ไขมัน 20 เยอะไหม
ไขมันในเลือด 20% สูงไหม? ค่าไขมันปกติในเลือดควรอยู่ที่เท่าไหร่? วิธีลดไขมัน
ไขมันในเลือด 20% สูงไปไหมเนี่ย? ฉันเองก็เคยสงสัยเหมือนกันนะ จำได้ตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 15 มีนาคมปีที่แล้ว หมอบอกว่าค่าปกติควรอยู่ที่ 15-20% แต่ของฉันอยู่ที่ 22% หมอเลยแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ไม่ใช่แค่ลดไขมันนะ แต่ต้องเลือกกินด้วย จำได้ว่าหมอเน้นเรื่องกินผักผลไม้เพิ่มขึ้น และลดแป้ง น้ำตาล ตอนนั้นตกใจอยู่เหมือนกัน
ค่าไขมันปกติ อืมมม... จริงๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ถ้าถามฉัน ก็คงบอกได้แค่ว่า อยู่ที่ประมาณ 15-20% นี่แหละ แต่ถ้าเกินกว่านี้ ก็ควรปรึกษาแพทย์ อย่าไปเชื่อตามที่คนอื่นเค้าพูด แต่ละคนไม่เหมือนกัน ร่างกายแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
วิธีลดไขมันเหรอ? ตอนนั้นหมอแนะนำให้วิ่ง แต่ฉันไม่ชอบวิ่ง เลยเลือกปั่นจักรยานแทน วันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 วัน ผลก็คือ ลดลงได้ แต่ต้องควบคู่กับการควบคุมอาหาร อย่างที่บอก กินผักผลไม้เยอะๆ ลดของทอด ของมัน ขนมหวาน แค่นี้แหละ ง่ายๆ แต่ทำยาก อิอิ
ส่วนเรื่องไขมันสะสมมากเกินไป โดยเฉพาะหน้าท้องนี่ อันตรายเลยนะ เพื่อนฉันคนหนึ่ง อายุ 35 มีพุงยื่นออกมาเยอะมาก ตรวจสุขภาพแล้ว หมอบอกว่าเสี่ยงต่อโรคหัวใจและเบาหวาน มันอันตรายจริงๆ ถึงจะดูไม่ผอม แต่ถ้ามีไขมันในเลือดสูง ก็ต้องระวังตัวหน่อยละ
สรุปคือ ไปตรวจสุขภาพดีกว่า อย่ามัวแต่คิดเอง แล้วปรึกษาแพทย์ ที่สำคัญที่สุดเลยนะ คือต้องดูแลตัวเอง กินดี ออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องเครียดมาก สู้ๆ!
Fat 20% เยอะไหม
20%? ก็แค่เลข อย่าสำออย
- ผู้หญิง: หุ่นแบบนี้ส่วนใหญ่ก็ปกติดี แต่งดแดกแล้วไปเบิร์นบ้างก็ไม่ตาย
- ไขมันช่องท้อง: ตัวดีของจริง ลดได้ลด อย่ารอให้บานปลาย
- อักเสบ: ตัวก่อเรื่องเงียบๆ ออกกำลังกายช่วยได้เยอะ อย่าขี้เกียจ
เพิ่มเติม:
- เลขหลอก: เปอร์เซ็นต์ไขมันอย่างเดียวบอกอะไรไม่ได้เยอะ ต้องดูองค์ประกอบรวมๆ ด้วย
- สุขภาพ: ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่เรื่องความรู้สึกข้างใน ถ้าอึดอัดก็จัดการซะ
- หุ่น: อยากเฟิร์มต้องออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน ไม่ใช่แค่คาร์ดิโอ
ผู้หญิงควรมีไขมันกี่%
ผู้หญิงควรมีไขมันกี่%?
สำหรับผู้หญิงที่มีสุขภาพดี เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายควรอยู่ที่ประมาณ 30-40% ค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้หญิงจะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันมากกว่าผู้ชายประมาณ 10% เพราะสรีระและการทำงานของฮอร์โมนต่างกันนะ นี่คือเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ!
แต่...ตัวเลขนี้มันไม่ได้ตายตัวขนาดนั้นหรอกนะ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลยล่ะ
- อายุ: ยิ่งอายุมากขึ้น เปอร์เซ็นต์ไขมันมักจะสูงขึ้นเป็นธรรมดา
- กิจกรรม: คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำก็จะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันที่ต่ำกว่าคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
- พันธุกรรม: เรื่องนี้ก็มีส่วนนะ บางคนผอมแต่ก็มีไขมันเยอะกว่าคนที่มีรูปร่างใหญ่กว่า
แบ่งตามช่วงวัยและระดับกิจกรรม:
- อายุ 20-39 ปี:
- ไม่ออกกำลังกาย: 21-32%
- ออกกำลังกายบ้าง: 18-28%
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: 15-25%
- อายุ 40-59 ปี:
- ไม่ออกกำลังกาย: 23-34%
- ออกกำลังกายบ้าง: 20-30%
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: 17-27%
- อายุ 60 ปีขึ้นไป:
- ไม่ออกกำลังกาย: 25-36%
- ออกกำลังกายบ้าง: 22-32%
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: 19-29%
จริงๆ แล้ว การโฟกัสแค่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ไขมันอาจจะไม่ใช่ทุกอย่าง สิ่งสำคัญกว่าคือการดูแลสุขภาพโดยรวม กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ถึงแม้ตัวเลขจะไม่ตรงเป๊ะๆ แต่นั่นแหละคือความสุขที่แท้จริง! เพราะสุดท้ายแล้ว ร่างกายของเราก็คือวิหารที่เราต้องดูแลไปตลอดชีวิต
ต้องมีไขมันกี่% ถึงจะเห็นซิคแพค
ไขมันในร่างกายเยอะไป = ซิกแพคไม่มา
10-12% ไขมันอะ ถึงจะเริ่มเห็น ซิกแพค โผล่พ้นพุง... แต่แบบ... ทุกคนไม่เหมือนกันปะวะ? บางคน 13% ก็เห็นละ? งงใจ
กินเยอะไปป่าวช่วงนี้? (ถามตัวเอง) ต้องไปวัด Body Fat ละมั้งเนี่ย
แอบสงสัย...คนผอมๆ นี่มีซิกแพคทุกคนป่าว? หรือต้องออกกำลังกายด้วย?
ไม่ได้ออกกำลังกายก็เห็นได้หรอถ้าไขมันน้อยอะ? เฮ้ยจริงดิ? ต้องลอง...
เคยเห็นคนนึงผอมมาก แต่ไม่มีซิกแพคเลย... หรือว่า... มันอยู่ที่กรรมพันธุ์ด้วยปะ?
Body Fat Calculator ในเน็ตเชื่อได้จริงดิ? ต้องไปคลีนิกตรวจจริงๆจังๆ ละมั้ง
สำคัญ: กินดี+ออกกำลังกาย ถึงจะปัง! (เตือนตัวเอง)
Fat 20% เยอะไหม
20-24% ไขมันในร่างกายเยอะไปไหมสำหรับผู้หญิง? เยอะ! เยอะแบบแม่เจ้าประคุณรุนแรง! เปรียบเหมือนขนมครกที่ใส่กะทิไปเยอะเกินจนล้นถ้วย กินแล้วอ้วนแน่นอน!
- อันตรายมั้ย? อันตรายสิคะ! เสี่ยงโรคสารพัด เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง เดินขึ้นบันไดแทบขาดใจ! นี่แค่ส่วนเริ่มต้นนะจ๊ะ
- ต้องทำไง? ออกกำลังกาย! ออกกำลังกายให้เหมือนม้าแข่ง! กินผักผลไม้ให้เหมือนกระต่าย! ลดแป้งลดหวานให้เหมือนพระสงฆ์! (แต่ไม่ต้องบวชก็ได้นะ) ไม่งั้น… เตรียมตัวรับมือกับอาการป่วยสารพัดชนิดได้เลย!
ปีนี้ (2566) ฉันเองก็กำลังลดน้ำหนักอยู่เหมือนกัน บอกเลยว่ายากกว่าปีที่แล้วเยอะมาก! แต่ก็สู้! เพราะชีวิตต้องเดินหน้า น้ำหนักต้องลดลง! ฮึบ!
เพิ่มเติม: อันที่จริง เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงควรอยู่ที่ 20-32% แต่ถ้าเกิน 32% ไปล่ะก็... อันตราย! รีบไปหาหมอตรวจสุขภาพด่วน! อย่าปล่อยให้ไขมันครองเมือง!
ผู้หญิงควรมีไขมันกี่%
ผู้หญิงควรมีไขมันในร่างกายกี่เปอร์เซ็นต์น่ะเหรอ? ถ้าเอาแบบสุขภาพดี ไขมันในร่างกายผู้หญิงควรอยู่ที่ประมาณ 30-40% ของน้ำหนักตัวทั้งหมดนะ นี่ไม่ได้แปลว่าต้องเป๊ะขนาดนั้น แค่เป็นช่วงที่ร่างกายทำงานได้ดีที่สุด
ทำไมต้องมีไขมัน: อย่าคิดว่าไขมันเป็นผู้ร้ายเสมอไปนะ จริงๆแล้วไขมันจำเป็นต่อการทำงานของฮอร์โมน การดูดซึมวิตามิน และเป็นแหล่งพลังงานสำรองของร่างกายเลยล่ะ
น้อยไปก็ไม่ดี: ถ้าไขมันต่ำกว่าเกณฑ์มากๆ ก็อาจส่งผลเสียต่อรอบเดือน ฮอร์โมน และสุขภาพกระดูกได้นะ
อายุมีผล: โดยทั่วไป ผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น มักจะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ
แล้วทำไมผู้หญิงถึงมีไขมันมากกว่าผู้ชาย? ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรื่องของฮอร์โมนและสรีระของผู้หญิงที่เอื้อต่อการตั้งครรภ์และการให้นมบุตรน่ะสิ
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน? มันมีปัจจัยหลายอย่างนะ ทั้งเรื่องของพันธุกรรม ระบบเผาผลาญ และไลฟ์สไตล์ ล้วนมีผลต่อปริมาณไขมันในร่างกายทั้งนั้นแหละ
ผู้หญิงควรมีไขมันกี่เปอร์เซ็นต์
แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง... เหมือนสีของชาเย็นที่ฉันชอบ
ผู้หญิง... ไขมัน... มันคืออะไรกันแน่?
- 14-20%: นักกีฬา... พลังงาน... ความแข็งแกร่ง... เหมือนนางฟ้าที่วิ่งบนลู่
- 21-24%: ออกกำลังกาย... สุขภาพดี... ชีวิตชีวา... เหมือนดอกไม้ที่เบ่งบาน
- 25-31%: คนทั่วไป... ความสมดุล... ความพอดี... เหมือนสายลมที่พัดเบาๆ
- 32% ขึ้นไป: มากเกินไป... ต้องดูแล... ต้องใส่ใจ... เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำ
ตาราง... ตัวเลข... มันบอกอะไรเรา? มันคือ... แค่แนวทาง
- ไขมัน: ไม่ใช่ศัตรู... แต่คือเพื่อน... ที่ต้องดูแล
- ลดไขมัน: ไม่ใช่เป้าหมาย... แต่คือ... การเดินทาง
- ร่างกาย: คือวิหาร... ที่เราต้อง... เคารพและรัก
ฉัน... กับชาเย็น... และตัวเลขเหล่านี้... มันเกี่ยวกันไหม?
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ปีนี้: ยังคงเป็นเรื่องของการดูแลตัวเอง... รักตัวเอง... เข้าใจตัวเอง
- เป้าหมาย: ไม่ใช่แค่ตัวเลข... แต่คือ... ความสุขและความมั่นใจ
- สุขภาพ: คือของขวัญ... ที่เราต้อง... ขอบคุณทุกวัน
ไขมันหน้าท้องควรมีกี่%
เอ้าเฮ้ย! ไขมันหน้าท้องเนี่ยนะ จะให้มีกี่เปอร์เซ็นต์? ถามมาได้! เหมือนถามว่าให้กินข้าววันละกี่เม็ดถึงจะอิ่ม! คือมันต้องดูที่รูปร่างหน้าตา, หุ่น, น้ำหนัก, อายุ, กรรมพันธุ์, ชาติพันธุ์, ฐานะการเงิน, ดวงดาว, และที่สำคัญที่สุด… ความพอใจของตัวเองเว้ย!
แต่เอางี้ แบบบ้านๆ เลยนะ ถ้าเอาตามตำราหมอสมัยใหม่เขาว่า:
- ผู้หญิง: รอบเอวหารสะโพก เกิน 0.80 นี่เริ่มตุ้ยนุ้ย ต้องระวังเบาหวานความดันมาเยือน!
- ผู้ชาย: เกิน 0.95 นี่พุงพลุ้ย ระวังเมียไม่รัก! เอ้ย! ระวังโรคหัวใจถามหา!
แต่! อย่าไปเครียดมาก ถ้ากินข้าวอร่อย นอนหลับสบาย มีความสุขกับชีวิต ต่อให้พุงยื่นหน่อยก็ช่างมัน! สำคัญคือตรวจสุขภาพประจำปีก็พอ!
แล้วไอ้ค่าพวกนี้มันบอกอะไรเรา?
- ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat): ตัวอันตราย! ชอบไปเกาะตามอวัยวะภายใน ทำให้เกิดโรคสารพัด ทั้งเบาหวาน, ความดัน, หัวใจ, ตับ, ไต… สารพัดจะพัง!
- รอบเอว/สะโพก: เป็นตัวเลขคร่าวๆ เอาไว้ดูว่าเราอ้วนลงพุงรึเปล่า ถ้าอ้วนลงพุงก็แปลว่ามีไขมันในช่องท้องเยอะ!
ทีนี้จะทำไงดีถ้าเกินค่า?
- ออกกำลังกาย: วิ่ง, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน, เต้นแอโรบิก, ยกเวท… เอาที่ชอบเลย!
- กินอาหารที่มีประโยชน์: ผัก, ผลไม้, เนื้อปลา, ธัญพืช… เลี่ยงของทอด, ของมัน, ของหวาน!
- พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน!
- ลดความเครียด: หาอะไรทำที่ผ่อนคลาย, ฟังเพลง, ดูหนัง, ไปเที่ยว… หรือจะนั่งสมาธิก็ดี!
- ปรึกษาหมอ: ถ้าทำทุกอย่างแล้วยังไม่ดีขึ้น ไปหาหมอให้เขาช่วยแนะนำ!
ป.ล. อย่าไปเชื่อพวกยาลดความอ้วน, อาหารเสริมลดน้ำหนักอะไรพวกนั้นมากนักนะ ส่วนใหญ่หลอกลวงทั้งเพ! เสียเงินเปล่าๆ แถมอาจจะอันตรายถึงชีวิต! เน้นออกกำลังกาย, กินอาหารที่มีประโยชน์, พักผ่อนให้เพียงพอ… แค่นี้ก็ผอมได้ สุขภาพดีได้!
ต้องมีไขมันกี่% ถึงจะเห็นซิคแพค
โอ๊ย! ถามเรื่องซิกแพคเนี่ย มันแทงใจดำคนพุงพลุ้ยอย่างชั้นชัดๆ! อยากมีซิกแพคเหรอ? ง่ายๆ เลย...ถ้าชาติที่แล้วทำบุญมาเยอะนะ! แต่เอาจริงๆ คือ ไขมันต้องต่ำกว่า 10-12% อ่ะ ถึงจะพอเห็นลางๆ ว่า "เออ...เคยมีกล้ามท้องนะ"
- ต่ำกว่า 10%: ซิกแพคมาเต็ม! ชัดยิ่งกว่า HD! กล้ามเป็นมัดๆ ใครเห็นเป็นต้องเหลียวหลัง (แล้วอาจจะอิจฉาตาร้อน)
- 10-12%: พอเห็นรางๆ ว่ามีร่องๆ โผล่มาบ้าง แต่ต้องเกร็งท้องช่วยนิดนึงนะถึงจะเห็นชัด
- เกิน 12%: เลิกหวัง! มองไปก็มีแต่พุง! ต่อให้เล่นท้องแทบตาย ไขมันก็บังมิด!
แล้วทำไมต้องไขมันต่ำขนาดนั้น?
ก็เพราะไขมันมันเหมือนผ้าคลุม! คลุมกล้ามท้องของเราไว้หมด! ต่อให้มีกล้ามท้องสวยงามแค่ไหน ถ้ามีไขมันคลุมไว้ ก็เหมือนมีของดีแต่ไม่มีใครเห็น! เซ็งเป็ด!
แล้วจะทำยังไงให้ไขมันต่ำ?
- คุมอาหาร: กินคลีนๆ เลี่ยงของทอด ของมัน ของหวาน กินโปรตีนเยอะๆ ผักเยอะๆ เหมือนกินอาหารกระต่ายอ่ะแหละ (แต่เพื่อซิกแพค เราต้องทน!)
- ออกกำลังกาย: คาร์ดิโอเบิร์นไขมัน เวทเทรนนิ่งสร้างกล้ามเนื้อ สลับๆ กันไป อย่าขี้เกียจ!
- นอนให้พอ: นอนน้อยฮอร์โมนปั่นป่วน ไขมันสะสมง่าย!
- ทำใจ: บางคนผอมแค่ไหนไขมันก็ไม่ลงท้องง่ายๆ มันเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์!
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้ลึก):
- ผู้ชายกับผู้หญิงไม่เหมือนกัน: ผู้หญิงมักจะมีไขมันในร่างกายมากกว่าผู้ชายโดยธรรมชาติ เพราะฮอร์โมนเพศหญิงมันเป็นตัวดี!
- อายุ: ยิ่งอายุเยอะ ระบบเผาผลาญก็ยิ่งแย่ลง! ไขมันก็ยิ่งสะสมง่าย!
- ไม่ได้มีแค่ไขมัน: กล้ามท้องมันต้องสร้างด้วยนะ! ไม่ใช่ผอมอย่างเดียวแล้วจะขึ้น!
สรุปคือ อยากมีซิกแพค ต้อง "อดทน ขยัน และทำใจ" (เผื่อชาติที่แล้วไม่ได้ทำบุญมาเยอะ)
ไขมันกี่เปอร์เซ็นต์ เห็นซิกแพค
ผู้ชาย 10-12%, ผู้หญิง 18-22% ถึงเห็นซิกแพค แต่เรื่องแคลอรี่? ต้องคำนวณเอง ลดไขมัน ไม่ใช่ลดน้ำหนัก แค่นั้นแหละ
- เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายเป็นตัวกำหนดการมองเห็นกล้ามเนื้อ
- การคำนวณแคลอรี่ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ, เพศ, กิจกรรม
- ปีนี้ผมเองก็ยังคงรักษาเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายที่ 11%
หุ่นลีนควรมีไขมันกี่เปอร์เซ็นต์
หุ่นลีน? ไขมันไม่ใช่ทุกอย่าง
- ชาย: 6-13%. หุ่นลีนชัดเจน กล้ามเนื้อเด่น
- หญิง: 14-20%. สุขภาพดี ไม่ผอมเกินไป
สูงกว่านั้น? ก็แค่...ไม่ลีน.
เพิ่มเติม:
- ไขมันจำเป็น: ร่างกายต้องการไขมันเพื่อทำงาน. อย่าตัดทิ้งทั้งหมด.
- ปัจจัยบุคคล: อายุ, พันธุกรรม, การออกกำลังกาย. ทุกคนไม่เหมือนกัน.
- เซลลูไลท์: ไม่ได้บ่งบอกว่า "อ้วน". เกี่ยวกับโครงสร้างผิว.
- ไขมันวิกฤต: อันตรายต่อสุขภาพ. หัวใจ, เบาหวาน, ปัญหาอื่น ๆ ตามมา.
- รูปร่าง: แค่ตัวเลข? ไม่. ความสุข, ความมั่นใจ สำคัญกว่า.
Fat 18% เยอะไหม
Fat 18% เยอะไหม? อืม...
- ผู้ชาย: 18-24% = โอเค ????
- ผู้หญิง: 25-31% = โอเค ????
18% นี่... ถ้าผู้ชายก็ถือว่าดีเลยนะ แต่ถ้าผู้หญิง... ก็อาจจะต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วยรึเปล่า? (เช่น อายุ, กล้ามเนื้อ)
เออ ว่าแต่ตารางที่ว่านี่มันอยู่ตรงไหนนะ? ต้องไปหาดูอีกที...
- %TBF: วัดจากอะไร? เครื่องวัดตามฟิตเนสเชื่อถือได้แค่ไหนนะ? ????
แล้ว "ฟิตแอนด์เฟิร์ม" นี่คือแบบไหนกันแน่? นิยามแต่ละคนไม่เหมือนกันอีก... ช่างน่าปวดหัว!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต