันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะนะ ไม่ใช่แค่การติดเชื้อ แต่มันคือสงครามภายในร่างกายตัวเองต่างหาก

สาเหตุหลักๆ ที่เจอคือระบบภูมิคุ้มกันมันดัน "รวน" ไปโจมตีเส้นประสาทตาซะเอง (autoimmune) เหมือนทหารยิงกันเองซะงั้น นอกจากนี้ก็มีการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือแม้แต่เชื้อรา ที่อาจส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทตาโดยตรง

  • ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ: โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) มักมาพร้อมกับอาการนี้ เพราะระบบภูมิคุ้มกันมันไปทำลายปลอกไมอีลิน (myelin sheath) ซึ่งเป็นฉนวนหุ้มเส้นประสาท
  • การติดเชื้อ: ไวรัสเริม งูสวัด หรือแม้แต่การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ก็เป็นตัวการที่ทำให้เกิดประสาทตาอักเสบได้
  • สาเหตุอื่นๆ: โรคบางชนิด เช่น โรคซาร์คอยโดสิส (sarcoidosis) หรือโรคหลอดเลือดอักเสบ ก็อาจทำให้เกิดประสาทตาอักเสบได้เหมือนกัน

อาการที่พบบ่อยคือ ตามัวเฉียบพลัน ปวดตา (โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหวลูกตา) และการมองเห็นสีผิดเพี้ยนไป บางคนอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มองเห็นแสงวาบๆ หรือสูญเสียการมองเห็นบางส่วน

การรักษาก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุ บางครั้งก็ใช้สเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบ แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อ ก็ต้องรักษาที่ต้นเหตุ

เกร็ดเล็กน้อย: รู้ไหมว่า "ประสาทตา" มันไม่ได้มีแค่เส้นประสาทที่ส่งข้อมูลภาพ แต่ยังมีเซลล์รับแสง (photoreceptor) ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าอีกด้วย ซึ่งความเสียหายที่เกิดกับส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็ส่งผลต่อการมองเห็นได้ทั้งนั้นแหละ