เป็นเมนหลายวันเกิดจากอะไร

86 ครั้งเข้าชม
ประจำเดือนมานานกว่า 8 วัน? สาเหตุหลัก: ฮอร์โมนไม่สมดุล ผลกระทบ: เยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ อาการ: เลือดประจำเดือนออกมากหรือนานกว่าปกติ พบใน: ผู้หญิงประมาณ 4% ปัจจัยที่ส่งผล: การสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกมากเกินไป กระบวนการลอกตัวของเยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ประจำเดือนมานานผิดปกติ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

โอ้ย เคยเป็นเหมือนกันค่ะ ตอนนั้นประจำเดือนมานานผิดปกติแบบสุดๆ ลากยาวไปเกือบ 12 วัน ทั้งๆ ที่ปกติแค่ 5 วันก็หมดแล้ว เพลียมาก ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยจนรำคาญ.

ของฉันตอนนั้นที่ไปหาหมอ เขาบอกว่าเพราะฮอร์โมนมันสวิงหนักๆ เลยทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมันหนาตัวผิดปกติ พอถึงเวลามันลอกตัวออกมาเป็นเมนส์ก็เลยเยอะแล้วก็นานกว่าชาวบ้านเขา จำได้เลยว่าไปหาหมอที่คลินิกสูติฯ แถวลาดพร้าวตอนปลายปี 65 โดนอัลตราซาวด์ไปพันกว่าบาทเพื่อเช็คให้ชัวร์.

แต่มันก็ไม่ได้มีแค่สาเหตุเดียวนะ ความเครียดนี่ตัวดีเลย นอนน้อยก็เกี่ยว หรือบางทีก็มีพวกติ่งเนื้อ เนื้องอกในมดลูก ซีสต์อะไรพวกนี้ซ่อนอยู่ก็เป็นได้เหมือนกัน.

ทางที่ดีถ้าใครเป็นเกิน 8 วันแล้วยังไม่หยุดไหลซะที ไปหาหมอเถอะ ปล่อยไว้นานๆ มันไม่ดีหรอก เสียเลือดเยอะแล้วจะหน้ามืดเอา.

ทำไมเป็นประจำเดือนไม่หายสักที

ประจำเดือนมาไม่หายสักที หรือมามากผิดปกติเนี่ย มันมีหลายปัจจัยนะ แต่ถ้าจะให้เจาะลึก สาเหตุหลักๆ มักจะมาจาก "ปัญหาเกี่ยวกับมดลูก" นี่แหละ

คิดดูสิว่า มดลูกมันเป็นอวัยวะหลักที่เกี่ยวข้องกับรอบเดือนโดยตรง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับมัน ก็ส่งผลแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น

  • เนื้องอกในมดลูก (Uterine Fibroids): ก้อนเนื้อพวกนี้มันสามารถโตในโพรงมดลูกหรือผนังมดลูก ทำให้ประจำเดือนมาเยอะ หรือมานานกว่าปกติได้
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis): อันนี้คือเนื้อเยื่อที่ปกติควรจะอยู่แค่ในโพรงมดลูก ดันไปโตอยู่ผิดที่ ผิดทาง เช่น ตามรังไข่ ท่อนำไข่ หรือแม้แต่ผนังมดลูกด้านนอก ซึ่งเวลาประจำเดือนมา เนื้อเยื่อพวกนี้ก็จะมีการหนาตัวและลอกตัวออกมาเหมือนในโพรงมดลูก ทำให้เลือดออกผิดปกติ
  • อุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease - PID): การอักเสบติดเชื้อในอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนบน อาจทำให้รอบเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกมากได้
  • ติ่งเนื้อบริเวณปากมดลูก (Cervical Polyps): ติ่งเนื้อพวกนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่บางทีก็ทำให้มีเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือเมื่อมีประจำเดือนก็อาจจะทำให้ปริมาณเลือดมากขึ้น
  • มะเร็งบางประเภท: อันนี้สำคัญเลยนะ อาจจะเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งรังไข่ ซึ่งอาการเบื้องต้นบางทีก็แสดงออกด้วยการมีเลือดออกผิดปกติ หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ

ความปกติของประจำเดือนนี่ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเนอะ เพราะแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเป๊ะๆ แต่ถ้ามันเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีอาการอะไรที่ดูแปลกไปจากเดิม ก็ควรไปปรึกษาคุณหมอให้ตรวจเช็คให้แน่ใจ จะได้รู้ว่าต้นตอจริงๆ มันอยู่ตรงไหน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุประจำเดือนมามาก

  • ความผิดปกติของการตกไข่ (Ovulatory Dysfunction): บางครั้งรอบเดือนที่ไม่ปกติ เช่น มาไม่สม่ำเสมอ หรือมามาก ก็อาจเกิดจากการที่รังไข่ไม่ได้ตกไข่เป็นประจำ หรือการทำงานของฮอร์โมนไม่สมดุล
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติจากมดลูก (Abnormal Uterine Bleeding - AUB): เป็นคำเรียกกว้างๆ สำหรับการมีเลือดออกทางช่องคลอดที่ผิดปกติจากมดลูก ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับโครงสร้างมดลูกโดยตรง
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: โดยเฉพาะในช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน (Perimenopause) ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนอาจไม่สมดุล ทำให้รอบเดือนมาไม่ปกติ อาจมามากบ้าง น้อยบ้าง หรือมาถี่ขึ้น
  • ยาบางชนิด: การใช้ยาบางประเภท เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) หรือยาคุมกำเนิดบางชนิด อาจส่งผลต่อปริมาณเลือดประจำเดือนได้
  • ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (Bleeding Disorders): โรคที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) หรือโรค Von Willebrand's disease หากพบในเพศหญิง ก็อาจทำให้มีเลือดประจำเดือนมามากผิดปกติได้
  • การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) หรือ การแท้งบุตร (Miscarriage): แม้จะไม่ใช่ภาวะประจำเดือน แต่ก็อาจทำให้มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ซึ่งบางครั้งอาจสับสนกับประจำเดือนมามากได้
  • ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ (Thyroid Problems): การทำงานของต่อมไทรอยด์ที่ผิดปกติก็ส่งผลต่อรอบเดือนได้เช่นกัน