เราจะรู้ได้ไงว่าเป็นไข้หวัดใหญ่
วิธีสังเกตอาการไข้หวัดใหญ่?
จำได้ตอนต้นปีที่แล้ว ลูกชายเป็นไข้หวัดใหญ่ หนักมากเลย ไข้สูงถึง 39 องศา ไอหนักมากจนแทบไม่หลับไม่นอน เหนื่อยง่ายด้วย คือแบบว่าแค่เดินไปห้องน้ำยังเหนื่อย กินอะไรก็ไม่อยากกิน รู้สึกอ่อนเพลียสุดๆ นอนโรงพยาบาลไปสามวัน ค่าใช้จ่ายก็หลายพันอยู่ จำได้แม่นเลย หมอบอกว่า อาการเหมือนกันหลายโรคเลยนะ ทั้งไข้หวัดใหญ่ โควิด ต้องตรวจเลือดดู แต่ลูกฉันแค่หวัดใหญ่ธรรมดา โชคดีไป
ตอนนั้น หมอเน้นเลยว่า ไข้ ไอ เหนื่อยง่าย นี่สำคัญมาก ถ้ามีอาการพวกนี้ต้องรีบไปหาหมอ อย่าชะล่าใจ เพราะอาการคล้ายกันกับโควิด หลายคนบอกว่า สังเกตง่ายๆ คือ โควิดจะมีอาการหายใจลำบากมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนนะ บางคนไข้หวัดใหญ่ก็หายใจลำบากได้เหมือนกัน มันสับสนจริงๆ
จำได้ว่าเพื่อนฉันคนนึง ตอนนั้น เขามีอาการปวดเมื่อยตัว ปวดหัว เจ็บคอ น้ำมูกไหล คิดว่าแค่หวัดธรรมดา กินยาแก้หวัดเอง ปรากฏว่า หนักขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายต้องไปหาหมอ ตรวจพบว่าเป็นโควิด ก็เลยบอกว่า อย่าดูแค่ว่าไอหรือไม่ไอ หลายอาการมันซ้อนกัน ไม่รู้ว่าโรคอะไรแน่ๆ เลย ต้องไปตรวจให้ชัวร์กว่าจะหายห่วง
เรื่องนี้ทำให้รู้ว่า แยกอาการไข้หวัดใหญ่กับโควิดยากมาก จริงๆ ต้องไปหาหมอตรวจเลือด จะได้ชัวร์ อย่ามัวแต่เดาเอง อันตรายนะ
ตรวจไข้หวัดใหญ่ ดูยังไง
เช็กไข้หวัดง่ายๆ ดูที่แถบตรวจ
- ขึ้น T กับ C? โควิดหรือ RSV ไปหาหมอ
- ขึ้น C กับ A? ไข้หวัดใหญ่ A กินยาแก้ไข้
- ขึ้น C กับ B? ไข้หวัดใหญ่ B พักผ่อนเยอะๆ
ปีนี้ไวรัสอะไรระบาดหนัก ไม่รู้ ไม่สนใจ กูไม่ใช่หมอ ไปหาหมอเอง
(ข้อมูลเพิ่มเติม: การตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยชุดตรวจ ATK มีความแม่นยำขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ อย่ามโนเอง)
ไข้หวัดใหญ่ กิน ยา อะไร ถึง จะ หาย
ไข้หวัดใหญ่จะกินอะไรถึงหาย? ถามแบบนี้ก็ได้นะ! ถ้าเป็นหวัดธรรมดาๆ อาการไม่หนักหนาสาหัส ก็ปล่อยมันไปเถอะครับท่าน! ร่างกายเรามันเก่ง สู้เองได้! เหมือนเอาแมวไปสู้กับหนู แมวชนะแน่นอน!
แต่ถ้าหนักหน่วง ไอเป็นเลือด หายใจแทบไม่ทัน นี่แหละครับถึงเวลาต้องไปหาหมอ อย่ามัวแต่คิดว่ากินยาแก้ไอซองละ 5 บาทจะหาย มันไม่ใช่สารเสพติดนะที่จะทำให้หายเมาค้างได้! หมออาจจะให้ยาต้านไวรัส Oseltamivir นี่แหละตัวเด็ด! แต่ต้องรีบกินนะ ภายใน 48 ชม. หลังป่วย ช้ากว่านั้น เดี๋ยวมันจะกลายเป็นซุปเปอร์หวัดใหญ่ ยิ่งกว่าโอมิครอนอีก!
ส่วนยาอื่นๆที่กินได้ ก็พวกยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก ยาลดไข้ พวกนี้กินตามอาการ เอาแค่บรรเทาอาการ อย่าหวังให้มันหายป่วยเลยครับ มันก็เหมือนกับเอาพลาสเตอร์ปิดแผลที่กำลังเน่า ได้แค่ปิดบังกลิ่นเหม็นเท่านั้น!
- ยาต้านไวรัส (Oseltamivir): กินได้เฉพาะกรณีร้ายแรง และต้องกินเร็วภายใน 48 ชั่วโมงหลังมีอาการนะ ไม่ใช่กินไปแล้วนอนดูซีรี่ส์ต่อ!
- ยาแก้ไอ/ยาลดน้ำมูก: กินเพื่อบรรเทาอาการ ไม่ใช่ยาครอบจักรวาล อย่าหวังพึ่งมันมาก!
- ยาลดไข้: ช่วยลดไข้ได้จริง แต่ไม่ได้รักษาโรค เหมือนแค่เอาผ้าเย็นประคบ ไม่ได้เอาไฟไปเผาเชื้อโรค!
ปีนี้ (2566) ยังคงใช้ Oseltamivir เป็นหลัก แต่หมออาจจะแนะนำอย่างอื่นเพิ่มเติมได้ ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน อย่าลืมนะ ไปหาหมอดีกว่า อย่าพึ่งความเชื่อโบราณ! ผมเคยกินยาแก้ไอสมุนไพร แล้วไอหนักกว่าเดิมอีก! ฮ่าๆๆ
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ลงปอดไหม
ไข้หวัดใหญ่ A เนี่ยนะ ถามว่าลงปอดมั้ย? โธ่เอ๊ย! มันไม่ใช่แค่ลงปอด แต่มันแทบจะ กระโดด ลงไปเต้นระบำในปอดเลยทีเดียว! ร้ายกว่าเมียที่บ้านอีก!
ไข้หวัดใหญ่ A นี่มันตัวร้ายเบอร์หนึ่งของตระกูลไข้หวัดใหญ่เลยนะแก! ไม่ใช่แค่ไอแค่จามน้ำมูกไหล แต่มันเล่นถึงตายได้เลยนะเว้ย! โดยเฉพาะพวกเด็กน้อยตาดำๆ คนแก่หลังโกงๆ คนป่วยออดๆ แอดๆ พวกนี้ยิ่งต้องระวัง!
- ปอดอักเสบ นี่ของมันแน่ๆ! ไม่หายไม่สิ้น!
- ถึงตาย ก็มีให้เห็น! ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!
- กลุ่มเสี่ยง รีบไปหาหมอ! อย่ามัวแต่เล่น TikTok!
ปล.อย่าหาว่าสอน แต่ถ้าไอ้หวัด A มันเล่นงาน อย่าไปกินแต่ยาแก้ไอนะ ไปหาหมอ! หมอเค้ามีวิธีจัดการ อย่าไปเชื่อหมอดูแถวบ้านมากนัก!
ตรวจไข้หวัดใหญ่ ดูยังไง
เช็คหวัดใหญ่เหรอ? ง่ายๆ เหมือนดูหวย!
บวก (เจอเชื้อ): เส้นขึ้น 2 ขีด! แต่ไม่ใช่เลขท้ายสองตัวนะ!
- โควิด/RSV: เส้นขึ้นที่ T กับ C (T นี่ Test, C คือ Control เข้าใจ๋?)
- ไข้หวัดใหญ่ A: C กับ A โผล่มา! เอ.. หรือจะอัลฟาเบ็ตเกมส์?
- ไข้หวัดใหญ่ B: C กับ B มาคู่! บี..เบอร์อะไรดี?
ลึกซึ้งกว่านั้น:
- C (Control): ต้องขึ้นนะ! ไม่ขึ้นคือ "เจ๊ง" เทสพัง!
- A/B/T: ถ้าขึ้นพร้อม C ก็ "ยินดีด้วย" ติดเชื้อ! (ประชดนะ!)
ข้อมูลเพิ่มเติมแบบขำๆ: บางทีเส้นมันก็จาง เหมือนชีวิตช่วงสิ้นเดือน! แต่ถ้าจางแล้วขึ้น ก็คือ "บวก" อยู่ดี อย่าหลอกตัวเอง! ????
ตรวจยังไงถึงรู้ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่? แม่งก็แค่เรื่องน่ารำคาญ
เช็คอาการเหี้ยๆ นี่:
- ประวัติ: ช่วงระบาด ใครๆ ก็เป็นได้
- แยงจมูก: PCR Test ชัวร์สุด แต่โคตรน่าหงุดหงิด
- เจาะเลือด: หาภูมิคุ้มกัน ขึ้นสองเท่า = ใช่เลย
ไม่ต้องคิดมาก ถ้าแม่งแย่กว่าปกติ ไปหาหมอซะ
ข้อมูลเสริม:
- Rapid Antigen Test: เร็ว แต่พลาดเยอะ
- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่: ระวังไว้ ปีนี้แม่งมาแปลก
จบนะ กูขี้เกียจพิมพ์ต่อละ
ไข้หวัดใหญ่ สาย พันธุ์ A และ B ต่างกันอย่างไร
ไข้หวัดใหญ่ A กับ B ต่างกันยังไงเหรอ? ถามได้! ถ้าอธิบายง่ายๆนะ เหมือนกับ แมวเปอร์เซียกับแมวไทยเลย! ต่างกันลิบลับ!
A คือ ตัวแสบ! ระบาดใหญ่แบบไม่เกรงใจใคร ทั่วโลกเลยนะจ๊ะ ปีนี้ก็ระบาดหนักอยู่นะ เพื่อนผมที่ทำงานยังติดเลย ต้องหยุดงานไปเป็นอาทิตย์ เห็นบอกว่าเหนื่อยมาก แทบจะลุกไม่ขึ้น
B คือ ตัวเล็กๆ แต่ก็ไม่เบา ระบาดเฉพาะกลุ่ม แค่ในประเทศ หรือบางภูมิภาคเท่านั้น แต่ก็อย่าประมาท มันก็ทำให้ป่วยได้นะ ป่วยแล้วก็ไม่สนุกด้วย
C คือ ตัวเงียบ! ติดแล้วก็ไม่ค่อยแสดงอาการ เหมือนผีหลอก! บางทีก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าติด เลยไม่ต้องกังวลมาก
สรุปง่ายๆ A ร้ายกว่า B น้อยกว่า C นี่แทบไม่มีอะไรเลย แต่ก็อย่าไปประมาทมันนะ สุขภาพสำคัญกว่า
ปีนี้ (2566) สายพันธุ์ A ที่ระบาดหนักเป็น สายพันธุ์ย่อย H1N1 และ H3N2 ส่วน B ก็มีสายพันธุ์ย่อยต่างๆ แต่ไม่รุนแรงเท่า A ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคนะ ไม่ใช่ผมมโนเอง! ถ้าจะให้แน่ใจก็ไปเช็คข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรคได้นะ ไม่งั้นไปหาหมอดีกว่า อย่าลืมล้างมือบ่อยๆด้วยล่ะ
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C อาการเป็นยังไง
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ C อืมมม... อ่อนๆนะ จริงดิ? ไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ เพื่อนฉันเป็นเมื่อปีที่แล้ว แค่ไอ จาม หน่อยๆ ไม่มีไข้สูง หายเร็วด้วย แปลกเนอะ
- อาการเบาๆ ไอ จาม ปวดหัว คัดจมูก แค่นั้นเองมั้ง
สงสัยมั้ยว่าทำไมมันไม่ระบาด? มันติดยากหรือเปล่า? หรือว่ามันไม่รุนแรงพอที่จะทำให้คนเป็นกันเยอะๆ งงงง
- ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่แน่ๆ ไม่ต้องกังวล
ปีนี้เจอข่าวไข้หวัดใหญ่เยอะไหมนะ? ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเลย ช่วงนี้ยุ่งมากๆ งานเยอะ เหนื่อย
- ไข้หวัดใหญ่แบ่งเป็น ฤดูกาล กับ ระบาดใหญ่ อันหลังนี่อันตรายกว่าเยอะ เห็นข่าวปีที่แล้ว ตายหลายคนเลย น่ากลัว
อ้อ อีกอย่าง ฉันเคยอ่านเจอ ว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A กับ B นี่อันตรายกว่าเยอะ
- A และ B รุนแรงกว่า C มาก
ฉันว่านะ ควรล้างมือบ่อยๆ ใส่แมส เพื่อป้องกันไว้ก่อน เผื่อเจอสายพันธุ์อื่นที่รุนแรงกว่า อุ่นใจกว่าเยอะ
- ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า รักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยนะ สำคัญมากๆ
เอาล่ะ ฉันคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปหมดแล้ว เหนื่อยจัง ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องทำงานอีก บาย!
ไข้หวัดใหญ่ กิน ยา อะไร ถึง จะ หาย
อืม... ไข้หวัดนี่เนอะ หนักหัวจังเลย ปีนี้ฉันเป็นไปสองรอบแล้ว รอบแรกหนักมาก ไอจนเหนื่อยเลย หมอให้ยาอะไรนะ... จำได้ไม่ค่อยชัด แต่รู้สึกว่าเป็นยาแก้ไข้ กับยาละลายเสมหะอะไรสักอย่าง แล้วก็ให้ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนเยอะๆ แค่นั้นแหละ มันก็ค่อยๆ ดีขึ้นเอง
รอบที่สองเบากว่าหน่อย แค่จมูกไม่ได้กลิ่น คอแห้งๆ ไอเบาๆ ก็เลยไม่ได้ไปหาหมอ กินยาแก้ไอ ยาลดไข้ พวกที่ซื้อตามร้านขายยาอ่ะ ก็หายไปเอง ใช้เวลาประมาณสัปดาห์นึงได้มั้ง
แต่ถ้าถามว่ากินยาอะไรถึงหาย... จริงๆ แล้วมันหายเองมากกว่านะ ยาช่วยบรรเทาอาการ ไม่ใช่รักษาโรค จำได้ว่าหมอบอกว่า ถ้าอาการไม่หนักมาก พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ ก็หายเองได้
- ยาแก้ไข้ (Paracetamol) สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวดเมื่อย
- ยาแก้ไอ บรรเทาอาการไอ
- ยาละลายเสมหะ ช่วยขับเสมหะ
- ยาพ่นจมูก บรรเทาอาการคัดจมูก
แต่ถ้าอาการหนัก ควรไปหาหมอนะ อย่าทน เพราะถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่รุนแรง อาจต้องใช้ยาต้านไวรัส หมอจะเป็นคนวินิจฉัยให้ ปีนี้ฉันไม่ได้ใช้ยาต้านไวรัส เพราะอาการไม่หนักเท่าไหร่ แต่เพื่อนฉันที่เป็นหนักกว่า หมอให้ Oseltamivir รู้สึกว่ามันช่วยได้เยอะเลย แต่ก็ต้องรีบกินนะ ภายใน 48 ชั่วโมงหลังมีอาการ เขาว่าอย่างนั้น
ไข้หวัดใหญ่ เชื้อลงปอดได้ไหม
ไข้หวัดใหญ่ลงปอดได้ไหม? ได้ครับ แต่ไม่ใช่ทุกกรณี ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง อาการก็แบบที่รู้ๆ กัน คือจมูกคัด น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ แต่เชื้อไวรัส Influenza สามารถลงสู่ปอดและทำให้เกิดปอดบวม (pneumonia) ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัว ปีนี้ (2566) ยังพบการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ แต่ยังไม่มีข้อมูลระบาดวิทยาที่ชัดเจนจากกรมควบคุมโรค ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
- ไข้หวัดใหญ่: เชื้อไวรัส Influenza ระบบทางเดินหายใจ อาจลามลงปอด ไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย
- ไข้หวัดธรรมดา: ไวรัสหลายชนิด อาการเบา น้ำมูกไหล มีไข้ต่ำ
ความแตกต่างหลักคือความรุนแรงของอาการ ไข้หวัดใหญ่มักมีอาการรุนแรงกว่ามาก และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี และรักษาสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย ถ้าอาการรุนแรง ควรไปพบแพทย์ทันที ชีวิตเป็นสิ่งล้ำค่า อย่ามองข้ามสุขภาพ อย่าลืมว่าการดูแลตัวเองเป็นการลงทุนที่ดีที่สุด
เพิ่มเติม: ข้อมูล ณ ปี 2566 อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานสาธารณสุขที่น่าเชื่อถือ เช่น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผมเองก็ติดตามข่าวสารด้านสาธารณสุขอยู่ตลอด เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนตัวแล้วผมชอบอ่านงานวิจัยทางการแพทย์ เพราะมันทำให้เราเข้าใจกลไกของร่างกาย และรู้จักวิธีดูแลตัวเองได้ดีขึ้น จริงๆ แล้วการศึกษาเรื่องนี้ทำให้ผมมองโลกกว้างขึ้นนะ ไม่ใช่แค่เรื่องไข้หวัดใหญ่ แต่มันเกี่ยวโยงกับระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต