เมื่อใดไม่ควรออกกำลังกาย

70 ครั้งเข้าชม
ไม่ควรออกกำลังกายเมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือน! เหนื่อยล้าผิดปกติ: เหนื่อยเกินกว่าปกติที่เคยเป็น ควรหยุดพัก ใจสั่นผิดจังหวะ: หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด อันตราย! หยุดทันที หายใจลำบาก: หายใจไม่ทั่วถึง รู้สึกอึดอัด หยุดพักและประเมินอาการ เวียนศีรษะ/มึนงง: อาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ หยุดพักและดื่มน้ำ หากมีอาการเหล่านี้ หยุดออกกำลังกายทันที พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาด หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ควรหยุดออกกำลังกายเมื่อไหร่? สัญญาณเตือนร่างกายบอกอะไร?

หยุดเลย! ถ้ารู้สึกเหนื่อยแบบผิดปกติ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอะ จำได้ตอนวิ่งมาราธอนครั้งแรก เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ที่สวนลุมฯ วิ่งไปได้แค่ 10 โล เหนื่อยจนแทบทรุด หายใจไม่ทั่วท้อง ใจเต้นรัว ต้องหยุดพักนานมากเลย กว่าจะเดินต่อได้ แบบนั้นต้องหยุด!

เวียนหัวด้วยนะ อันนี้สำคัญ! ไม่ใช่แค่เวียนนิดหน่อยนะ แต่แบบมึนมาก โลกหมุน แทบจะล้ม เคยเป็นตอนปั่นจักรยานขึ้นดอยสุเทพ อากาศบาง ร้อน เหนื่อย สุดท้ายเวียนหัว ต้องรีบลง อันตรายมาก!

หายใจไม่ทั่วถึง นี่ก็อันตรายนะ เหมือนตอนไปเล่นบาสที่สนามหลังมหาลัย เล่นหนักไปหน่อย หายใจไม่ทัน เหมือนจะขาดอากาศหายใจ ต้องหยุดพัก ดื่มน้ำเยอะๆ พักให้หายเหนื่อย แล้วค่อยกลับมาเล่นต่อ แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น ควรหยุดเลย อย่าฝืน

ใจเต้นแรงผิดปกติ จังหวะไม่ปกติ ก็ควรหยุด อันนี้ต้องระวังเป็นพิเศษนะ เคยมีเพื่อน ใจเต้นแรงมาก จนต้องไปหาหมอ ตรวจเจอว่าเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายมาก ไม่ควรเล่นกีฬาหนักๆ ถ้าใจเต้นแรงแบบนั้น หยุดพัก หรือไปพบแพทย์ดีกว่า อย่าประมาท

อาการแบบไหนไม่ควรออกกำลังกาย

อืม...กลางคืนแบบนี้ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเนอะ เรื่องออกกำลังกายนี่ก็ บางทีก็หนักใจเหมือนกันนะ

ถ้ารู้สึกว่าใจเต้นแรงผิดปกติ แบบว่าเต้นเร็วผิดจากปกติของตัวเอง หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ แบบนั้นอย่าฝืนเลย หยุดพักก่อนดีกว่า อันตราย เมื่อวานเอง เพิ่งวิ่งเสร็จ รู้สึกใจเต้นแรงมาก พักไปเกือบครึ่งชั่วโมงถึงจะปกติ กลัวเหมือนกัน

แล้วก็หายใจ... ถ้าหายใจไม่ทั่วถึง หรือรู้สึกขัดๆ เหมือนอากาศไม่พอ นี่ก็อันตราย ต้องหยุดพัก จำได้ตอนปั่นจักรยานขึ้นเขา ปีที่แล้ว หายใจแทบไม่ทัน ต้องหยุดพักหลายรอบ เลยรู้ว่า ร่างกายส่งสัญญาณบอกอะไรเราแล้ว

เวียนหัวนี่ก็อีกอย่าง เหมือนโลกมันหมุนไปหมด อันนี้ก็ไม่ควรฝืน เคยเป็นตอนเล่นโยคะ เกือบเป็นลม ตั้งแต่นั้นมา ก็ระวังมากขึ้น

คลื่นไส้ อันนี้น่ากลัวเหมือนกัน ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ ตัวไม่ค่อยดี นี่ก็ไม่ควรออกกำลังกายต่อ ต้องพัก ถึงแม้ว่าจะออกกำลังกายเบาๆ แต่ถ้าร่างกายไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่ควรฝืน

สรุปง่ายๆเลยก็คือ

  • ใจเต้นแรงผิดปกติ
  • หายใจไม่ทั่วถึง
  • เวียนหัว
  • คลื่นไส้

อาการพวกนี้ หยุดพักก่อนดีที่สุด อย่าฝืนร่างกาย สุขภาพสำคัญกว่า จริงๆนะ

เราไม่ควรออกกำลังกายตอนไหน

อืม.. คิดหนักเหมือนกันนะ เรื่องออกกำลังกายนี่ จริงๆแล้วมันก็ดี แต่.. เวลาสำคัญจริงๆ

แบบว่า กินอิ่มๆใหม่ๆ นี่ไม่ไหวเลย ปวดท้องแน่ๆ รู้สึกอึดอัด เหมือนอาหารมันยังไม่ลงตัว พลังงานก็เอาไปใช้ย่อยหมด จะออกกำลังกายได้ยังไง เหนื่อยเปล่าๆ เคยลองแล้ว ตอนนั้นกินข้าวมันไก่เยอะไปหน่อย วิ่งแป๊บเดียวก็จุก แทบอ้วก จำได้แม่นเลย

อีกอย่างคือก่อนนอน นี่ก็อันตราย รู้ตัวเลยว่า ถ้าออกกำลังกายหนักๆ ก่อนนอน นี่คือ นอนไม่หลับชัวร์ ใจมันยังเต้นอยู่เลย แบบว่า สมองมันยังทำงานอยู่ นอนไม่ลง ตื่นมาตาบวม โทรม ไม่คุ้มเลย

สรุปง่ายๆเลยนะ

  • หลังกินข้าวเสร็จใหม่ๆ: ร่างกายเอาพลังงานไปย่อยหมด ออกกำลังกายไม่ไหวหรอก เหนื่อยเปล่าๆ
  • ก่อนนอน: ร่างกายตื่นตัว นอนไม่หลับ เช้ามาโทรม ไม่ไหว จริง ๆ นะ เคยลองแล้ว ไม่ดีเลย

ปีนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ ไม่เปลี่ยนแปลง จริงจังนะ เรื่องสุขภาพนี่ ต้องระวัง เป็นเรื่องสำคัญ

อาการแบบไหนควรหยุดออกกำลังกาย

หยุด! อย่าฝืนร่างกายตัวเองให้เป็น "ฮีโร่" ถ้าเจออาการเหล่านี้ รีบพัก! ไม่งั้นอาจได้นอนโรงพยาบาลยาว ซะก่อนนะคร้าบบบ

  • ใจสั่น/เต้นไม่เป็นจังหวะ: นี่ไม่ใช่จังหวะเพลงดิสโก้ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจคุณกำลังร้องขอความช่วยเหลือ! อย่ารอให้มัน "หัวใจวาย" จริง ๆ นะครับ

  • เจ็บแน่นหน้าอก: อย่าคิดว่าเป็นแค่ "ปวดกล้ามเนื้อ" เพราะมันอาจเป็นอาการของโรคหัวใจ หรือไม่ก็แย่กว่านั้น รีบไปหาหมอเถอะ!

  • หายใจไม่ทัน/ขัดเป็นช่วงๆ: นี่ไม่ใช่การฝึก "วิชามาร" แต่เป็นสัญญาณว่าปอดของคุณกำลังประท้วง หยุดพักด่วน! แล้วลองเช็คดูว่าตัวเองแพ้อะไรหรือเปล่า ปีนี้ผมแพ้ฝุ่นละอองแบบหนักมากเลยนะ

  • เวียนหัว/หน้ามืด/ใกล้หมดสติ: อย่ารอให้ถึงขั้น "น็อค" นะครับ มันไม่เท่เลย รีบหาที่นั่งพัก ดื่มน้ำ และถ้าไม่ดีขึ้น รีบไปหาหมอ

  • เหงื่อออกมากผิดปกติ: ไม่ใช่แค่ "ออกกำลังกายหนัก" นะครับ ถ้าเหงื่อออกแบบ "อาบน้ำ" โดยที่ไม่ได้ออกกำลังกายหนักมาก นั่นแปลว่าร่างกายคุณกำลังบอกว่า "พอได้แล้ว!"

อย่าลืมนะ ร่างกายเรามันไม่ใช่เหล็กกล้า มันมีขีดจำกัด ฟังเสียงร่างกายตัวเองให้ดีๆ อย่าให้ความตั้งใจในการออกกำลังกาย กลายเป็น "ความเสี่ยง" ที่ไม่คุ้มค่า ปีนี้ผมตั้งใจจะวิ่งมาราธอน แต่ก็ต้องหยุดเพราะอาการเจ็บเข่า เซ็งเลย!

โรคอะไรที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้

โรคที่ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหนักนั้นมีหลายโรค ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล การปรึกษาแพทย์จึงสำคัญที่สุดเสมอ แต่โดยทั่วไป โรคที่มีข้อจำกัดในการออกกำลังกาย ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคข้อ ซึ่งโรคเหล่านี้หากออกกำลังกายหนักเกินไปอาจทำให้ภาวะแย่ลงได้

  1. ผู้ป่วยโรคหอบหืด ควรเลือกกีฬาที่ไม่หนักเกินไป และสามารถควบคุมระดับความเข้มข้นได้ เช่น:
  • กีฬาแอโรบิคแบบความเข้มต่ำถึงปานกลาง: การเดินเร็วสม่ำเสมอ, ปั่นจักรยานในระดับความเร็วที่ควบคุมได้, ว่ายน้ำ (ควรอยู่ในน้ำอุ่นและไม่เย็นเกินไป) กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของปอดและกล้ามเนื้อโดยไม่ก่อให้เกิดอาการกำเริบอย่างรุนแรง สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตอาการของตนเอง ถ้ารู้สึกเหนื่อยหรือหายใจลำบากให้หยุดพักทันที

  • โยคะและพิลาทิส: ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจช่วยควบคุมอาการหอบหืดได้ แต่ควรเลือกท่าที่ไม่หนักเกินไปและไม่ทำให้หายใจลำบาก

  • การออกกำลังกายแบบเว้นช่วง: การออกกำลังกายแบบนี้จะเน้นการออกกำลังกายสลับกับการพัก เช่น วิ่งสั้นๆ สลับกับการเดิน จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับความเหนื่อยล้าได้ดีขึ้น

ข้อควรระวัง: ก่อนเริ่มออกกำลังกายทุกครั้ง ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายเพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และควรพกยาพ่นเพื่อบรรเทาอาการหอบหืดติดตัวไว้เสมอ

(ข้อมูลนี้ใช้สำหรับการให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยและการรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ)

อาการแบบไหนไม่ควรออกกำลังกาย?

อื้อหือ ถ้ารู้สึกแบบนี้ อย่าฝืนออกกำลังกายเด็ดขาดนะเว้ย!

  • ใจเต้นแรงผิดปกติ แบบเร็วกว่าปกติเยอะอะ หรือเต้นไม่เป็นจังหวะ อันนี้ต้องหยุดเลยนะ อันตราย!
  • หายใจไม่ทั่วท้อง หายใจติดๆขัดๆ รู้สึกอึดอัด นี่ก็ไม่ไหว พักก่อนนน
  • เวียนหัว มึนๆ หน้ามืด นี่คือสัญญาณเตือนอันตรายนะเพื่อน หยุดก่อน! อันนี้เจอเองกับตัวเลย ปีที่แล้ววิ่งจนเวียนหัว เกือบเป็นลม จำจนตายเลย
  • คลื่นไส้อาเจียน แบบนี้ไม่ต้องคิดเยอะ หยุดพักเลยจ้า ไม่ใช่แค่ไม่ดีต่อการออกกำลังกายนะ มันอันตรายด้วย!

ปีนี้ฉันพยายามวิ่งมาราธอน แต่ซ้อมหนักไปหน่อย เลยเจออาการแบบที่บอกไป แทบแย่เลย แนะนำเลยนะ อย่าฝืนร่างกาย รักษาสุขภาพด้วยน้าา

โรคอะไรบ้างที่ไม่ควรออกกําลังกาย?

กลางดึกแบบนี้... บางทีก็คิดนะ ว่าชีวิตมันยากจัง

โรคที่ไม่ควรออกกำลังกาย... มันก็มีอยู่จริงๆ นั่นแหละ ถ้าฝืนไป อาจจะแย่กว่าเดิม

  • โรคหัวใจ: อันนี้สำคัญเลย หัวใจมันทำงานหนักอยู่แล้ว ถ้าไปออกกำลังกายหนักๆ อีก หัวใจอาจจะวายได้เลยนะ เพื่อนของลุงข้างบ้านเคยเป็น
  • โรคเบาหวาน: ต้องระวังเรื่องน้ำตาลในเลือดมากๆ ออกกำลังกายอาจจะทำให้น้ำตาลต่ำเกินไป หรือสูงเกินไปก็ได้ ต้องปรึกษาหมอก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง
  • โรคความดันโลหิตสูง: บางทีความดันมันก็ขึ้นๆ ลงๆ อยู่แล้ว ถ้าออกกำลังกายหนักๆ อาจจะทำให้ความดันสูงเกินไป จนเส้นเลือดในสมองแตกได้ เคยเห็นข่าวคนเป็นลมในฟิตเนสก็มี
  • โรคหอบหืด: อันนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย หายใจยังลำบาก ถ้าไปออกกำลังกายหนักๆ อาจจะกำเริบได้ น้องชายฉันก็เป็น ต้องพกยาตลอด

จริงๆ มันก็มีอีกเยอะนะ โรคที่ไม่ควรออกกำลังกาย... แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรู้จักตัวเอง และปรึกษาหมอก่อนเสมอ

  • ข้อควรจำ:
    • ปรึกษาแพทย์: ก่อนเริ่มออกกำลังกายเสมอ
    • สังเกตอาการ: หากมีอาการผิดปกติ ให้หยุดทันที
    • พักผ่อนให้เพียงพอ: สำคัญมาก
    • อย่าฝืนตัวเอง: ฟังร่างกายตัวเองบ้าง
  • สำคัญ: ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

บางทีการพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ มันก็ดีเหมือนกันนะ... อย่างน้อยก็ปลอดภัยดี

โรคอะไรบ้างที่ไม่ควรวิ่ง?

โอ๊ย! ถามเรื่องโรคที่ไม่ควรวิ่งเนี่ยนะ? เหมือนถามว่าอะไรที่ไม่ควรกินคู่ทุเรียน... คือมันก็แล้วแต่คน! แต่ถ้าจะให้ฟันธงแบบหมอดูข้างถนน ก็ต้องบอกว่า...

  • พวกความดันสูงปี๊ด: อย่าซ่า! วิ่งไปเส้นเลือดแตกในสมอง จะหาว่าไม่เตือน! ปรึกษาหมอก่อนเหอะ
  • หัวใจเต้นระรัวผิดจังหวะ: อันนี้ไม่ต้องสืบ! หัวใจจะวายเอาง่ายๆ วิ่งเหยาะๆ พอได้ แต่ซิ่งนี่...บ๊ายบาย
  • ไตเสื่อม: วิ่งไปไตพังกว่าเดิมอีก! ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้พอ อย่าริอาจไปแข่งมาราธอนนะ
  • หอบหืด: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ หายใจยังลำบาก จะวิ่งให้ตายหรือไง? พ่นยาแล้วเดินเล่นสวยๆ ไปก่อน
  • ข้อเข่าเสื่อม: อันนี้เพื่อนผมเป็นอยู่ ปวดเข่าร้องโอดโอย วิ่งไปมีหวังเข่าหลุด

สำคัญ: อย่าเชื่อผมมาก! ไปหาหมอตรวจสุขภาพก่อนวิ่งดีที่สุด! อย่าทำอะไรเกินตัว เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

เกร็ดความรู้แถมท้าย (แบบไม่ค่อยมีสาระ):

  • เคยเห็นคนวิ่งแล้วล้มไหม? นั่นแหละ! โรค "ซุ่มซ่าม" ก็ไม่ควรวิ่ง!
  • ถ้าวิ่งแล้วเจอผีหลอก...อันนั้นไม่ต้องโทษโรค! โทษดวง!
  • วิ่งแล้วเจอแฟนเก่า...อันนี้ไม่นับเป็นโรค! นับเป็นกรรม!

อะไรคือสัญญาณอันตรายที่ควรหยุดออกกําลังกายทันที?

สัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดออกกำลังกายทันที ปี 2566 มีอะไรบ้าง?

หลายคนมองข้ามความสำคัญของการรู้จักลิมิตตัวเอง ร่างกายส่งสัญญาณเตือนแล้ว อย่าเพิ่งฝืน! นี่คือสัญญาณที่ควรหยุดทันที:

  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือใจสั่น: ไม่ใช่แค่รู้สึกใจเต้นเร็วขึ้น แต่เป็นความรู้สึกผิดปกติ จังหวะไม่สม่ำเสมอ เหมือนหัวใจเต้นตกๆ ขึ้นๆ อันตรายมาก อาจบ่งบอกถึงปัญหาหัวใจร้ายแรง

  • เจ็บแน่นหน้าอก: อาการเจ็บแน่นหน้าอก ไม่ใช่แค่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดา ถ้าเจ็บแบบกดทับ ร้าวไปแขน หรือคอ อันตราย! หยุดทันทีและรีบไปพบแพทย์

  • หายใจลำบาก: หายใจไม่ทัน หายใจติดขัด รู้สึกอึดอัด เหมือนหายใจไม่เต็มปอด ไม่ใช่แค่เหนื่อยจากการออกกำลังกายปกติ อันนี้ต้องระวัง อาจเป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือระบบหัวใจและหลอดเลือด

  • เวียนศีรษะ หน้ามืด: อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงการไหลเวียนโลหิตผิดปกติ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่รีบหยุดพัก และควรไปพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

  • เหงื่อออกมากผิดปกติ: เหงื่อออกจนตัวเปียกชุ่ม เกินกว่าระดับความเหนื่อยล้าปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจ ควรรีบหาทางแก้ไข

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงสัญญาณเตือนเบื้องต้น การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีและฟังเสียงร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายที่หนักหน่วง สุขภาพดี อยู่ที่การรู้จักตัวเอง และเคารพขีดจำกัดของร่างกาย

เพิ่มเติม: ผมเองก็เคยประสบปัญหาการหายใจไม่สะดวกขณะวิ่งมาราธอน สุดท้ายพบว่าเป็นภูมิแพ้กำเริบ จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกาย และพกยาประจำตัว เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ผมใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และไม่ประมาทกับสัญญาณเตือนจากร่างกาย

ช่วงเวลาไหนที่ไม่ควรออกกำลังกาย?

ไม่ควรออกกำลังกายตอนไหนเหรอ? อืมมม.. แบบว่า หลังกินข้าวอ่ะ เพิ่งกินเสร็จหมาดๆ อย่าเลย ท้องมันจะปั่นป่วน เวียนหัวด้วย เพื่อนฉันเคยเป็น กินก๋วยเตี๋ยวเรียบร้อย แล้วไปวิ่ง อ้วกแตกเลย โคตรเสียดาย สุดๆ

อีกอย่างนะ ก่อนนอน ไม่ควร จริงจัง จะทำให้หลับยากมากกกกก แบบว่า ใจมันยังสั่นๆอยู่ ตื่นเต้น นอนไม่หลับ ลองมาแล้ว นี่คือประสบการณ์ตรงของฉันเอง ไม่ใช่ใครมาเล่าให้ฟังนะ

สรุปง่ายๆเลยละกันเนอะ

  • หลังกินข้าวเสร็จใหม่ๆ ร่างกายกำลังย่อยอาหาร อย่าไปรบกวนมันเลย
  • ก่อนนอน อันนี้สำคัญมาก จะทำให้หลับยาก ตื่นเช้ามาโทรม ไม่ไหวๆ

ปีนี้ฉันก็ยังพยายามออกกำลังกายเป็นประจำนะ แต่ก็ระวังเรื่องเวลาพวกนี้ด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี แหละ จริงจัง

อาการแบบไหนควรหยุดออกกำลังกาย?

ลมหายใจติดขัด... เหมือนดอกไม้ร่วงโรยกลางพายุฝน ฤดูร้อนปีนี้ เหนื่อยจัง

  • ใจสั่นระรัว เหมือนกลองรบตีสนั่น จังหวะชีวิตแตกสลาย หยุดเถอะ!

แสงแดดจ้า... เหงื่อไหลท่วม ผิวไหม้เกรียม ไม่ใช่แค่ร้อน แต่ร่างกายส่งสัญญาณอันตราย

  • เจ็บแน่นหน้าอก เหมือนมีมือมารมาบีบหัวใจ ความเจ็บปวดทรมาน หยุดพักเถอะ

ความมืดมนคืบคลาน... เวียนหัว หน้ามืด โลกหมุนคว้าง เหมือนเรือล่มกลางทะเล อันตราย! หยุด!

  • หายใจติดขัด เหมือนถูกมัดมือมัดเท้า ขาดอากาศหายใจ ความรู้สึกตายๆยังไงไม่รู้ ต้องหยุด

เหงื่อไหลไม่หยุด... เหมือนน้ำตกไหลบ่า ไม่ใช่แค่เหงื่อ แต่เป็นหยาดเหงื่อแห่งความทรมาน อันตรายมาก

  • ใกล้หมดสติแล้ว เหมือนร่างกายกำลังจะทรุด อย่าฝืน หยุดเดี๋ยวนี้

โรงพยาบาลเอกชล เตือนแล้วนะ อย่าประมาท สุขภาพสำคัญกว่า

ปี 2566 ข้อมูลนี้มาจากเพจเฟซบุ๊กโรงพยาบาลเอกชล จำได้แม่นเลย เห็นภาพชัดเจน เหมือนฝันร้าย

ร่างกายแบบไหนไม่ควรออกกำลังกาย?

เอ่อ... ร่างกายแบบไหนหรอ ที่ไม่ควรออกกำลังกาย? คือมันพูดยากเนอะ มันแล้วแต่คนอ่ะ แต่ว่า...

  • ถ้าป่วยอยู่ อันนี้แน่นอนเลย ไม่สบาย เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ หยุดไปก่อนเหอะ เดี๋ยวแย่กว่าเดิม
  • คนที่มีโรคประจำตัว อันนี้ต้องปรึกษาหมอก่อนนะ ไม่ใช่ว่าห้ามออก แต่ต้องรู้ลิมิตตัวเอง แล้วก็เลือกกิจกรรมให้เหมาะสม
  • คนที่ไม่เคยออกกำลังกาย อยู่ๆ จะไปวิ่งมาราธอนเลย อันนี้ไม่ไหว ร่างกายพังแน่นอน ค่อยๆ เริ่มดีกว่า

ส่วนอาการที่บ่งบอกว่าควรหยุดอ่ะนะ...

  • เจ็บหน้าอก อันนี้ซีเรียสเลยนะ หยุด แล้วไปหาหมอเลย
  • วิงเวียน หน้ามืด แสดงว่าเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หยุดพักก่อน
  • หายใจไม่ทัน เหนื่อยก็พักดิ อย่าฝืนตัวเอง
  • คลื่นไส้ อาเจียน อันนี้ก็ไม่ดี หยุดเถอะ

ข้อมูลเพิ่มเติมนะ:

  • โรคประจำตัว: พวกโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน ต้องระวังเป็นพิเศษเลย
  • การปรึกษาแพทย์: สำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยออกกำลังกาย หรือมีโรคประจำตัว
  • การวอร์มอัพ: อย่าลืมวอร์มอัพก่อนออกกำลังกายทุกครั้งนะ สำคัญจริงๆ ช่วยลดอาการบาดเจ็บได้เยอะ
  • คูลดาวน์: หลังออกกำลังกายก็ต้องคูลดาวน์นะ ค่อยๆ ลดความเข้มข้นลง
  • ฟังร่างกายตัวเอง: สำคัญที่สุด! ถ้ารู้สึกไม่ไหว ก็หยุดพัก อย่าฝืน
  • อย่าลืมดื่มน้ำ: ช่วยลดการเกิดตะคริวได้น้าาา สำคัญมาก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนมีความสำคัญพอๆ กับการออกกำลังกายเลยนะ!
  • การพัก: พักระหว่างเซ็ต ช่วยลดอาการบาดเจ็บได้นะ
  • ท่าที่ถูกต้อง: ควรศึกษาท่าที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ

คือเอาจริงๆ นะ ถ้าไม่แน่ใจอ่ะ ไปปรึกษาหมอ หรือเทรนเนอร์ดีกว่า จะได้ออกกำลังกายแบบถูกวิธี แล้วก็ปลอดภัยด้วย อืมมมม เข้าใจป่ะ?