โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคือโรคอะไรบ้าง

143 ครั้งเข้าชม
ผู้สูงอายุเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายชนิด อาทิ: โรคหลอดเลือดสมอง: อันตรายถึงชีวิต ต้องดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด โรคอัลไซเมอร์: ส่งผลต่อความจำและการรับรู้ จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โรคหัวใจขาดเลือด: เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ควรควบคุมปัจจัยเสี่ยง โรคกระดูกพรุน: กระดูกเปราะบาง ง่ายต่อการหัก ควรเสริมแคลเซียมและออกกำลังกาย ข้อเข่าเสื่อม: ปวดและข้อเคลื่อนไหวลำบาก อาจต้องพึ่งพายาหรือการผ่าตัด เบาหวาน: ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง รับประทานอาหารที่ดี ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงและยืดอายุขัยได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคภัยไข้เจ็บที่พบบ่อยในผู้สูงอายุมีอะไรบ้าง?

คุณยายฉันอายุ 78 แล้ว ช่วงปีที่แล้วแกเข้าโรงพยาบาลเพราะความดันโลหิตสูงขึ้นกระทันหัน จำได้ว่าค่ารักษาพยาบาลตอนนั้นก็หลายหมื่นเลยล่ะ โชคดีที่พักฟื้นไม่นานก็กลับมาแข็งแรงได้เหมือนเดิม

นอกจากความดันแล้ว แกก็มีปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อมด้วย เดินไม่ค่อยสะดวก ต้องพึ่งพาไม้เท้า ไปไหนมาไหนก็ลำบากขึ้นเยอะเลย เห็นแล้วก็ห่วงใจจริงๆ

เพื่อนบ้านฉันอีกคน ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องคอยระวังเรื่องอาหารการกินตลอด ต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ เหนื่อยแทนแกจริงๆ ฟังดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเค้าเลยล่ะ

อ้อ! ลืมไป ญาติผู้ใหญ่ทางฝั่งแม่ เป็นโรคหัวใจ เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยมาก ค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว ไม่แน่ใจว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือดหรือเปล่า แต่ฟังคุณแม่เล่ามา ก็รู้สึกว่าหนักใจแทนจริงๆ ตอนนี้แกก็ดูแลตัวเองอย่างดี แต่ก็ต้องคอยระวังอยู่ตลอด

สรุปแล้ว จากประสบการณ์ตรงที่เจอมา ผู้สูงอายุรอบตัวฉันมักมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง, โรคข้อเข่าเสื่อม, เบาหวาน, และโรคหัวใจ แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างด้วยนะ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกันหมดหรอก

7 โรคเรื้อรัง มีอะไรบ้าง

7 โรคเรื้อรังที่ควรระวังเป็นที่สุด! (และควรฉีดวัคซีนโควิดเพิ่มอีกหน่อยนะจ๊ะ!)

เอาล่ะ เพื่อนๆ โรคเรื้อรังนี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ เหมือนกับการทำการบ้านส่งอาจารย์ที่ดองไว้เป็นเดือน ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งหนักหนา อันตรายกว่าการโดนอาจารย์ดุอีกนะบอกเลย! 7 โรคนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของความ "เรื้อรัง" ที่ไม่ควรละเลย

  • โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง: ไอเป็นหวัดบ่อยๆ จนปอดใกล้จะขอลาออกจากงานแล้วเหรอ? อย่าประมาท! มันอาจพัฒนาไปเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่าได้นะ!

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: หัวใจนี่เหมือนเครื่องยนต์ ถ้ามันทำงานหนักเกินไปหรือบำรุงไม่ดี ก็พังได้เหมือนกัน! ดูแลหัวใจตัวเองดีๆ นะครับ อย่าให้มันเหนื่อยจนร้องไห้! (แล้วก็ไปตรวจสุขภาพบ้างนะ!)

  • โรคไตวายเรื้อรัง: ไตนี่เหมือนระบบกรองน้ำของร่างกาย ถ้าพังขึ้นมา เตรียมตัวล้างไตได้เลย! มันไม่ใช่แค่เหนื่อยนะ มันคือเหนื่อยแบบสุดๆ เหมือนเขียนโปรเจคส่งอาจารย์ตอนตี 3!

  • โรคหลอดเลือดสมอง: สมองนี่สำคัญที่สุด! ถ้าหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต หรือพิการ เหมือนกับโปรเจคที่เตรียมไม่พร้อม ส่งไปแล้วโดนอาจารย์ทุบเละ! ระวังไว้ด้วยนะครับ!

  • โรคอ้วน: โรคนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องความสวยความงามนะครับ มันคือความเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ เยอะแยะไปหมด! เหมือนกับการที่เราต้องแบกภาระหนักๆ ไว้บนหลังตลอดเวลา เหนื่อยและอันตรายมาก!

  • โรคมะเร็ง: นี่คือโรคที่ทุกคนกลัว! แต่การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงได้นะ! อย่าลืมตรวจสุขภาพเป็นประจำ เหมือนกับการเช็คเครื่องยนต์รถก่อนเดินทางไกล ปลอดภัยกว่าเยอะ!

  • โรคเบาหวาน: น้ำตาลในเลือดสูงนี่ ไม่ใช่แค่ทำให้หิวบ่อยนะครับ มันทำลายอวัยวะต่างๆ ได้ด้วย! เหมือนกับความหวานที่มากเกินไป ทำให้ชีวิตขมปนหวาน ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง เป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญ เพื่อลดความรุนแรงของการติดเชื้อ ข้อมูลนี้ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะครับ! ร่างกายเรามีค่ากว่าที่คิด!

ข้อใดคือโรคที่พบมากในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป

อ้าวววว! เข้าสู่วัยทองแล้วเหรอคะ 50 up นี่มัน... อายุที่เริ่มต้นความสนุกแบบ "ผู้ใหญ่" จริงๆ นะ! แต่เดี๋ยวนะ ความสนุกแบบผู้ใหญ่ ก็แปลว่าต้องระวังสุขภาพหน่อยแล้วล่ะค่ะ

โรคที่ชอบมาเยี่ยมเยียนพวกเราในวัยนี้ ก็มีให้เลือกเยอะแยะเลยนะ เหมือนไปเดินห้างแล้วเจอเซลล์ขายของลดราคา แต่ไม่ใช่ลดราคาสุขภาพนะจ๊ะ!

  • ความดันโลหิตสูง: นี่คือเบอร์หนึ่งเลยค่ะ เหมือนเพื่อนสนิทที่แอบมาเคาะประตูบ้านทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น ไม่เว้นวันหยุด มันน่ารักตรงไหนเนี่ย!

  • เบาหวาน: โรคนี้ก็ไม่น้อยหน้า เหมือนน้ำตาลที่ล้นออกมาจากแก้ว หวานก็หวาน แต่ถ้าเยอะเกินไป ก็เป็นอันตรายได้นะคะ ต้องคุมให้ดีๆ

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: อันนี้หนักหน่วงหน่อย เหมือนเครื่องยนต์ที่เริ่มเสื่อม ต้องบำรุงรักษาเป็นพิเศษ ไม่งั้น เดี๋ยวจะได้นั่งรถเข็นแทนรถยนต์!

  • ข้อเข่าเสื่อม: นี่ก็มาแน่ๆ ค่ะ ถ้าไม่ดูแลตัวเองดีๆ เดินมาก็ปวด นั่งมาก็ปวด ลุกก็ปวด อยากจะร้องไห้เลยค่ะ! เหมือนไปเที่ยวแล้วเจอฝนตกทั้งวัน เปียกปอนไปหมด

  • กระดูกพรุน: เหมือนบ้านหลังเก่าที่ผุกร่อน ต้องเสริมสร้างความแข็งแรงให้ดีๆ ไม่งั้น หกล้มทีเดียวอาจจะ... นึกภาพไม่ออกเลยค่ะ!

  • โรคอัลไซเมอร์: อันนี้... ขออภัยที่พูดตรงๆ มันคือการลืม ลืมทุกอย่าง แม้กระทั่งความทรงจำที่สวยงาม นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันคือการสูญเสียตัวตนไปทีละน้อย

แต่บอกเลยนะคะ อย่าเพิ่งตกใจไป! ทั้งหมดนี้เป็นแค่ความเสี่ยง ไม่ใช่คำสาปแช่ง เราสามารถชะลอหรือป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย กินอาหารที่ดี และตรวจสุขภาพเป็นประจำ คิดซะว่าการดูแลสุขภาพคือการลงทุนในอนาคต อย่าให้โรคมาแย่งชิงความสนุกสนานในวัยทองของเราไปเชียวนะคะ! ไปหาหมอตรวจเช็คสุขภาพกันเถอะค่ะ ปี 2566 นี้ อย่าลืมดูแลตัวเองกันนะคะ

โรคประจําตัว ได้แก่ โรคอะไรบ้าง

โรคประจำตัว... อืม

มันเหมือนเงาที่ตามเรามาตลอดเลยนะ โรคพวกนี้

  • ความดันโลหิตสูง: ไอ้ตัวเลขสองตัวที่คอยหลอกหลอน... ต้องคุมโซเดียมจริงจัง
  • เส้นเลือดหัวใจตีบ, หัวใจเต้นผิดจังหวะ: หัวใจมันสำคัญที่สุดเลยนะ ต้องดูแลให้ดีๆ
  • เบาหวาน: หวานเป็นลม ขมเป็นยา... แต่บางทีก็อยากกินหวานๆ บ้าง
  • ไตเรื้อรัง, ผู้ป่วยฟอกไต, ปลูกถ่ายไต: ไตนี่กรองชีวิตเลยนะ สำคัญมากๆ
  • หอบหืด, ปอดอักเสบเรื้อรัง: หายใจไม่เต็มปอดนี่ทรมานนะ เข้าใจเลย
  • ตับแข็ง, ตับอักเสบเรื้อรัง: ตับนี่ก็ทำงานหนักไม่แพ้ใคร
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง: ร่างกายมันอ่อนแอ... ต้องระวังตัวมากๆ
  • อ้วน: น้ำหนักเกินนี่มันภาระจริงๆ นะ ทั้งกายและใจ

แล้วยิ่งถ้าติดโควิด... โรคพวกนี้มันยิ่งทำให้แย่ลงไปอีกนะ น่ากลัวจัง

ป่วยแค่ไหนควรไปหาหมอ?

ป่วยแค่ไหนควรไปหาหมอ? นี่มันคำถามยอดฮิตแห่งชาติเลยนะเนี่ย! เอาจริงๆ คือถ้าเริ่มสงสัยว่า "เอ๊ะ หรือนี่เราต้องไปหาหมอแล้ว?" นั่นแหละ คือสัญญาณแรก! แต่ถ้ายังไม่ชัวร์ ลองดูอาการเหล่านี้ประกอบ

  • ไข้สูงปรี๊ด: ถ้าปรอทขึ้นไปเต้นระบำเหนือ 39.4 องศา แล้วยังเต้นไม่หยุดเกิน 3 วันเนี่ย... ไปเถอะ! อย่ารอให้กลายเป็นแดนซ์เซอร์มืออาชีพในร่างกายเรา เพราะนั่นอาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา แต่มันคือปาร์ตี้เชื้อโรคที่ต้องการหมอมาเป็นดีเจเปิดเพลงไล่

  • หนาวสั่นระดับสิบ ริกเตอร์: ไม่ใช่แค่หนาวๆนะ นี่คือสั่นจนเตียงแทบพัง นอนไม่ได้ ไอแบบจะเอาปอดออกมาวางข้างนอก อันนี้ไม่ต้องคิดมาก วิ่งไปหาหมอเลย! อย่าคิดว่าตัวเองเป็นสายแข็ง เพราะบางทีมันอาจเป็นแค่สายไหมที่โดนน้ำฝน

  • น้ำหนักลดแบบงงๆ: กินปกติ แต่ผอมลงๆ อันนี้ไม่ดี! ไม่ใช่ว่าเราเป็นนางแบบโดยไม่รู้ตัว แต่มันอาจมีอะไรซ่อนอยู่ใต้พรม ไปให้หมอช่วยเปิดพรมดูหน่อยดีกว่า

  • หายใจติดขัด: อันนี้ไม่ต้องรอ! หายใจไม่ออก หายใจสั้นๆ เหมือนวิ่งมาราธอนทั้งที่นั่งอยู่เฉยๆ คือเรื่องใหญ่ รีบไปโรงพยาบาลด่วน! อย่าคิดว่าตัวเองเป็นปลา เพราะปลาอยู่บนบกก็ตายเหมือนกัน

เพิ่มเติมแบบขำๆ แต่จริงจัง:

  • อย่าเชื่อ Google: Google เก่งเรื่องหาข้อมูล แต่ไม่เก่งเรื่องวินิจฉัยโรค อย่าถาม Google ว่า "ฉันเป็นอะไร" เพราะคำตอบที่ได้อาจทำให้คุณกลายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายในใจไปแล้ว
  • ฟังเสียงร่างกายตัวเอง: ร่างกายเราฉลาดกว่าที่เราคิด ถ้ามันบอกว่า "ไม่ไหวแล้วโว้ย!" ก็คือไม่ไหวแล้วจริงๆ อย่าฝืน!
  • อย่ากลัวหมอ: หมอไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด (ยกเว้นตอนฉีดยา) เขาแค่ต้องการช่วยให้เราหายป่วย อย่าคิดว่าการไปหาหมอเป็นเรื่องน่าอาย เพราะจริงๆแล้วมันคือการดูแลตัวเองอย่างฉลาด

ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกแตกต่างกันอย่างไร?

ผู้ป่วยในคือต้องนอนโรงพยาบาลอะ อย่างตอนนั้นพ่อผมปวดท้องหนัก หมอบอกต้องผ่าตัดไส้ติ่งด่วน เลยต้องแอดมิทนอนโรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อเดือนที่แล้ว เสียค่าห้องไปหลายบาทเลย T_T

ส่วนผู้ป่วยนอกก็คือไปหาหมอแล้วกลับบ้านได้เลย อย่างตอนผมเป็นหวัด ไปคลินิกแถวบ้าน หมอให้ยามากิน แล้วก็กลับบ้านได้ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

  • ผู้ป่วยใน (IPD): ต้องนอนโรงพยาบาล (พักรักษาตัวมากกว่า 6 ชั่วโมง)
  • ผู้ป่วยนอก (OPD): หาหมอแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล