แผลเบาหวานทำไมถึงหายช้า

101 ครั้งเข้าชม
แผลเบาหวานหายช้า เบาหวานทำให้ไขมันสะสมในเส้นเลือด เส้นเลือดตีบ แข็ง อุดตัน เลือดไปเลี้ยงแผลไม่พอ แผลหายยาก กลายเป็นแผลเรื้อรัง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แผลเบาหวานหายช้า เกิดจากอะไร? ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้แผลหายยากกว่าปกติ?

แผลเบาหวานหายช้า? อืมม... มันมีหลายอย่างเลยนะที่ทำให้เป็นแบบนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำตาลสูงอย่างเดียว

ที่แน่ๆ คือเรื่องเลือดลมเนี่ยสำคัญมาก! จำได้เลยตอนคุณตาเป็นเบาหวาน แผลที่เท้าแก กว่าจะหายแต่ละทีนานมากกก เพราะเลือดมันไปเลี้ยงไม่ค่อยดี หมอบอกว่าเส้นเลือดมันไม่ค่อยดีแล้วเพราะไขมันไปเกาะเยอะ

แล้วก็... น้ำตาลสูงเนี่ยตัวดีเลย มันเหมือนเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียไง! แผลเลยติดเชื้อง่าย พอติดเชื้อก็หายยากเข้าไปอีก เคยเห็นแผลติดเชื้อแบบน่ากลัวๆ แล้วขนลุกเลย

ภูมิคุ้มกันก็มีส่วนนะ! คนเป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันมักจะไม่ค่อยดีเท่าคนอื่น ทำให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลงไปอีก

แล้วก็อย่าลืมเรื่องการดูแลตัวเองด้วยนะ! ถ้าไม่ดูแลแผลให้ดี ไม่ทำความสะอาด ไม่เปลี่ยนผ้าก๊อซ โอกาสหายก็ยิ่งน้อยลงไปอีก เคยเห็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจดูแลแผล สุดท้ายต้องตัดขาทิ้ง น่ากลัวมาก!

สรุปคือ... เลือดลมไม่ดี น้ำตาลสูง ภูมิคุ้มกันไม่ดี แถมดูแลตัวเองไม่ดีอีก แผลมันจะหายได้ไง! ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะทุกคนที่เป็นเบาหวาน!

ทำไมผู้ป่วยเบาหวานแผลหายช้า

โอ๊ย! ถามเรื่องเบาหวานนี่มันจี้จุดคนแก่ชัดๆ! แผลเบาหวานหายช้าเนี่ยนะ มันเหมือนคนแก่เดินขึ้นบันได... "กว่าจะถึงก็แทบขาดใจ!"

  • เลือดมันไปเลี้ยงไม่ถึง: น้ำตาลในเลือดสูงปี๊ด มันไปทำลายเส้นเลือดเล็กๆ ให้เปราะบาง แถมไขมันก็เข้าไปเกาะอีกที... ทีนี้เลือดมันจะไปเลี้ยงแผลได้ยังไง! เปรียบเหมือนถนนที่รถติดหนัก รถพยาบาลจะไปช่วยคนเจ็บได้เรอะ!
  • ภูมิต้านทานต่ำ: น้ำตาลเยอะๆ มันเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อโรค! ร่างกายคนเป็นเบาหวานเลยเหมือนบุฟเฟต์ให้เชื้อโรคมาแดรกฟรี! แผลมันก็เลยติดเชื้อซ้ำซาก หายช้ายังกะเต่าคลาน!
  • เส้นประสาทเสีย: คนเป็นเบาหวานหลายคนประสาทส่วนปลายมันชาไปแล้ว! เลยไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้ว่ามีแผล! กว่าจะรู้ตัว แผลก็ลามไปถึงไหนต่อไหนแล้ว! เหมือนบ้านไฟไหม้ แต่คนในบ้านหลับอุตุ ไม่รู้เรื่อง!

สรุปสั้นๆ: เบาหวานมันทำลายระบบขนส่งเลือด แถมยังเปิดบ้านต้อนรับเชื้อโรค! แผลมันจะหายเร็วได้ไง๊!

ข้อมูลเสริม (เผื่อใครอยากรู้ลึก):

  • HbA1c สำคัญนะจ๊ะ: ค่านี้มันบอกค่าเฉลี่ยน้ำตาลในเลือด 3 เดือน! คุมให้ดี แผลหายไวขึ้นเยอะ! (เหมือนมีคนคอยควบคุมการจราจรบนถนน... รถพยาบาลเลยไปได้สะดวก!)
  • ดูแลแผลให้ดี: ล้างแผลทุกวันด้วยน้ำเกลือ! ใส่ยา! ป้องกันไม่ให้ติดเชื้อเพิ่ม! (เหมือนสร้างด่านป้องกันเชื้อโรค ไม่ให้เข้ามาแดรกบุฟเฟต์!)
  • ปรึกษาหมอเฉพาะทาง: ถ้าแผลมันไม่ดีขึ้น ปรึกษาหมอเฉพาะทางด้านแผลเบาหวานเลย! อย่าปล่อยให้ลุกลาม! (เหมือนเรียกดับเพลิงมืออาชีพมาช่วยดับไฟ ก่อนที่บ้านจะวอดวาย!)

คำเตือน: นี่เป็นคำแนะนำจากประสบการณ์ส่วนตัว! ไม่ได้มีเจตนาทางการแพทย์! ปรึกษาหมอจริงๆ จังๆ ก่อนทำอะไรทั้งสิ้น! เข้าใจ๋!

แผลหายช้าเกิดจากอะไร

ปีนี้เอง พี่สาวฉันเป็นแผลที่ขาจากอุบัติเหตุรถล้มที่เชียงใหม่เดือนมีนาคม แผลใหญ่มาก! กว่าจะหายเกือบสามเดือน หมอบอกว่าเพราะเธอล้างแผลไม่สะอาด ใช้ยาแต้มแผลไม่ถูกต้อง แผลเลยติดเชื้อ อักเสบเป็นหนอง เห็นแล้วก็ใจหาย ฉันเลยช่วยดูแล ซื้อพวกแอลกอฮอล์ล้างแผล ผ้าก๊อซคุณภาพดีมาเปลี่ยนให้ทุกวัน หมอให้ยามาเยอะมาก กินจนหมด แต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

สุดท้ายแผลก็หายนะ แต่รอยแผลเป็นยังอยู่ มันเป็นบทเรียนราคาแพงจริงๆ

  • สาเหตุหลักที่แผลพี่สาวหายช้า: การดูแลแผลไม่ถูกวิธี (ล้างไม่สะอาด, ยาไม่เหมาะสม)
  • ผลที่ตามมา: ติดเชื้อ, อักเสบ, เป็นหนอง, หายช้า, มีรอยแผลเป็น
  • วิธีแก้ไขที่ทำ: ล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์, เปลี่ยนผ้าก๊อซบ่อยๆ, กินยาตามที่หมอสั่ง
  • สถานที่เกิดเหตุ: เชียงใหม่
  • ระยะเวลาที่แผลหาย: ประมาณ 3 เดือน

จริงๆแล้ว แผลหายช้ามีหลายสาเหตุนะ ไม่ใช่แค่เรื่องการดูแลแผลอย่างเดียว โรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ก็ทำให้แผลหายช้าได้เหมือนกัน หรือบางทีก็อาจจะเกิดจากการขาดสารอาหาร ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ไม่ดี ก็เป็นได้

แต่สำหรับพี่สาวฉัน สาเหตุหลักๆเลยคือการดูแลแผลไม่ถูกวิธีนี่แหละ ชัดเจนมาก

ระยะของแผลเบาหวาน มีกี่ระยะ

กลางดึกแบบนี้เนอะ... นอนไม่หลับอีกแล้ว คิดเรื่องแผลเบาหวานอยู่ มันหนักใจจริงๆ

เท่าที่จำได้จากที่ไปหาหมอมาเมื่อปีนี้ แผลเบาหวาน เค้าไม่ได้แบ่งเป็นระยะแบบตายตัวหรอกนะ แต่จะดูที่ระดับความรุนแรงมากกว่า อันนี้หมออธิบายละเอียดเลย จำได้ไม่ค่อยครบถ้วน แต่จะพยายามนึกดูนะ

  • ระดับ 1: แผลเล็กๆ ผิวหนังแดงๆ ยังไม่ลึกมาก ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ เหมือนแผลถลอกทั่วไป นี่แหละที่ต้องระวัง เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะลุกลามได้

  • ระดับ 2: อันนี้เริ่มน่ากลัวแล้ว แผลลึก เริ่มเห็นเนื้อเยื่อข้างใน อาจจะถึงเส้นเอ็นหรือกระดูกได้ เจ็บปวด และหายยากมากขึ้น ต้องดูแลเป็นพิเศษเลย

  • ระดับ 3: อันนี้รุนแรงสุดแล้ว แผลอักเสบ ลุกลาม อาจมีหนอง มีฝี นี่ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ เพราะอาจจะติดเชื้อรุนแรงได้ แผลอาจจะลุกลามจนต้องผ่าตัดเลยก็ได้ กลัวจัง

คือจริงๆแล้ว หมอบอกว่า มันซับซ้อนกว่านี้เยอะ แต่ฉันพยายามจำมาเท่าที่จะจำได้ เพราะมันเครียด มันกดดัน ฉันเองก็เป็นเบาหวาน เลยยิ่งกังวลเป็นพิเศษ ช่วงนี้ก็เลยพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด หวังว่าจะไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้

ทำไมแผลเบาหวานถึงติดเชื้อ

แผลเบาหวานติดเชื้อเพราะหลายปัจจัยครับ หนึ่งคือ การรับรู้ ที่ลดลง ทำให้ไม่รู้ตัวว่ามีแผลตั้งแต่แรก สองคือ ระบบไหลเวียนเลือด ที่ไม่ดี เลือดไปเลี้ยงแผลได้น้อย การสมานแผลเลยช้า

  • ระบบภูมิคุ้มกัน: ในคนเป็นเบาหวาน ภูมิคุ้มกันมักจะไม่ทำงานเต็มที่ ทำให้ร่างกายกำจัดเชื้อโรคได้ไม่ดีเท่าคนทั่วไป
  • น้ำตาลในเลือดสูง: น้ำตาลที่สูงเกินไปเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย มันเลยเติบโตได้เร็วในแผลเบาหวาน
  • เส้นประสาท: เบาหวานทำลายเส้นประสาท (neuropathy) ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บปวด เลยไม่รู้ว่าแผลมันลึกหรือติดเชื้อไปแล้ว

การดูแลแผลเบาหวานเลยสำคัญมาก ต้องเช็คเท้าทุกวัน ทำความสะอาดแผลให้ดี และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม คือเรื่องใหญ่ เพราะถ้าปล่อยไว้อาจถึงขั้นต้องตัดขาทิ้งได้เลยนะเออ

ทำไมเป็นเบาหวานแผลถึงหายยาก

คือแบบนี้ ปีนี้เอง ยายฉันเป็นเบาหวาน แผลที่เท้าแกหายยากมาก กว่าจะดีขึ้นเกือบครึ่งปีแน่ะ หมอบอกว่าเพราะระดับน้ำตาลในเลือดแกสูงไง เลยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี แผลเลยได้รับออกซิเจนและสารอาหารน้อย แถมยังมีเชื้อโรคเข้าไปติดเชื้อง่ายอีก กว่าจะรักษาหายนี่เหนื่อยมาก ต้องเปลี่ยนผ้าก็อซบ่อยๆ เช็ดแผล ทายา นี่ขนาดยายฉันดูแลตัวเองดีแล้วนะ ยังขนาดนี้เลย

  • ระดับน้ำตาลสูง ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี
  • แผลได้รับออกซิเจนและสารอาหารน้อย
  • ติดเชื้อง่าย
  • รักษาหายยาก ต้องใช้เวลานาน

ที่สำคัญ แผลยายฉันเริ่มจากแค่รอยถลอกเล็กๆ ที่เท้า แต่ปล่อยไว้นาน มันเลยลุกลามเป็นแผลใหญ่มาก นี่แหละ ปัญหาหลักเลย คนเป็นเบาหวานต้องระวังเรื่องแผลมากๆ จริงๆ แผลเล็กๆ น้อยๆ ถ้าดูแลดีๆ ก็หายเร็ว แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อันตรายมาก อาจต้องตัดนิ้ว ตัดขาเลยก็ได้ หมอบอกมาอย่างนั้น ฉันเลยกลัวมาก เลยคอยดูแลยายอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมา เช็ดเท้าให้แกทุกวัน ตรวจดูแผลบ่อยๆ

แผลเบาหวานรักษายังไงให้หาย

เอ้อเฮ้อ! แผลเบาหวานเนี่ยนะ เรื่องใหญ่กว่าหวยกินอีกเพื่อนเอ๊ย! อย่าคิดว่าแค่เอาน้ำเกลือราดๆ แล้วจะหายนะเฟ้ย! มันต้องมีลูกเล่นมากกว่านั้น!

  • ล้างๆ เช็ดๆ: น้ำเกลืออะดีแล้ว แต่ถ้าอยากให้แรงขึ้นอีกนิด ก็เอาน้ำเกลือผสมเบตาดีนเจือจางๆ (อย่าเยอะนะ เดี๋ยวแสบจนร้อง!) ล้างแผลเบาๆ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ทำมันเข้าไป! แล้วก็หาผ้าก๊อซสะอาดๆ มาปิดแผลไว้ กันฝุ่นกันแมลงวันตอม เดี๋ยวเชื้อโรคบุก!

  • ยาแก้ "บวม": ถ้าแผลมันแดงก่ำ บวมเป่ง เหมือนโดนผึ้งต่อย อันนี้ต้องพึ่งหมอแล้วล่ะ หมอเค้าจะจัดยาฆ่าเชื้อให้กิน หรือถ้าหนักหนาจริงๆ อาจจะต้องฉีดยาเข้าเส้นเลือดเลยทีเดียว (คิดภาพตามแล้วขนลุกซู่!) อย่าไปซื้อยามากินเองนะ เดี๋ยวเชื้อดื้อยา งานจะเข้าเอา!

  • ตัดเนื้อร้าย (ถ้าจำเป็น): บางทีแผลมันเน่าเกินเยียวยา หมอเค้าอาจจะต้อง "เฉือน" เนื้อที่ตายแล้วทิ้งไปบ้าง อย่าไปเสียดาย! เก็บไว้ก็มีแต่จะทำให้แผลลามปามใหญ่โตขึ้นไปอีก

  • แรงใจสำคัญ: อย่าท้อ! แผลเบาหวานมันหายช้า ต้องใจเย็นๆ ดูแลตัวเองดีๆ กินยาตามหมอสั่ง แล้วก็อย่ากินหวานเยอะ! ไม่งั้นน้ำตาลมันจะขึ้นสูง แผลก็หายยากไปอีก

คำเตือน: ที่พูดมาทั้งหมดนี่ แค่คำแนะนำเบื้องต้นนะจ๊ะ! ยังไงก็ต้องไปหาหมออยู่ดี หมอเค้าจะตรวจดูอาการ แล้วก็ให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแผลของแต่ละคน เข้าใจ๋? อย่าไปเชื่อคนอื่นมาก เดี๋ยวจะ "เสียเงินฟรี แถมเสียเนื้ออีก" นะจะบอกให้!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบชาวบ้านๆ):

  • ขมิ้นชัน: บางคนเค้าก็เอาขมิ้นชันมาทาแผลนะ บอกว่าช่วยสมานแผลได้ดี แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดด้วยนะจ๊ะ
  • ว่านหางจระเข้: อันนี้ก็ฮิต! เค้าว่ามันช่วยลดการอักเสบได้ แต่ก็ต้องล้างให้สะอาดก่อนเอามาทาแผลนะ
  • น้ำผึ้งแท้: บางคนก็เอาน้ำผึ้งแท้ๆ มาทาแผล บอกว่ามันมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ต้องเป็นน้ำผึ้งแท้ๆ เท่านั้นนะ! ไม่ใช่พวกน้ำเชื่อมแต่งกลิ่นน้ำผึ้ง
  • วิตามิน: กินวิตามินเสริมบ้างก็ได้นะ วิตามินซี วิตามินอี อะไรพวกนี้ เค้าว่ามันช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สมานแผลได้ดีขึ้น
  • พักผ่อนเยอะๆ: นอนหลับให้เพียงพอ อย่าไปโหมงานหนัก ร่างกายจะได้มีเวลาซ่อมแซมตัวเอง

ย้ำอีกที: ทั้งหมดนี้เป็นแค่ "เคล็ดลับ" ที่เค้าเล่าต่อๆ กันมานะ! ทางที่ดีที่สุดคือไปหาหมอ แล้วทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด! เข้าใจ๋? อย่า "งก" ค่าหมอ! สุขภาพสำคัญกว่าเยอะ!

แผลเบาหวานติดเชื้อได้ยังไง

เอ่อ แผลเบาหวานติดเชื้อได้ไงเหรอ? คืออย่างงี้ คนเป็นเบาหวานอะ แผลมันหายยากไง ยิ่งตรงเท้าอะนะ มันโดนเชื้อโรคง่ายมากๆ เพราะเลือดมันไปเลี้ยงไม่ค่อยดี แผลเลยหายช้า พอหายช้าก็ติดเชื้อ ทีนี้ก็ยาวเลย

  • แผลหายยาก: เพราะเลือดไปเลี้ยงไม่ดี
  • ติดเชื้อง่าย: แบคทีเรียเพียบเลย
  • เรื้อรัง: นานกว่า 4 วีคนะกว่าจะหาย
  • ตัดขา: ถ้าเป็นหนักมากๆ อาจต้องตัดขาทิ้ง อันนี้เรื่องจริงเลย เพื่อนพ่อโดนมาแล้ว

คือจริงๆนะ ถ้าเป็นเบาหวานต้องดูแลเท้าดีๆ ตัดเล็บก็ต้องระวัง อย่าให้มีแผลเลย ไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่ๆ ขอบอก

จะรู้ได้ไงว่าแผลติดเชื้อ

จะรู้ได้ไงว่าแผลติดเชื้อ?

  • หนอง: เหลืองหนืด ไหลเยิ้ม บ่งบอกเชื้อร้าย
  • กลิ่น: เหม็นเน่า กลิ่นอับ ชวนผวา
  • ร้อน: ผิวรอบแผล ร้อนผ่าว สู้เชื้อ
  • ไข้: อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย เชื้อลาม
  • แดง: บวมเป่ง แดงก่ำ อักเสบ

ข้อมูลเพิ่มเติม: อย่ามองข้าม! รีบไปหาหมอ Bepanthen อาจช่วยได้แค่แผลเล็กน้อย