เล่นเกมในที่มืดสายตาเสียไหม

47 ครั้งเข้าชม
เล่นเกมในที่มืด: เสี่ยงสายตาเสีย!อันตรายต่อดวงตาจากการใช้มือถือในที่มืด: แสบตา แห้ง น้ำตาไหล ปวดตา ปวดศีรษะ สายตาพร่ามัว ไม่ชัด เสี่ยงสายตาสั้นเพิ่มเร็วขึ้น อาจเป็นต้อหินได้ควรเล่นเกมในที่สว่างเพียงพอ พักสายตาบ่อยๆ หากมีอาการผิดปกติ ควรพบจักษุแพทย์ทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เล่นเกมในที่มืด สายตาเสียหรือไม่?

เล่นเกมในที่มืดนานๆเนี่ย... ตอน ม.ปลาย ฉันเคยติดเกมส์ StarCraft มาก เล่นทุกวัน เกือบทั้งคืนในห้องมืดๆ ไฟแค่แสงจางๆจากจอคอม ประมาณปี 2548 หลังจากนั้น รู้สึกตาแห้ง แสบตาบ่อยมาก ต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆเลย แพงด้วยนะ หลอดละเกือบสองร้อย ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกัน แต่คิดย้อนกลับไป น่าจะเพราะเล่นเกมส์ในที่มืดนี่แหละ

ไม่ใช่แค่ตาแห้งนะ บางทีก็ปวดหัว ปวดตาจนต้องนอนพัก แล้วก็รู้สึกว่าสายตาไม่ค่อยชัดเหมือนก่อน แต่ก็ไม่ได้ไปหาหมอ คิดว่าพักผ่อนเยอะๆก็หาย ตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกันมากแค่ไหนนะ แต่พอคิดถึงตอนนั้นก็รู้สึกเสียวๆ กลัวจะตาบอด จริงจังเลย

เกี่ยวกับต้อหิน... อันนี้ไม่รู้เลย ไม่ได้เคยเป็น แต่เคยได้ยินคนพูดถึง เหมือนว่ามันอันตรายมาก ถ้าเกิดเป็นขึ้นมาก็รักษาไม่หาย เลยกลัวมาก ตอนนี้เลยระวังตัวมากขึ้น ไม่เล่นเกมส์ในที่มืดแล้ว เปิดไฟสว่างๆตลอด ดูแลสายตาดีขึ้นเยอะเลยล่ะ

ดูโทรศัพท์แล้วตาบอดจริงไหม

ดูโทรศัพท์แล้วตาบอดจริงไหม?

ไม่จริงอ่ะ! ตอนเด็ก ๆ แม่ชอบบ่นว่าเล่นเกมส์บอยในผ้าห่มแล้วจะตาบอด จำได้เลยตอนนั้นแอบเล่นโปเกมอนตอนตีสอง หน้าจอเขียว ๆ เล็ก ๆ คือสวรรค์ชัด ๆ แม่มาทีก็ซ่อนแทบไม่ทัน กลัวโดนยึด (หัวเราะ)

แต่เอาจริง ๆ นะ เล่นในที่มืดมันปวดตาจริง ๆ แบบแสบ ๆ เหมือนมีทรายเข้าตาอ่ะ เมื่อก่อนไม่ค่อยเป็นนะ แต่พออายุเยอะขึ้นนี่ชัดเลย เล่น TikTok แป๊บเดียวก็ไม่ไหวแล้ว ต้องเปิดไฟช่วย

  • แสงสีฟ้า: เรื่องแสงสีฟ้าที่เค้าว่ากันนักว่าหนา มันก็มีส่วนนะ แต่ไม่ใช่ตัวการทำให้ตาบอดโดยตรง
  • ตาล้า: เล่นในที่มืด, เพ่งหน้าจอเล็ก ๆ นาน ๆ = ตาล้า ตาแห้ง แสบตา มากกว่า
  • พักสายตา: สำคัญมาก! สูตร 20-20-20 คือมองไกล 20 ฟุต ทุก 20 นาที พัก 20 วินาที ช่วยได้เยอะ
  • หาหมอ: ถ้าปวดตาหนัก ๆ มองไม่ชัด รีบไปหาหมอดีกว่า อย่าปล่อยไว้

เล่นโทรศัพท์ ตอนกลางคืนได้ไหม

เล่นโทรศัพท์ตอนกลางคืนเหรอ... เคยดิ! เมื่อก่อนติดเกมมาก เล่น ROV ยันตีสองตีสามทุกคืนอะ แอบเล่นใต้ผ้าห่มในห้องนอนมืดๆ ที่บ้านไม่ให้เล่นไง ตอนนั้นอยู่ ม.4 ได้มั้ง (ปี 2560) หลังๆ เริ่มแสบตาจริงจัง แล้วปวดหัวด้วย เลยเริ่มเพลาๆ ลง

  • อันตราย: แสงสีฟ้าจากมือถือตอนกลางคืนไม่ดีต่อตาจริง ๆ นะ
  • ผลกระทบ: อาจทำให้ตาแห้ง แสบตา และระยะยาวอาจมีปัญหาเรื่องจอประสาทตา
  • ระวัง: เล่นในที่มืด แสงสีฟ้ามันจะจ้าขึ้นไปอีก
  • สำคัญ: เลี่ยงได้เลี่ยง อย่าเล่นมือถือก่อนนอนดีที่สุด

ตอนนี้ปี 2567 ก็ยังเล่นนะ แต่เปิดไฟสลัวๆ แล้วก็พักสายตาบ่อยๆ เอา

ตอนนั้น (ปี 2560) ไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย ตอนนี้ (ปี 2567) มานั่งนึกเสียดายสายตาตัวเองอยู่เหมือนกัน

สายตาเสียเกิดจากอะไร

สายตาเสียเนี่ยนะ? มันเหมือนเครื่องยนต์ที่ใช้งานหนักเกินไปนั่นแหละ! ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็พัง แต่เพราะเรา "ยัน" มันมากไปไงล่ะ

ตาล้า? โอ้โห...อาการยอดฮิตของคนยุคดิจิทัล! สาเหตุน่ะเหรอ?

  • จ้องนานเกิน: เหมือนดูซีรีส์มาราธอน...ตาเราก็อยากพักบ้าง!
  • แสงไม่เป็นใจ: จ้องจอสว่างจ้าในห้องมืดนี่...บาปกรรมต่อดวงตาชัดๆ
  • เพ่งจนเส้นขึ้น: อ่านตัวหนังสือเล็กๆ บนมือถือนี่...เหมือนฝึกสมาธิขั้นสุดยอด!
  • ไม่พักบ้างเลย: ชีวิตมันเร่งรีบ แต่ตาเราก็ต้องการ "เบรก" นะ!

พอทำแบบนี้บ่อยๆ ตาก็ประท้วงด้วยอาการ "เบลอ"... เหมือนบอกว่า "เฮ้ย! ขอพักหน่อยเหอะ!"

เกร็ด (ไม่) ลับ: ผมเคยอ่านเจอ (นานแล้ว) ว่าการจ้องจอนานๆ ทำให้เรากระพริบตาน้อยลง... พอนึกภาพตามแล้วก็สงสารตาตัวเองขึ้นมาทันที!

สรุป: ถนอมสายตาบ้างนะทุกคน... ดวงตามีคู่เดียว! (ถึงจะมีแว่นหลายอันก็เถอะ!)

เล่นโทรศัพควรพักสายตากี่นาที

เอ้าเฮ้ย! เล่นมือถือจนตาจะเหล่แล้วยังไม่พักอีกเรอะ? นี่มันยุค 5G แล้วนะ ไม่ใช่ยุคหิน!

  • กฎเหล็ก 20 นาที: จ้องจอมือถือนาน 20 นาที ต้องพักสายตาซัก 2 นาที มองไปไกลๆ บ้าง อย่าเอาแต่จ้องแต่จิกหน้าจอนะเฟ้ย! ไม่งั้นเดี๋ยวได้ใส่แว่นหนาเตอะเหมือนก้นขวด
  • แสงสว่างต้องพอดี: ปรับแสงหน้าจอให้มันพอเหมาะพอดี อย่าสว่างจ้าซะจนแสบตา หรือมืดตื๋อซะจนต้องเพ่งจนตาเข ไม่งั้นแก่ไปได้เป็นต้อกระจกแน่ๆ
  • เปิดไฟซะบ้าง: เล่นมือถือในที่มืดๆ มันไม่ดีต่อสายตานะเออ เปิดไฟให้มันสว่างๆ หน่อย จะได้ไม่ปวดตา
  • ป้องกันไว้ก่อน: อย่ารอให้แก่แล้วค่อยมาดูแลสายตา ดูแลมันซะตั้งแต่วันนี้ จะได้มีตาไว้มองสาวๆ ไปนานๆ

เกร็ดความรู้ (แบบบ้านๆ):

  • กินผักบุ้ง: เขาว่ากินผักบุ้งแล้วบำรุงสายตา อันนี้ก็ไม่รู้จริงป่าว แต่กินๆ ไปเถอะ ไม่เสียหายอะไร
  • หยอดน้ำตาเทียม: ถ้าตาแห้งๆ ก็หยอดน้ำตาเทียมซะหน่อย จะได้ชุ่มชื้น
  • ไปหาหมอบ้าง: อย่ามัวแต่เล่นมือถือ จนลืมไปหาหมอตาบ้างนะ ตรวจสุขภาพตาซักปีละครั้งก็ยังดี
  • อย่าเชื่อคนง่าย: ไอ้พวกโฆษณาชวนเชื่อว่ากินแล้วสายตาดีขึ้น อย่าไปเชื่อมันมากนัก ของแบบนี้มันต้องดูแลตัวเองเป็นหลัก

คำเตือน: ถ้าทำตามที่บอกแล้วยังปวดตาอยู่ ก็เลิกเล่นมือถือไปซะ! ไปทำอย่างอื่นบ้าง ชีวิตยังมีอะไรอีกเยอะแยะ!

แสงสีฟ้าทำลายดวงตาจริงไหม

แสงสีฟ้าทำลายดวงตาจริงไหม? จริง! แต่ไม่ใช่แค่ "ทำลาย" แบบระเบิดตูมตามนะ คิดภาพเหมือนโดนแดดเผา แดดแรงๆ เผาผิวไหม้ได้ แสงสีฟ้าก็คล้ายๆ กัน เผาจอตาเราได้เหมือนกัน แต่ค่อยเป็นค่อยไป เป็นแบบเรื้อรัง กว่าจะรู้ตัวก็อาจสายไปแล้ว!

  • จอตาเสื่อม: แสงสีฟ้าพลังงานสูงนี่แหละตัวดี มันไปกระตุ้นเซลล์ในจอตา (Retina) จนเสื่อมสภาพ เหมือนเอาไฟฉายส่องตาตรงๆ นานๆ มันต้องแสบสิ! ส่งผลให้การมองเห็นแย่ลง ภาพเบลอ อาจเป็นโรคต้อกระจกเร็วขึ้นด้วยนะ

  • ไม่ใช่แค่โทรศัพท์: อย่าคิดว่าแค่แสงจากโทรศัพท์มือถือหรือจอคอมเท่านั้นนะ แสงแดดก็มีแสงสีฟ้าเหมือนกัน เป็นธรรมชาติ แต่ปริมาณก็ต่างกัน อย่าลืมว่า เราใช้โทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ทุกวัน แสงสีฟ้าสะสมเป็นเวลานานๆ นั่นแหละอันตราย!

  • Macula เสื่อม: จุดภาพชัด (Macula) สำคัญมากนะ ถ้ามันเสื่อม ก็เหมือนภาพถ่ายที่โฟกัสไม่ชัด มองอะไรก็ไม่ค่อยเห็น เสี่ยงเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม (AMD) ได้ง่าย แล้วแต่ละคนก็มีระดับความเสี่ยงต่างกัน แต่โดยรวมแล้ว แสงสีฟ้าก็เป็นปัจจัยเสี่ยงนะ

  • เหมือนน้ำตาลกับโรคเบาหวาน: แสงสีฟ้าไม่ใช่สาเหตุหลักของโรคตาเสื่อม แต่เหมือนน้ำตาลกับโรคเบาหวาน น้ำตาลไม่ใช่สาเหตุเดียว แต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ถ้ารับแสงสีฟ้าเยอะๆ ก็เสี่ยงเป็นโรคตาได้มากขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2024): มีการวิจัยมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของแสงสีฟ้าต่อดวงตา และมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ฟิล์มกรองแสงสีฟ้า แว่นตาป้องกันแสงสีฟ้า ออกมาช่วยลดความเสี่ยง แต่การใช้ชีวิตแบบบาลานซ์ พักสายตาบ่อยๆ ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด อย่าลืมนะครับ สุขภาพดวงตาสำคัญกว่าความบันเทิงบนหน้าจอ ????

แสงสีฟ้าส่งผลต่อดวงตาอย่างไร

แสงสีฟ้า…อันตรายมั้ยเนี่ย? ก็เห็นเค้าว่ากัน ทำลายเซลล์รับแสงในจอตา จริงเปล่า? งง!

  • อ่านเจอปีนี้ บอกว่าส่งผลต่อจอประสาทตา อาจเสื่อมได้นะ แต่…ก็ยังไม่ชัวร์ งานวิจัยยังไม่เยอะพอ

  • มีแต่ผลการทดลองในสัตว์ แล้วก็ในแล็บ เซลล์รับแสงพัง เห็นภาพชัดๆ โอยย กลัว

  • แล้วโรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ Age-Related Macular Degeneration เกี่ยวไหม? อันนี้ ยังไม่ยืนยัน นะ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด

  • อ่านเจอในเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 เค้าบอกว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป

เอ๊ะ… หรือว่า ต้องไปหาหมอตาดีกว่า? ไปตรวจสุขภาพตาปีนี้ยังไม่เคยไปเลย แบบว่า..ลืมๆ แต่ปีที่แล้วไปตรวจมา หมอบอกตาดีอยู่ แต่ก็ควรระวังแสงสีฟ้า ใช้คอมนานๆก็พักบ้าง ปิดไฟในห้องนอนก่อนนอน มันช่วยลดแสงสีฟ้าได้บ้าง จริงป่ะ?

  • สรุป แสงสีฟ้า อันตรายต่อดวงตาไหม? ยังไม่รู้ แต่ควรระวังไว้ก่อน ดีกว่านะ เพราะถ้าจอประสาทตาเสื่อมขึ้นมา นี่คือเรื่องใหญ่เลยนะ

อืม… พรุ่งนี้ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แบบว่า เว็บไซต์ของโรงพยาบาลชั้นนำ หรือบทความวิชาการ ดีกว่าเนี่ย ไม่งั้นจะกังวลไปอีกนานเลย

แว่นตากรองแสงช่วยได้จริงไหม

แว่นกรองแสงเนี่ยนะ ช่วยได้จริงไหม? ตอบแบบขวานผ่าซากเลยนะ: มันแล้วแต่บุญกรรม

  • พวกตาอ่อนแอ: พวกนี้ใส่แว่นกรองแสงแล้วชีวิตเปลี่ยน เหมือนเจอโอเอซิสในทะเลทราย เห็นผลชัดเจนแบบ "ว้าว! โลกสดใสขึ้นเยอะ" (แต่อาจจะคิดไปเองก็ได้ ใครจะรู้)
  • พวกตาเหล็ก: ต่อให้จ้องคอมฯ ทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่รู้สึกอะไร คือ...ขอคารวะในความแข็งแกร่ง แต่ถามจริง ไม่ปวดหลังบ้างเหรอ?

ค่าแพ้แสงในตา: ตัวแปรสำคัญที่คนมักมองข้าม ถ้าค่านี้สูง ใส่แว่นกรองแสง=ใส่เกราะป้องกัน แต่ถ้าค่านี้ต่ำ...ก็เหมือนใส่เสื้อกันฝนในวันที่แดดออก มันก็ช่วยได้นิดหน่อย แต่มันใช่เรื่องไหม?

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำ ๆ แต่จริงจัง):

  • ไม่ใช่แค่แสงสีฟ้า: แสงจากหน้าจอมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ! ทั้งความสว่าง จ้าแสบตา บลาๆๆๆ (ไม่อยากจะสาธยาย) แว่นกรองแสงช่วยได้บ้าง แต่ไม่ใช่ยาวิเศษ
  • พักสายตาบ้างเหอะ: ไม่ว่าตาจะแข็งแรงแค่ไหน การพักสายตาเป็นระยะ ๆ สำคัญกว่าแว่นกรองแสงแพง ๆ อีกนะ (เชื่อเหอะ!) สูตร 20-20-20 ยังใช้ได้เสมอ
  • อย่าเชื่อโฆษณา: โฆษณาแว่นกรองแสงบางอันก็เกินจริงไปเยอะ (แบบว่า...ขายฝันสุด ๆ) หาข้อมูลดี ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อนะจ๊ะ

สรุป: แว่นกรองแสงอาจจะช่วยได้ (สำหรับบางคน) แต่ไม่ใช่ทางออกเดียว ดูแลสุขภาพตาองค์รวมสำคัญกว่าเยอะ! (กินผักเยอะ ๆ นอนให้พอ และอย่าจ้องหน้าจอมากเกินไป...เตือนตัวเองด้วย)

ใส่แว่นกรองแสงตลอดเวลาดีไหม

ใส่แว่นกรองแสงตลอดเวลา? ทำไมจะไม่ล่ะ

  • แสงสีฟ้า: มีอยู่ทุกหนแห่ง จอ, ไฟ, แม้แต่พระอาทิตย์
  • ใส่ทั้งวัน: ไม่ใช่แค่เรื่องสะดวก แต่คือการป้องกัน
  • สายตา: ไม่ใช่ของเล่น มองข้ามได้ แต่จ่ายแพงกว่าเดิม

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปัจจุบัน แสงสีฟ้าจาก LED ทั่วไป (ทีวี, มือถือ, หลอดไฟ) มีความถี่ 400-490 นาโนเมตร กรองไว้บ้าง ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
  • เลือกเลนส์ที่ "ตัด" แสงสีฟ้า ไม่ใช่แค่ "กรอง" มองความต่างให้ออก
  • ราคา ≠ คุณภาพ อย่าเชื่อโฆษณามากเกินไป เช็คสเปคเอง
  • คนสายตาสั้น ใส่แว่นกรองแสง = กันแดดตลอดปี ไม่ต้องพกหลายอัน

(ถ้าคิดว่า "ดี" ก็ทำไปเถอะ)