โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีอะไรบ้าง
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโรคอะไรบ้าง? อาการและการรักษา?
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องเนี่ย... มันเยอะมากจริงๆ! จำได้แม่นๆ เลยว่า ตอนแม่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (ประมาณปี 2560 แถวๆ รพ.ศิริราช) นี่แหละ เจอมากับตัวเลย กว่าจะหาสาเหตุเจอ เหนื่อยมาก แม่บ่นปวดข้อแทบทุกวัน เดินแทบไม่ได้ ต้องพึ่งยา ค่าใช้จ่ายก็เยอะ หลักหมื่นต่อเดือนแน่ะ!
อีกโรคที่นึกออก ก็โรค SLE เพื่อนสนิทที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันสมัยปี 4 (จุฬาฯ ประมาณปี 2562) เป็นโรคนี้ เค้าบอกว่า เหนื่อยง่าย ผิวหนังแพ้ง่ายมาก ต้องระวังเรื่องแดด แถมมีปัญหาเรื่องไตอีกต่างหาก ดูแล้วหนักใจแทนจริงๆ
อาการแต่ละโรคก็แตกต่างกันไป อย่างของแม่ คือปวดข้อ บวม แข็ง ส่วนเพื่อน ก็จะมีปัญหาเรื่องผิวหนัง และอวัยวะภายใน แล้วแต่ว่าภูมิคุ้มกันจะไปรุมทำลายส่วนไหนของร่างกาย การรักษา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการรักษาแบบประคับประคอง ลดการอักเสบ และควบคุมอาการ บางรายอาจต้องใช้ยาภูมิคุ้มกัน แต่ก็มีผลข้างเคียงตามมา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ
จริงๆ แล้วโรคพวกนี้ มันซับซ้อน ต้องไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ อย่าไปหาข้อมูลเองเยอะ เดี๋ยวจะยิ่งเครียด เพราะอาการมันคล้ายๆ กัน บางทีก็วินิจฉัยยาก เอาเป็นว่า ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรไปตรวจร่างกายดีกว่านะ อย่าชะล่าใจ เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งรักษายากขึ้น
ภูมิคุ้มกันโรคมีกี่ประเภท
ภูมิคุ้มกันโรคแบ่งเป็น 2 ระบบหลัก ซึ่งทำงานประสานกันเพื่อปกป้องร่างกาย นั่นคือ:
ระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate Immunity): เป็นระบบป้องกันด่านแรก ทำงานรวดเร็วทันทีที่มีการบุกรุกจากเชื้อโรค คิดง่ายๆ เหมือนเป็นกำแพงเมือง ด่านแรกๆที่ป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้ามาได้ง่ายๆ กลไกหลักๆ ได้แก่ ผิวหนัง เยื่อบุต่างๆ และเซลล์เม็ดเลือดขาวบางชนิด เช่น แมคโครเฟจ (Macrophages) และนิวโทรฟิล (Neutrophils) ซึ่งทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคโดยตรง การทำงานของระบบนี้ไม่จำเพาะเจาะจงต่อเชื้อโรคชนิดใดชนิดหนึ่ง เหมือนเป็นการป้องกันแบบกว้างๆ ปีนี้มีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของไมโครไบโอมในลำไส้ที่มีผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดอย่างมาก
ระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ (Adaptive Immunity): เป็นระบบการป้องกันที่ซับซ้อนกว่า ทำงานช้ากว่าแต่มีประสิทธิภาพสูง เปรียบเหมือนกองทัพเฉพาะกิจ ถูกกระตุ้นให้ทำงานเมื่อระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดรับมือไม่ไหว เซลล์หลักคือ ลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) ซึ่งแบ่งเป็น เซลล์บี (B cells) ที่สร้างแอนติบอดี (Antibodies) และเซลล์ที (T cells) ที่มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน เช่น เซลล์ทีช่วยเหลือ (Helper T cells) และเซลล์ทีทำลาย (Cytotoxic T cells) ระบบนี้มีคุณสมบัติจำเพาะต่อเชื้อโรค หมายความว่า จะสร้างความจำภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถรับมือกับเชื้อโรคชนิดเดียวกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต การฉีดวัคซีนคือการกระตุ้นให้เกิดระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะนี้
จริงๆ แล้ว การแบ่งเป็นเพียง 2 ระบบนี้เป็นการแบ่งแบบง่ายๆ เพื่อให้เข้าใจ ในความเป็นจริง ระบบทั้งสองทำงานประสานกันอย่างซับซ้อน มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ฮอร์โมน ภาวะโภชนาการ และความเครียด ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันด้วย ตัวอย่างเช่น การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอมีผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเองก็ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์นั้นน่าอัศจรรย์จริงๆ เป็นกลไกที่ซับซ้อน แต่ก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของความรู้เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ยังมีอีกมากมายที่รอการค้นพบและทำความเข้าใจต่อไป
โรคจากภูมิคุ้มกัน มีอะไรบ้าง
โรคภูมิแพ้? หืด? เรื่องเด็กๆ
โรคภูมิต้านทานตัวเอง? SLE, รูมาตอยด์ พวกนี้หนักหนา
เบาหวาน? กินแต่หวาน ก็ได้อย่างที่เห็น
ปลอกประสาทเสื่อม? สมองเริ่มพังแล้วมั้ง
เอดส์? HIV ฆ่าเจ้าเอง
- ภูมิแพ้: ไม่ใช่แค่ละอองเกสร ฝุ่นก็ได้ อาหารก็เช่นกัน ปีนี้แพ้ถั่วลิสงหนักมาก แทบตาย
- โรคภูมิต้านทานตัวเอง: ร่างกายบ้าไปเอง ต่อสู้กับตัวเอง เจ็บปวด ปีนี้มีคนใกล้ชิดเป็น SLE ดูแลยากชิบ
- เบาหวาน: น้ำตาลในเลือดพุ่ง ปีนี้ตรวจสุขภาพ คนรู้จักหลายคนเป็น
- โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง: ระบบประสาทพัง ปีนี้ได้ยินข่าวคนอายุน้อยเป็น น่ากลัว
- เอดส์: HIV ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน อันตรายถึงตาย การป้องกันสำคัญที่สุด ปีนี้ยังมีการระบาดอยู่ อย่าประมาท
ภูมิคุ้มกันแบ่งเป็นกี่ระบบ
ระบบภูมิคุ้มกันแบ่งกว้างๆ ได้ 2 แบบหลักๆ คือ:
ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate Immunity): นี่คือด่านแรกที่ร่างกายใช้ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม เหมือนทหารที่ประจำการอยู่ตามชายแดนตลอดเวลา พร้อมรบตลอด 24 ชั่วโมง
ภูมิคุ้มกันที่ได้รับ (Adaptive Immunity): อันนี้เหมือนหน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึกมาเพื่อจัดการกับศัตรูเฉพาะเจาะจง ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันแบบนี้ขึ้นมาหลังจากสัมผัสกับเชื้อโรคหรือได้รับการฉีดวัคซีน
ส่วนเรื่องภูมิคุ้มกันก่อเอง (Active Immunity) ที่คุณกล่าวถึงนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของภูมิคุ้มกันที่ได้รับครับ มันคือกระบวนการที่ร่างกายสร้างแอนติบอดีเองหลังจากได้รับการกระตุ้นจากแอนติเจนภายนอก เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนโควิด-19 ที่เราคุ้นเคยกันดี หรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ฉีดกันเป็นประจำทุกปีนั่นเอง
เกร็ดเล็กน้อย: บางทีการที่เราป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจเป็นประโยชน์ เพราะมันช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นได้ เหมือนการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นนั่นแหละ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต