เพราะเหตุใดเมื่อลุกขึ้นทันทีหลังจากที่นั่งนานๆจะมีอาการหน้ามืดเกิดขึ้น
อาการหน้ามืด วูบ เวลานั่งนานแล้วลุกขึ้น เกิดจากอะไร?
เมื่อหลายเดือนก่อนนะ คือประมาณเดือนพฤษภาคมนี่แหละ ฉันลุกจากเก้าอี้ที่ทำงานหลังนั่งติดพันไปสามชั่วโมงกว่าๆ รู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้วเลย มืดไปหมด ชนขอบโต๊ะเข้าจังๆ เกือบจะล้มหัวฟาดพื้น ดีนะที่คว้าทัน คือมันเป็นบ่อยมากๆ จนบางทีก็แอบหงุดหงิดตัวเองนิดหน่อย ไม่รู้ทำไม บางทีก็เหมือนเราจะมึนๆ งงๆ ไปชั่วขณะนึง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติได้เองน่ะ
ทีนี้ก็เลยไปลองคุยกับเพื่อนที่ทำงานเก่าที่โรงพยาบาลแถวอนุสาวรีย์ฯ เขาบอกว่า "เออ แกน่ะน่าจะเป็นภาวะที่เรียกว่าความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนอิริยาบถนะ" ฟังแล้วก็ยังงงๆ คือมันก็คือไอ้อาการวูบๆ หน้ามืดๆ เวลาลุกขึ้นเร็วๆ นั่นแหละ เขาอธิบายว่าแบบนี้มันเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เลยนะ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าเรานอนหรือนั่งนานๆ แล้วลุกพรวดพราดขึ้นมาทันทีน่ะ
สาเหตุเขาก็เล่ามาหลายอย่างนะ หลักๆ เลยก็คือถ้าความดันเราต่ำเป็นปกติอยู่แล้ว มันก็มีโอกาสเป็นง่ายกว่าคนอื่น หรือพวกที่ต้องกินยาลดความดัน ยาโรคหัวใจอะไรแบบนั้นก็ตัวดีเลย อีกอย่างที่เขาบอกคือถ้าเราเสียเลือดเยอะๆ เหมือนเคยมีเพื่อนโดนมีดบาดมือลึกหน่อย ตอนนั้นก็มึนๆ งงๆ ไปพักนึงเลย อันนั้นเกิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานี่เอง จำได้ว่าเดือนกุมภาพันธ์
แล้วก็มีเรื่องโรคเบาหวานด้วยนะ คนที่เป็นก็มีโอกาสหน้ามืดง่ายเหมือนกัน ส่วนพวกที่ดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ นี่ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่เสี่ยงเลย ฉันเคยเห็นเองกับตาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวสุขุมวิท ตอนนั้นน่าจะปลายปีที่แล้ว ประมาณเดือนธันวาคม มีคนดื่มหนักจนลุกไม่ขึ้นเลยน่ะ ไม่รู้ว่าวูบไปเลยหรือเปล่า ส่วนสุดท้ายก็ผู้สูงอายุ อันนี้คือธรรมชาติของร่างกายที่เปลี่ยนไปตามวัยจริงๆ
ทำไมลุกจากเตียงแล้วหน้ามืด
เวลาลุกจากเตียงแล้วหน้ามืดน่ะ ไม่ใช่ผีหลอก หรอกนะ มันคือปรากฏการณ์ที่ร่างกายเรา 'แจ้งเตือน' ว่าเฮ้ย! รีบเกินไปนะ! ลองนึกภาพว่าหัวใจเราเป็นพนักงานบริษัทที่กำลังงีบอยู่ดีๆ แล้วจู่ๆ เจ้านาย (สมอง) สั่งงานด่วนตอนที่เราลุกพรวดพราดจากแนวนอน (0 องศา) ไปเป็นแนวตั้ง (90 องศา) ทันทีทันใด หัวใจก็ต้องปั๊มเลือดสู้แรงโน้มถ่วงแบบด่วนจี๋เพื่อส่งเสบียงขึ้นสมองไงล่ะ แต่พอวัยมันร่วงโรย หัวใจก็ไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ เหมือนตอนวัยรุ่น มันปรับตัวไม่ทัน เลือดไปเลี้ยงสมองช้าไปหน่อย สมองก็ประท้วงด้วยอาการวูบๆ วาบๆ ให้เรารู้สึกว่าโลกหมุนคล้ายเมาท์ทรีโอทันที เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องตื่นแล้วนะ ไม่ใช่แค่ตื่นนอน แต่ต้องตื่นตัวเรื่องสุขภาพด้วย
เพิ่มเติมนะ ไม่ใช่แค่เรื่องแก่แต่บางทีก็...
- ขาดน้ำไงล่ะ: ร่างกายขาดน้ำ เลือดจะไหลเวียนไม่สะดวก เหมือนน้ำมันเครื่องแห้ง รถก็สตาร์ทติดยาก เลือดไปสมองก็ติดขัด หน้ามืดก็มาดิค้าบ!
- กินยายังไงล่ะ: ยาลดความดัน ยาแก้ซึมเศร้า หรือยาบางชนิด ก็อาจจะไปออกฤทธิ์ทำให้ความดันเราตกง่าย เวลาลุกพรวด ก็วูบได้ง่ายกว่าปกติไง ไม่ใช่ยาไม่ดีนะ แค่ต้องระวัง
- ความดันโลหิตตกฉับพลัน (Orthostatic Hypotension): อันนี้ชื่อทางการแพทย์นะ ไม่ต้องตกใจ มันคืออาการที่ความดันเลือดลดฮวบตอนเปลี่ยนท่าเร็วๆ เป็นสาเหตุยอดนิยมที่ทำให้เจออาการ 'โลกหมุนติ้ว' นี่แหละ
- น้ำตาลในเลือดต่ำ: ใครอดอาหาร หรือกินน้อยเกินไป ก็เสี่ยงนะ สมองมันต้องการน้ำตาลเป็นพลังงาน เหมือนรถไฟฟ้าขาดแบตฯ ก็ต้องหยุดวิ่ง หน้ามืดนี่แหละสัญญาณเตือน
- เลือดจางก็มา: ถ้าเลือดจาง เม็ดเลือดแดงไม่พอ ตัวพาออกซิเจนไปเลี้ยงสมองก็ไม่พอไง สมองก็ขาดอากาศหายใจชั่วคราว วูบสิครับรออะไร
- เคล็ดลับง่ายๆ:
- ค่อยๆ ลุกสิคุณ: ตื่นมาแล้วนั่งขอบเตียงสักพัก ให้ร่างกายและหัวใจปรับตัว ไม่ต้องรีบร้อนเหมือนจะไปวิ่งมาราธอน (ยกเว้นเข้าห้องน้ำด่วนนะ อันนั้นเข้าใจ)
- จิบน้ำแต่เช้า: น้ำเปล่าเนี่ยแหละ ของดีที่หลายคนมองข้าม ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
- นอนให้พอ: อันนี้ง่ายสุดแล้วมั้ง ถ้าอดนอน ร่างกายก็อ่อนแอ เจออะไรนิดหน่อยก็เซแล้วนะ
- ออกกำลังกายเบาๆ: ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น หัวใจแข็งแรงขึ้น สู้แรงโน้มถ่วงได้ดีขึ้นไง
อาการลุกเร็วแล้วหน้ามืดเกิดจากอะไร
สาเหตุหลักของอาการลุกเร็วแล้วหน้ามืดคือ ร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงท่าทางอย่างรวดเร็ว ทำให้ความดันโลหิตลดลงชั่วคราว และเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอทันที
เออ... ลุกแล้วหน้ามืดบ่อยจังช่วงนี้ เหมือนเมื่อก่อนไม่เป็นนะ หรือเมื่อก่อนเราแค่ไม่สังเกต? งงตัวเอง ทำไมมันชอบเป็นตอนรีบๆ ตื่นเช้าไปทำงาน นี่แหละตัวดีเลยนะ! ลุกพรวดพราดปุ๊บ โลกหมุนเป็นวงกลมเลยอะ ดีนะไม่เคยล้ม หัวใจเต้นตูมๆ เลยนะ เหมือนมันพยายามจะปั๊มเลือดขึ้นสมองให้ทัน
- อาการหน้ามืดตอนลุกเร็ว มักเกิดจากภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นมากเพื่อดันเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมอง
- ช่วงอายุ: พออายุเยอะขึ้น ร่างกายก็ไม่ได้ฟิตเหมือนตอน 20 นะ ระบบต่างๆ มันก็ทำงานช้าลงหน่อยเป็นเรื่องธรรมชาติ
เมื่อไหร่จะหายนะ? หรือต้องพยายามลุกให้ช้าลง คือรู้แต่ก็ยังทำไม่ได้ไง! ก็มันรีบอะ ทำไงดี มันอันตรายไหมอะ? ถ้าบ่อยๆ นี่กังวลนะ ตอนนี้ฉันอายุ 30 ละนะ ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว เมื่อวานก็เป็นอีกตอนลุกจากโซฟาไปหยิบของแป๊บเดียวเอง คือมันไม่ได้แค่ตอนตื่นนอนแล้วไง
- ข้อมูลเพิ่มเติม
- ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า: ตอนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เลือดจะไหลลงไปที่ขา ทำให้หัวใจกับหลอดเลือดต้องรีบปรับตัวเพื่อดันเลือดกลับขึ้นไปเลี้ยงสมองให้ทัน ถ้าปรับไม่ทันก็จะเกิดอาการ
- ภาวะขาดน้ำ: ทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง เลือดเลยข้นขึ้น เลี้ยงสมองได้ไม่ดี
- ยาบางชนิด: ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ หรือยาต้านเศร้า อาจส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการนี้
- ภาวะโลหิตจาง: จำนวนเม็ดเลือดแดงที่ขนส่งออกซิเจนมีไม่พอ ทำให้สมองได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่
- โรคประจำตัวบางอย่าง: เช่น โรคเบาหวานที่อาจส่งผลต่อเส้นประสาท หรือโรคหัวใจบางชนิด ทำให้การทำงานของหัวใจไม่ปกติ
- การยืนนิ่งๆ นานๆ: บางครั้งก็ทำให้เลือดคั่งที่ขาได้นะ ทำให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจน้อยลง
- การดื่มแอลกอฮอล์: ทำให้เส้นเลือดขยายตัว และมีภาวะขาดน้ำได้
ก้มเงยแล้วหน้ามืดเกิดจากอะไร
เช้าวันหนึ่ง แสงอ่อนๆ รอดม่านเข้ามา จิบกาแฟอุ่นๆ ลุกขึ้นยืน... โลกหมุน. หมุนช้าๆ หมุนเอื่อยๆ ผ้าม่านพลิ้วไหว. ความมืดเข้ามาในเสี้ยววินาที เหมือนดาวดับ... พรึบ... แล้วสว่างจ้า.
อีกครั้ง กลางวันแดดจ้า ก้มเก็บของที่พื้น เงยหน้าขึ้นมา... วูบ. ความว่างเปล่า หัวใจเต้นตุบๆ. เหมือนเมฆลอย ลอยช้าๆ. หน้าร้านหนังสือ คนเดินผ่าน. เสียงรถแล่น... เบาลง ทุกอย่างเบาลงไปหมด.
อาการหน้ามืด วิงเวียน เมื่อก้มเงย หรือเปลี่ยนท่า คือ ภาวะความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่า (Orthostatic Hypotension). เกิดจากเลือดส่งไปเลี้ยงสมองไม่ทันเมื่อร่างกายมีการขยับ เช่น จากท่านอนเป็นนั่ง หรือนั่งเป็นยืน.
- อาการอื่น ที่อาจพบร่วม: ตาพร่ามัว, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้, มึนงง, บางครั้งอาจหมดสติได้.
- สาเหตุทั่วไป: ภาวะขาดน้ำ, ยาบางชนิด (เช่น ยาลดความดัน), โรคหัวใจ, เบาหวาน, โรคทางระบบประสาท, อายุที่มากขึ้น.
- การดูแลเบื้องต้น: ลุกช้าๆ, ดื่มน้ำให้เพียงพอ, หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, สวมถุงน่องพยุงขา, ออกกำลังกายเบาๆ.
- ควรพบแพทย์ หากมีอาการรุนแรง, เกิดขึ้นบ่อย, หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต