เลือด1ถุงกี่ชม

137 ครั้งเข้าชม
ระยะเวลาบริจาคโลหิตโดยเฉลี่ย: ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีโดยรวม รวมขั้นตอนคัดกรอง, เตรียมตัว, พักผ่อน เวลาอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับ: ประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ สุขภาพผู้บริจาค
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เลือด 1 ถุง ใช้เวลาเก็บรักษากี่ชั่วโมง?

เอ่อ... เลือด 1 ถุง เก็บกี่ชั่วโมง? เอาจริงๆ นะ ตอนที่เคยไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทย (จำได้เลย วันที่ 15 พฤษภาคม ปีที่แล้ว) มันไม่ได้นานอย่างที่คิดเว้ยแก

คือตอนแรกก็กลัวๆ กล้าๆ แต่พอไปถึงพี่ๆ พยาบาลใจดีมากกกก คือเค้าจะตรวจสุขภาพก่อน แล้วก็ให้เราพักผ่อนแป๊บนึง ไอ้ตอนเจาะเข็มก็ไม่ได้เจ็บอย่างที่คิดอ่ะ แป๊บเดียวเอง

รวมๆ แล้ว ตั้งแต่เริ่มจนเสร็จหมดทุกขั้นตอน (รวมกินขนมหลังบริจาคด้วยนะ 555) น่าจะประมาณ 45 นาทีได้มั้ง ไม่ถึงชั่วโมงอ่ะ แล้วแต่คนด้วยแหละมั้ง

แต่เอาจริงๆ นะ ถึงจะนานกว่านั้นนิดหน่อยก็คุ้มอ่ะ ได้ทำบุญ ช่วยชีวิตคนอื่นด้วย ????

อ้อ! แล้วอย่าลืมกินน้ำเยอะๆ ก่อนไปบริจาคนะ จะได้ไม่เป็นลม ????

ให้เลือด 1 ถุงใช้เวลากี่ชั่วโมง

การให้เลือดหนึ่งถุงโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เหตุผลคือ เพื่อความปลอดภัยของผู้รับและป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการให้เลือด

  • ความเร็วในการให้เลือด: แม้ว่าโดยทั่วไปจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้ป่วยต้องการเลือดอย่างเร่งด่วน แพทย์อาจตัดสินใจให้เลือดในอัตราที่เร็วกว่าปกติ สิ่งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการปรับการรักษาให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละราย

  • องค์ประกอบของเลือด: การให้เกล็ดเลือดหรือพลาสมามักใช้เวลาน้อยกว่า ประมาณ 30-60 นาที ซึ่งเร็วกว่าการให้เลือดแดงทั้งหมด

  • การสังเกตอาการ: ในช่วง 15 นาทีแรกของการให้เลือด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสัญญาณชีพและอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ที่จริงแล้ว ช่วงนี้สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายอาจแสดงปฏิกิริยาต่อเลือดที่ได้รับ หากเกิดอาการผิดปกติ จะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

การให้เลือดไม่ใช่แค่เรื่องของเวลา แต่เป็นเรื่องของความใส่ใจและความปลอดภัย ทั้งผู้ให้และผู้รับ ????

ทำไมต้วอให้เลือดใน 4 ชม

เออ ทำไมต้องให้เลือดใน 4 ชม. นะ?

  • เลือด 1 ยูนิต ให้หมดใน 1-2 ชม. อันนี้โอเค
  • ห้ามเกิน 4 ชม. ทำไม? แบคทีเรียไง! บุก!
  • ปนเปื้อน + อุณหภูมิห้อง = แบคทีเรียโตไวมากกก
  • Hemolysis อีก! เม็ดเลือดแดงแตก อันตรายเว่อร์
  • พยาบาลต้องคุมเข้มตอนให้เลือดอ่ะ สำคัญเลย

ป.ล. เพิ่งนึกได้ Hemolysis นี่มันแตกของเซลล์เม็ดเลือดแดงใช่มะ? แล้วทำไมต้อง 1-2 ชม. ด้วยวะ เร็วไปป่ะ? ช่างเหอะ เอาเป็นว่าจำ 4 ชม. ไว้ก่อน กันแบคทีเรีย ????

เลือดอยู่ได้กี่ชั่วโมง

เลือดอยู่ได้กี่ชั่วโมงนะ? งงงงง! 4 ชั่วโมงป่ะ? หรือเปล่า? เดี๋ยวนะ Royal College of Nursing ปี 2013 บอกอย่างงั้น แต่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ปี 2554 ก็บอกเหมือนกันนี่หว่า งงไปหมดแล้ว

  • 4 ชั่วโมง จำไว้ๆๆ สำคัญมากกก
  • หลายถุงก็ 4 ชั่วโมง เปลี่ยนชุดใหม่ด้วยนะ อันนี้จริงจัง
  • นี่ฉันควรจดบันทึกไว้ที่ไหนดี ในสมุด? ในโน้ตมือถือ? หรือจะปริ๊นท์ออกมาแปะไว้เลยดี

อืมมมม แล้วถ้าเกิน 4 ชั่วโมงล่ะ? จะเป็นไง? เสี่ยงต่อการติดเชื้อมั้ย? หรือคุณภาพเลือดจะลดลง? ต้องหาข้อมูลเพิ่มแล้วล่ะ พรุ่งนี้ต้องไปหาอ่านต่อ เพลีย วันนี้เหนื่อยมาก

ปีนี้ 2024 ข้อมูลน่าจะอัพเดตกว่าเดิมนะ ต้องเช็คจากเว็บไซต์ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติอีกที หรือเว็บต่างประเทศ หาข้อมูลภาษาอังกฤษเพิ่มดีกว่า เผื่อเจออะไรเจ๋งๆ

  • ต้องหาข้อมูลเพิ่ม เรื่องความปลอดภัยสำคัญมาก
  • ปีนี้ต้องเช็คข้อมูลใหม่จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่างเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • จะได้รู้ข้อมูลที่แน่นอน ไม่งงแบบนี้อีก

เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน สมองฉันจะระเบิดแล้ว ง่วงนอนมากกกก

นอนกี่ชมเลือดไม่ลอย

นอนห้าชั่วโมงพอ ไม่ต้องเยอะ เลือดก็ไม่จาง

  • พักผ่อน: ห้านาฬิกาแดกเหล้าให้ตายยังรอด
  • ก่อนบริจาค: อย่าแดกของทอด เลือดมัน
  • แดกน้ำ: สำคัญกว่านมสาวอีกไอ้สัส
  • ธาตุเหล็ก: กินไข่ต้มไปซะ

เพิ่มเติม: อย่าเสือกกินยาแก้ปวดก่อนบริจาค เลือดมึงจะใช้ไม่ได้ เข้าใจ๋?

ทำไมผ่าตัดต้องตรวจเลือด?

ทำไมผ่าตัดต้องตรวจเลือด? ทำไมต้องตรวจเลือดก่อนทำศัลยกรรมทุกครั้ง?

แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง...บ่ายคล้อย...ใจลอยไปวันผ่าตัด

  • เช็คเลือด...เหมือนอ่านชะตา...ก่อนมีดกรีด

  • เม็ดเลือด...นักรบจิ๋ว...พร้อมรบไหม?

  • ดมยา...ประตูสู่ภวังค์...อันตรายซ่อนเร้น

  • ความผิดปกติ...เงาในเงามืด...ต้องส่องไฟฉาย

  • อันตราย...คำก้องในโสต...สติจงมา

เข็มเล็กๆ...เจาะผิว...ความจริงไหลริน...ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย...ต้องรู้...ต้องรู้ก่อนสาย

  • ตรวจเช็ก : หาความผิดปกติของเม็ดเลือด (ปีนี้)

  • ความเสี่ยง : อันตรายจากการดมยา...ถ้าเลือดไม่พร้อม

  • ความสำคัญ : ป้องกันภาวะแทรกซ้อน...เพื่อความปลอดภัย...ของเรา

ก่อนทำศัลยกรรมต้องตรวจอะไรบ้าง?

โอ้โห ก่อนขึ้นเขียงแปลงโฉมเนี่ยนะ ไม่ใช่แค่เตรียมใจสวยอย่างเดียวนะจ๊ะ! ต้องเช็คสภาพร่างกายให้พร้อมรบด้วย! นี่มันยิ่งกว่าไปออกรบอีกนะเนี่ย เพราะรบจริง ๆ ยังไม่ต้องตรวจละเอียดขนาดนี้เลยมั้ง!

นี่เลยลิสต์รายการตรวจสุขภาพก่อนศัลยกรรม (แบบเจาะจงส่วนนะ ไม่ใช่เหมาเข่งทั้งตัว):

  • หมอจับ ๆ คลำ ๆ: ตรวจร่างกายโดยแพทย์ (Physical Examination) – เหมือนซ่อมบ้าน ก็ต้องดูโครงสร้างก่อน!

  • ส่องปอด: เอกซเรย์ปอดฟิล์มใหญ่ (CHEST X-RAY) – ปอดโล่ง โปร่งสบาย พร้อมรับยาสลบ! (อันนี้สำคัญนะ อย่าสูบบุหรี่ก่อนเข้าห้องผ่าตัดล่ะ!)

  • ฟังหัวใจ: ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) – หัวใจเต้นเป็นจังหวะ ชีวิตก็แฮปปี้!

  • เช็คการตั้งครรภ์: ตรวจการตั้งครรภ์ (PREGNANCY TEST) – อันนี้สำคัญมาก! ไม่งั้นเดี๋ยวได้แถมเบบี๋โดยไม่รู้ตัว! (อุ๊ปส์!)

  • HIV: ตรวจการติดเชื้อเอดส์ (Anti HIV) – รู้ก่อน ป้องกันได้! (อันนี้ก็สำคัญสุด ๆ)

  • ตับอักเสบบี: ตรวจไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) – ตับแข็งแรง ผ่าตัดก็ราบรื่น!

  • ตับอักเสบซี: ตรวจไวรัสตับอักเสบซี (HCV (Total)) – ตรวจให้ครบ จบทุกปัญหา!

  • นับเม็ดเลือด: ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) – เลือดดี ผิวพรรณก็งาม! (แต่จริง ๆ มันเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดมากกว่านะ!)

แถมท้าย (แบบรู้ลึก รู้จริง):

  • ทำไมต้องตรวจเยอะแยะ: จริง ๆ แล้วการตรวจเหล่านี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณเองนะ! คุณหมอจะได้รู้ว่าร่างกายคุณพร้อมแค่ไหน และจะได้เตรียมตัวรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

  • ค่าใช้จ่าย: เตรียมงบไว้ด้วยนะ เพราะค่าตรวจแต่ละอย่างก็ไม่ใช่น้อย ๆ แต่เพื่อความสวยแบบปลอดภัย จ่ายไปเถอะ!

  • ปรึกษาคุณหมอ: สำคัญที่สุดคือปรึกษาคุณหมอที่จะทำศัลยกรรมให้ละเอียดนะ! คุณหมอจะแนะนำว่าต้องตรวจอะไรบ้าง และจะอธิบายผลตรวจให้คุณฟังอย่างละเอียดเลย!

  • ข้อมูล ณ ปี 2567 (2024): ข้อมูลข้างต้นอัปเดตล่าสุด ณ ปี 2567 นะจ๊ะ! (เผื่อใครกลัวข้อมูลเก่าเต่าล้านปี!)

คำเตือน: อย่าคิดว่าการศัลยกรรมเป็นเรื่องเล่น ๆ นะ! เตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาข้อมูลให้ดี และเลือกคุณหมอที่มีประสบการณ์เท่านั้น! ขอให้สวย ปลอดภัย และแฮปปี้กับการเปลี่ยนแปลงนะจ๊ะ! ????

โรคที่ต้องผ่าตัด มีอะไรบ้าง?

โอเค จัดไป!

เอ่อ...เรื่องผ่าตัดนี่นะ ฉันเคยต้องพาแม่ไปผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ตอนนั้นคือแบบ...เครียดมากกกกก! หมอบอกว่าถ้าไม่ผ่าตัด อาจจะเกิดการอักเสบติดเชื้อรุนแรงได้ แล้วก็มีเพื่อนที่ทำงานเก่า ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่โรงพยาบาลรามาฯ เมื่อต้นปี เขาบอกว่าตรวจเจอเร็วก็เลยรอด

เท่าที่รู้ โรคที่ต้องผ่าตัดเลยนะ (ย้ำว่าเท่าที่ฉันรู้นะ) มีประมาณนี้:

  • มะเร็งตับ (เห็นข่าวบ่อยๆ)
  • มะเร็งตับอ่อน (อันนี้ก็ร้ายแรง)
  • ต่อมหมวกไต (อันนี้ไม่ค่อยได้ยิน แต่ก็มี)
  • มะเร็งในไต (อันนี้น่ากลัว)
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก (ผู้ชายวัยกลางคนต้องระวัง)
  • กระเพาะอาหาร (พวกเป็นแผลในกระเพาะอาหารเรื้อรัง)
  • นิ่วในถุงน้ำดี (แม่ฉันเจอมาแล้ว!)

เพิ่มเติม (แบบที่ฉันรู้จริงๆ):

  • ค่าผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี: ของแม่ฉันตอนนั้นเบิกได้บางส่วน แต่ก็ยังจ่ายเองไปหลายหมื่นอยู่ดี (จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่แพงเอาเรื่อง)
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก: เพื่อนที่ผ่าตัดบอกว่าพักฟื้นนานมากกกกก ต้องกายภาพบำบัดด้วย
  • โรงพยาบาล: ถ้ามีประกันสังคมหรือสิทธิการรักษา ก็ลองเช็คสิทธิ์ดูก่อนนะ จะได้ไม่ต้องเสียเงินเยอะ
  • กำลังใจ: สำคัญสุดๆ ให้กำลังใจคนป่วยเยอะๆ นะ!