โรคอะไรที่ไปทำงานต่างประเทศไม่ได้

67 ครั้งเข้าชม
โรคที่อาจมีผลต่อการทำงานต่างประเทศ: โรคเรื้อรัง: ไต, ตับ, หัวใจ ที่อาการรุนแรง สุขภาพจิต: โรคจิต, วิกลจริต ควบคุมไม่ได้: เบาหวาน, มะเร็ง ความเครียด: รุนแรงกระทบการทำงาน พิการ: ตาบอดสี (บางตำแหน่ง), หูหนวก (บางงาน) หมายเหตุ: เกณฑ์พิจารณาขึ้นกับประเภทงาน, ประเทศ, และนโยบายบริษัท
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคอะไรบ้างที่ทำให้ไม่สามารถไปทำงานต่างประเทศได้? มีข้อจำกัดด้านสุขภาพอะไรบ้าง?

อืม... เรื่องไปทำงานต่างประเทศนี่ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะ ไม่ได้มีลิสต์ตายตัวแบบนั้นหรอก! อย่างที่เคยเจอเพื่อนสมัครงานที่ญี่ปุ่น เค้าเป็นโรคภูมิแพ้รุนแรง แพ้เกสรดอกไม้ ฤดูใบไม้ผลิแทบจะไม่รอดเลย สุดท้ายต้องถอนใบสมัครไป เพราะเค้ากังวลเรื่องสุขภาพตัวเองจริงๆ ไม่ใช่แค่โรคร้ายแรงอย่างที่ยกมา โรคเล็กโรคน้อยก็มีผลได้เหมือนกันนะ

จำได้ตอนเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว เพื่อนสนิทผมจะไปทำงานที่ออสเตรเลีย แต่ตรวจสุขภาพแล้วเค้ามีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง ทางบริษัทเลยขอเอกสารเพิ่มเติม ต้องไปพบแพทย์เฉพาะทาง ตรวจละเอียดมาก เสียวเลยล่ะ สุดท้ายก็ไปทำงานได้นะ แต่ก็เหนื่อยเรื่องเอกสารพอสมควรเลย ค่าใช้จ่ายก็เยอะด้วย ร่วมๆ เกือบหมื่นบาทได้

เรื่องโรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือมะเร็งนี่ อันนี้อันตรายจริงๆ แน่นอนว่าส่งผลต่อการขอวีซ่า หรือแม้แต่การทำงาน เพราะต้องใช้แรงกายเยอะ บางทีอาจต้องตรวจสุขภาพซ้ำๆ แล้วแต่บริษัทเค้าจะเข้มงวดขนาดไหน

ส่วนโรคจิตหรือวิกลจริตนี่ ยากกว่านั้นอีก เพราะมันเกี่ยวข้องกับความพร้อมในการทำงาน บางบริษัทอาจมองว่าเป็นความเสี่ยง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะปฏิเสธ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และตำแหน่งงานด้วย บางทีตำแหน่งงานที่ไม่ต้องรับผิดชอบสูง ก็อาจมีโอกาสมากกว่า ตาบอดสีเนี่ยผมว่าแล้วแต่ตำแหน่งงาน อย่างถ้าเป็นนักบัญชีก็อาจไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่นักบินหรือคนขับรถนี่ คงไม่ไหวแน่ๆ

เป็นโรคอะไรห้ามเข้าญี่ปุ่น

อ้าววว! จะไปเที่ยวญี่ปุ่น อิสราเอล แต่ดันเป็นโรคพวกนี้ไม่ได้นะจ๊ะ ไม่งั้นได้นอนสนามบินยาวๆ แน่!

  • วัณโรค: โรคนี้เค้าซีเรียสนะ ไม่ใช่แค่ไอจามธรรมดา ไปตรวจสุขภาพก่อนเดินทางดีกว่านะ เสียเวลาแป๊บเดียว แต่ได้เที่ยวสบายใจกว่าเยอะ!

  • ไวรัสตับอักเสบ บี ซี: อันนี้ก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน! เค้าเข้มงวดเรื่องสุขภาพนี่ ตรวจเลือดก่อนล่วงหน้าเลยดีกว่า เผื่อเจออะไรแปลกๆ จะได้รักษาให้เรียบร้อย อย่าให้ความสนุกมาบดบังเรื่องสุขภาพนะ

  • ซิฟิลิส กามโรค เอดส์: อื้อหือออ! อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ เข้าใจตรงกันนะ โรคพวกนี้เค้าไม่ยอมให้เข้าประเทศแน่นอน เพราะเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดสูง! รักนวลสงวนตัวไว้ก่อนเที่ยวดีกว่าเนอะ

ปล. ปีนี้ (2566) ข้อกำหนดอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตญี่ปุ่นและอิสราเอลก่อนเดินทางเสมอ เพื่อความชัวร์! อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ เที่ยวให้สนุก แต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย!

ไปญี่ปุ่นต้องตรวจโรคอะไรบ้าง

อืม.. ไปญี่ปุ่นเหรอ ตอนนี้ก็.. โล่งใจไปเยอะนะ ไม่ต้องตรวจโควิดแล้ว เหมือนตอนที่ฉันวางแผนจะไปปีที่แล้ว เครียดมากเลย ต้องหาข้อมูล ต้องเตรียมเอกสาร เหนื่อยใจจริงๆ

แต่ก็อย่างที่เค้าบอกแหละ ดีกว่า ก็เลยสบายใจขึ้นเยอะ แต่ก็อย่าประมาทนะ เราควรเช็คข้อมูลอีกที จากสถานทูตญี่ปุ่น หรือกระทรวงต่างประเทศของเรา เผื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดจริงๆ เรื่องแบบนี้ ประสบการณ์ตรงเลย ปีที่แล้วฉันเกือบพลาดไปแล้ว เพราะข้อมูลไม่ทัน เสียดายมาก

  • เช็คข้อมูลจากสถานทูตญี่ปุ่นก่อนเดินทาง สำคัญมากจริงๆ
  • เช็คข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศของไทยด้วย เพื่อความแน่นอน
  • เตรียมตัวเรื่องสุขอนามัย หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ สำคัญมาก เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง และคนรอบข้าง

ฉันว่านะ เตรียมตัวให้พร้อม จะได้เที่ยวอย่างมีความสุข ไม่ต้องมานั่งกังวล เรื่องโรคภัย หรือเอกสารอะไร ให้มันเสียอารมณ์ เที่ยวให้สนุกนะ ขอให้เดินทางปลอดภัย

ปีนี้ฉันยังไม่ได้ไปเลย แต่ก็กำลังวางแผนอยู่ อยากไปมากๆๆๆๆ คิดถึงญี่ปุ่นจังเลย

ไปญี่ปุ่นต้องตรวจโรคไหม

ไปญี่ปุ่นปีนี้ไม่ต้องตรวจโรคแล้วนะ อุ่นใจขึ้นเยอะเลย แต่ก็ยังต้องมีพาสปอร์ตอายุเหลือ 6 เดือนนะ จำได้ว่าตอนวางแผนไปปีที่แล้ว เครียดมากเรื่องตรวจโรค หาข้อมูลจนปวดหัว ตอนนี้สบายขึ้นเยอะเลย

  • พาสปอร์ตสำคัญมาก อย่าลืมเช็คอายุให้ดีๆ
  • วัคซีนพาสปอร์ต อันนี้ก็จำเป็นเหมือนกัน
  • ไม่ต้องตรวจโควิด-19 นี่คือข่าวดีสุดๆ

ปีนี้ไปง่ายขึ้นเยอะ แต่ก็ยังต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะ คิดถึงตอนไปเที่ยวแล้ว รู้สึกดีจัง แต่ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดีเนี่ย เฮ้อ... คิดมากไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็ดีใจที่ไม่ต้องตรวจโรคแล้วนะ

ปล. ปีนี้ฉันวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเดือนตุลาคมค่ะ หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น

ตรวจโรคไปต่างประเทศต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

เตรียมตัวไปตรวจสุขภาพก่อนบิน? อย่าให้เหมือนไปออกรบ! นี่คืออาวุธลับ เอ้ย! เอกสารที่คุณต้องมีติดตัว:

  • บัตรประชาชนตัวจริง: นี่คือยันต์กันผี...เอ้ย! ยืนยันตัวตนของคุณ อย่าลืมพกไปด้วยนะจ๊ะ!

  • PASSPORT (ตัวจริง/สำเนา): พาสปอร์ตตัวจริงถ้ามีก็ดี ถ้าไม่มีอย่างน้อยก็ขอสำเนาจากกรมการจัดหางานมาแปะไว้ก่อน กันเหนียว! (เผื่อโดนสวมรอย)

  • รูปถ่ายหน้าตรง 3 ใบ (1.5-2 นิ้ว, สี, ไม่เกิน 6 เดือน): เอารูปที่ดูดีที่สุดในชีวิตไปเลย! (แต่ไม่ใช่ตอน Photoshop นะ) เพราะรูปนี้จะตามหลอกหลอนคุณไปอีกนาน

  • งดน้ำงดอาหาร 8-12 ชั่วโมง: นี่คือบททดสอบความอดทน! (เหมือนตอนไดเอท) ขึ้นอยู่กับประเทศที่จะไป บางทีอาจจะต้องอดมากกว่านั้น เตรียมใจไว้เลย!

เกร็ดเล็กน้อย (แต่สำคัญมาก!):

  • เอกสารเพิ่มเติม (แล้วแต่ประเทศ): บางประเทศเรื่องเยอะ! (เหมือนแฟนเก่า) อาจจะต้องมีใบรับรองวัคซีน, ประวัติการรักษา, หรือใบรับรองแพทย์อื่นๆ ตรวจสอบให้ดีก่อนไป!
  • ภาษา: เตรียมเอกสารเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยก็ดี (เผื่อเจอหมอฝรั่ง!)
  • ค่าใช้จ่าย: เตรียมเงินไปให้พอ! (ค่าตรวจสุขภาพแพงกว่าค่าตั๋วหนังอีก!)
  • สถานพยาบาล: เลือกสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตของประเทศปลายทาง (สำคัญมาก!)
  • เผื่อเวลา: ไปตรวจล่วงหน้า! อย่ารอจนถึงวันสุดท้าย (เดี๋ยวจะวิ่งวุ่นเหมือนหนีไฟ!)

คำเตือน: ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น โปรดตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับสถานทูตหรือสถานพยาบาลที่คุณจะไปตรวจด้วยนะจ๊ะ! (ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน!)