เลือด Positive กับ Negative ต่างกันอย่างไร

5 ครั้งเข้าชม
หมู่เลือด Rh กำหนดจากแอนติเจน D บนเม็ดเลือดแดง หากมีแอนติเจน D คือ Rh บวก (Rh positive) หากไม่มีคือ Rh ลบ (Rh negative) คนไทยส่วนใหญ่ Rh บวก Rh ลบพบน้อย การทราบหมู่เลือด Rh สำคัญในการวางแผนการตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนระหว่างแม่และลูก เหตุผล: กระชับและชัดเจน: อธิบายความแตกต่างระหว่าง Rh บวกและ Rh ลบอย่างตรงไปตรงมา เน้นความสำคัญ: กล่าวถึงความสำคัญของการทราบหมู่เลือด Rh โดยเฉพาะในการตั้งครรภ์ ข้อมูลใหม่: เสริมข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนการตั้งครรภ์ ซึ่งมักไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรงในคำอธิบายพื้นฐาน ไม่ทับซ้อน: เนื้อหาไม่ได้ซ้ำซ้อนกับคำอธิบายเดิมมากนัก และเน้นประเด็นที่ต่างออกไป
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

หมู่เลือด Rh Positive และ Negative: ความแตกต่างที่มีผลต่อสุขภาพ

หมู่เลือด Rh เป็นการจำแนกเลือดตามการมีหรือไม่มีแอนติเจน D บนผิวเม็ดเลือดแดง โดยผู้ที่มีแอนติเจน D อยู่บนเม็ดเลือดแดงจะจัดเป็นหมู่เลือด Rh positive ส่วนผู้ที่ไม่มีแอนติเจน D จะจัดเป็นหมู่เลือด Rh negative

ในประเทศไทย ประชากรส่วนใหญ่มีหมู่เลือด Rh positive ขณะที่ผู้ที่มีหมู่เลือด Rh negative มีจำนวนน้อยกว่ามาก การทราบหมู่เลือด Rh เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนการตั้งครรภ์ในกรณีที่แม่มีหมู่เลือด Rh negative เพราะอาจนำไปสภาวะแทรกซ้อนระหว่างแม่และลูกได้

ความสำคัญของหมู่เลือด Rh ในการตั้งครรภ์

ในระหว่างตั้งครรภ์ หากแม่มีหมู่เลือด Rh negative และลูกในครรภ์มีหมู่เลือด Rh positive อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า Rh incompatibility หรือภาวะหมู่เลือดแม่ลูกไม่เข้ากันได้ ซึ่งเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของแม่สร้างแอนติบอดีต่อแอนติเจน D ของลูก

แอนติบอดีเหล่านี้สามารถผ่านรกเข้าไปทำลายเม็ดเลือดแดงของลูกได้ โดยการทำลายนี้จะรุนแรงยิ่งขึ้นในแต่ละครั้งที่ตั้งครรภ์ถัดๆ ไป ซึ่งอาจนำไปสภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ภาวะตัวเหลืองรุนแรงในทารกแรกเกิด และในกรณีรุนแรงที่สุด อาจทำให้ทารกเสียชีวิตได้

เพื่อป้องกันภาวะเหล่านี้ แพทย์จะฉีดยา Rh immunoglobulin (RhIg) ให้กับแม่ที่มีหมู่เลือด Rh negative ขณะตั้งครรภ์หรือหลังคลอด เพื่อยับยั้งการสร้างแอนติบอดีต่อแอนติเจน D และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ Rh incompatibility