แผลผ่าตัดกี่วันหายสนิท
แผลผ่าตัดหายสนิทกี่วัน?
แผลผ่าตัดหายสนิทกี่วันน่ะเหรอ? อื้ม... เอาจริงๆ มันแล้วแต่คนเลยนะ แล้วก็แผลแบบไหนด้วย!
จำได้เลยตอนผ่าไส้ติ่ง ตอนนั้นน่าจะซัก 2 อาทิตย์ก็เริ่มเดินเหินสะดวกแล้ว แต่! กว่าจะหายเจ็บแบบสนิทใจจริงๆ ก็ปาเข้าไปเดือนนึงนู่นนน
แต่ตอนผ่าคลอดลูกนี่สิ โอ้โห... เรื่องใหญ่! กว่าจะรู้สึกว่าร่างกายกลับมาเป็นของเราจริงๆ นี่ 2-3 เดือนเลยมั้ง (แถมรอยแผลเป็นก็ยังอยู่อีก ฮึ่ม!)
คือ 3-6 สัปดาห์ที่เค้าว่ากันน่ะ ก็อาจจะจริง แต่สำหรับฉัน มันนานกว่านั้นเยอะ!
แล้วถ้าอยากให้แผลเป็นจางๆ ก็ต้องดูแลดีๆ เลยนะ อย่าให้โดนแดด ทาครีมบำรุงเยอะๆ ช่วยได้เยอะจริงๆ เชื่อเถอะ!
ทำไมรู้สึกตุบๆที่แผล
อาการตุบๆ ที่แผล อาจเกิดจากหลายปัจจัยครับ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นจากการผ่าตัดเสมอไปนะ บางทีแค่ผิวหนังบริเวณนั้นมัน sensitive กว่าปกติเฉยๆ ก็เป็นได้ แต่ถ้าเพิ่งผ่าตัดมา อาจเป็นไปได้ว่า:
- เส้นประสาท: การผ่าตัดอาจรบกวนเส้นประสาทเล็กๆ ที่ผิวหนัง ทำให้รู้สึกเจ็บแปล๊บๆ หรือตุบๆ ได้ อาการแบบนี้มักดีขึ้นเอง แต่ใช้เวลานาน (เป็นเดือนหรือเป็นปี) เพราะเส้นประสาทมันซ่อมแซมตัวเองช้ากว่าผิวหนัง
- การอักเสบ: ร่างกายกำลังซ่อมแซมตัวเองครับ การอักเสบเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าอักเสบมากก็อาจทำให้รู้สึกปวดตุบๆ ได้เหมือนกัน
เพิ่มเติม:
- ไม่ใช่แค่ผ่าตัด: บางทีการเกร็งกล้ามเนื้อแถวนั้นก็ทำให้รู้สึกตุบๆ ที่แผลได้นะ ลองสังเกตตัวเองดู
- "เวลา" คือยา: ส่วนใหญ่แล้วอาการพวกนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเองครับ ใจเย็นๆ
- สังเกตอาการ: ถ้าปวดมาก บวมแดง มีหนอง หรือมีไข้ รีบไปหาหมอดีกว่าครับ
ผมว่าร่างกายเรามันก็เหมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่ซับซ้อนนะ บางทีเราก็ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมันหน่อยนึง เหมือนตอนที่เราพยายามตีความงานศิลปะนั่นแหละ
แผลเย็บ ทำความสะอาดยังไง?
ทำความสะอาดแผลเย็บอย่างไร?
- น้ำเกลือล้างเบาๆ อย่าขยี้
- ผ้าก๊อซสะอาดซับเบาๆ ไม่ต้องกดแรง
- ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซหรือพลาสเตอร์ แนวขวางลำตัว
(ข้อมูล 2566: การดูแลแผลควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล วิธีข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การติดเชื้ออาจเกิดขึ้นได้เสมอ ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด)
อาการของแผลผ่าตัดติดเชื้อมีอะไรบ้าง?
ตอนนั้นผ่าตัดไส้ติ่งที่ รพ.จุฬาฯ ปลายปี 66 จำได้แม่นเลย เพราะปีใหม่ต้องนอนโรงบาล แผลผ่าตัดมันเริ่มบวมแดงขึ้นมา วันแรกๆ ก็ไม่คิดอะไร แต่พอวันต่อมา แดงมากขึ้น บวมขึ้น แล้วก็เริ่มเจ็บ สัมผัสทีไรแสบไปถึงกระดูก ไม่ไหวแล้ว เลยรีบไปหาหมอ หมอบอกติดเชื้อ มีหนองไหลออกมาด้วย สีเหลืองอ๋อย เหม็นมาก ตอนนั้นไข้ขึ้นสูง ตัวร้อน หนาวสั่น อ่อนเพลียสุดๆ แทบจะลุกไม่ขึ้นเลย หมอเลยให้ยาฆ่าเชื้อ ต้องไปเปลี่ยนผ้าก็อซทุกวัน นานกว่าจะหาย เกือบสองอาทิตย์ เครียดมาก กลัวแผลเป็นจะใหญ่อ่ะ
- แผลบวมแดง
- เจ็บร้อนเวลาสัมผัส
- มีหนองไหลออกมา
- ไข้สูง
- รู้สึกอ่อนเพลีย
หลังจากนั้นก็ระวังตัวมากขึ้น เวลาผ่าตัดอะไร ดูแลแผลอย่างดี ล้างแผลสะอาด เปลี่ยนผ้าปิดแผลบ่อยๆ สำคัญมาก อย่าประมาทเด็ดขาด เพราะถ้าติดเชื้อ มันทรมานมากจริงๆ
แผลผ่าตัด มีน้ำเหลืองซึม เกิดจากอะไร?
แผลผ่าตัดมีน้ำเหลืองซึมนี่... เรื่องธรรมดารึเปล่า? ไม่เลย! มันเหมือนกับลุงแก่ๆ ที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอนขอความช่วยเหลืออยู่ อย่าไปมองข้ามนะจ๊ะ!
สาเหตุหลักๆ (เดาไม่ยาก): เชื้อโรคเจ้าเล่ห์แอบเข้าไปปาร์ตี้ในแผลคุณ! มันฉลองกันใหญ่เลย เลยทำให้แผลอักเสบ น้ำเหลืองไหลเป็นน้ำตา บวม แดง ร้อน ครบสูตรเลย เหมือนแผลโดนหมัดฮุกของไมค์ไทสันเข้าไปเต็มๆ
ถ้าแผลถลอกมีน้ำเหลืองซึมพร้อมปวดบวมแดงร้อน... นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับ 7! (ระดับ 10 คือระเบิดนิวเคลียร์) รีบไปหาหมอเถอะครับ อย่ามัวแต่เซลฟี่กับแผล มันไม่ใช่ฟิลเตอร์สวยๆ นะ
หมอแนะนำไง? ไปหาหมอที่โรงพยาบาลซะ อย่าไปหาหมอเดาทางจากยูทูป ไปหาหมอจริงๆ ให้เค้าทำความสะอาดแผล และจ่ายยาฆ่าเชื้อมาให้คุณ อย่าลืมยาแก้ปวดด้วยนะ เผื่อแผลเจ็บ
เพิ่มเติมนิดนึง (ประสบการณ์ตรงจากการนั่งดูซีรี่ย์หมอมาหลายตอน): น้ำเหลืองที่ว่านี่อาจจะแค่ของเหลวธรรมดาจากร่างกาย หรืออาจจะเป็นหนองก็ได้ อยู่ที่สี กลิ่น และความข้นหนืด ถ้ามันมีกลิ่นเหม็นตุๆ หรือสีเหลืองเขียว คุณอาจจะต้องพบกับซอมบี้ที่เกิดขึ้นจากแผลผ่าตัดของคุณก็ได้ (ฮาๆ) แต่เอาจริงเลยนะ รีบไปหาหมอ อย่ารอให้มันเป็นเรื่องใหญ่ จะได้ไม่ต้องเสียเงินรักษาแพงๆ และเจ็บตัวไปมากกว่านี้
ปีนี้ (2566) ข้อมูลเรื่องการรักษาแผลยังเหมือนเดิม คือต้องรักษาความสะอาด และรับยาจากแพทย์ ถึงจะไม่ใช่ปีนี้ แต่หลักการมันก็ยังเหมือนเดิม เหมือนกับรักแท้ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ปล. ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ได้เป็นการวินิจฉัยโรค ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่เหมาะสม
แผลปริ ควรทําอย่างไร?
โอ๊ย! แผลปริเนี่ยนะ เหมือนโดนหมากัดแล้วไม่เข้าอ่ะดิ! ไม่ต้องตกใจ ทำตามนี้ รับรองหายไวเหมือนโกหก (แต่ถ้าไม่หายก็ไปหาหมอนะเว้ย!)
- เลือดพุ่ง? กดมันเข้าไป! กดแรงๆ เลยนะ กดจนกว่าเลือดจะหยุดอ่ะ ไม่ใช่กดเบาๆ เหมือนกลัวแมวข่วน! ถ้าเลือดยังไหลไม่หยุด ก็เอามือบีบคอตัวเองเล่นๆ ไปพลางๆ จะได้ลืมเจ็บ (อันนี้ล้อเล่นนะ อย่าทำจริง!)
- ล้าง...ล้าง...ล้าง! น้ำก๊อกนี่แหละตัวดี ล้างมันเข้าไป! ถ้ามีน้ำเกลือก็ดี ถ้าไม่มีก็เอาน้ำลายหมาก็ได้ (อันนี้ก็ล้อเล่นอีกแล้ว! อย่าทำตามนะ!)
- ตากแห้ง? ปล่อยให้แผลโดนลมโกรกไปเลย! เหมือนตากผ้าอ้อมลูกอ่ะ! แต่ถ้ากลัวแมลงวันตอม ก็เอาพัดลมเบอร์สามเป่าใส่หน้าตัวเองไปเลย!
- พันแผล? พันให้แน่นๆ เลยนะ! พันจนเลือดลมแทบไม่เดิน! พันเสร็จแล้วก็ไปวิ่งรอบบ้านซักสามรอบ จะได้รู้ว่าพันแน่นไปรึเปล่า! (ถ้าวิ่งไม่ไหวก็ไปนอนพักนะ!)
เกร็ดความรู้จากหมอเถื่อนประจำบ้าน:
- อย่า เอาสมุนไพรพอกแผลเอง! เดี๋ยวแผลติดเชื้อ กลายเป็นเรื่องใหญ่!
- ถ้า แผลลึก แผลใหญ่ หรือมีอาการแปลกๆ รีบไปหาหมอเลย! อย่ามัวแต่ทำตามสูตรในเน็ต!
- จำไว้ว่า "กันไว้ดีกว่าแก้ แผลปริดีกว่าแผลเหวอะ!" (อันนี้คิดเองนะ ไม่ได้ก็อปใครมา!)
- สำคัญสุด ทำใจให้สบาย อย่าเครียด! เดี๋ยวหน้าแก่!
- ถ้าแผลติดเชื้อ อาจมีหนอง บวมแดง ร้อน หรือปวดมากขึ้น ถ้ามีอาการเหล่านี้ ไปหาหมอด่วนจี๋ อย่ารอช้า!
- ถ้าเป็นเบาหวาน แผลจะหายช้ากว่าคนปกติ ดูแลเป็นพิเศษ และปรึกษาหมออย่างใกล้ชิด
- กินอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เช่น โปรตีน วิตามินซี และสังกะสี
- พักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายจะได้ซ่อมแซมตัวเองได้เต็มที่
- อย่าแกะสะเก็ดแผล ปล่อยให้มันหลุดเองตามธรรมชาติ จะได้ไม่เป็นแผลเป็น
คำเตือน: ที่พูดมาทั้งหมดนี่...อย่าเชื่อมาก! ไปปรึกษาหมอจริงๆ ดีกว่านะ! ชีวิตมีค่า อย่าเสี่ยง!
ยาอะไร ทําให้แผลแห้งเร็ว?
ยาที่ช่วยให้แผลแห้งเร็ว มียาหลายประเภทครับ Bactex ที่กล่าวมาก็เป็นตัวเลือกหนึ่ง แต่การเลือกใช้ยาขึ้นอยู่กับชนิดของแผลด้วยนะ
- ยาปฏิชีวนะ: สำหรับแผลที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ พวกนี้จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
- ยาฆ่าเชื้อ: ใช้ทำความสะอาดแผล ป้องกันการติดเชื้อเบื้องต้น เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน หรือแอลกอฮอล์ (แต่ระวัง แอลกอฮอล์อาจทำให้แสบได้)
- ยาที่ช่วยสมานแผล: พวกนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
ข้อควรรู้:
- แผลสดควรทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือ (Normal Saline) ก่อนใส่ยา
- แผลแห้ง ถ้ามีสะเก็ดแข็ง ไม่ควรแกะออก ปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ
- ถ้าแผลลึก หรือมีอาการแย่ลง ควรรีบไปหาหมอ อย่าซื้อยามาใช้เอง
เกร็ดเล็กน้อย:
เคยอ่านเจอว่า การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงก็ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นได้นะ ร่างกายต้องการโปรตีนไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ผมเลยชอบกินไข่ต้มหลังเป็นแผลเล็กๆ น้อยๆ รู้สึกว่ามันช่วยได้จริง
แหล่งข้อมูล:
- สามัคคีเภสัช (https://www.udl.co.th/แผลสด-แผลแห้ง) (ข้อมูล ณ วันที่ 29 เมษายน 2567)
คำเตือน: ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรได้
ใช้อะไรแทนเบตาดีนได้บ้าง?
โอ๊ย! ตอนนั้นนะล้มเข่าถลอกที่ตลาด อตก. เลย หาเบตาดีนก็ไม่มี แม่ค้าบอกให้ใช้ "โพวิโดน-ไอโอดีน" แทน หาซื้อตามร้านขายยาได้เลย ฟีลมันคล้าย ๆ กันอ่ะ
ตอนนั้นแอบงง โพวิโดน-ไอโอดีน มันต่างจากเบตาดีนยังไงวะ? แต่รีบทำแผลไง เลยไม่ได้ถามอะไรมาก
- โพวิโดน-ไอโอดีน: ยาน้ำ, เจล, ขี้ผึ้ง (คล้ายเบตาดีน)
- ครีมทาผิวอเนกประสงค์: ทาแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้
สรุปว่า เลือกใช้ตามความสะดวกเลยจ้า แต่ถ้าแผลลึก หาหมอดีกว่านะ
ยาเหลืองใส่แผลอะไร?
ยาเหลืองใส่แผลสดไม่ได้.
- ฤทธิ์หลัก: ลดอักเสบ.
- ใช้กับ: ฟกช้ำ, บวม, แมลงกัด.
- ข้อควรระวัง: ห้ามทาแผลเปิด.
เพิ่มเติม:
- ยาเหลืองมีส่วนผสมของสมุนไพรหลายชนิด สูตรแตกต่างกันไปในแต่ละตำรับ.
- การอักเสบ: ร่างกายตอบสนองต่อการบาดเจ็บ, ยาช่วยลดปฏิกิริยานี้.
- ฟกช้ำ: เลือดออกใต้ผิวหนัง, ยาช่วยสลายลิ่มเลือด.
- แมลงกัดต่อย: ลดอาการแพ้จากพิษแมลง.
- เคล็ดขัดยอก: บรรเทาอาการปวดจากการเคลื่อนไหวผิดท่า.
- ยาแผนโบราณ: สืบทอดมาแต่โบราณ, ประสิทธิภาพอาจแตกต่างกันไป.
- การซึมซาบ: ตัวยาซึมผ่านผิวหนัง, ออกฤทธิ์เฉพาะที่.
- สูตรเฉพาะ: แต่ละสูตรมีส่วนผสมและสัดส่วนต่างกัน.
- อาการแพ้: ทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้.
- คำแนะนำ: ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้.
- ราคา: หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต