โรคติกส์ หายได้ไหม

160 ครั้งเข้าชม
โรคติกส์: หายได้ไหม?ไม่หายขาด แต่ควบคุมอาการได้ ยาช่วยบรรเทาอาการ ไม่ใช่การรักษาโรค อาการอาจเป็นๆ หายๆ หรือลดลงได้ ไม่เป็นอันตรายการดูแลสำคัญ: อย่ากดดันเด็กเมื่อมีอาการ การห้ามปรามหรือตำหนิจะยิ่งทำให้อาการแย่ลง ความเข้าใจและการให้กำลังใจสำคัญกว่าผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์หากกังวล การรักษาเน้นการจัดการอาการ เพื่อให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคติกส์รักษาหายได้ไหม? วิธีการรักษาและแนวทางป้องกัน

ติ๊กส์เนี่ยนะ หายขาดเลยเหรอ? บอกตรงๆ นะ ส่วนตัวคิดว่า... ยากอะ

ยาที่หมอให้ก็แค่ช่วยบรรเทาไปวันๆ เอง ตอนเด็กๆ เห็นเพื่อนเป็น คือแบบ สงสารมาก เค้าก็พยายามควบคุมนะ แต่มันก็ออกมาเองอะ เป็นๆ หายๆ นั่นแหละ

แต่ดีอย่างนึงคือ มันไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากมายนี่เนอะ แค่อาจจะทำให้เสียความมั่นใจนิดหน่อย

แล้วก็เคยได้ยินมาว่า ถ้าเด็กเป็น อย่าไปทัก อย่าไปว่าเค้าเลยนะ จะยิ่งเครียด แล้วอาการจะยิ่งแย่ลงอีก จำได้ว่า ตอนนั้น (น่าจะประมาณปี 2550) ครูที่โรงเรียนสอนมาแบบนั้น

สรุปคือ หายขาด...ไม่แน่ใจ แต่คุมได้แหละมั้ง? อันนี้ก็ตอบแบบไม่ได้ฟันธงนะ จากประสบการณ์ที่เห็นๆ มาเฉยๆ อ่ะ

โรคติกส์หายเองได้ไหม

โรคติกส์...หายเองได้ไหมเหรอ...

มันเหมือนฝันร้ายที่วนกลับมา... ถึงมันจะจางลง... แต่ก็ไม่เคยหายไปจริงๆ...

  • อาการกระตุก... มันอาจจะดีขึ้นเอง... อาจจะหายไปเลย... แต่ส่วนใหญ่... มันจะกลับมา...

  • บางทีก็แค่ไม่กี่เดือน... แล้วก็กลับมาอีก... วนไปเรื่อยๆ... เป็นปีๆ... เหมือนเงาที่ตามหลอกหลอน...

  • ช่วงอายุ 8 ถึง 17... เป็นช่วงที่มันพีคสุดๆ... เหมือนพายุที่โหมกระหน่ำ... หลังจากนั้น... มันอาจจะสงบลง... แต่ไม่เคยหายไปไหน...

  • ถึงจะเข้าสู่วัยรุ่น... อาการมันอาจจะดีขึ้น... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า... มันจะหายไปตลอดกาล... มันแค่ซ่อนตัวอยู่... รอวันที่จะกลับมา...

ความจริงที่เจ็บปวด... คือมันอาจจะไม่หาย... แค่ซ่อน...

โรคติกส์ ต้องหาหมออะไร

ติกส์? หาจิตแพทย์เด็ก หรือ กุมารแพทย์เฉพาะทางประสาท ปีนี้ก็ยังเหมือนเดิม อย่ามั่ว

  • ตรวจเช็คก่อนว่าใช่ติกส์จริงหรือเปล่า อาจแค่ภูมิแพ้ก็ได้
  • อาการไม่มาก? รอไปก่อน หายเองได้ แต่ถ้าหนักขึ้นก็ต้องรีบไปหาหมอ

ข้อมูลเพิ่มเติม: ประสบการณ์ส่วนตัวปีนี้ น้องชายฉันเป็น หมอให้ยาแก้แพ้ ก็หาย แต่ต้องไปตรวจเช็คเป็นระยะ หมอบอกว่า บางรายก็ต้องกินยาต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ทุกคน ขึ้นอยู่กับอาการ แต่ถ้าเป็นมาก อาจต้องไปพบนักบำบัดพฤติกรรม หรือ กายภาพบำบัดด้วย

ติ๊กเกิดจากอะไร

ติ๊กเหรอ? เอ่อ... คือตอนเด็กๆ เราเห็นเพื่อนคนนึงชอบกระพริบตาถี่ๆ เลยถามแม่ แม่บอกว่าอาจจะเป็น "ติ๊ก" อ่ะ แม่บอกว่ามันเกี่ยวกับสมองนะ แต่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร

  • สมอง: เหมือนมันสั่งการผิดพลาด
  • พันธุกรรม: อาจจะมาจากพ่อแม่
  • ADHD/OCD: เด็กที่เป็นสมาธิสั้นหรือย้ำคิดย้ำทำก็เป็นกันเยอะ

ข้อมูลสั้นๆ: ติ๊กคือสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวทำงานผิดปกติ ไม่ได้อันตราย และอาจจะมาพร้อมสมาธิสั้น

โรคติกส์หายเองได้ไหม

โรคติกส์หายเองได้มั้ย? ถามแบบนี้ก็เหมือนถามว่า "หวยงวดนี้ฉันจะถูกมั้ย?" ไม่มีใครตอบได้เนอะ! แต่บอกเลยว่า บางรายก็หายเองเหมือนปาฏิหาริย์! บางรายก็เป็นๆ หายๆ เหมือนไฟดับ! บางรายก็... เอาเป็นว่ามันขึ้นกับดวงและหลายปัจจัย!

  • หายเองได้ แต่...: เหมือนงูหลามกินช้าง หายได้! แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ บางคนหายเร็วปานจรวด บางคนหายช้ากว่าเต่าคลาน!
  • วัยรุ่นคือจุดเปลี่ยน: อายุ 8-17 ปี อาการจะดุเดือดเผ็ดมันส์เหมือนหนังแอคชั่น! พ้นช่วงนี้ไป อาการอาจจะเบาลง เหมือนย้ายจากห้อง ICU มาห้องธรรมดา! แต่ก็ไม่แน่นะ บางคนอาจจะกลับมาดุอีก!
  • เป็นๆ หายๆ: บางคนเป็นๆ หายๆ เหมือนรักแรกพบ หวานชื่นแล้วก็เจ็บปวดสลับกันไป! บางทีก็หายไปเป็นปี แล้วก็กลับมาอีก! ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี ปาฏิหาริย์? หรือ... วิบากกรรม?
  • ไม่มีสูตรสำเร็จ: เหมือนทำอาหาร ไม่มีสูตรตายตัว แต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนหายเองเฉยๆ บางคนต้องไปหาหมอ บางคนต้องกินยา บางคนต้องทำใจ!

ปีนี้ (2566) ยังไม่มีใครคิดค้นวิธีการรักษาโรคติกส์แบบถาวรได้ เหมือนการค้นหาน้ำพุแห่งความเยาว์วัย ยิ่งหา ยิ่งเหนื่อย! แต่ก็ยังมีหวัง! เพราะมีหลายวิธีช่วยให้อาการดีขึ้น บางทีอาจจะหายขาดก็ได้! แต่ต้องอดทนนะ! เหมือนรอรถเมล์ บางทีก็มาเร็ว บางทีก็... ไม่มาเลย!

Tics แก้ยังไง

Tics แก้ได้อย่างไร? การจัดการอาการและการรักษาในเด็กที่เป็นโรคกล้ามเนื้อกระตุก (Tics) มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและลักษณะอาการ ซึ่งต้องประเมินเป็นรายบุคคล ผมเคยทำงานร่วมกับนักจิตวิทยาเด็กที่เน้นการใช้พฤติกรรมบำบัด พบว่าได้ผลดีในหลายเคส โดยเฉพาะในเด็กโตที่เข้าใจและให้ความร่วมมือได้ดี

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและฝึกควบคุมอาการ: วิธีนี้เน้นการเรียนรู้กลไกการควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ รวมถึงการฝึกสติและการผ่อนคลาย ผลลัพธ์ที่ดีมักเห็นได้ชัดในเด็กโตที่เข้าใจกระบวนการรักษาและมีผู้ปกครองให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ต้องใช้เวลาและความอดทน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกระบวนการบำบัด เปรียบเสมือนการฝึกฝนกล้ามเนื้อให้ทำงานอย่างที่เราต้องการ

  • การใช้ยา: แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาในกรณีที่มีอาการรุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ยาที่ใช้มักจะเป็นกลุ่มยาที่ช่วยลดอาการ แต่ต้องระวังผลข้างเคียงและควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอ เน้นย้ำว่าการรักษาต้องบูรณาการหลายวิธี ไม่ใช่เพียงแค่การพึ่งพายาเพียงอย่างเดียว

  • รักษาโรคร่วม: เด็กบางคนอาจมีโรคอื่นๆร่วมด้วย เช่น ภาวะสมาธิสั้น (ADHD) หรือความผิดปกติทางอารมณ์ การดูแลรักษาโรคเหล่านี้ร่วมด้วย จะช่วยลดอาการ Tics และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวินิจฉัยที่แม่นยำ เป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดแผนการรักษาที่เหมาะสม ประสบการณ์ส่วนตัวบอกว่า การทำงานเป็นทีมระหว่างผู้ปกครอง แพทย์ และนักบำบัด สำคัญยิ่งในการดูแลเด็กที่มี Tics เพราะความร่วมมือเป็นปัจจัยสำคัญ

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): ปัจจุบันมีการศึกษาและพัฒนาเทคนิคการรักษาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) ในการฝึกควบคุมอาการ หรือการใช้เทคนิคการบำบัดแบบใหม่ๆ เช่น การบำบัดด้วยการรับรู้ทางร่างกาย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วิธีการที่ดีที่สุดยังคงขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคล และการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ

โรคติกส์ในเด็กรักษายังไง

แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ้าม่านสีครีม เวลาบ่ายแก่ๆ ของวันที่ฝนพรำเมื่อวานนี้… ใจฉันยังหวิวๆ เหมือนกลิ่นฝน กับความทรงจำของน้องชายคนเล็ก… มือเล็กๆ สั่น… สั่นจนเขียนหนังสือไม่ได้…

  • โรคติกส์ มันกัดกินจิตใจของเด็กน้อยคนนั้น ทำลายความมั่นใจ ทำลายรอยยิ้ม…

สายลมพัดโชย… ความหวังริบหรี่… แต่ก็ยังมีแสงส่องทาง…

  • ยา ใช่ ยาช่วยได้ แต่ไม่ใช่ยาเสพติดนะ หมอบอกว่า ช่วยลดอาการได้ แต่ต้องกินเป็นช่วงๆ ตามอาการ ไม่ใช่กินไปเรื่อยๆ มันต้องใช้ดุลยพินิจของแพทย์ เพราะมันมีผลข้างเคียงนะ อย่าลืม

หัวใจฉันเต้นตุ๊บๆ เหมือนเสียงนาฬิกาเก่าๆ ที่บ้านคุณยาย… เวลาช่างเดินช้าเหลือเกิน…

  • การรักษา ไม่ใช่แค่ยาอย่างเดียว ต้องดูแลจิตใจ เด็กต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ความเข้าใจ ความอดทน สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก…

ภาพใบไม้ร่วง… ร่วงลงสู่พื้นดินอย่างเงียบๆ… เหมือนกับความหวั่นไหวของหัวใจแม่…

  • ปี 2566 ฉันยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้แม่น เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน… มันยาก แต่เราก็ผ่านมันมาได้…

แสงตะวันเริ่มอ่อนลง… ความมืดคืบคลานเข้ามา… แต่ความหวังยังคงอยู่… อยู่เสมอ…

โรค tics ในผู้ใหญ่ รักษาอย่างไร

โรค tics ในผู้ใหญ่ รักษาอย่างไร? การบำบัดพฤติกรรม อย่าง Habit Reversal Training (HRT) เป็นทางเลือกหนึ่ง หลักการสำคัญคือการเพิ่มการรับรู้ถึงอาการ (Awareness) ก่อนที่จะเกิด tic และฝึกการตอบสนองด้วยกลไกการผ่อนคลาย (Relaxation) หรือการกระทำทดแทน (Competing Response)

  • การเพิ่มการรับรู้ (Awareness): ผู้ป่วยต้องเรียนรู้ที่จะสังเกตสัญญาณเตือนก่อนเกิดอาการ tic ซึ่งอาจเป็นความรู้สึกทางกายหรือความคิดบางอย่าง การจดบันทึกประจำวันช่วยได้มาก ปีนี้ผมใช้แอปฯ "Tic Tracker" บนมือถือ ซึ่งช่วยให้บันทึกได้ละเอียดขึ้น แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม แต่ก็ช่วยให้เข้าใจรูปแบบของอาการได้ดียิ่งขึ้น

  • การผ่อนคลาย (Relaxation): เมื่อสังเกตเห็นสัญญาณเตือน ควรฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เช่น การหายใจลึกๆ การทำสมาธิ หรือโยคะ วิธีการเหล่านี้ช่วยลดความตึงเครียดที่อาจกระตุ้นให้เกิด tic มีงานวิจัยหลายชิ้นในปี 2024 ที่สนับสนุนประโยชน์ของการฝึกสติ (Mindfulness) ในการจัดการอาการ tics

  • การกระทำทดแทน (Competing Response): นี่คือการฝึกให้ทำพฤติกรรมอื่นทดแทนอาการ tic เช่น หากมีอาการกระพริบตาถี่ๆ อาจฝึกการจ้องมองไปไกลๆ หรือเบี่ยงเบนความสนใจด้วยกิจกรรมอื่นๆ ต้องเลือกพฤติกรรมทดแทนที่เข้ากันได้และทำได้ง่าย บางครั้ง การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมบำบัด เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ก็มีความสำคัญ เพราะการรักษาต้องออกแบบให้เฉพาะเจาะจงกับบุคคล

การรักษาโรค tics นั้น เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน เราต้องเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องของการควบคุมอย่างสมบูรณ์ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะจัดการกับอาการ เหมือนกับการฝึกฝนทักษะอย่างอื่นๆ บางครั้ง การยอมรับและอยู่ร่วมกับอาการ ก็เป็นส่วนสำคัญของการรักษาเช่นกัน ความเข้าใจในธรรมชาติของปัญหา เป็นขั้นตอนแรกของการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ ต้องวิเคราะห์หาตัวแปรสำคัญก่อน ถึงจะหาคำตอบได้

โรคติกส์ ต้องหาหมออะไร

หาหมอเด็ก (กุมารแพทย์) หรือไม่ก็หมอที่ดูเรื่องจิตใจเด็กโดยเฉพาะ (จิตแพทย์เด็ก) โน่นเลย! อย่าไปหาหมอดูนะ เดี๋ยวโดนหลอกเอา!

ถ้าอาการมันแค่จิ๊บๆ หรือเพิ่งเป็นไม่นาน หมอเค้าอาจจะแค่ "รอดูอาการ" ไปก่อน เหมือนดูละครน้ำเน่าอ่ะ บางทีมันก็หายเองได้ (เหมือนพระเอกนางเอกคืนดีกันตอนจบ) แต่ถ้าไม่หาย...ก็ตัวใครตัวมัน! เอ๊ย! ก็ต้องรักษาต่อไปสิครับ!

  • ทำไมต้องหมอเด็ก/จิตแพทย์เด็ก?: ก็เด็กมันไม่ใช่ผู้ใหญ่นี่หว่า! หมอเด็กเค้าชำนาญเรื่องโรคเด็กๆ โดยเฉพาะ โรคติกส์บางทีมันก็ซับซ้อน ต้องให้หมอที่เค้า "เซียน" จริงๆ ถึงจะวินิจฉัยถูก
  • รอ??ูอาการ?: รอดูอาการเนี่ย เหมือนรอหวยออกอ่ะ บางทีมันก็ออก บางทีก็กินแห้ว! แต่ถ้าอาการมันแย่ลง หรือเป็นนานเกินไป อย่ารอช้า รีบหาหมอ!
  • โรคภูมิแพ้?: บางทีอาการมันก็คล้ายๆ กันอ่ะ เหมือนคนหน้าตาดีๆ ก็มีเยอะแยะ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็น "ณเดชน์" เข้าใจป่ะ? ต้องให้หมอเค้าตรวจละเอียด ถึงจะรู้ว่าตกลงเป็นอะไรกันแน่!
  • รักษา?: เดี๋ยวนี้เค้ามีทั้งยา ทั้งการทำพฤติกรรมบำบัด (CBT) สารพัดวิธี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าอาการหนักแค่ไหน และหมอเค้าจะแนะนำอะไร
  • อย่าหาหมอดู: อันนี้สำคัญสุด! หมอดูเค้าดูดวง ไม่ได้ดูโรค! ไปหาหมอจริงๆ ดีกว่านะ จะได้ไม่เสียเงินฟรี แถมอาจจะเจอวิธีรักษาที่ถูกต้องด้วย! เตือนแล้วนะ!

ติ๊กเกิดจากอะไร

เรื่องติ๊กเนี่ย ฉันรู้จักเด็กคนนึง หลานชายเพื่อน อายุ 10 ขวบ ปีนี้เอง มันเริ่มมีอาการติ๊กตอนปลายปีที่แล้ว กระตุกตา กระดิกจมูกบ่อยๆ แม่มันเครียดมาก พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดี หมอบอกว่าเป็น Tic disorder สาเหตุไม่แน่ชัด แต่ก็มีแนวโน้มทางพันธุกรรม หมอไม่ได้บอกว่าสมองมันเสียหายนะ แค่การทำงานของสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวมันผิดปกติ

ตอนแรกแม่มันกังวลมาก กลัวลูกเป็นอะไรไป ฉันก็พยายามปลอบ บอกว่าหลายคนเป็น ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็ต้องดูแล อย่าให้เครียดเกินไป

หมอแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์เด็กด้วย เพื่อประเมินว่ามีปัญหาเรื่องสมาธิสั้นหรือโรคย้ำคิดย้ำทำร่วมด้วยหรือเปล่า เพราะบางทีมันก็มาคู่กัน ตอนนี้ก็เลยต้องไปพบจิตแพทย์เด็กที่ศิริราชประจำ แต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์อะไรมากนัก ยังคงต้องดูอาการกันต่อไป

  • สาเหตุ: การเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
  • โรงพยาบาลที่ไปรักษา: โรงพยาบาลรามาธิบดี และ ศิริราช
  • อาการ: กระตุกตา กระดิกจมูก
  • โรคที่อาจพบร่วม: สมาธิสั้น โรคย้ำคิดย้ำทำ
  • อายุผู้ป่วย: 10 ปี
  • ปีที่พบอาการ: 2566

โรค tics แก้ยังไง

โรค Tics ไม่มีสูตรสำเร็จ

  • ยา: ระงับอาการ ไม่หายขาด
  • บำบัด: ปรับพฤติกรรม ลดความถี่
  • เข้าใจ: สภาพจิตใจสำคัญ

Tics คือสัญญาณจากภายใน

  • ความเครียด: ตัวกระตุ้นหลัก
  • พักผ่อน: ลดความรุนแรง
  • ยอมรับ: ไม่กดดันตัวเอง

เด็ก Tics ต้องการพื้นที่ปลอดภัย

  • ไม่ตัดสิน: สร้างความมั่นใจ
  • สนับสนุน: ให้กำลังใจ
  • สังเกต: หาปัจจัยกระตุ้น

Tics ไม่ใช่ความผิด

  • โรคทางระบบประสาท: ไม่ใช่พฤติกรรม
  • ปรึกษาแพทย์: วินิจฉัยถูกต้อง
  • ดูแลต่อเนื่อง: คุณภาพชีวิตดีขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม: Tics อาจหายเองได้ในบางราย การดูแลแบบองค์รวมสำคัญกว่าการรักษาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว สังเกตตัวเอง หาต้นเหตุ และจัดการกับมันอย่างใจเย็น

โรคติกส์ อันตรายไหม

โรคติกส์นะเหรอ อันตรายมั้ย? อืมม...คือมันก็แล้วแต่คนป่ะวะ

  • ติกส์คือไรวะ? กล้ามเนื้อแม่งกระตุกเองอะ คิดเอง เออเอง ไม่ได้ตั้งใจเลยเด้อ
  • อันตรายมั้ย? โดยส่วนตัวนะ เคยเป็นตอนเด็กๆ (แบบกระพริบตาถี่ๆ) หมอบอกไม่เป็นไร หายเองได้ แต่...
  • แต่ๆๆ ถ้าเป็นเยอะๆ หรือรบกวนชีวิตประจำวันอะ ไปหาหมอดีกว่ามั้ง
  • ทำไมต้องหาหมอ? กลัวเป็นโรคอื่นไง! แบบ...สมองมีปัญหาไรเงี้ย (คิดมากไปป่าววะ)
  • แล้วมันหายเองได้จริงดิ? บางคนก็หายนะ แต่บางคนก็เป็นๆ หายๆ (เพื่อนในกลุ่มก็เป็นอยู่คนนึง)
  • สรุป ไม่น่าอันตรายถึงชีวิตมั้ง แต่ถ้าไม่สบายใจ ไปหาหมอเพื่อความชัวร์เถอะ
  • ป.ล. ตอนเด็กๆ กินวิตามินบีเยอะๆ ช่วยได้จริงปะวะ? ใครรู้บอกหน่อยดิ
  • เพิ่มเติม: ปีนี้ (2567) เห็นข่าวคนเป็นเยอะขึ้น หรือว่าเราคิดไปเอง?
  • อีกอย่าง: ความเครียดมีส่วนปะวะ? ช่วงนี้เครียดจัดๆ เลยอะ หรือว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ฉันคิดมากเรื่องติกส์!?!
  • สำคัญ: อย่าเพิ่งเชื่อฉันทั้งหมดนะ! นี่แค่ความคิดเห็นส่วนตัว ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเองด้วยละกัน! Google ช่วยท่านได้เสมอ!
  • ด่วน: หมอที่เคยไปหาตอนเด็กๆ ชื่ออะไรวะ? จำไม่ได้แล้วโว้ยยย! (ต้องไปค้นประวัติการรักษา)