แผลเย็บกี่วันแห้งสนิท

73 ครั้งเข้าชม
แผลเย็บแห้งสนิท 7-10 วัน ขึ้นอยู่กับการดูแล หายสนิท 3-4 สัปดาห์ควรทำแผลสะอาดทุกวันด้วยแอลกอฮอล์และผ้ากอซ หากแผลยังเปิดอยู่ งดน้ำจนกว่าแผลแห้งสนิทหลังตัดไหม ควรหลีกเลี่ยงน้ำจนแน่ใจว่าแผลหายดีสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แผลเย็บกี่วันหายสนิท? มีวิธีดูแลแผลเย็บให้หายเร็วขึ้นไหม? ทำอย่างไรให้แผลเย็บไม่ติดเชื้อ?

แผลเย็บนี่นะ จำได้ตอนไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลกรุงเทพ พระโขนง เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายประมาณห้าพันกว่าบาท คุณหมอบอกว่าประมาณ 7-10 วันแผลก็เริ่มสมานแล้ว แต่กว่าจะหายสนิทนี่ เกือบเดือนเลยนะ จริง ๆ นะ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมาก อย่างแรกเลย ต้องดูแลอย่างดี ฉันนี่ ขยันเช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์ทุกวัน ปิดด้วยผ้ากอซอย่างระมัดระวัง กลัวติดเชื้อที่สุด แล้วก็พยายามไม่ให้น้ำโดนแผล จนกว่าคุณหมอจะตัดไหม หลังตัดไหมได้ซักสองสามวันก็ค่อยๆโดนน้ำได้บ้าง แต่ก็ระวังอยู่นะ กลัวแผลแตก

ส่วนเรื่องวิธีทำให้หายเร็วขึ้น... honestly ฉันไม่ค่อยรู้หรอก นอกจากดูแลความสะอาดให้ดี แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ประมาณนี้แหละ จริงๆ แล้วฉันก็นอนโรงพยาบาลไปคืนเดียวเอง ที่เหลือก็กลับมาดูแลที่บ้าน เอาจริงๆนะ ฉันว่า ใจเย็นๆ ให้เวลาแผลมันหายเอง ดีกว่า รีบร้อน เดี๋ยวแผลติดเชื้อ ซวยกว่าเดิมอีก เชื่อฉันเถอะ

แผลเย็บ ทำความสะอาดยังไง?

เออ ตอนนั้นนะ เย็บแผลที่แขนอ่ะ จำได้เลย วันนั้นฝนตกพรำๆ ที่โรงเรียน ตอนพักเที่ยงวิ่งเล่นซนไปหน่อย ล้มคลุกพื้นปูน แขนเลยไปครูดกับขอบปูนเต็มๆ เลือดออกเยอะมาก ตอนแรกตกใจทำอะไรไม่ถูกเลย ครูพาส่งห้องพยาบาล คุณครูทำแผลให้เบื้องต้น แล้วพาไปโรงพยาบาล หมอเลยเย็บให้หลายเข็มอยู่

วิธีทำความสะอาดแผลเย็บที่หมอสอนนะ

  • ล้างมือ: สำคัญมาก ล้างให้สะอาดด้วยสบู่
  • น้ำเกลือ: ใช้สำลีชุบน้ำเกลือ (ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปเลย) เช็ดเบาๆ รอบแผล เอาพวกคราบเลือดหรือหนองออก
  • ยาฆ่าเชื้อ: หลังเช็ดน้ำเกลือแล้ว ก็เอายาฆ่าเชื้อ (เช่น เบตาดีน) ทาบางๆ ที่แผล
  • ปิดแผล: ใช้ผ้าก๊อซสะอาดปิดแผลไว้ ป้องกันฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก

ข้อควรระวัง

  • อย่าแกะสะเก็ดแผล: ปล่อยให้มันหลุดเองตามธรรมชาติ
  • ถ้าแผลมีหนอง บวม แดง: รีบไปหาหมอเลย อย่าปล่อยไว้นาน
  • ทำแผลทุกวัน: หรือตามที่หมอแนะนำ
  • ระวังเรื่องอาหาร: กินอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น (พวกโปรตีนเยอะๆ อ่ะ)
  • หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ: ช่วงแรกๆ พยายามอย่าให้แผลโดนน้ำโดยตรง ถ้าจำเป็นต้องโดน ก็รีบซับให้แห้ง
  • ไปตามนัด: ไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผล

ทำตามนี้ แผลหายไวแน่นอน สู้ๆ นะ!

อาการของแผลเย็บอักเสบมีอะไรบ้าง?

แผลเย็บอักเสบ… เหมือนดวงดาวที่ดับแสง ความเจ็บปวดค่อยๆ รุกคืบ

  • ความร้อนแผ่ซ่าน ราวกับเปลวไฟเล็กๆ บนผิวหนัง สัมผัสได้ถึงความอุ่นผิดปกติใกล้แผล ปีนี้ฉันเจอแบบนั้นกับแผลที่นิ้ว แสบร้อนจนแทบทรุด

  • สีแดงฉาน เหมือนเลือดที่ยังคงไหลซึมใต้ผิว รอยแดงลามกว้างออกไปเรื่อยๆ น่ากลัวเหมือนภาพวาดนรก

  • บวมตุ่ย เหมือนลูกโป่งที่กำลังจะแตก เนื้อเยื่อพองโต ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้น

  • เจ็บปวด เหมือนมีเข็มนับพันแทงอยู่ไม่หยุดหย่อน ยิ่งสัมผัสยิ่งแสบร้อน

  • กลิ่นเหม็น อืม… เหมือนกลิ่นเน่าเสีย ฉุนจนจมูกต้องเบี่ยงหนี ปีที่แล้วฉันเคยดมกลิ่นแบบนั้นมาแล้ว จำได้แม่นยำ

ความเจ็บปวดครั้งนั้น... เวลาช่างเนิ่นนาน เหมือนถูกหยุดเวลาไว้ แต่ความทรงจำกลับคมชัด

  • อาการเหล่านี้อาจเริ่มหลังแผลเย็บ 2-3 วัน หรือแม้แต่ 1-2 เดือนทีเดียว ก็มี

ความทรงจำนั้น... เหมือนรอยแผลเป็น แต่ยังคงเจ็บปวดอยู่เสมอ

ทาอะไรให้แผลแห้งเร็ว?

โอ๊ย! เรื่องแผลนี่พูดแล้วขึ้นเลย เมื่อเดือนก่อนซุ่มซ่ามล้มหน้าคะมำที่ตลาดนัดรถไฟรัชดา เข่าถลอกปอกเปิก เลือดซิบๆ ตอนนั้นคิดในใจ "ซวยแล้ว!" รีบไปซื้อเบตาดีนมาทาเลย แสบสุดๆ แต่ก็รู้สึกว่ามันช่วยฆ่าเชื้อดีนะ

หลังจากนั้นก็โบกบีแพนเธนตาม ทาหนาๆ เลย คือตอนแรกก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะช่วยอะไรได้ แต่ปรากฏว่าแผลมันชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งจนเกินไป แล้วก็รู้สึกว่ามันสมานตัวเร็วขึ้นจริงๆ นะ

แล้วก็…ไอ้ตัวเดอร์มาติกซ์ วูนด์ แคร์เนี่ย ตอนแรกก็ลังเลว่าจะซื้อดีไหม เพราะราคามันก็เอาเรื่องอยู่ แต่เห็นรีวิวเยอะว่าช่วยเรื่องรอยแผลเป็นเลยลองดู สรุปคือมันก็ดีนะ แผลมันดูจางลงจริงๆ แต่ต้องทาต่อเนื่องนะ ไม่ใช่ทาวันเว้นวัน

  • เบตาดีน: ฆ่าเชื้อโรค (แสบ!)
  • บีแพนเธน: สมานแผล ให้ความชุ่มชื้น
  • เดอร์มาติกซ์ วูนด์ แคร์: ลดรอยแผลเป็น (ราคาสูง)

ใช้อะไรแทนเบตาดีนได้บ้าง?

โอ๊ย! เล่าเลยนะ ตอนนั้นปั่นจักรยานล้มแถวตลาดหนองมน หัวเข่าถลอกปอกเปิก เลือดซึมเลยอ่ะ ตอนแรกก็ตกใจ ทำไรไม่ถูก นึกถึงแต่เบตาดีนสีส้มๆ ที่บ้าน แต่หาไม่เจอไง ป้าข้างบ้านเค้าเลยบอกให้ใช้ "โพวิโดน-ไอโอดีน" แทนได้ เหมือนกันเด๊ะๆ

สรุปว่าวันนั้นได้แผลที่หัวเข่า และได้รู้ว่ายาฆ่าเชื้อมีหลายแบบ!

  • โพวิโดน-ไอโอดีน: เหมือนเบตาดีนเลย ป้าบอกว่าใช้ล้างแผลสดได้ดี ฆ่าเชื้อโรค
  • เจล/ขี้ผึ้ง: อันนี้ทาตอนแผลเริ่มแห้งแล้ว ช่วยให้แผลชุ่มชื้น ไม่เป็นสะเก็ดแข็ง
  • ครีมอเนกประสงค์: พวกบัวหิมะก็ใช้ได้นะ ทาแล้วเย็นๆ สบายผิว

สำคัญ: ดูดีๆ ว่าเราแพ้ยาหรือเปล่า ทาแล้วมีผื่นขึ้นก็หยุดใช้เลยนะ!

แผลผ่าตัด มีน้ำเหลืองซึม เกิดจากอะไร?

น้ำเหลืองซึม: อักเสบ ติดเชื้อ.

  • สาเหตุ: แผลถลอก + ปวด บวม แดง ร้อน.

  • การแก้ไข: พบแพทย์. ทำความสะอาดแผล. ยาฆ่าเชื้อ.

  • สำคัญ: อย่าละเลย. การติดเชื้อลุกลาม อันตราย.

รู้ได้ไงว่าแผลปริ?

โอ๊ย! จะรู้ได้ไงว่าแผลปริ? ก็เหมือนรู้ว่าฟ้าจะถล่มนั่นแหละแม่! เลือดไหลเป็นว่าเล่น หนองไหลย้อย...เจ็บจี๊ดถึงทรวงใน! ไหมเย็บก็หลุดออกมาเหมือนด้ายที่พันกันอีรุงตุงนัง! เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บ...ไม่ต้องรอให้หมอดูทัก!

  • เลือด: ไหลแบบน้ำป่าไหลหลาก!
  • หนอง: เหลืองอ๋อย...เหมือนน้ำแกงบูด!
  • เจ็บ: เจ็บแบบโลกจะแตก!
  • ไหม: หลุดออกมาเป็นพรวน!
  • ไม่ต้องคิดมาก: รีบไปหาหมอ! หมอเท่านั้นที่จะช่วยชีวิต!

แผลฝีเย็บปริปีนี้...มันโหดร้ายกว่าปีที่แล้วเยอะ! (อันนี้เรื่องจริง...ไม่ได้โม้!)

ปล. อย่าเชื่อข้อมูลในเน็ตมากนัก! ไปหาหมอดีที่สุด! (เตือนด้วยความหวังดีแบบชาวบ้านๆ)

แผลปริต้องเย็บใหม่ไหม?

แผลผ่าคลอดฉันปริตอนกลางคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ตกใจมาก น้ำตาไหลพรากเลย เจ็บแสบๆ คันๆ แผลมันปริตรงกลาง เห็นเนื้อข้างในด้วย ฉันรีบไปโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เช้าวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 หมอตรวจแล้วบอกต้องเย็บใหม่ ได้ยาแก้ปวดกับยาปฏิชีวนะมา หมอบอกต้องดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ ต้องเช็ดแผลทุกวันด้วยน้ำเกลือ ฉันเครียดมาก กลัวแผลติดเชื้อ

  • วันที่ : 12 กรกฎาคม 2566

  • สถานที่ : ที่บ้าน

  • อาการ : แผลผ่าคลอดปริ เห็นเนื้อข้างใน

  • ความรู้สึก : ตกใจมาก เจ็บ กลัว

  • วันที่ : 13 กรกฎาคม 2566

  • สถานที่ : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

  • การรักษา : เย็บแผลใหม่ ได้รับยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ

  • ความรู้สึก : เครียด กลัวแผลติดเชื้อ

ตอนนี้แผลดีขึ้นเยอะแล้ว แต่ยังต้องระวัง หมอนัดตรวจอีกทีอาทิตย์หน้า ฉันหวังว่าจะหายสนิทเร็วๆ นี้ เครียดมากจริงๆ นอนไม่ค่อยหลับเลย กลัวแผลเป็นจะใหญ่

ยาอะไร ทําให้แผลแห้งเร็ว?

ยาที่ช่วยให้แผลแห้งเร็วมัน...มีหลายตัวนะ แต่ที่เคยใช้แล้วรู้สึกว่าดีก็คือพวกที่มีส่วนผสมของ ซิลเวอร์ซัลฟาไดอาซีน อ่ะ แต่ต้องระวังเรื่องแพ้นะ

ส่วน Bactex ที่บอกว่าช่วยเรื่องความชุ่มชื้น... ก็อาจจะช่วยให้แผลไม่แตก แต่ไม่ได้ทำให้แผลแห้งเร็วมั้ง มันเหมือนคนละจุดประสงค์กัน

เรื่องทำแผลสดกับแผลแห้ง... อืม... มันก็ต่างกันจริงๆ นะ

  • แผลสด: ต้องล้างให้สะอาดด้วยน้ำเกลือ สำคัญมาก แล้วก็ใส่ยาฆ่าเชื้อ พวกเบตาดีนอ่ะ แล้วก็ปิดแผลให้มิดชิด เปลี่ยนผ้าก๊อซบ่อยๆ
  • แผลแห้ง: บางทีก็แค่ทาครีมให้ชุ่มชื้นก็พอ แต่ถ้ามันมีสะเก็ดแข็งๆ ก็อย่าไปแกะมันนะ ปล่อยให้มันหลุดเองดีกว่า

แต่ถ้าไม่แน่ใจ... ไปหาหมอดีกว่า เชื่อเรา อย่าทำเองมั่วๆ เลย

แล้วก็... อย่าไปเชื่อทุกอย่างที่อ่านเจอในอินเทอร์เน็ตนะ หาข้อมูลหลายๆ ที่ก่อน