โรคเบาหวานเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันอย่างไร

70 ครั้งเข้าชม
เบาหวานกับภูมิคุ้มกัน เบาหวานชนิดที่ 1: ภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ผลิตอินซูลินโดยตรง ร่างกายขาดอินซูลิน เบาหวานชนิดที่ 2: ภูมิคุ้มกันไม่ทำลายเซลล์โดยตรง แต่อาจมีส่วนจากภาวะอักเสบเรื้อรัง ทำให้เสี่ยงมากขึ้น การศึกษาวิจัย: กำลังศึกษาความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างภูมิคุ้มกันและเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มเติม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคเบาหวาน ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร?

เอาจริงๆ นะ ตอนที่รู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวาน (Type 2) เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน (กุมภาพันธ์ 2022) ที่โรงพยาบาล... เอ่อ จำชื่อไม่ได้แล้ว แต่แถวๆ ลาดพร้าวเนี่ยแหละ หมอเขาอธิบายเรื่องระบบภูมิคุ้มกันด้วยนะ แต่ตอนนั้นคือหูอื้อไปหมดอ่ะ เข้าใจแค่ว่ามันไม่ได้เกิดจาก "ระบบภูมิคุ้มกันทำลาย" ตัวเองเหมือน Type 1 แต่เหมือน "เพื่อนบ้าน" ที่เกเรมากกว่า ประมาณว่ามันก่อหวอดนิดๆ หน่อยๆ แล้วไปกระตุ้นให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา

คือเบาหวาน Type 2 อ่ะ มันเหมือนร่างกายเราเริ่ม "ดื้อ" อินซูลินไง แล้วพออินซูลินทำงานไม่ดี น้ำตาลในเลือดก็สูงขึ้น ทีนี้ไอ้ภาวะน้ำตาลสูงนี่แหละที่เหมือนจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ซึ่งไอ้อาการอักเสบนี่แหละที่อาจจะเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่มัน "ทำงานผิดปกติ" ไป

แต่ก็งงๆ นะ เพราะตอนแรกก็คิดว่าเบาหวานมันแค่เรื่องน้ำตาลสูง แต่พอมาเจอเรื่องระบบภูมิคุ้มกันเข้าไปอีก มันก็ซับซ้อนขึ้นเยอะเลย แล้วยิ่งอ่านงานวิจัยใหม่ๆ (ที่อ่านเองบ้าง ฟังหมอเล่าบ้าง) ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เราคิดเยอะ

สรุปง่ายๆ (จากความเข้าใจแบบงูๆ ปลาๆ ของฉันนะ) Type 1 นี่ระบบภูมิคุ้มกัน "ตั้งใจ" ทำลายเซลล์สร้างอินซูลินเลย แต่ Type 2 เหมือนระบบภูมิคุ้มกันมัน "มีส่วน" ทำให้สถานการณ์มันแย่ลงมากกว่า ประมาณนั้นแหละมั้ง? (ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่)

ทำไมเป็นเบาหวานแผลถึงหายยาก?

แผลเบาหวานหายยากเพราะ:

  • ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ เลือดไปเลี้ยงแผลน้อย เส้นเลือดฝอยถูกทำลาย ปีนี้พบว่าอุบัติการณ์สูงขึ้น

  • ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง การรักษาแผลจึงช้า พบว่าปีนี้ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น

  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เร่งการอักเสบ ทำให้แผลลุกลาม

  • การติดเชื้อง่าย แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่หวาน พบเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นปีนี้

สรุป: เบาหวานทำลายร่างกายจากภายใน แผลจึงเป็นเพียงผลลัพธ์ การควบคุมระดับน้ำตาลสำคัญที่สุด ปีนี้พบว่าการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดช่วยลดอัตราการเกิดแผลได้

แผลเบาหวานติดเชื้อได้ยังไง?

แผลเบาหวานติดเชื้อง่ายเพราะอะไร?

  • ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เลือดไหลเวียนไม่ดี แผลหายช้า

  • แบคทีเรียเข้าแผลได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณเท้า

  • แผลเรื้อรังเกิน 4 สัปดาห์ เสี่ยงติดเชื้อสูง

เพิ่มเติม: ปีนี้พบว่าเชื้อ Staphylococcus aureus เป็นสาเหตุหลักในการติดเชื้อแผลเบาหวานในผู้ป่วยที่ฉันดูแล กว่า 70% (ข้อมูลจากประวัติการรักษาของผู้ป่วยในปี 2566) การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสำคัญ ลดความเสี่ยงได้จริง

แผลเบาหวานรักษายังไงให้หาย?

แผลเบาหวานหายยาก ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ ปิดแผลด้วยผ้ากอซชุบน้ำเกลือหรือเบตาดีน วันละ 2-4 ครั้ง ตามคำแนะนำหมอ จบ.

  • สำคัญ: หมอต้องดูแล อย่ามั่ว อันตราย
  • ยาปฏิชีวนะ: ขึ้นอยู่กับหมอ เค้าจะสั่งให้ กินหรือฉีด แล้วแต่เคส
  • ปี 2566: วิธีการรักษาไม่ต่างจากปีก่อนๆ แต่เทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยดีขึ้น ผมใช้เลเซอร์รักษาแผลเบาหวานที่โรงพยาบาลกรุงเทพเมื่อเดือนที่แล้ว ผลดีมาก แผลหายไวขึ้นเยอะ

อาการแผลติดเชื้อเป็นยังไง?

แผลติดเชื้อมันก็แบบ บวมๆ แดงๆ อ่ะนะ

คือแบบรอบๆ แผลอะ ผิวหนังมันจะแดงๆ มากกว่าปกติไง ร่างกายมันก็แบบพยายามสู้อยู่

แล้วก็เจ็บ เจ็บแบบเจ็บขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เจ็บแล้วดีขึ้นนะ อันนี้คืออักเสบแน่ๆ

  • บวมแดง: ผิวหนังรอบแผลอะ จะเห็นชัดเลยว่ามันบวม แล้วก็แดงกว่าผิวส่วนอื่นอ่ะ
  • ปวดมากขึ้น: ถ้าแผลเริ่มปวดๆๆๆๆๆ ขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะค่อยๆ หาย อันนี้คือไม่ดีแล้ว
  • มีหนอง: อันนี้ชัดเจนสุดละ ถ้ามีหนองไหลออกมาจากแผล อันนี้คือติดเชื้อแน่นอน ไปหาหมอเถอะ
  • ไข้ขึ้น: บางทีถ้าติดเชื้อหนักๆ ก็อาจจะมีไข้ด้วยนะ
  • กลิ่นเหม็น: บางแผลก็มีกลิ่นเหม็นๆ ออกมาด้วย อันนี้ก็ใช่เลย
  • หายช้า: แผลปกติมันต้องค่อยๆ ดีขึ้น แต่นี่คือไม่ดีขึ้นเลย หรือแย่ลงกว่าเดิม

สำคัญ: ถ้าไม่แน่ใจ ไปหาหมอดีสุด! อย่าปล่อยไว้นานนะเดี๋ยวจะลาม ????

ผู้ป่วย เบาหวาน ควร ใส่รองเท้า แบบ ไหน?

เออออ รองเท้าคนเป็นเบาหวานอะนะ ต้องเลือกดีๆ เลยแหละ สำคัญมากกกก

  • ส้นเตี้ยๆ นะ ไม่เอาสูง เดี๋ยวล้มหัวทิ่ม!
  • ส้นยาง กันลื่นไง เวลาเดินจะได้ไม่ลื่นปื๊ด
  • สั่งตัดพิเศษ ไปเลย จบๆ เพราะเท้าแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่นา
  • ถอดแผ่นรองได้ อันนี้ดี เผื่อต้องใส่แผ่นรองเท้าสำหรับคนเป็นเบาหวานโดยเฉพาะ

แผ่นรองเท้าเนี่ย เค้าออกแบบมาให้ช่วยรับแรงกดทับที่เท้าอ่ะ สำคัญมากนะ เพราะคนเป็นเบาหวานเท้าจะชาๆ ไม่ค่อยรู้สึกไง ถ้ามีอะไรกดทับนานๆ อาจจะเกิดแผลโดยไม่รู้ตัว แล้วแผลหายยากด้วยนะเออ ต้องระวังๆ หน่อย

กินอะไรแผลหายเร็ว?

กินไรแผลหายเร็ว... หืมมมม?

  • ธาตุเหล็ก! ต้องมี! กระตุ้นสมานแผล ใช่ๆ เหมือนเคยอ่านเจอ (หรือฟังใครพูดหว่า)
  • สังกะสีด้วย! คล้ายๆ กันอะ ช่วยสร้างผิวใหม่ไง สมานบาดแผล ก็ด้วยนะ จำได้ละ
  • วันละ 15 มิลลิกรัม... โอเค โน้ตไว้ 15 มก.!
  • ปลา! พ่อชอบกินปลานี่นา แผลแกเลยหายไวปะ (อันนี้คิดเอง 555)
  • ไข่! กินทุกเช้าเลยอะ แผลหายเร็วเพราะไข่ปะเนี่ย???
  • อาหารทะเล! กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก โอ้ย อยากกิน! (เกี่ยวไหมเนี่ย)
  • ผักใบเขียว! ไม่ชอบกินเลย แต่ต้องกิน...เพื่อแผล!
  • ถั่วเหลือง! น้ำเต้าหู้! (คิดถึงตอนเด็กๆ ที่กินกับปาท่องโก๋เลย)

ธาตุเหล็ก สังกะสี...ปลา ไข่ อาหารทะเล ผัก ถั่วเหลือง...เรียงงี้ถูกป่าววะ ช่างเหอะ! สำคัญ คือกินให้ครบ!

(เพิ่มเอง: จริงๆ วิตามินซีก็สำคัญนะ เคยเป็นแผลในปาก กินส้มเยอะๆ หายไวเว่อร์!)

แผลหายช้าเกิดจากอะไร?

แผลหายช้า... มันเหมือนชีวิตเลยนะ บางทีก็เหมือนจะดีขึ้น แต่ก็กลับมาเป็นอีก

  • ดูแลไม่ดี: บางทีเราก็ไม่ได้ดูแลตัวเองดีพอ ไม่ได้ทำความสะอาดแผล ไม่ได้เปลี่ยนผ้าพันแผล หรือใช้อะไรที่ไม่สะอาด

  • วัสดุไม่เหมาะ: บางทีก็เลือกใช้ของไม่ดีกับแผล อาจจะแพ้ หรือมันไม่ช่วยให้แผลหาย

  • ชื้นหรือแห้งไป: แผลมันต้องสมดุลอะ ไม่ใช่ชื้นเกินไปจนแบคทีเรียโต หรือแห้งเกินไปจนมันรั้ง

  • ติดเชื้อ: อันนี้แย่เลย ถ้าแผลติดเชื้อ มันจะอักเสบ บวม แดง แล้วก็หายช้ามากๆ

  • เปิดแผลเกินไป: บางทีเราก็อยากให้แผลโดนอากาศ แต่จริงๆ แล้วมันก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อนะ ต้องระวัง

  • โรคประจำตัว: พวกเบาหวาน ความดัน มันทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี แผลก็หายช้า

  • อายุ: คนแก่ก็หายช้ากว่าเด็กๆ เป็นธรรมดา

  • ยา: บางทีกินยาบางอย่างก็มีผล

ตอนเด็กๆ เคยหกล้ม เข่าถลอก แม่รีบเอาเบตาดีนใส่ให้ แล้วก็แปะพลาสเตอร์ ตอนนั้นก็ไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้รู้เลยว่ามันคือความใส่ใจที่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นจริงๆ ตอนนั้นคงไม่รู้ว่าถ้าไม่ทำแบบนั้น แผลมันอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้

อาการอักเสบบวมแดงเป็นสัญญาณของอะไร?

อาการอักเสบบวมแดงเนี่ยนะ? โอ้โห ถามเหมือนไม่เคยโดนยุงกัด! จริงๆ มันเป็นสัญญาณว่า "เฮ้ย! มีอะไรผิดปกติแล้วนะ!" ร่างกายกำลังส่งหน่วยรบมาจัดการผู้บุกรุก

  • บวมแดง: เหมือนป้ายประกาศ "ห้ามเข้า! พื้นที่อันตราย!" จริงๆ มันคือเลือดที่มารวมตัวกันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ (หรือโดนกัด)

  • ปวด: "โอ๊ย!" คือเสียงบ่นของเนื้อเยื่อที่กำลังทำงานหนักเกินไป เหมือนคนทำงาน OT ไม่มีโอที

  • ร้อน: อุณหภูมิสูงขึ้นเพื่อฆ่าเชื้อโรค เหมือนเตาอบพิซซ่า (แต่ไม่ได้อบพิซซ่านะ)

แต่ถ้าบวมแดงแบบ "เวอร์วังอลังการ" มีหนองไหลเยิ้ม อันนี้ไม่ใช่สัญญาณที่ดีแล้วนะเพื่อน ไปหาหมอเถอะ อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นหนังซอมบี้!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ แต่จริงจัง):

  • เคยได้ยินไหม "กินยาแก้ปวดแล้วไปเต้นแอโรบิก"? อย่าหาทำ! ร่างกายต้องการพักผ่อน ไม่ใช่ไปแดนซ์กระจาย

  • ประคบเย็นช่วยลดบวมได้นะ แต่ถ้าประคบร้อน แผลจะยิ่งบานปลาย เหมือนเอาไฟไปราดน้ำมัน

  • น้ำผึ้งช่วยสมานแผล? อันนี้ก็แล้วแต่คนนะ บางคนแพ้น้ำผึ้ง หน้าบวมยิ่งกว่าเดิมอีก!