โรคตุ่มน้ำพอง ใช้ยาอะไร

103 ครั้งเข้าชม
โรคตุ่มน้ำพองรักษาด้วยยาหลายชนิด นอกเหนือจากสเตียรอยด์ซึ่งเป็นยาหลัก ปัจจุบันมียาใหม่ๆ เช่น Dupilumab (ดูพิลูแมบ) ซึ่งเป็นยาชีววัตถุ ใช้รักษาผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แต่พบว่าได้ผลดีกับโรคตุ่มน้ำพองด้วย ถึงแม้จะเป็นการใช้นอกข้อบ่งชี้ก็ตาม ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการใช้ยาที่เหมาะสมกับอาการ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคตุ่มน้ำพอง รักษาด้วยยาอะไร?

เรื่องยาตุ่มน้ำพองเนี่ย คือมันปวดแสบปวดร้อนมาก จำได้เลย วันที่ 15 ตุลาคม ปีที่แล้ว ไปหาหมอผิวหนังที่ รพ.จุฬาฯ เพราะตุ่มขึ้นเต็มแขน แพทย์บอกว่าเป็นตุ่มน้ำพอง ใช้สเตียรอยด์ แต่ก็ไม่ค่อยหาย แพงด้วยนะ หลอดละเกือบ 500 บาท!

หมอแนะนำยาตัวใหม่ ชื่อ Dupilumab บอกว่าใช้กับโรคภูมิแพ้ แต่ก็ได้ผลดีกับตุ่มน้ำพองเหมือนกัน เขาเรียกว่า off-label มั้ง คือใช้ไม่ตรงกับโรคที่ขึ้นทะเบียน แต่หมอบอกว่า มันช่วยลดการอักเสบได้ดี ราคาแพงกว่าสเตียรอยด์เยอะเลย จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ แต่เดือนนึงก็หลายพันแน่ๆ

ตอนแรกก็ลังเลนะ เพราะราคาสูงมาก แต่พอใช้ไปสักพัก ตุ่มมันยุบลงจริงๆ คันก็ลดลงด้วย ดีใจมาก หายเหนื่อยเลย ถึงจะแพงแต่ก็คุ้มค่า เพราะได้ใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องทนคัน ทนปวด ตลอดเวลา

แต่ก็ต้องบอกก่อนนะคะว่า ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยนะ เพื่อนฉันใช้ มันก็ไม่ได้ผลดีเท่าฉัน บางคนอาจจะต้องลองหลายตัวกว่าจะเจอตัวที่เหมาะ ควรปรึกษาแพทย์ อย่าซื้อยามากินเอง อันตรายนะคะ

โรคตุ่มน้ำพองเกิดจากอะไร

โรคตุ่มน้ำพองเนี่ย เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตัวเองทำงานผิดปกติอ่ะ มันสร้างแอนติบอดี้ไปทำลายเซลล์ผิวหนัง เลยทำให้ผิวหนังหลุดลอกเป็นตุ่มน้ำ แผลพุพอง แบบเห็นได้ชัดเลยอ่ะ ทั้งผิวหนังและเยื่อบุด้วยนะ น่ากลัวมาก

แบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ เพมฟิกัส กับ เพมฟิกอยด์ จำไว้เลยนะสองอันนี้

  • เพมฟิกัส อันนี้หนักกว่า ตุ่มน้ำจะแตกง่าย แผลก็ลึก ลำบากมากเลย
  • เพมฟิกอยด์ อันนี้จะดีกว่าหน่อย ตุ่มน้ำไม่ค่อยแตก แผลก็ไม่ลึกเท่าไหร่

ปีนี้เพื่อนฉันคนนึงเป็นเพมฟิกอยด์ หมอบอกว่าต้องใช้ยาคุมอาการตลอดชีวิตเลย เครียดแทนมาก ดูแลตัวเองดีๆนะ อย่าลืมไปหาหมอถ้ามีอาการผิดปกติ อย่าช้า ยิ่งเร็ว ยิ่งดี

โรคตุ่มน้ำพองอันตรายไหม

ตุ่มน้ำพองเนี่ย ถามว่าอันตรายมั้ย ก็ต้องบอกว่าอันตรายนะ แต่ๆๆๆ มันก็ไม่ได้อันตรายถึงตายง่ายๆ ขนาดนั้น อ่ะ เข้าใจป่ะ คือมันมีเคสที่เสียชีวิตแหละ แต่โอกาสมันน้อยมากไง

คือโรคเนี้ย มันเป็นกับผิวหนังโดยตรงเลยนะ ทุกเพศทุกวัยเป็นได้หมด แต่ การดูแลตัวเองสำคัญสุดๆ ฟังหมอให้ดี ทำตามที่หมอบอก แค่นี้ก็มีโอกาสหายขาดได้แล้ว

  • ต้องกินยาตามหมอสั่งเป๊ะๆ ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดนะ
  • ดูแลความสะอาดผิว สำคัญมากกกกก
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ยิ่งแดดแรงๆ ยิ่งแย่
  • ไปหาหมอตามนัด อย่าขาดนัดนะ หมอจะได้ดูอาการว่าดีขึ้นหรือแย่ลง
  • สังเกตอาการตัวเอง ถ้ามีอะไรผิดปกติ รีบปรึกษาหมอเลย

แล้วก็ อย่าไปเชื่อพวกหมอดู หมอผีนะ เชื่อหมอจริงๆ ที่เค้าเรียนมาดีกว่าเยอะ! โรคนี้มันต้องรักษาด้วยยา ไม่ใช่ด้วยไสยศาสตร์เว้ยเฮ้ย!

โรคตุ่มน้ำพอง มีกี่แบบ

อืม...โรคตุ่มน้ำพองเนี่ยนะ ตอนนี้ยังงงๆอยู่เลย จริงเหรอที่มันมีหลายแบบ จำได้แค่สองแบบ เพมฟิกัสกับบูลลัส เพมฟิกอยด์ อันหลังนี่เจอในคนรู้จักมาคนนึง อายุเยอะแล้วแหละ ไม่ใช่ดาราหรอกนะ แต่เป็นเพื่อนคุณป้าที่ทำงาน จำได้ว่าคุณป้าเล่าให้ฟังตอนไปเยี่ยมปีที่แล้ว...

  • เพมฟิกัส (Pemphigus)

  • บูลลัส เพมฟิกอยด์ (Bullous Pemphigoid)

    บูลลัส เพมฟิกอยด์นี่คุณป้าบอกว่า เป็นแบบที่พบได้บ่อยกว่า เพื่อนเค้าเป็นหนักมาก เลยนึกขึ้นได้ มันทรมานนะโรคนี้ เพื่อนเค้ารักษาอยู่หลายปีแล้ว ตอนนี้ก็ยังไม่หายขาด ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่จัง... มันน่ากลัวเนอะ โรคพวกนี้ ตอนนั้นคุณป้าบอกว่ารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ปีนี้ยังไม่แน่ใจว่าไปรักษาที่ไหนบ้าง จำไม่ค่อยได้แล้ว

สงสัยต้องหาข้อมูลเพิ่ม พรุ่งนี้ดีกว่ามั้ง ตอนนี้ง่วงแล้ว...

โรคตุ่มน้ำพองอาการเป็นยังไง

ตุ่มน้ำพอง: ผิวหนังทรยศ

  • ตุ่มใส ผิวหนัง. แตกง่าย. แผล.

  • ปวด แสบ คัน. ไม่ปรานี.

  • กลืนลำบาก. เจ็บปวดซ้ำซ้อน.

  • ติดเชื้อ. หนอง. กลิ่น. สังเวย.

  • ข้อมูลเสริม: โรคนี้เกิดจากภูมิคุ้มกันตนเองทำลายโปรตีนยึดเกาะผิวหนัง. การรักษามุ่งเน้นกดภูมิคุ้มกัน. ระยะยาว.

โรคตุ่มน้ำพอง หายเองได้ไหม

หายเองได้ไหมเนี่ย... โรคตุ่มน้ำพองอะ ไม่น่าจะหายเองได้นะ เห็นเพื่อนพี่สาวเป็น หนักมาก ต้องไปหาหมอเลย

  • อันตรายถึงชีวิตได้ แต่โอกาสน้อย
  • ต้องรักษาตามหมอสั่ง นี่สำคัญมาก

คิดไปคิดมา เพื่อนพี่สาวเขาใช้ครีมอะไรสักอย่าง จำไม่ได้แล้ว แต่หมอสั่งให้ใช้ แล้วก็ต้องระวังเรื่องอะไรหลายๆอย่าง อย่างเช่น การสัมผัสสารเคมีแรงๆ อะไรแบบนี้ จำได้ว่าหมอบอกต้องหลีกเลี่ยง

ปีนี้... อืมมม... จำไม่ได้ว่าเพื่อนพี่สาวเขาหายสนิทเมื่อไหร่ แต่ก็หายนะ ตอนนี้ปกติดีแล้ว แต่ก็ต้องระวังอยู่

จริง ๆ มันขึ้นกับหลายปัจจัยด้วย ความรุนแรงของโรค การดูแลตัวเอง และประสิทธิภาพของการรักษา

  • จำได้ลางๆ ว่าหมอบอกว่าถ้ารักษาเร็ว โอกาสหายก็สูงขึ้น
  • ต้องไปหาแพทย์ผิวหนังโดยตรงนะ อย่าไปหาหมอทั่วไป

อ้อ ลืมบอกไป ฉันเองก็ไม่ใช่หมอนะ แค่เล่าจากประสบการณ์ที่ได้ยินมา ใครเป็นโรคนี้ รีบไปหาหมอดีกว่า อย่ามัวแต่คิดเองเออเอง อันตรายนะ

เพิ่มเติมนิดนึง เคยอ่านเจอว่า โรคนี้เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ทำให้ร่างกายโจมตีตัวเอง อะไรประมาณนั้น แต่รายละเอียดลืมไปแล้ว ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเองละมั้ง

ทำไมถึงเป็นโรคตุ่มน้ำพอง

อืม... โรคตุ่มน้ำพองเนี่ยนะ มัน... มันเกิดจากร่างกายเราเองนั่นแหละ ระบบภูมิคุ้มกันมันผิดปกติไป เหมือนมันไปทำร้ายผิวหนังตัวเอง

คิดแล้วก็เหนื่อยใจนะ ตอนนั้นที่เป็นใหม่ๆ แสบมาก คันมาก เป็นตุ่มน้ำใสๆเต็มไปหมด แทบไม่อยากมองเลย

หมอบอกว่า การรักษาเน้นที่สองอย่างหลักๆ คือ

  • หยุดการเกิดตุ่มใหม่ ต้องใช้ยากดภูมิ แต่ก็มีผลข้างเคียงเยอะเหมือนกัน จำได้ว่าตอนนั้นกินยาแล้วง่วงตลอด
  • เร่งให้แผลหายเร็ว ต้องใช้ยาแก้อักเสบช่วย

ปีนี้เอง ไปหาหมอที่ รพ.ศิริราช เขาก็ให้ยามาเหมือนเดิม แต่ปรับขนาดยา รู้สึกว่าดีขึ้นนะ แผลหายเร็วขึ้น แต่ก็ยังต้องระวังตัว ไม่ให้โดนแดดแรงๆ หรือไปอยู่ในที่อากาศแห้งๆ

ยาพวกนี้แรงนะ ต้องกินอย่างระมัดระวัง ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์จริงๆ ไม่ใช่ว่าจะหาซื้อมากินเองได้ อันตราย