ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีภูมิกี่เดือน

96 ครั้งเข้าชม
สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ข้อมูลที่ให้มาไม่ได้ระบุระยะเวลาภูมิต้านทานที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา ผู้ป่วยมักมีอาการประมาณ 5-7 วันจึงจะค่อย ๆ ดีขึ้น หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนแทรกซ้อนเพิ่ม โดยอาการหลักที่พบได้บ่อยคือ มีไข้ ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามตัวเป็นสำคัญ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แล้ว ภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานแค่ไหน?

จำได้ว่าตอนเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ปี 2565 ที่กรุงเทพฯ โห...หนักจริง ไม่เหมือนหวัดธรรมดาเลย มีไข้สูง ปวดหัวตุบๆ ตัวร้อนเหมือนไฟลน หายไปหลายวันเลย.

ตอนนั้นหมอบอกว่าภูมิคุ้มกันหลังเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มันไม่ค่อยอยู่ทนถาวรนะ.

เขาว่ากันว่ามันอาจจะอยู่ได้แค่ไม่กี่เดือนถึงปีนึง.

ก็เลยต้องฉีดวัคซีนกันทุกปีไง.

ถ้าเป็นสายพันธุ์ A ไปแล้ว ก็อาจจะกลับมาเป็นอีกได้ถ้าเจอสายพันธุ์ย่อยอื่น.

ตอนที่ฉันเป็นนะ อาการหนักจริง ๆ กินข้าวไม่ลงเลย.

ประมาณ 5-7 วันถึงจะเริ่มทุเลาลง.

แต่ก็ยังรู้สึกเพลีย ๆ ไปอีกพักใหญ่.

เลยคิดว่าถ้าเป็นแล้ว ภูมิคุ้มกันมันคงไม่แข็งแรงเท่าไหร่.

เป็นได้อีกแน่นอน.

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A สามารถเป็นซ้ำได้ไหม

เป็นซ้ำได้สิ โดนมากับตัวเลย สดๆ ร้อนๆ

ปีที่แล้วเลย ตอนเดือนสิงหา ช่วงนั้นไปเดินงานที่ไบเทคบางนามา กลับมาคือไข้ขึ้นสูงปรี๊ด ปวดตัวจนนอนไม่ได้เลย ต้องลากสังขารไปโรงพยาบาลแถวบ้าน สรุปคือสายพันธุ์ A นอนซมไปเกือบอาทิตย์เต็มๆ เข็ดมาก

พอมาปีนี้ เดือนมิถุนาฝนตกหนักๆ อะ เอาอีกแล้ว อาการเดิมเป๊ะๆ ปวดกระดูก ไอจนเจ็บคอไปหมด ตอนแรกนึกว่าโควิด ตรวจ ATK จนพรุนไปหมด สรุปไปหาหมอ... ไข้หวัดใหญ่ A อีกรอบจ้า โคตรท้อ

หมอที่คลินิกตรงสุขุมวิทอธิบายให้ฟังเลยว่า ไวรัสไข้หวัดใหญ่มันเปลี่ยนหน้าตาไปเรื่อยๆ ทุกปี เหมือนมันมีหลายเวอร์ชันอะ ปีที่แล้วเราติดเวอร์ชันนึง พอปีนี้เจออีกเวอร์ชันนึง ภูมิคุ้มกันเก่ามันเลยจำไม่ได้เต็มร้อย มันไม่ใช่ว่าป่วยแล้วจะมีภูมิตลอดไปเหมือนอีสุกอีใส

  • ไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ทำให้ภูมิคุ้มกันเดิมที่ร่างกายสร้างขึ้นอาจป้องกันสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในปีถัดไปไม่ได้
  • การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีจึงจำเป็นมาก เพราะเขาจะอัปเดตวัคซีนให้ตรงกับสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในปีนั้นๆ
  • ในปีเดียวกันก็สามารถติดเชื้อซ้ำได้ถ้าไปเจอคนละสายพันธุ์ เช่น ตอนแรกติดสายพันธุ์ H1N1 พอหายแล้วไปเจอ H3N2 ก็ป่วยใหม่ได้อีก
  • ถึงเคยเป็นแล้วก็อย่าชะล่าใจ การป้องกันตัวเอง เช่น ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัยในที่แออัด ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำเสมอ

เป็นไข้หวัดใหญ่มีภูมิกี่เดือน

นั่งมองเพดาน คืนนี้ยาวจัง... เรื่องไข้หวัดใหญ่นี่นะ มันเป็นอะไรที่วนเวียนอยู่เรื่อยๆ เลยจริงๆ

ถ้าถามว่าภูมิคุ้มกันมันอยู่ได้นานแค่ไหน... ก็คือประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี นั่นแหละ ไม่ได้นานเท่าไหร่เลยนะ

เพราะเจ้าไวรัสไข้หวัดใหญ่มันก็ไม่เคยหยุดนิ่งเลย มันเปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆ ทุกปีนั่นแหละ พอตัวเก่าเรามีภูมิแล้ว ตัวใหม่มันก็มาอีก ทำให้ภูมิคุ้มกันเดิมๆ ที่เคยมีมันก็ไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่แล้ว

มันก็น่าเหนื่อยนะ ที่ต้องคอยระวังกันอยู่ตลอดเวลา...

  • เชื้อไข้หวัดใหญ่มีหลายสายพันธุ์หลักๆ นะ ที่เราเคยได้ยินก็พวกสายพันธุ์ A กับ B นั่นแหละ
  • อาการมันไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา มันมีไข้สูง ปวดเมื่อยตัวมากๆ ไอ เจ็บคอ แล้วก็เพลียไปหมดเลย
  • การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ต้องฉีดทุกปีเลยนะ เพราะเชื้อเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไง
  • มันติดต่อกันง่ายมากๆ แค่ไอจามใส่กัน ละอองฝอยเล็กๆ ก็แพร่เชื้อได้แล้ว
  • บางคนอาจมีอาการแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น ปอดอักเสบ หรืออาการรุนแรงอื่นๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัว
  • การล้างมือบ่อยๆ และใส่หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะเวลาอยู่ในที่คนเยอะๆ มันช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะเลยนะ

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กับ A ต่างกันอย่างไร?

A ร้ายกว่า B แค่นั้นแหละ

  • A: ตัวแสบตัวจริง ป่วนหนักกว่า เกิดทุกปี แถมเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย.
  • B: ไม่ค่อยน่ากลัวเท่า A อาละวาดน้อยกว่า.

อยากรอด? ฉีดวัคซีนทุกปี. แล้วก็อย่าหาเรื่องให้ตัวเอง.

รู้ไว้:

  • A: มี 4 ชนิดหลัก (H1N1, H3N2, etc.) แพร่กระจายง่ายกว่า.
  • B: มี 2 ชนิดหลัก (Victoria, Yamagata) มักก่ออาการเบาๆ.
  • วัคซีน: ครอบคลุมทั้ง A และ B.

เจออาการ? หาหมอ อย่ามัวแต่อวดดี.

อะไรคือสาเหตุของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เคยสร้างความกังวลครั้งใหญ่ ส่วนใหญ่คือไวรัสชนิดเอ (H1N1) ที่เราพูดถึงกันบ่อยๆ นะครับ ต้นตอของมันน่ะน่าสนใจมาก มันไม่ใช่เชื้อที่อยู่ดีๆ ก็โผล่มาโดดๆ แต่เป็นการ "ผสมโรง" ของสารพันธุกรรมอย่างคาดไม่ถึงเลย ผมมองว่านี่คือหลักฐานที่ธรรมชาติมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ตัว H1N1 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ตอนนั้น มันเกิดจากการที่เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายๆ ชนิดจาก คน สุกร และนก มาแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนพันธุกรรมกันจนเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ยังไม่เคยเจอมาก่อน เรียกว่า Genetic Reassortment ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางชีววิทยาที่น่าทึ่งและอันตรายในคราวเดียวกัน

การแพร่กระจายของไวรัสพวกนี้ ส่วนใหญ่ก็ผ่านฝอยละอองที่ออกมาจากทางเดินหายใจของผู้ป่วยนี่แหละครับ ตอนผมอ่านเรื่องอายุของเชื้อ ผมก็คิดนะว่ามันปรับตัวได้ดีจริงๆ แค่ฝอยละอองเล็กๆ จากการไอหรือจาม ก็เป็นพาหะชั้นดี เชื้อบนมือของเราอาจอยู่ได้ไม่นานราว 5 นาที แต่บนพื้นผิวสัมผัสต่างๆ อย่างลูกบิดประตู หรือโต๊ะทำงานนี่สิ มันอยู่ได้นานกว่านั้นเยอะเลย ทำให้เราต้องระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษตลอดเวลาจริงๆ

  • กลไกการเกิดสายพันธุ์ใหม่: นอกจาก Genetic Reassortment แล้ว ยังมี Antigenic Drift ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมเล็กๆ น้อยๆ สะสมไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่เราต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปีไงครับ เพราะไวรัสปรับโฉมหน้าไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง นี่คือสิ่งที่ผมสนใจมากในมุมมองของวิวัฒนาการ
  • ความสำคัญของการเฝ้าระวัง: การศึกษาและเฝ้าระวังเชื้อไวรัสในสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะสุกรและสัตว์ปีก มีความสำคัญอย่างยิ่งครับ เพราะพวกมันเป็น "อ่างเก็บเชื้อ" หรือ Host ที่เชื้อสามารถปรับตัวและผสมกันจนเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่กระโดดมาติดคนได้ในอนาคต ทำให้การทำงานของนักวิทยาศาสตร์ด้านสาธารณสุขเป็นสิ่งที่เราต้องขอบคุณ
  • อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาการทั่วไปก็คล้ายไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลนั่นแหละครับ คือมีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว แต่บางรายอาจมีอาการหนัก เช่น ปอดอักเสบ โดยเฉพาะ กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยครับ
  • การป้องกันเบื้องต้น: นอกจากวัคซีนแล้ว การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า และการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วยหรืออยู่ในที่แออัด ก็เป็นวิธีเบสิกแต่ได้ผลดีเยี่ยมเสมอมา เรื่องนี้มันคือความรับผิดชอบพื้นฐานของทุกคนจริงๆ