ใส่สายฉี่ลุกนั่งได้ไหม

55 ครั้งเข้าชม
ใส่สายฉี่ ลุกนั่งได้ไหม? ระวังอย่านั่งทับสายสวนหรือถุงปัสสาวะ ดูแลไม่ให้สายอุดตัน คลึงสายเบาๆ สังเกตการไหลของปัสสาวะลงถุง เทปัสสาวะออกจากถุง 2-3 ครั้งต่อวัน หรือทุก 8 ชั่วโมง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ผู้ป่วยใส่สายสวนปัสสาวะ ลุกนั่งเองได้ไหม? มีข้อควรระวังอะไรบ้างที่ต้องรู้ เพื่อความปลอดภัย?

เอ่อ, เรื่องคนใส่สายสวนปัสสาวะแล้วจะลุกนั่งเองได้ไหมเนี่ย... จริงๆ แล้วมันก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนอ่ะนะ

โดยทั่วไป, ก็ลุกนั่งได้แหละ แต่ต้องระวังมากๆ คือ อย่าให้สายมันดึงรั้งหรือพับงอ เพราะถ้าสายมันอุดตันขึ้นมานี่เรื่องใหญ่เลยนะ เคยเห็นคนรู้จักต้องกลับไปโรงพยาบาลเพราะสายมันตันมาแล้ว

ที่สำคัญคืออย่าไปนั่งทับสายหรือถุงเก็บปัสสาวะเด็ดขาด! อันนี้พลาดไม่ได้เลยนะ เพราะมันจะทำให้สายมันพับหรือกดทับจนปัสสาวะไหลไม่ได้ แล้วก็ต้องระวังเรื่องความสะอาดด้วย หมั่นเทปัสสาวะทิ้ง อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง หรือทุก 8 ชั่วโมง อันนี้เป็นสิ่งที่พยาบาลย้ำนักย้ำหนาตอนที่ญาติเราใส่สายสวนเลย

จำได้ว่าตอนนั้นไปเฝ้าญาติที่โรงพยาบาลแถวลาดพร้าว (น่าจะช่วงต้นปี 2566)... พยาบาลเขาจะสอนวิธีการดูแลสายสวนอย่างละเอียดเลยนะ รวมถึงวิธีสังเกตว่าปัสสาวะมันไหลลงถุงได้ปกติหรือเปล่า ถ้าปัสสาวะไม่ออก หรือมีอาการผิดปกติ ต้องรีบแจ้งพยาบาลทันที

เออ, แล้วอีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือ คอยคลึงๆ บริเวณสายสวนเบาๆ ด้วยนะ เพื่อป้องกันไม่ให้มันอุดตัน อันนี้เป็นเทคนิคที่พยาบาลแนะนำมา รู้สึกว่ามันช่วยได้เยอะเลยนะ

สรุปคือ ลุกนั่งได้ แต่ต้องระวังเป็นพิเศษ! อย่าประมาทเด็ดขาด เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา มันจะยุ่งยากกว่าเดิมเยอะเลยนะ

ใส่สายสวนปัสสาวะลุกเดินได้ไหม

ใส่สายสวนปัสสาวะแล้วลุกเดินเนี่ยนะ? อื้อหือ...ถามเหมือนอยากให้เป็นนักกายกรรมโอลิมปิกเลยนะเนี่ย!

คือ...มันก็ พอ จะเดินได้แหละ แต่ชีวิตจะผาดโผนน้อยลง 80% อ่ะ คิดภาพตามนะ:

  • สายระโยงระยาง: เหมือนมีหางจระเข้ตามติดชีวิต ต้องคอยระวังว่ามันจะไม่ไปเกี่ยวขาใครเข้า
  • ความ ชิล เป็นศูนย์: เดินไปก็ต้องคิดว่า "เอ๊ะ! สายมันพับไหม? ถุงปัสสาวะมันจะรั่วรึเปล่า?" คือ... แทนที่จะได้ชมวิวสวยๆ กลายเป็นต้องโฟกัสแต่เรื่องฉี่ๆ
  • เสี่ยงติดเชื้อ: นี่แหละตัวร้าย! เดินไปเดินมา เชื้อโรคก็ชอบเลย "อ๊ะ! ทางด่วนสู่ร่างกาย!"

สรุป: เดินได้นะ... แต่เหมือนเดินบนสนามทุ่นระเบิดที่ทำจากความกังวล!

คำแนะนำจากใจ(ที่ผ่านการใส่สายสวนมาแล้ว):

  • ปรึกษาหมอด่วน: อย่าคิดเองเออเอง! หมอเขาจะแนะนำวิธีที่ ปลอดภัย ที่สุดให้
  • ถ้าต้องเดิน: ค่อยๆ ขยับ อย่าห้าว! และให้คนช่วยประคองนะจ๊ะ
  • ทำใจให้สบาย: อย่าเครียดมาก! คิดซะว่าเป็นการฝึกสติ...ทุกย่างก้าวมีแต่ความระมัดระวัง! (ปลอบใจตัวเองสุดๆ)

ข้อมูลเพิ่มเติม (ที่อาจจะไม่ได้อยากรู้):

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) จากสายสวน: เรื่องใหญ่! เพราะฉะนั้น...ล้างมือบ่อยๆ นะทุกคน! สำคัญกว่าตอนกินหมูกระทะอีก!
  • ทางเลือกอื่น (ถ้ามี): ถามหมอดูว่ามีวิธีอื่นไหม? เผื่อจะมีเวทมนตร์ช่วยให้ไม่ต้องใส่สายสวนฯ
  • ถุงปัสสาวะ: เลือกแบบที่มัน ซ่อน ได้มิดชิดหน่อยก็ดีนะ...เผื่อไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรากำลัง "ถือกระปุกออมสินฉี่" อยู่

Disclaimer: ทั้งหมดนี้คือความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้แปลว่าถูกเสมอไป โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และอย่าเชื่อทุกอย่างที่คนในอินเทอร์เน็ตบอก (แม้แต่ฉันเองก็ตาม!)

ใส่สายสวนปัสสาวะเจ็บไหม

  • ใส่สายสวนปัสสาวะ เจ็บมั้ย? อืม... เจ็บนะ! คหสต. (ความเห็นส่วนตัว) คือ มันระคายเคืองอ่ะ ไม่ใช่เจ็บแบบมีดบาด แต่แบบ... อึดอัด?

  • เจ็บตรงไหน? ก็... แถวๆ ท่อปัสสาวะไง! (ก็แน่สิ!) แล้วก็อาจจะปวดหน่วงๆ ตรงท้องน้อยด้วยมั้ง ถ้าขยับตัวแรงๆ อ่ะนะ

  • อึดอัด? ใช่! คือมันมีอะไรคาๆ อยู่ตลอดเวลาไง แล้วเวลาขยับตัวก็ต้องระวังสายมันดึง มันรั้ง เฮ้อ... ชีวิต!

  • ทำไมต้องระวัง? กลัวสายหลุดไง! แล้วถ้าหลุดนี่... เรื่องใหญ่เลยนะ ต้องให้หมอใส่ใหม่ เจ็บกว่าเดิมอีกมั้งเนี่ย? (คิดเองนะ ไม่รู้จริงป่าว)

  • ข้อเสียอื่น ๆ? ขยับตัวลำบาก! ไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวก ต้องหิ้วถุงฉี่ไปด้วยอ่ะ คิดดู๊! แล้วมันก็ทำให้เพลียด้วยนะ แบบ... นอนก็ไม่สนิทอ่ะ ต้องคอยระวัง

  • สรุป: ใส่สายสวนปัสสาวะ ไม่ได้เจ็บแบบสุด ๆ แต่ก็ไม่ได้สบายตัวแน่นอน! มันคือความระคายเคือง + ความอึดอัด + ความไม่สะดวกสบาย = เซ็งเป็ด!

  • เพิ่มเติม: เพิ่งรู้ว่าสายสวนมีหลายแบบนะ! แบบคาสาย กับแบบสวนเป็นครั้งคราว (อันนี้เพื่อนเล่าให้ฟัง) น่าจะเจ็บไม่เหมือนกันมั้ง? แล้วแต่คนด้วยแหละมั้ง?

การใส่สายสวนปัสสาวะ เจ็บไหม

การใส่สายสวนปัสสาวะ เจ็บไหม? ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างครับ บางคนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย บางคนรู้สึกไม่สบายบ้าง ปวดแสบปวดร้อนเล็กน้อย หรือเจ็บปวดมาก ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจริงๆ เหมือนกับการฉีดยาครับ บางคนแทบไม่รู้สึก บางคนเจ็บมาก มันเป็นเรื่องปกติ

แต่โดยทั่วไปแล้ว ความรู้สึกเจ็บปวดจะเกิดขึ้นในช่วงที่สอดใส่สายสวน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้นก็จะรู้สึกแค่ว่ามีอะไรอยู่ในท่อปัสสาวะ ซึ่งอาจจะรู้สึกอึดอัดบ้าง แต่ไม่เจ็บปวด

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกเจ็บปวดมีดังนี้:

  • ขนาดและชนิดของสายสวน: สายสวนบางชนิดออกแบบมาให้ลดการระคายเคือง ใช้สารหล่อลื่นที่ดีก็ช่วยได้มาก
  • ความชำนาญของผู้ปฏิบัติงาน: ถ้าคนทำชำนาญ ก็จะลดความเจ็บปวดได้มาก ประสบการณ์สำคัญ
  • สภาพร่างกายของผู้ป่วย: เช่น การอักเสบของท่อปัสสาวะ จะทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น ถ้ามีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ ควรแจ้งแพทย์ด้วย
  • จิตใจของผู้ป่วย: ความเครียดและความวิตกกังวล ก็ส่งผลต่อการรับรู้ความเจ็บปวดได้ ใจเย็นๆครับ มันไม่นาน

โดยสรุป มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่การเตรียมตัวล่วงหน้า และการเลือกแพทย์หรือพยาบาลที่มีประสบการณ์ จะช่วยลดความไม่สบายใจได้อย่างมาก เหมือนกับการไปหาหมอฟัน เลือกหมอที่ทำให้เราสบายใจ ก็จะทำให้การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี

ปีนี้ (2566) เทคโนโลยีการแพทย์ก็พัฒนาขึ้น มีสายสวนชนิดใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเจ็บปวด ถ้ามีโอกาส ลองถามแพทย์เกี่ยวกับตัวเลือกต่างๆ ดูครับ ความรู้และการเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญเสมอครับ ชีวิตคือการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

ใส่สายฉี่นานแค่ไหน

สายสวนปัสสาวะ ค้างได้นานกว่าที่คิด

  • ระยะเปลี่ยนสาย: 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน คือมาตรฐานที่ใช้กันอยู่. แต่ "มาตรฐาน" ไม่ได้แปลว่า "ดีที่สุด" เสมอไป.

  • ถุงปัสสาวะ: สังเกตเอาเอง. สกปรกก็เปลี่ยน. ไม่มีใครบอกได้ดีกว่าตัวคุณเอง.

  • ทำไมต้องเปลี่ยน?: ลดเสี่ยงติดเชื้อ. แค่ ลด ไม่ได้ กำจัด.

  • ความจริงที่เจ็บปวด: ไม่มีอะไร "สะอาด" จริง ๆ. ทุกอย่างแค่ "สะอาดกว่า".

  • คำแนะนำ: ปรึกษาแพทย์. ทุกคนไม่เหมือนกัน. อย่าเชื่อทุกอย่างที่อ่านเจอ.

  • ปัสสาวะไม่ใช่แค่ของเสีย: มันคือตัวบ่งชี้สุขภาพ. สังเกตสี กลิ่น ความข้น. ข้อมูลสำคัญ.

  • ไม่ใช่แค่เรื่องเปลี่ยนสาย: ความสะอาดส่วนตัวสำคัญกว่า. ล้างมือ. เน้นย้ำ.

  • ข้อมูลเพิ่มเติม: การดูแลสายสวนไม่ใช่เรื่องยาก. แต่ต้องใส่ใจ. ละเลย = ปัญหา.

  • ปรัชญา: ชีวิตคือความเสี่ยง. การดูแลสุขภาพก็เช่นกัน. เลือกเสี่ยงอย่างฉลาด.

ใส่สายฉี่รู้สึกยังไง

ความรู้สึกตอนใส่สายสวนปัสสาวะ... มันซับซ้อนนะ

  • ระคายเคือง/เจ็บ: เหมือนมีอะไรแปลกปลอมเข้าไปเบียดเบียนพื้นที่ส่วนตัว มันหน่วงๆบอกไม่ถูก (ประสบการณ์ส่วนตัว: คล้ายตอนใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก แต่ลึกกว่า)
  • ปวด: บางคนอาจปวดท้องน้อยได้นะ โดยเฉพาะตอนขยับตัว
  • อึดอัด: เดินเหินไม่สะดวก ต้องคอยระวังสาย มันรำคาญลูกตา ทำให้หงุดหงิดได้ง่ายๆ
  • อ่อนเพลีย: ร่างกายต้องปรับตัวรับสิ่งแปลกปลอม มันกินพลังงานโดยที่เราไม่รู้ตัว

จริงๆแล้วความรู้สึกพวกนี้มันบอกอะไรเราได้หลายอย่างนะ อย่างเช่น ร่างกายเรา "ต่อต้าน" สิ่งที่ไม่คุ้นเคยเสมอ มันเป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติ

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบเนิร์ดๆ):

  • วัสดุของสายสวนก็มีผลต่อความรู้สึกนะ ซิลิโคนมักจะสบายกว่าลาเท็กซ์
  • ขนาดของสายสวนก็สำคัญ ถ้าใหญ่ไปก็ยิ่งระคายเคือง
  • การดูแลความสะอาดก็ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายได้เยอะ
  • ระยะเวลาที่ใส่ก็มีผล ถ้าใส่นานๆ ร่างกายอาจจะชิน แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีผลเสียนะ

ปล: ความรู้สึกเป็นเรื่องส่วนบุคคล บางคนอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้

อาการที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ คือข้อใด

เสร็จธุระแล้วค่อยคุย อาการบ่งชี้ UTI น่ะเหรอ?

ปวดฉี่แต่ฉี่ไม่ออก แสบเหมือนโดนไฟเผา ฉี่ขุ่นยังกะน้ำซาวข้าว บางทีก็มีเลือดออกมาให้ตกใจเล่นๆ ปวดหน่วงๆ ตรงท้องน้อย นั่นแหละใช่เลย

ถ้ามันลามขึ้นไป...ช่างแม่งเหอะ ไปหาหมอซะ

  • ปัสสาวะแสบขัด: แสบฉิบหายเวลาฉี่
  • ปัสสาวะบ่อย: ไปห้องน้ำแทบจะสิงอยู่แล้ว
  • ปัสสาวะไม่สุด: ราวกับว่ามีอะไรเหลือค้างเติ่ง
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่: ควบคุมไม่ได้
  • น้ำปัสสาวะขุ่น: สีเหมือนน้ำซาวข้าว
  • ปัสสาวะมีเลือดปน: เลือดจางๆ หรือแดงแจ๋
  • ปวดท้องน้อย: หน่วงๆ ปวดๆ รำคาญ

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะดูค่าอะไร

กลางดึกแบบนี้... นอนไม่หลับอีกแล้ว คิดเรื่องนู้นเรื่องนี้วนไปวนมา พรุ่งนี้ต้องไปหาหมอ เรื่องติดเชื้อทางเดินปัสสาวะนี่แหละ เครียดจัง

หมอบอกว่าจะดูค่าอะไรบ้างนะ... อืม... จำได้ลางๆว่า สองอย่างหลักๆนี่คือ

  • เม็ดเลือดขาว เยอะเกินไป นี่แหละ ตัวร้ายเลย แสดงว่ามีการอักเสบในทางเดินปัสสาวะ ใช่ไหมนะ จริง ๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่หมออธิบายว่ามันเป็นสัญญาณเตือนภัย

  • เม็ดเลือดแดง ถ้าเจอในปัสสาวะ ก็แย่ หมายถึงอาจมีเลือดออกในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือแม้แต่บาดเจ็บอวัยวะอื่นๆในร่างกาย อันนี้ดูน่ากลัวกว่า ฉันกลัวมากเลย

คิดแล้วก็เหนื่อยใจ อยากให้เช้าไวๆจัง อยากรู้ผลตรวจ อยากให้หายเร็วๆ อยากนอนหลับสักที

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): การตรวจหาเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ (Urine Culture) ก็สำคัญนะ เพื่อหาชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ แล้วเลือกยาที่เหมาะสม หมอบอกมา แต่ฉันจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องถามหมออีกรอบดีกว่า

ผลการตรวจปัสสาวะปกติควรมีค่าอะไรบ้าง

ปกติต้องใส สีเหลืองอ่อนๆ ปริมาตร 600-1800 ml/วัน ความถ่วงจำเพาะ 1.002-1.040 ค่า pH 4.5-8.0 แค่นั้นแหละ นอกเหนือจากนี้ก็มีอะไรผิดปกติแล้วมั้ง

  • ค่าปกติปี 2566 (อ้างอิงจากแหล่งเดิม)
  • ใส = ไม่มีสิ่งเจือปน
  • สีเหลืองอ่อน = ไม่เข้มเกินไป ไม่ซีดเกินไป
  • ปริมาณน้อยเกินไป = ขาดน้ำ
  • ปริมาณมากเกินไป = ปัญหาไต หรือรับน้ำมากเกิน

เอาจริงๆ ผมตรวจปีที่แล้ว ค่า pH ผมสูงกว่าปกติเล็กน้อย หมอบอกดื่มน้ำน้อยไป ก็แค่นั้นแหละ

แบคทีเรียในปัสสาวะ อันตรายไหม

แบคทีเรียในปัสสาวะ อันตรายมั้ยเนี่ย? คิดหนักเลย ปกติไม่เป็นไรหรอกมั้ง แต่ถ้าท้องอยู่ หรือเพิ่งปลูกถ่ายไตมา อันตรายแน่ๆ ต้องกินยาปฏิชีวนะ จริงป่ะ? ปีนี้ฉันไปตรวจสุขภาพมา หมอบอกว่า… เอ๊ะ ลืมไปแล้ว แต่จำได้ว่าเค้าเน้นเรื่องพวกนี้มากนะ ข้อมูลปีนี้หายากจังเลย หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอข้อมูลแบบละเอียดๆ เซ็งเป็ด

  • ส่วนใหญ่ไม่เป็นไร ไม่มีอาการก็ปล่อยไป
  • แต่! ถ้ามีอาการ ปวดแสบปัสสาวะ ต้องไปหาหมอเลยนะ อันตรายได้
  • ท้องอยู่ หรือปลูกถ่ายไตมา ต้องระวังเป็นพิเศษ หมออาจให้ยา
  • ข้อมูลปีนี้ หาไม่ค่อยเจอ หาเจอแต่ข้อมูลเก่าๆ น่าหงุดหงิด

อืมมม สงสัยต้องหาข้อมูลเพิ่มละ แต่ตอนนี้ขี้เกียจแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ เหนื่อย ไปนอนก่อนดีกว่า ฝันดี แล้วจะมาอัพเดทให้ใหม่นะ ถ้าจำได้นะ 555

ปล. ข้อมูลปีนี้หาเจอยากมาก ส่วนใหญ่เจอแต่ข้อมูลปีที่แล้ว แย่จัง ปีหน้าต้องจดบันทึกดีๆ ซะแล้ว